DESIGN
เฉลิมฉลอง 25 ปี ULYSSE NARDIN FREAK นาฬิการะดับไอคอนิก ตัวแทนเทคโนโลยีเหนือจินตนาการ
By: NTman July 17, 2026 236928
“No Dial. No Hands. No Crown.” — ไม่มีหน้าปัด ไม่มีเข็ม ไม่มีเม็ดมะยม นี่ไม่ใช่เพียงนิยาม… แต่คือแนวคิดที่พลิกโฉมการออกแบบนาฬิกาแบบดั้งเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาสวิส ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา Ulysse Nardin ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า นาฬิกาสามารถบอกเวลาได้โดยให้กลไกทำหน้าที่แทนเข็มนาฬิกา แนวคิดอันล้ำสมัยนี้ไม่เพียงท้าทายขนบเดิมของอุตสาหกรรม แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำเหนือยุคสมัย และนั่นคือจุดกำเนิดของนาฬิกาไอคอนิกที่ชื่อว่า “Freak”

ล่าสุด Ulysse Nardin ร่วมกับ PMT The Hour Glass จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของคอลเลกชัน Freak ภายใต้แนวคิด “180 Years of Always Challenging Convention. 25 Years of The Watch That Proved It.” เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการท้าทายขนบเดิมที่แบรนด์ยึดมั่นมาตลอด 180 ปี และความสำเร็จของ Freak ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา
ภายในงาน ได้เนรมิต Lecture Hall at The Campus โรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok ให้กลายเป็นห้องทดลองแห่งนวัตกรรม (Innovation Lab) ที่พาผู้ร่วมงานร่วมสำรวจวิวัฒนาการของ Freak พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของนาฬิกาที่กล้าฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของการประดิษฐ์นาฬิกา

ความเหนือชั้นของ Ulysse Nardin ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมาแค่ในช่วงเวลาไม่กี่สิบปี แต่คือผลลัพธ์ที่สะสมมาตลอด 180 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1846 จากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบอกเวลาทางทะเล (Marine Chronometer) ที่กองทัพเรือกว่า 50 ประเทศทั่วโลกให้ความไว้วางใจ การันตีด้วยรางวัลด้านความเที่ยงตรงกว่า 4,300 รางวัลก่อนที่แบรนด์จะก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น ด้วยวิสัยทัศน์ของ Rolf Schnyder และความอัจฉริยะของนักดาราศาสตร์และนักประดิษฐ์นาฬิกาอย่าง Dr. Ludwig Oechslin ผู้เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังการถือกำเนิดของ Freak
ย้อนกลับไปในปี 2001 การเปิดตัวของ Freak ไม่ใช่เพียงงานดีไซน์ที่ก้าวข้ามกรอบ แต่คือจุดเริ่มต้นของ “Silicon Revolution” หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งสำคัญ ในฐานะนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของโลก ที่นำวัสดุล้ำสมัยอย่าง Silicon มาใช้เป็นชิ้นส่วนในกลไก จนคว้ารางวัล Innovation Prize ในปี 2002

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา คอลเลกชันนี้ได้จดสิทธิบัตรไปแล้วกว่า 35 รายการ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง DIAMonSIL® และ Grinder® กระทั่งผลงานชิ้นเอกอย่าง Freak One ที่สามารถคว้ารางวัล Iconic Watch Prize จากเวทีระดับโลก Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ในปี 2023
และไฮไลต์สำคัญเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีในปี 2026 นี้ Ulysse Nardin ได้เผยโฉมนวัตกรรมคาลิเบอร์ใหม่ล่าสุด 2 รุ่น ที่ผสมผสานความซับซ้อนทางวิศวกรรมเข้ากับศิลปะการใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
SuperFreak (Caliber UN-232): เผยโฉมครั้งแรกในงาน Watches and Wonders 2026 นี่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่รวบรวมองค์ความรู้ตลอด 25 ปี พร้อมนวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 8 รายการ ยกระดับมาตรฐานจนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาแบบ Time Only ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูงสุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน

Freak X (Caliber UN-252): การปรับแต่ง DNA แห่งนวัตกรรมให้สอดรับกับประสบการณ์การสวมใส่ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว นำเสนอในขนาดตัวเรือน 41.5 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีลรีไซเคิล 80% กันน้ำได้ลึก 100 เมตร ซ่อนกลไกทรงประสิทธิภาพด้วย DIAMonSIL® escapement และ Gold Micro-Rotor พร้อมระบบเปลี่ยนสายแบบรวดเร็วที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
งานครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จของโมเดลระดับไอคอน แต่ยังเป็นบทพิสูจน์อันทรงเกียรติว่า ตลอด 180 ปีที่ผ่านมา Ulysse Nardin ไม่เคยหยุดท้าทายทุกข้อจำกัด และพร้อมเสมอที่จะเปลี่ยน ความเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสุดยอดนวัตกรรมบนข้อมืออย่างแท้จริง
#UlysseNardin #Freak25 #PMTTheHourGlass #UNLOCKWATCH #UNLOCKMEN