All-Electric 1967 Ford Mustang Fastback ใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกที แม้จะไม่ใช่ผลงานจากโรงงาน Ford แต่เป็นสำนัก Charge Car ที่ได้ License ในการสร้าง 1967 Ford Mustang Fastback พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ นั่นแปลว่าเราไม่จำเป็นต้องเสีย Donor car ในการเอามาตัดดัดแปลงแต่อย่างใด สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทั้งหมด ไม่เสียรถระดับตำนานที่เหลือน้อยลงทุกทีอีกด้วย 1967 Ford Mustang EV by Charge Cars จะมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 63 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว ให้ total output มากถึง 536 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 3.99 วินาที ความเร็วสูงสุด 322
อุปกรณ์ทำมาหากินที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะในร่างกายของเราได้เดินทางมาพร้อมชิปตระกูล M3 แบบใหม่หมด นั่นคือ M3, M3 Pro และ M3 Max ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม GPU เจเนอเรชั่นถัดไปและ CPU ที่เร็วขึ้น จึงทำให้ชิปตระกูล M3 มีประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นและนำความสามารถใหม่ๆ มาสู่ MacBook Pro MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว ใหม่ พร้อมชิป M3 นั้นไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้ต่อเนื่องขณะใช้งานแอปและเล่นเกมระดับโปร จึงเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับครีเอทีฟไฟแรง นักเรียนนักศึกษา และเจ้าของธุรกิจด้วยราคาเริ่มต้น 59,900 บาท MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว พร้อมชิป M3 Pro มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและรองรับหน่วยความจำแบบรวมเพิ่มมากขึ้น จึงสามารถรับมือกับเวิร์กโฟลว์ที่หนักขึ้นสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มนักเขียนโค้ด ครีเอทีฟ และนักวิจัย ในขณะที่ MacBook Pro รุ่น
คอมพิวเตอร์แบบออลอินวันที่ดีที่สุดในโลกรุ่นนี้น่าใช้มากขึ้นไปอีกด้วยชิป M3 และมีประสิทธิภาพดีขึ้นสูงสุด 2 เท่า มาพร้อมกับดีไซน์บางเฉียบและจอภาพ Retina 4.5K ที่ใหญ่เต็มตา เปิดตัวสักที ข่าวดีสำหรับคนที่เฝ้ารอเตรียมถอย iMac 24 นิ้วรุ่นใหม่หลังจากใช้ชิป M1 มานานหลายปี วันนี้เรามีชิป M3 อันน่าทึ่ง และทำให้คอมพิวเตอร์แบบออลอินวันที่ดีที่สุดในโลกรุ่นนี้ทรงประสิทธิภาพและทำอะไรได้มากขึ้นไปอีก ด้วยความสามารถของ Apple silicon ในด้านการประหยัดพลังงาน iMac รุ่นใหม่จึงมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด ดีไซน์บางเฉียบสะดุดตาใน 7 สีสันสดใสที่ผู้ใช้ทุกคนชื่นชอบ iMac ที่มี M3 ทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่มี M1 และสำหรับผู้ที่อัปเกรดมาจาก iMac ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel เครื่อง iMac รุ่นใหม่นี้ทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น 27 นิ้วที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเร็วขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของขนาด 21.5 นิ้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับจอภาพ Retina 4.5K
บนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าตลอดเวลา เราไม่นิ่งเฉยและพร้อมก่าวสู่มิติใหม่ในแบบของเราเอง ด้วยคอลเล็กชั่นแว่นตาล่าสุดจาก Oakley® Encoder™ Extension ที่จะฉีกกรอบรูปแบบดั้งเดิมโดยทำลายขีดจำกัดของการออกแบบและเทคโนโลยี ด้วยการมอบนิยามใหม่บนแว่นตาที่ทั้งโดดเด่นด้านดีไซน์และยังคงเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหัวใจหลัก คอลเล็กชั่นนี่ได้หยิบเอาแว่นตาในกลุ่ม performance รุ่น Encoder ซึ่งเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน มายกระดับขึ้นไปอีกขั้นจากการนำแว่นต่ากีฬาและดีไซน์ของเลนส์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาปรับโฉมสู่ 2 สไตล์ใหม่ในคอลเล็กชั่น Encoder Extension นั้นคือ Encoder Ellipse และ Encoder Squared ที่นำเสนอรูปทรงเลนส์แว่นแบบดั้งเดิมของรุ่น Encoder เพิ่มเติมฟังก์ชันการระบายอากาศช่วยมอบลุคอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดีไซน์ที่โดดเด่นแต่เรียบง่ายนำเสนอ รูปทรงเลนส์บนสองรูปแบบในสไตล์ที่น่าสนใจและไม่เคยเห็นมาก่อน รุ่น Encoder Ellipse – มีให้เลือกในกรอบสี Matte Black, Matte Navy, และ Silver ชวนให้นึกถึงรูปทรงของโลโก้ Oakley อันเป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่ Encoder Squared – มีให้เลือกในกรอบสี Sky Blue, Matte Black และ Matte Carbon
De Bethune กับการสร้างสรรค์คอลเลกชันไม่ซ้ำใครในรุ่น “Cempasúchil II” เรือนเวลาที่โฉบไปมาระหว่างชีวิต และความตายด้วยสัมผัสแห่งอารมณ์ขันอันแสนซุกซน เป็นภาพเดียวกับการเฉลิมฉลองเทศกาล Dia de Muertos ของชาวเม็กซิกันที่สนุกสนานและมีสีสัน! และยังเหมาะกับเดือนฮาโลวีนเดือนนี้เลยทีเดียว “Cempasúchil II” หน้าปัดที่ถูกแปลงเป็นฟลอร์เต้นรำสำหรับ Calaveras สองตัว เพื่อระบุชั่วโมงและนาที ในอีกด้านหนึ่งของนาฬิกา มีการตกแต่งโดยเฉพาะ (โดยปกติจะซ่อนอยู่หลังฝาครอบลับ) แสดงให้เห็นภาพ ‘การกระทำ’ ของ Calaveras ทั้งสองอันแสนซุกซนของเรา ภายใต้การแสดงโกศหัวเราะซึ่งคู่ควรกับ La Catrina มีกล้องและคันโยกมากมายที่เคลื่อนไหวและทำให้ตัวละครทั้งสองมีชีวิตขึ้นมา เคลื่อนไหวตามความต้องการด้วยกลไกที่ซับซ้อนสูง ด้วยการกดปุ่มที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ฉากร่าเริงสื่อถึงความสนุกสนาน และความชั่วร้าย งานแกะสลักทั้งหมดบนหน้าปัดทั้งสองข้างเป็นการยกย่องให้กับช่างแกะสลักชาวเม็กซิกันผู้ชาญฉลาด José Guadalupe Posada ศิลปินผู้สร้างสรรค์การเต้นรำแบบไร้ชีวิตชีวาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Denis Flageollet และ Michèle Rothen ในปี 2020 ในการออกแบบ DW5 Cempasúchil ด้วยการสร้างสรรค์ครั้งใหม่นี้
การร่วมงานกันครั้งแรกของสองแบรนด์นาฬิกาสุดหรู ผลงานศาสตร์และศิลป์สุดซับซ้อน ความแหวกแนวเริ่มต้นจากหน้าปัดแบบ double-faced chronograph front / back หน้าปัดด้านบนเป็นกระจก sapphire โชว์ movement มีโลโก้ Akrivia โดยตัว V ถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ LV emblem ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจและเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะ LV ไม่เคยถูกนำไปรวมเป็นส่วนนึงของโลโก้ใดมาก่อน เมื่อพลิกด้านหลังจะพบกับหน้าปัด White Grnad Feu enamel เน้นความคลาสสิคสะท้อนจุดเริ่มต้นของเรือนเวลาจาก Louis Vuitton การดีไซน์หน้าปัดแบบ double-faced chronograph นั้นเป็นงานที่ยากมาก ๆ กลไกขับเคลื่อนด้วย tourbillon movement ที่สร้างขึ้นใหม่โดย Rexhep Rexhepi และยังเป็นครั้งแรกที่ออกแบบให้มีเสียง Sonnerie หรือระฆังบอกเวลา ซึ่งเป็นเสียงจากกลไก chronograph function ที่จะดัง “gong” ทุกครั้งที่จับเวลาครบ 1 นาที เรียกว่าซับซ้อนบนซับซ้อนไปอีกขั้น LVRR-01 นอกจากที่สุดของ
เผยโฉมครั้งแรกย้อนไปในปี 1925 Longines Flyback Chronograph เป็นหนึ่งในเรือนเวลาที่น่าเก็บสะสมมาเสมอ และในรุ่นใหม่พิเศษด้วยเคสผลิตจาก Grade 5 Titanium ซึ่งนิยมใช้ในนาฬิการะดับ high-end หน้าปัดขนาด 42mm หนา 17mm เหมาะกับข้อมือผู้ชาย กระจก sapphire ทรงโดม หน้าปัด Sunray Antracite มาพร้อม 30-minute counters และ 60-seconds Sub-dials เคลือบสาร SuperLumiNova ที่ Indexes ล้อมรอบด้วยขอบ ceramic สีดำแบบ bi-directional rotating ด้านหลังโชว์กลไก Caliber L791.4 COSC-certified กันคลื่นแม่เหล็ก กันน้ำได้ 100 เมตร สำรองพลังงานได้ถึง 68 ชั่วโมง Longines Spirit Flyback Chronograph in Titanium
สายสตรีทเตรียมว้าวุ่น กับว่าที่ Rare Item ชิ้นใหม่ 𝗖𝗟𝗢𝗧 𝘅 𝗦𝗘𝗜𝗞𝗢 𝟱 𝗦𝗣𝗢𝗥𝗧𝗦 𝗪𝗔𝗧𝗖𝗛 การร่วมมือระหว่าง CLOT แบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติฮ่องกง และ SEIKO ที่นำเสนอโมเดล SEIKO 5 SPORTS ขนาด 42.5 มม. ในภาพลักษณ์เท่จัด ด้วยความคอนทราสต์จากสีดำของสาย, ตัวเรือนสเตนเลส รวมถึงหน้าปัด sun-brushed สีดำ ซึ่งตัดกันกับสีแดงของหลักชั่วโมง / นาที บนขอบตัวเรือนแบบหมุนได้, เข็มวินาที และโลโก้ CLOT ซึ่งประดับอยู่บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา และฝาหลังแบบใส เสริมด้วยกระจกครอบหน้าปัด Hardlex ที่ผ่านกระบวนการ half-mirror coating เคลือบสีแดงใส เล่นกับแสงไฟยามที่ขยับข้อมือ นอกจากนี้หน้าต่างแสดงวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ยังมีลูกเล่นให้เลือกแสดงผลได้ทั้งภาษาจีน และภาษาอังกฤษ สำหรับ 𝗖𝗟𝗢𝗧 𝘅
ได้ลองขับรถไฟฟ้ามาหลายรุ่น คันที่ให้ความรู้สึกประทับใจที่สุดต้องยกให้ BMW iX xDrive 40 รุ่นเริ่มต้นที่ตอนนี้ราคากำลังน่าสนใจมาก ๆ ความน่าประทับใจของมันเริ่มตั้งแต่ดีไซน์ ต้องยอบรับเลยว่า BMW iX เป็นรถที่ดูโดดเด่นมาก ๆ บนท้องถนน ดีไซน์ไฟหน้า ไฟท้าย และไตคู่หน้าที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ล้อขนาด 22 นิ้ว ลงตัวทั้งความหรู ล้ำ เต็มไปด้วยเส้นสายอารมณ์สปอร์ต และด้วยความที่มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้มันเป็นรถที่น่าตื่นเต้นเสมอเมื่อได้พบเจอ สังเกตได้จากสายตารอบข้างที่จับจ้องในขณะที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ให้ความรู้สึกพิเศษกว่า X5 พอสมควร บอดี้ที่ใหญ่โตเทียบเท่า X5 หมายถึงพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางมากและอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ล้ำหน้าเอาไว้เพียบ บรรยากาศภายในห้องโดยสารผ่อนคลายและปลอดโปร่ง ทั้งวัสดุและดีไซน์ให้ความรู้สึกสบายเหมือนนั่งในห้องเลาจน์ การใช้ matte wood, recycled fabric และปุ่ม iDrive แบบ Crystal ช่วยสร้างความน่าสนใจได้ดี หลังคา panoramic glass roof พร้อมเทคโนโลยี PDLC (Polymer Dispersed Liquid Crystal)
ซื้อรุ่นนี้ไม่มีตกยุค 2024 Mazda MX-5 Roadster เปิดหลังคา น้ำหนักเบา ล่าสุดได้รับการอัพเกรดใหม่เพิ่มความทันสมัยเข้าไป ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่รวมเอา daytime running lights ย้ายจากกันชนเข้าไปไว้ในโคมเรียบร้อยแล้ว กระจังหน้าฝั่งซ้ายติดตั้ง radar sensor สำหรับ Adaptive Cruise Control พร้อม Smart Brake Support หยุดรถอัตโนมัติหากเจอสิ่งกีดขวาง ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 15 km/h และได้ล้อลายใหม่อัพขนาดจาก 16 เป็น 17 นิ้ว ขยับมาดู interior ในที่สุดจอ infotainment ก็ได้เปลี่ยนใหม่เป็นจอขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปรับ interface ใหม่ให้ทันสมัยและตอบสนองได้ดีขึ้น ช่วยปรับลุคให้ภาพรวมดูดีขึ้นเยอะเลยทีเดียว เพิ่มทางเลือกสีภายในโทนเบจเพื่อความ old-school ช่วยให้ห้องโดยสารดูปลอดโปร่งมากขึ้น ด้านการขับขี่ เครื่องยนต์ยังคงให้ output เท่าเดิม แต่มีการอัพเกรดหลายอย่างเช่น asymmetrical


