Entertainment

จากกีต้าร์ตัวแรกในวันคริสมาสต์ของ ‘ALEX TURNER’ สู่ผู้ร้อยเรียงบทเพลงแห่ง ARCTIC MONKEYS

By: april November 27, 2018

คอเพลงคงคุ้นหน้าตาของหนุ่ม Alex Turner กันดี ในฐานะฟรอนต์แมนแห่งคณะ Arctic Monkeys ที่ยิ่งนับวันจะยิ่งฉายแววความติสต์แบบฉุดไม่อยู่ ที่ผ่านมาตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงตอนนี้ คงไม่มีใครกังขากับความสำเร็จของเขาในฐานะศิลปิน หลายคนคงคุ้นเคยกับเขาและผลงานกันดีอยู่แล้ว จะมาพูดถึงประวัติของเขาอย่างกับเป็นหนังสือชีวประวัติก็คงน่าเบื่อเกินไป UNLOCKMEN เลยพาทุกคนมาแกะรอยเบื้องหลังผู้จรดปากกาออกมาเป็นผลงานเจ๋ง ๆ ว่าจีเนียสอย่างเขามี Inspiration จากอะไรกันบ้าง

Like Father Like Son

ในเรื่องราวนี้ เราสามารถเรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นได้แบบเต็มปาก เพราะพรสวรรค์ทางด้านดนตรีของหนุ่ม Alex ได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อของเขา David Turner ที่เป็นนักดนตรีเหมือนกัน และยังเป็นผู้ที่หลงใหลในเพลง Jazz เขาเองสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย อย่าง  Saxophone, Clarinet และ Piano แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า David จะยัดเยียด Jazz ให้ลูกชายของเขาเพียงอย่างเดียว เขาเลือกที่จะเปิดกว้างให้กับลูกชายด้วยแนวดนตรีที่หลากหลายจากศิลปินมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็น Frank Sinatra, The Beatles, Led Zeppelin, David Bowie และ The Beach Boys พอเห็นแววแล้วว่าไอ้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้มาสายดนตรีแน่นอน เลยจัด Piano Lesson ให้เขาเป็นการปูทาง ก่อนที่จะมอบของขวัญเป็นกีต้าร์ตัวแรกในวันคริสมาสต์ปีที่ Alex อายุ 15

The Big Fan Of The Strokes

ถ้าถามถึงวงที่มีอิทธิพลกับพวกเขามากที่สุด ก็คงไม่พ้น The Strokes เพราะหนุ่ม Alex และชาวคณะ Arctic Monkeys ล้วนเป็นแฟนวง The Strokes ด้วยกันทั้งนั้น เขาได้ไปดูคอนเสิร์ต The Strokes อยู่บ่อยครั้งพร้อม Matt Helders และ Andy Nicholson เพื่อนร่วมวง จนในช่วงแรกที่พวกเขาเริ่มเล่นคอนเสิร์ตในผับช่วงปี 2003 พวกเขาก็มักจะเลือกเพลงของ The Strokes  เข้าไปอยู่ใน List เสมอ หรือแม้แต่อัลบั้มล่าสุดที่แฟน ๆ รอคอยมาหลายปีอย่าง Tranquility Base Hotel & Casino ก็มีเนื้อเพลงที่พูดถึงวงขวัญใจพวกเขาอย่าง The Strokes ด้วยเช่นกัน

ซิงเกิ้ลแรกที่ไม่เป็นที่โปรดปราน

ออกมาเพียงอัลบั้มเดบิวต์อย่าง Whatever People Say I Am, That’s What I’m Not ก็ได้เสียงตอบรับจากทั้งรุ่นใหญ่ในวงการเพลงและแฟน ๆ เป็นอย่างดี ยอดขายเองก็ถล่มทลายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเพลง I Bet You Look Good on the Dancefloor ที่เรียกได้ว่าเป็นเพลงแจ้งเกิดของวงก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้โปรดปรานเพลงนี้ของตัวเองมากนัก ออกไปทางไม่ค่อยปลื้มเลยด้วยซ้ำ

เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “It’s a bit shit. The words are rubbish. It could be a big song, but I’d hate to be just known for that song because it’s crap.” รุนแรงไม่ใชย่อย แต่สำหรับแฟนเพลงคงชินกับฝีปากของ Alex กันดีอยู่แล้ว นั่นอาจเป็นเพราะเขามักจะก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ พยายามผลักดันตัวเองด้วยผลงานที่มาจากสมองและสองมือ เมื่อผลงานใหม่ ๆ ออกมา แน่นอนว่ามันต้องพัฒนาขึ้นจากของเก่า พอมองย้อนกลับไปซิงเกิ้ลแจ้งเกิด ในตอนที่เขาอยู่ในบันไดชื่อเสียงขั้นที่สูงกว่าแล้ว จึงรู้สึกไม่พอใจในฝีมือของตัวเองในตอนนั้น

บทเพลงจากบทกลอน

อย่างที่รู้กันว่า Alex มักจะเขียนเนื้อเพลงด้วยตัวเองไม่ว่าจะในฐานะฟรอนต์แมน Arctic Monkeys สมาชิกวง The Last Shadow Puppets หรือศิลปินเดี่ยวผู้สร้างสรรค์เพลงให้กับภาพยนตร์เรื่อง Submarine เนื้อเพลงเหล่านั้นมาจากไหนกัน ส่วนหนึ่งมาจากมันสมองของเขานี่แหละ แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นเขาได้รับอิทธิพลมาจาก John Cooper Clarke แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมาตั้งแต่แรก แต่มาจากครูภาษาอังกฤษของเขา ที่แนะนำบทกลอนของ John Cooper Clarke ให้กับเขาและจุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้นี่แหละ ในบทสัมภาษณ์กับสื่อเขาเองก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่าเนื้อเพลงของเขามักจะได้รับอิทธิพลมาจาก  John Cooper Clarke ด้วยเช่นกัน

การเขียนเพลงไม่ใช่เรื่องที่เค้นกันได้

เพลงมาจากที่ไหลผ่านพรั่งพรูจากสมองของ Alex เราอาจคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะซะจนสามารถเค้นพลังออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ นั่นเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะการเขียนเพลงสำหรับเขามันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วยเช่นกัน เขาได้ใหัสัมภาษณ์กับ NME ไว้ว่า “Writing songs for me is like waiting for deliveries. There’s always that thing… maybe it will just disappear? I could go and do gardening or something.” คร่าว ๆ ก็คือ การเขียนเพลงมันไม่ได้ทำปุ๊บมาปั๊บ คิด ๆ อยู่มันอาจจะหายแว้บไปไหนก็ได้ ทีนี้ก็คงเห็นแล้วว่า นอกจากพรสวรรค์ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ความพยายามก็มีส่วนช่วยให้เขาสร้างรรค์ผลงานออกมาด้วยเช่นกัน ใช่ว่าจะพึ่งพาพรสวรรค์ได้อยู่ทุกครั้งไป

ทั้งหมดนี้คงพอเห็นภาพแล้วว่า ทุกสิ่งรอบตัวของเขานั้นคือแรงบันดาลใจให้เขาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะหยิบจับอะไร ถ้ารู้จักเปิดกว้างมากพอ ทั้งคำแนะนำจากคนอื่น การเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราจะได้แรงบันดาลใจดี ๆ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกมุมของชีวิตเรา อีกสิ่งที่สำคัญคือความทะเยอทะยาน การเดินหน้าไปแบบไม่หันหลังกลับ ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงหรือเงินทอง แต่เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเองและพัฒนามันอยู่ตลอดเวลาที่เรายังทำได้

SOURCE 1,2,3

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line