เผลอแป๊ปเดียว โควิด-19 ระลอกใหม่ก็กลับมาเล่นงานพวกเราอีกครั้ง แถมครั้งนี้มีแววจะหนักหน่วงกว่าเก่า เพราะอยู่ใกล้ตัวพวกเรามากกว่าครั้งก่อน ๆ แปลว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องอยู่ติดตัวเราไปอีกนานเพื่อตั้งการ์ดไม่ให้ตกก็คือหน้ากาก และถ้าเราจะต้องใส่มันเป็นอวัยวะชิ้นที่ 34 รองจากมือถือทั้งที ก็ขอแนะนำหน้ากาก Xupermask หน้ากากสุดล้ำจาก Will.i.am x Honeywell ที่มีทั้ง LED lights, noise-canceling earbuds และ HEPA filters น่าสนใจที่สุดทั้งด้านสไตล์ ดีไซน์ และฟังก์ชั่น Will.I.Am คือ Rapper จากกลุ่ม Black Eyed Peas เป็นคนที่มีจุดเด่นด้านงานดีไซน์ ทั้งเสื้อผ้า รถยนต์ ทุกอย่างของ Will จะต้อง Custom ให้โดนใจตัวเองที่สุด และยังเป็นคนที่อินในเทคโนโลยีอย่างหนัก ในขณะที่ Honeywell คือแบรนด์เครื่องกรองอากาศที่หลายคนอาจจะมีติดบ้านอยู่ในเวลานี้ ทั้งคู่ได้มาจับมือกันพัฒนาหน้ากาก Xupermask ที่มีลูกเล่นเพิ่มความน่าสนใจจากไฟ LED สำหรับแฟชั่นและสร้างลวดลายในผับบาร์ ที่สำคัญยังมี Noise-canceling earbuds หูฟังแบบ
ก่อนยุคสมัยที่ Mercedes-Benz จะควบรวมกับ AMG ไม่ได้แปลว่าค่ายดาวสามแฉกนี้จะไม่เคยมีรถแรงเป็นของตัวเอง และถ้าคุณคิดว่า Porsche 4 ประตูรุ่นแรกคือ Panamera เราขอบอกว่ารถยนต์ Mercedes-Benz 500 E ปี 1989 สุดแรร์คันนี้ต่างหาก ที่จะเรียกว่าเป็น Porsche Sedan คันแรกก็ไม่ผิด ไม่ต้องเสียใจถ้าคุณไม่รู้จักเรื่องราวของ Mercedes-Benz W124 500 E และความหายากระดับโคตรแรร์ที่นักสะสมตัวจริงเท่านั้นจะรู้ถึงคุณค่าของมัน เพราะภายนอกที่ดูไม่แตกต่างอะไร แต่ภายใต้ฝากระโปรงคือขุมพลังจาก 5.0 ลิตร V8 จาก 500 SL และทั้งไอเดียรวมถึงการผลิต เป็นผลงานของ Porsche ทั้งคัน จุดเริ่มต้นของ Mercedes-Benz W124 500 E ต้องย้อนไปในปี 1989 เป็นช่วงเวลาที่ Mercedes-Benz กำลังเจอกับความยุ่งเหยิงเพราะอยู่ในช่วงพัฒนา S-class ซึ่งเป็น flagship ของค่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรีบผลิตรถเพื่อต่อสู้กับ BMW
ช่วงหลังเราได้เห็นความเคลื่อนไหวของ The North Face ที่น่าสนใจออกมาหลาย collection ซึ่งมีจุดเด่นทั้งดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน และสำหรับ item ที่เราอยากเลือกมานำเสนอชิ้นนี้ก็น่าประทับใจเช่นกัน เป็นผลงานจาก The North Face Japan สำหรับคุณพ่อคุณแม่นักผจญภัยที่มีลูกโดยเฉพาะ The North Face maternity line “MTY Pickapack Rain Coat” เป็นเสื้อกันฝนที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง (genderless) โดยจะออกแบบให้หลวม Oversize ผลิตจากผ้า Hyvent fabric ของ North Face ที่ทั้งกันน้ำและระบายอากาศได้ดี เหมาะกับใส่รับมือฝน หิมะ และความชื้น จึงเหมาะกับการใส่ลุยทุกกิจกรรมอย่างมีสไตล์ แต่ที่เจ๋งสุดจนเราอยากแนะนำคือมี weatherproof pocket ที่เป็น separate zipper สามารถติดเพิ่มเข้าไปในชุดได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มฟังก์ชันใส่สัมภาระ และยังใช้เป็น baby carrier สำหรับใส่อุ้มเด็กเล็กไปผจญภัยด้วยกันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ ดูดี มีประโยชน์ แถมยังช่วยผ่อนแรงพ่อแม่ได้อีกด้วย
ทุกครั้งที่เข้าหน้าร้อนของประเทศไทย อุณหภูมิดูจะร้อนแรงโหดร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าถ้าโลกนี้ไม่มีแอร์ในบ้าน ในรถ หรือในออฟฟิศ แทบจะใช้ชีวิตกันไม่ได้เลยทีเดียว ทำให้เรานึกอยากขอบคุณผู้คิดค้นแอร์ขึ้นมา เพราะถ้าไม่มีเค้า เรานึกไม่ออกเลยว่าวันนี้มนุษย์จะพัฒนามาได้ไกลถึงวันนี้มั้ย จุดเริ่มต้นของแอร์นั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความเย็นสบายของมนุษย์ มันมีความสำคัญกับทุกอุตสาหกรรมในยุค Industrial Revolution ถ้าไม่มีแอร์ หลายอย่างจะไม่สามารถพัฒนาได้ เพราะจุดประสงค์แรกของมันคือการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ หัวใจสำคัญในกระบวนการผลิตทุกชนิด ส่วนความเย็นสบายในบ้านหรือแม้แต่ในรถยนต์ของพวกเราคือผลพลอยได้จากการคิดค้นพัฒนาต่อยอดจากระบบอุตสาหกรรมในยุคหลัง ย้อนไปศตวรรษที่ 20 แน่นอนว่ายังเป็นยุคที่ไม่มีแอร์เกิดขึ้น บริษัท Sackett & Wilhelms Lithography and Printing Company ใน New York พบกับปัญหาในการทำงาน ความชื้นที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากอากาศหน้าร้อนที่โคตรร้อน ทำให้บริษัทไม่สามารถคุมคุณภาพการพิมพ์ที่ดีได้ เจอทั้งกระดาษบวม หมึกไม่เสมอกัน พิมพ์ไม่คมชัด แถมสียังเพี้ยน ผลคือต้องทิ้งและพิมพ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา เสียทั้งเงินทั้งเวลา ในเมื่อรู้สาเหตุของปัญหา Sackett & Wilhelms จึงคิดว่าต้องหาทางรับมือกับปัญหาอุณหภูมิที่ไม่คงที่แถมยังร้อนจัด หันไปปรึกษาทีมวิศวกร ซึ่ง 1 ในนั้นคือชายในวัย 25 ปี ที่มีชื่อว่า “Willis
ระหว่างที่บ้านเรายังคงรอวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น Sinovac หรือ AstraZeneca เข้ามาให้คนไทยได้ฉีดกัน ตอนนี้มีงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนในอเมริกา ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่ติดตามผลจากสถานการณ์จริง โดยคนแถวหน้าเช่นหมอ พยาบาล พบว่าวัคซีนของ Pfizer และ Moderna เป็นสองตัวที่ป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้มากถึง 90% หลังจากฉีดครบ 2 โดส รายงานชิ้นนี้ไม่ใช่ไก่กา แต่มาจาก CDC (US Centers for Disease Control and Prevention) พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนสองตัวนี้ป้องกันเชื้อได้มากถึง 80% ตั้งแต่โดสแรก และหลังจากฉีดโดสที่สอง ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็น 90% โดยการติดตามผลจากกลุ่มแนวหน้าในสถานพยาบาลถึง 4,000 คน ที่ทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 จาก 8 สถานที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงกลางธันวาคมถึงกลางมีนาคม วิธีตรวจของ CDC เข้มข้นและละเอียดมาก ทำการตรวจกลุ่มตัวอย่างทั้ง 4,000 คนโดยไม่สนว่ามีอาการหรือไม่ มีการติดตามสอบถามอาการ และอัพเดท medical reports ทำ
เทคโนโลยีกล้องมือถือยิ่งไปไกลเท่าไหร่ แบรนด์กล้องใหญ่ยิ่งต้องรีบพัฒนาตัวเองให้เร็วขึ้นเท่านั้น ส่วนแบรนด์ที่ไล่ตามโลกไม่ทันก็ต้องยุติการทำตลาดลงไปอย่างเช่น Olympus ในอดีต วันนี้เราจึงได้เห็นแบรนด์กล้องขยันออกรุ่นใหม่ที่บอดี้เล็กลง แต่ทรงพลังมากขึ้นทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ล่าสุด Sigma ได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ‘fp L’ ที่เรียกได้ว่าเป็น “world’s smallest and lightest single lens mirrorless camera.” ในบอดี้ที่เรียวบางและเบา อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ 61-megapixel full-frame sensor ทำงานคู่กับระบบ hybrid phase-detect autofocus และ contrast autofocus ที่เคลมว่าทำงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วสุด ๆ ไปเลย ไม่ใช่แค่ภาพนิ่ง แต่มันยังรองรับ Videography 8-bit 4K ได้ถึง 30 fps สำหรับการบันถึงภาพแบบ Internal แต่ถ้าต่อ SSD ที่อ่านและบันทึกได้เร็ว จะสามารถเพิ่มความสามารถได้ถึง RAW 12-bit CinemaDNG DCI 4K (4,096
ความหวังของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ดูเหมือนจะกลับมาเชิดฉายอีกครั้งทั้งผู้ผลิตและโรงหนัง หลัง Godzilla vs Kong เข้าฉายทุบทำลายสถิติรายได้สูงสุดในตลาดต่างประเทศหลัง Covid-19 ไปถึง $122 ล้านเหรียญ ยังไม่รวมตลาดสำคัญอย่างในอเมริกา ที่เตรียมเข้าฉายสัปดาห์หน้า และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิด Godzilla สถิติของ Godzilla vs Kong นั้นสูงยิ่งกว่า Tenet ของ Christopher Nolan ที่ทำรายได้ในตลาดต่างประเทศแบบไม่แคร์ Covid-19 ไปได้ $53 ล้านเหรียญ เข้าใจว่าน่าจะไม่อยากเลื่อนจนกระแสหายไป และแม้จะรู้ว่ารายได้จากโรงหนังอาจจะน้อย แต่ไปเน้นขายผ่าน online streaming ก็ยังทำเงินได้ ดีกว่ารอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย แต่สำหรับ Godzilla vs Kong ดูเหมือนจังหวะจะดีกว่า เข้าฉายในช่วงที่คนอัดอั้นบรรยากาศการดูหนัง และบางประเทศเริ่มคลายมาตรการเกี่ยวกับ Covid-19 ไปแล้ว อย่างเช่นประเทศจีน ที่ก่อนหน้านี้ก็ทำสถิติให้ Avatar เวอร์ชั่นฉายใหม่ไปแล้ว มาถึงศึกสงครามสัตว์ประหลาดเรื่องนี้ แค่จีนประเทศเดียวก็กวาดไป $70.3 ล้านเหรียญ
วันนี้ทุกคนรู้ว่า AMG เป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes-Benz โดยตัวอักษร 3 ตัวสั้น ๆ นี้ มีความหมายมากมายกับรถดาวสามแฉก เป็นทั้งตัวเลือกอัพเกรดชุดแต่งภายนอก รวมถึงการอัพเกรดขุมพลังด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง หรือแม้แต่โมเดลที่ AMG พัฒนาขึ้นเองอย่าง AMG GT ซึ่งเป็น Supercar ที่ทุกคนต่างยอมรับในสมรรถนะ *ใครสนใจประวัติของ Mercedes-Benz และ AMG สามารถอ่านบทความของเราได้ที่นี่ “Mercedes-AMG เปิดประวัติศาสตร์การผสมผสานสุดยอดวิศวกรรมและ DNA ความแรงจากสนามแข่ง” แต่วันนี้เราจะย้อนไปถึงอดีตของ AMG ตั้งแต่สมัยก่อนปี 1999 หรือก่อนที่จะรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes-Benz นั่นเอง ซึ่งในขณะนั้น AMG ก็เป็นสำนักแต่งที่ยังเปิดกว้าง รับจูนรถให้ค่ายอื่นอยู่บ้าง แม้จะมีน้อยครั้งมากที่จูนรถแบรนด์อื่นนอกจาก Mercedes-Benz ในช่วงปลายปี 80’s ถึงต้น 90’s เป็นช่วงเวลาที่ AMG มีดีลกับ Mitsubishi ในการเป็นสำนักแต่งสำหรับอัพเกรดสมรรถนะให้กับ Galant และในปี 1991 รถยนต์ที่น้อยคนจะรู้จัก
ไม่มีอะไรที่เพื่อนทหารจะทำให้กันไม่ได้ โดยเฉพาะทหารผ่านศึกที่ปลดประจำการก่อนเพื่อนร่วมรบ ย่อมรู้ดีที่สุดว่าเพื่อนในสมรภูมิต้องการอะไรมากที่สุด และนั่นก็คือ “เบียร์” ในปี 1967 สงครามเวียดนามกำลังเข้าสู่จุดเดือดสุด มีทหาร U.S. มากถึง 11,000 ชีวิตที่เสียไปในการรบครั้งนั้น แต่สำหรับทหารในสังกัด Marine Corps นามว่า John “Chickie” Donohue ทหารผ่านศึกจากสงครามเวียดนามที่ประจำการครบ 4 ปี ได้รับอนุญาตให้ปลอดประจำการ กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดในอเมริกาก่อนเพื่อนร่วมรบ ซึ่งเป็นการหมุนเวียนปกติของกองทัพ ในขณะที่ Donohue อยู่ที่บ้านในเมือง Inwood เขาต้องเจอกับศพทหารเพื่อนบ้านมากมายที่ถูกส่งกลับมาฝังในบ้านเกิดของตน วันนึง Donohue นั่งดื่มอยู่ที่บาร์ ได้พูดคุยกับ Bartender และทั้งสองเห็นตรงกันว่า ทหารที่กำลังรบอยู่ในเวียดนามตอนนี้เป็นฮีโร่ที่น่ายกย่อง พวกเขาควรจะได้รับคำชม พร้อมกับเบียร์เย็น ๆ สักกระป๋อง ระหว่างที่นั่งฟัง Donohue เข้าใจความรู้สึกนั้นได้ดีกว่าใคร พร้อมกับคิดถึงเพื่อนร่วมกองทัพที่กำลังรบอยู่ในตอนนี้ขึ้นมา คิดว่าพวกเขาน่าจะต้องการเบียร์เย็น ๆ สักกระป๋องจริง ๆ ว่าแล้วก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋า พร้อมหิ้วเบียร์เย็น ๆ เพื่อนำไปฝากสหายในกองทัพกลาง War
สองแบรนด์ที่เข้าใจคนเมือง Freitag กระเป๋าที่ recycle จากผ้า canvas กับดีไซน์สุดเท่แบบลายนี้มีชิ้นเดียวในโลก จับมือกับ Brompton แบรนด์จักรยานพับได้จาก London ร่วมมือกันสร้างสรรค์ collection ที่เข้ากันและสามารถติดตั้งในจักรยานได้ จึงต้องนับว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับสาวก Freitag ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย หลายคนน่าจะรู้จัก Freitag อยู่แล้วในฐานะกระเป๋าดีไซน์เก๋แถมยัง eco friendly จากการดีไซน์ที่ใช้ผ้าคลุมรถบรรทุกมาออกแบบทำให้ทุกใบมีเพียงชิ้นเดียวในโลก กับกระเป๋าทรงใหม่ที่ออกแบบร่วมกับ Brompton folding bike ให้โดนใจคนเมืองที่นิยมเดินทางด้วยจักรยานพับได้ และสามารถติดตั้งเข้าไปในจักรยานเหนือบังโคลนหน้าได้อย่างลงตัว แถมยังเลือกปรับตำแหน่งได้อย่างละเอียดตามความเหมาะสม แก้ปัญหาไม่มีช่องของบนจักรยานได้ ช่วยให้การเดินทางในเมืองหลวงที่วุ่นวายทำได้ง่ายขึ้น FREITAG x Brompton เป็น collection ที่ผลิตมาคู่กันในจำนวนจำกัด ใครสนใจสามารถเข้าไปดูและสั่งซื้อได้ที่ https://www.freitag.ch/en


