Business

‘APPLE TV+’ม้ามืดวงการสตรีมมิ่งฯ ที่ทำหุ้น NETFLIX, DISNEY และ ROKU ลดฮวบ!

By: G-NEAK September 13, 2019

หลังจากที่ระบบสตรีมมิ่งในอินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่โทรทัศน์ ก็ทำเอาไลฟ์สไตล์ของผู้ชายเราผูกโยงกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอสมาร์ตโฟนมากกว่าจอแก้วที่ดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ แม้การมาของวิดีโอสตรีมมิ่งจะไม่ได้ร้ายแรงขนาดทำลายธุรกิจโทรทัศน์ได้ แต่มันก็เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไปโดยที่วงการจอแก้วยากจะต่อกร

ถ้าบอกว่าธุรกิจแนวนี้กำลังมาแรงก็คงไม่แปลกนัก เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีสตรีมมิ่งวิดีโอเกิดขึ้นมากมายและผู้คนก็นิยมอย่างล้นหลาม ทั้ง LINE TV, Netflix, Roku, Disney และเจ้าอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน พวกเขาต่างต่อสู้ฟาดฟันกันเพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะซีรีส์ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน หรือแม้แต่ภาพยนตร์สารคดีก็ตาม

hypebeast

แต่ไม่นานมานี้ความมั่นคงของค่ายยักษ์แห่งวงการสตรีมมิ่งวิดีโอก็ต้องสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อ Apple ประกาศเปิดตัว Apple TV+ พร้อมชูจุดขาย “Cheaper Streaming Service” หรือ “บริการสตรีมมิ่งที่ถูกกว่า” จากบริษัทผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สุดแข็งแกร่งของโลก เตรียมมุ่งหน้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจวิดีโอสตรีมมิ่งอย่างเต็มตัว ผลที่ตามมาคือทำให้หุ้นของ Netflix ลดลงถึง 3.25% หุ้น Disney ลด 2.76% และหุ้นของ Roku ลดลงมากถึง 12.62%

forbes

การต่อสู้กับคู่แข่งตัวฉกาจ

แม้ Apple จะมีรากฐานที่แข็งแรง แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับน้องใหม่ที่ต้องสู้รบกับพี่ ๆ ยักษ์ใหญ่ที่คร่ำหวอดในวงการนี้มาก่อนหลายปี ไหนจะ Disney ที่รวมภาพยนตร์จากจักรวาลมาร์เวลไว้ครบวงจร และมีฐานแฟนคลับของภาพยนตร์แนวนี้ไม่น้อย

ฝั่ง Netflix ก็มีคอนเทนต์ออริจินัลเป็นไม้เด็ด ครองตลาดสตรีมมิ่งเบอร์หนึ่งของโลกตอนนี้ ทั้งยังมีแคมเปญทางการตลาดระดับโคตรครีเอตที่ทำให้เกิดกระแสไวรัลในโลกโซเชียลได้ไม่ยาก HBO ก็ไม่น้อยหน้า เคยสร้างทั้ง Game Of Thrones และ Watchmen ที่คนทั่วโลกชื่นชอบถล่มทลาย

ยังไม่นับคู่แข่งอื่น ๆ อย่าง Amazon Prime Video, Hulu หรือ CBS ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในบ้านเราก็มี LINE TV ที่โดดเด่นด้วยแพลตฟอร์มการรับชมแบบย้อนหลังและครองตลาดวัยรุ่นไทยอยู่ตอนนี้

Getty Images

ไม้ตายของ APPLE TV+ ที่จะกำราบคู่แข่งทั้งหมดให้อยู่หมัด

เมื่อเห็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วก็น่าคิดว่าฝั่ง Apple จะเอาอะไรไปสู้เขาได้ แต่ปัญหานี้อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงสักเท่าไร เพราะ Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดถ้าเทียบกับคู่แข่งทั้งหมด ทั้งยังมีรากฐานแข็งแกร่งเพราะมีธุรกิจฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อยู่เบื้องหลัง

ส่วน Apple TV+ ที่เป็นบริการล่าสุดจาก Apple จะเน้นนำเสนอภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และสารคดีต่าง ๆ ที่มีเนื้อหาแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แถมยังปรับราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งโดยการสมัครสมาชิกจะมีราคาอยู่ที่ $4.99 ต่อเดือน

ขณะที่ Disney มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ $7 ต่อเดือน, Amazon Prime Video น้อยกว่า $9 ต่อเดือน, Hulu เริ่มที่ $6 ต่อเดือน ส่วน Netflix และ HBO เสนอราคาบริการมากกว่า $10 ต่อเดือน

Apple TV+ เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2019 นี้ ด้วยราคาเพียง 99 บาทต่อเดือน หนุ่ม ๆ สามารถรับชมคอนเทนต์ที่หลากหลายผ่านทางแอปพลิเคชั่น Apple TV พร้อมบริการทดลองใช้งานฟรี 7 วัน

ส่วนลูกค้า Apple ที่ซื้อ iPhone, iPad, iPod Touch, Mac หรือ Apple TV เครื่องใหม่ จะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Apple TV+ ฟรี 1 ปี ซึ่งสามารถใช้ได้แบบ Family Sharing (หนึ่งบัญชีแชร์กับสมาชิกสูงสุดหกคน) หรือจะดาวน์โหลดคอนเทนต์เพื่อรับชมในรูปแบบออฟไลน์ก็ยังได้

 

COVER SOURCES: 123 , SOURCES: 12

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line