ช่วงต้นอาทิตย์ ข่าวรายงานโศกนาฏกรรมชวนช็อก เมื่อข่าวพูดถึงขวัญใจคอบาสอย่าง Kobe Bryant ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตก เสียชีวิตทั้งลำที่ คาลาบาซาส นครลอส แองเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สะเทือนใจวงการกีฬาทั่วโลก คนที่ติดตาม NBA ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือเก่า เราเชื่อว่าชื่อของ Kobe Bryant จะติดอยู่ในทำเนียบตำนานที่ควรรู้จักทั้งในเกมและนอกเกม ชีวิตของเขาไม่ใช่แค่โตมาในฐานะดาวรุ่ง แต่เปลี่ยนยุคของ Lakers ทีมบาสที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง และได้รับการ Draft ตัวมาตั้งแต่วัยเพียง 17 ปีเท่านั้น Kobe Bryant โลดแล่นอยู่ในวงการในฐานะนักเล่นอาชีพถึง 20 ปี คว้าแชมป์ NBA ได้มากถึง 5 สมัยก่อนจะวางมือไปเมื่อปี 2016 หลังจากเราเขียนบทความนำเสนอมุมมองของเขาที่น่าชื่นชมแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเจาะลงไปให้ลึกอีกนิดว่า เขาเข้ามาสู่วงการนี้ได้อย่างไร ทำไมเขาถึงกลายเป็นไอดอลให้กับนักกีฬาหลายคน การแลกมือดีประจำทีม LAKERS กับเด็กชายวัย 17 Kobe เด็กชายชาวฟิลาเดเฟียเติบโตมาด้วยพรสวรรค์ด้านกีฬาบาสที่หลายคนกล่าวว่าถอด DNA มาจากพ่อและลุง เพราะทั้งคู่ล้วนเคยเป็นผู้เล่นในระดับ NBA ด้วยกันทั้งคู่ แต่แค่นั้นยังไม่มากเท่ากับความทะเยอทะยานที่อยากก้าวขึ้นไปเป็นตำนาน ซึ่งทำให้เขาหมกมุ่นกับการฝึกซ้อม
จบไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดเป็นประจำทุกปีอย่าง Grammy Awards โดยปี 2020 นี้ก็เข้าสู่ปีที่ 62 เป็นที่เรียบร้อย และหลังจากประกาศรายชื่อผู้ชนะออกมาครบทุกสาขา กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตก็เข้มข้นเลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นปกติ (อย่างที่เป็นอยู่ทุกปี) จะให้ UNLOCKMEN ไปชี้ว่าใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เกรงว่าทางเราจะไม่มีคุณวุฒิมากพอ ความน่าสนใจในปีนี้คือการที่ Grammy เริ่มเปิดโอกาสให้มีศิลปินหญิงเข้าชิงเยอะขึ้น รวมไปถึงมีศิลปินหน้าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงมาก่อนได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจใคร เรามาดูกันดีกว่าว่า 7 อัลบั้มคุณภาพที่สามารถคว้ารางวัลไปครองในปีนี้มีอะไรบ้าง เผื่อใครยังไม่เคยฟัง จะได้ทำความรู้จัก และตัดสินด้วยตัวคุณเอง When We All Fall Asleep, Where Do We Go? – Billie Eilish Best Pop Vocal Album, Album Of The Year เธอคือหนึ่งในศิลปินตัวเต็งของปีนี้ที่ทำให้ชาวเน็ตถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้นมาตั้งแต่ก่อนวันงาน เหตุเพราะเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่มีจำนวนชื่อเข้าชิงในหลากหลายสาขามากเป็นประวัติการณ์ และในที่สุดสาวน้อยชาวอเมริกัน วัย 18 ปีคนนี้สามารถคว้าไปได้ถึง
เรื่องความเชื่อ ตำนาน และการเล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นถือเป็นสิ่งที่มีอยู่ทุกสังคมในโลก ประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่บนเกาะอย่างญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน พวกเขามีความเชื่อเรื่องโชคลาภ เครื่องรางเสริมโชคที่เหนียวแน่นไม่ต่างจากคนไทย แถมพวกเขายังออกแบบเครื่องรางนำโชคได้หน้าตาน่ารัก จนหลายครอบครัวแม้ไม่ใช่ร้านค้าของญี่ปุ่นยังต้องมีมาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko) หรือแมวกวักวางรับแขกอยู่แทบทุกบ้าน มาเนกิ เนโกะ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของ ‘แมวกวัก’ เป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน คาดว่ามีมาตั้งแต่สมัยเอโดะโดยถูกพบครั้งแรกในศาลเจ้าแห่งหนึ่งในจังหวัดโอซาก้า แต่บางคนก็ฟังมาอีกแบบว่าแมวกวักเริ่มมาจากคุณยายยากจนที่เลี้ยงแมว เธอไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและแมวได้จึงตัดสินใจนำแมวไปปล่อย สุดท้ายคิดถึงแมวมากจนต้องปั้นตุ๊กตาแมวขึ้นมาหนึ่งตัวจนมีคนมาซื้อไปเพราะหน้าตามันน่ารัก ทำให้คุณยายปั้นตุ๊กตาแมวขายอยู่เรื่อย ๆ จนร่ำรวยและสามารถตามหาแมวที่รักกลับบ้าน เรื่องราวของแมวกวักญี่ปุ่นมีหลากหลายที่มา ทว่าความแตกต่างนั้นไม่สำคัญเท่าพอรู้ตัวอีกทีเรื่องราวที่ดำเนินมาตั้งแต่ยุคเอโดะก็หยั่งรากลึกในสังคมญี่ปุ่นไปเสียแล้ว ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนประเทศนี้จึงมักเห็นหุ่นหรือตุ๊กตาแมวยกแขนข้างหนึ่งตลอด มีหลากสี หลายขนาด มีทั้งแบบตั้งโต๊ะกำลังดี บางตัวก็เล็กจิ๋วเป็นพวงกุญแจ แถมยังพัฒนากลายเป็นของเล่นยอดฮิตอย่างกาชาปองไปอีก ส่วนครั้งนี้แมวกวักญี่ปุ่นแหวกแนวออกมาปรากฏอยู่บนนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษของ G-Shock! เรือนเวลาคอลเลกชันลิมิเตดไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอกับแมวกวักได้ ใช้ชื่อว่า G-SHOCK Limited TOKYO MANEKINEKO ออกแบบโดย BLACKEYEPATCH แบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากกรุงโตเกียว โดยในซีรีส์นี้ประกอบด้วยนาฬิกาทั้งหมด 3 เรือน ได้แก่ GA-100 และ DW-5600 สองเรือนที่มีสีสันต่างกัน เริ่มกันที่ GA-100 สีดำสนิทแต่งแต้มด้วยสีทองหรูหรากันก่อน
หลังจาก Coach ปล่อยคอลเลกชันหลากเรื่องราวออกมาอย่างต่อเนื่องในปี 2019 และเมื่อเปิดศักราชใหม่ของปี 2020 แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอเมริกาก็ยังคงจัดเต็มเหมือนเดิมด้วยการหยิบเรื่องราวอันเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ การเติบโต และความกล้าที่จะออกจากกรอบ ภายใต้บรรยากาศของบ้านเกิดแบรนด์อย่างมหานครนิวยอร์ก ตัวตนที่แท้จริงของเราคืออะไร ? เราจะนิยามตัวตนของเราแบบไหน ? เราจะถ่ายทอดสไตล์ของตัวเองออกมาอย่างไร ? เมื่อมีบทสนทนาเกี่ยวกับคำว่า ‘ตัวตน’ เราอาจนิยามตัวตนหรือสไตล์ของตัวเองได้หลากหลาย บางเวลาเราอาจเป็นหนุ่มเนิร์ด หรือบางครั้งก็เป็นหนุ่มสตรีต-ฮิปฮอป บางคนเป็นหนุ่มมาดเนี้ยบ หรือเป็นหนุ่มสายสปอร์ตแบบเอ็กซ์ตรีม จากบทสนทนาไม่สิ้นสุดของเรื่องนี้จึงทำให้ Coach เกิดไอเดียเล่าเรื่องราวธรรมชาติของมนุษย์แต่ละคน ตัวตน รวมทั้งจิตวิญญาณผ่านเครื่องแต่งกายคอลเลกชัน Spring 2020 โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า ‘Originals Go Their Own Way’ สถานที่หรือสิ่งแวดล้อมที่รายล้อมมีส่วนหล่อหลอมตัวตนความเป็นเราในปัจจุบัน ตัวตนของ Coach ที่เติบโตมากับมหานครนิวยอร์กตั้งแต่ปี 1941 จึงเป็นจุดเชื่อมโยงที่ “Stuart Vevers” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์เลือกนำชาวนิวยอร์กที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันกับแบรนด์มาเล่าเรื่องราวของแคมเปญนี้ แสดงให้เห็นผ่านเครื่องแต่งกายและภาพถ่ายว่าพวกเขาก็ต่างมีตัวตนและมีชีวิตเป็นของตัวเองตามเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนเล่าผ่านสไตล์แฟชั่นของ Coach เรื่องราวของตัวตนการเดินตามฝันบางคราวอาจต้องออกนอกกรอบของ Coach ถ่ายทอดผ่าน Face of Coach อย่างนักร้องนักแสดงรุ่นเก๋า Jenifer
ถ้าพูดถึงเรื่องรถยนต์หนุ่ม ๆ ในเมืองไทยคงคุ้นเคยดีกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นจำนวนมากที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 1990 ช่วงเวลาที่มีรถญี่ปุ่นสร้างความยิ่งใหญ่ให้ทั่วโลกรู้จักกับคำว่า JDM Cars JDM ย่อมาจาก Japanese Domestic Market หมายถึงรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตขึ้นมาตามกฎหมายหรือสอดคล้องกับระเบียบรถยนต์และถนนในญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถญี่ปุ่นจะถูกยกให้เป็น JDM เพราะรถยนต์ญี่ปุ่นมากกว่าครึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ออกแบบเพื่อส่งขายต่างประเทศโดยเฉพาะ เพราะกฎหมายและระเบียบควบคุมเกี่ยวกับรถยนต์ของแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป รถหรือชิ้นส่วน JDM ถูกผลิตขึ้นมาภายใต้กฎข้อบังคับที่เข้มงวดซึ่งจะต้องผ่านการทดสอบที่เรียกว่า Shaken (車検) ทำให้รถที่ใช้ภายในประเทศและรถสำหรับส่งออกมีจุดที่แตกต่างกัน บางคนบอกว่าคุณภาพสูงกว่า บ้างก็บอกว่าความสวยงามและความแรงโดยรวมเหนือกว่า ที่แน่ ๆ คือรถเหล่านี้สามารถปรับจูนให้แรงขึ้นด้วยงบประมาณไม่สูงเกินไป คนรักความเร็วทั่วโลกรวมถึงในไทยเองจึงชื่นชอบรถยนต์ JDM ไม่ว่าจะสั่งซื้อเข้ามาทั้งคัน เปลี่ยนอะไหล่หรือทำรถแบบลูกผสมก็แล้วแต่ความชอบและงบประมาณ ยุค 90’s ยังถือเป็นช่วงเวลาที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเปิดตัวและพัฒนารถยนต์ออกมาจำนวนมาก หลายคันกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยของค่ายโดยปริยาย กลายเป็นยุคสมัยที่นักเลงรถทั่วโลกอยากจะลองของแรงจากแดนอาทิตอุทัยสักครั้งในชีวิต เมื่อบวกกับอายุการใช้งานรถของคนญี่ปุ่นที่ค่อนข้างต่ำและไม่นิยมมีในครอบครองจำนวนมากเกินไป เพราะภาษีและค่าตรวจสภาพรถในญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้มีรถมือ 2 สภาพดีและอะไหล่ JDM จำนวนมากถูกส่งออกไปทั่วทุกมุมโลก แต่ JDM CAR คันไหนถือเป็นที่สุดแห่งยุค 90’s มาย้อนชมโลกรถยนต์ไอคอนิกแห่งยุคสมัยไปพร้อมกัน MAZDA RX-7 เริ่มกันที่ตัวแรงจาก
“สำหรับผมมันไม่เกี่ยวกับเงิน ผมอยู่ในจุดที่สามารถทำเงินได้ตลอดชีวิต และเงินมากแค่ไหนก็หยุดความกระหายครั้งนี้ไม่ได้ ความต้องการที่จะแข่งขัน ความสนุกและการใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ รวมถึงสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิต” คือคำพูดที่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ (Conor McGregor) พูดถึงเหตุผลในการกลับมาฟาดปากในกรงแปดเหลี่ยมอีกครั้ง หลังห่างหายไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2018 การกลับมาคราวนี้แสดงให้เห็นว่าเขาหิวกระหายการต่อสู้ในศึก UFC 246 เมื่อวันนี้ 19 มกราคมคมที่ผ่านมา และเกรียนไอริชก็ไม่ได้มีดีแค่ฝีปากเท่านั้น เขาใช้เวลาเพียง 40 วินาทีเอาชนะ Donald ‘Cowboy’ Cerrone ชายผู้ครองสถิติชกชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ UFC ได้ในยกแรก แม้การต่อสู้ครั้งนี้ถูกขาใหญ่คาดการณ์ไว้แล้วว่า The Nototrious น่าจะเอาชนะ CowBoy ได้ แต่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นเวลา 40 วินาทีของยกแรกแบบนี้ พร้อมท่าทางที่สุขุมมากขึ้น กวนตีนคู่แข่งน้อยลง แถมขนาดของกล้ามเนื้อยังอยู่ในสภาพเยี่ยม แต่อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จของในการกลับมาครั้งนี้กันแน่? ย้อนกลับไปในปี 2019 หลังจากคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์และทีมงานรู้กำหนดการแข่งขัน แม้จะยังไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้คือใคร แต่เวลานั้นแคมป์เก็บตัวของ The Notorious ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยเหลือเวลาไม่ถึง 5 เดือนและมีเรื่องที่ต้องทำสารพัด
ขณะที่จีนก็กำลังกักกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ดังในรอบปีอย่าง Xiaomi เองก็ไม่พลาดโอกาสนี้ ตีเหล็กตอนกำลังร้อน ส่งนวัตกรรมตัวใหม่ FIVE Smart Disinfection and Sterilization Lamp ที่ไม่ได้บอกว่าจะฆ่าโคโรน่าได้ แต่ที่แน่ ๆ เขายืนยันว่าฆ่าเชื้อโรคชนิดไหนก็ตามที่แพ้แสง UVC ยังไงก็ตายเรียบแน่นอน ใครที่ตามข่าวโคมไฟชนิดนี้อาจจะได้ยินชื่อ Xiaomi Youpin และสงสัยว่ามันอันเดียวกับ Xiaomi ไหม คำตอบคือแบรนด์เดียวกันแต่ทำหน้าที่ต่างกัน เพราะ Youpin จะแยกไว้สำหรับรองรับโครงการระดมทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมโดยเฉพาะ ก็เรียกได้ว่าคล้าย ๆ Kickstarter แต่ว่าเป็นระบบของจีน ปล่อยโปรเจกต์โคมไฟฆ่าเชื้อโรคในร่มออกมา ขนาดกะทัดรัด 245 x 120 x 120 มม. มีขนาดเบาเพราะทำจากพลาสติกและโลหะ (ช่วงแกนกลาง) สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในพื้นที่ระหว่าง 20-30 ตารางเมตร หลักการทำงานของมันคือการใช้คลื่นของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ใช้ทางการแพทย์หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรค เรียกง่าย ๆ ว่า จับแสงอาทิตย์มาใส่โคมไฟในร่มแล้วเปิดฆ่าเชื้อโรค ในบ้านโดยสามารถสั่งและควบคุมผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Mijia ได้ทันที อธิบายให้เห็นภาพชัดมากขึ้นว่าเจ้าโคมไฟที่แสงเหมือนโคมไฟที่ช็อตยุงที่เราเคยใช้ตอนเด็ก ๆ
ศิลปะ คือ ความพากเพียรของมนุษย์ ศิลปะ คือ ผลผลิตแห่งความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ คือ การปลดปล่อยอารมณ์และถ่ายทอดไปยังผู้ชม ไม่ว่านิยาม ‘ศิลปะ’ ของคุณจะเป็นแบบไหนหรือมีมากมายขนาดไหน คงต้องยอมรับว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งจรรโลงใจที่สามารถแทรกแซงเข้าไปได้ทุกพื้นที่ และสืบเสาะหาศิลปินทุกผู้ทุกนามจนเจอเสมอ แต่ในยุคที่โลกกำลังเดินหน้าและดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดเฉกเช่นตอนนี้ นิยามของศิลปะในอดีตก็อาจถูกเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ผลงานศิลปะบางชิ้นถูกตัดสินว่าเก่าคร่ำครึและค่อนไปทางโบราณ บ้างถูกตีค่าว่าเป็นศิลปะยุคใหม่ที่ไร้ขนบ แล้วเชื่อว่าศิลปะทั้งสองอย่างนี้คงจะเลือนรางและจางหายไปในสักวัน จะมีก็แต่ ‘ศิลปะร่วมสมัย’ ที่คงอยู่จากรุ่นสู่ คงอยู่ท่ามกลางจุดเปลี่ยนของยุคสมัย และอาจอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน ๆ มาโดยตลอด ย้อนไปในปี 1975 นั่นเป็นครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่บริบทของศิลปะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนผืนผ้าใบหรือในพิพิธภัณฑ์อีกต่อไป หากสอดแทรกอยู่แทบทุกที่รอบตัวเรา แม้แต่บนหลังคา ปีก หรือฝากระโปรงของรถยนต์หรูก็ตาม BMW ART CAR โปรเจกต์ตำนานที่ผสาน ‘ศิลปะ’ เข้ากับ ‘ความเร็ว’ ของรถยนต์ จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ ‘BMW Art Car’ เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของ Hervé Poulain นักแข่งรถและนักประมูลรถชาวฝรั่งเศส ที่รวบรวมความรักทั้งสองด้านของเขาเข้าด้วยกัน หนึ่งคือศิลปะที่เขาหลงใหล สองคือความเร็วที่เขาหลงรัก ในปี 1975
“I can’t relate to lazy people. We don’t speak the same language. I don’t understand you. I don’t want to understand you“ นี่คือคำพูดที่ โคบี ไบรอันท์ เคยพูดไว้ในสมัยยังเป็นผู้เล่นในลีก NBA ฟังเผิน ๆ ประโยคนี้อาจฟังดูหยิ่งยโสในสายตาใครหลายคน แต่ใครที่รู้จักชายคนนี้ ในเกมบาสเกตบอลคงรับรู้ได้ว่านี่คือคำพูดที่จริงใจ ไม่ได้ต้องการดูถูกใคร เพราะเขาคือคนที่แสดงความเคารพต่อตัวเองและผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาเสมอทั้งในและนอกสนาม รวมถึงความสำเร็จตลอดอาชีพการเล่นบาสเกตบอลที่กลายเป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังจำนวนมาก NBA Champion 5 สมัย( 2000–2002, 2009, 2010 ) ผู้เล่นทรงคุณค่า NBA Final 2 สมัย ( 2009, 2010 ) ผู้เล่นทรงคุณค่าฤดูกาลปกติ ( MVP
อิตาลี เป็นประเทศที่โดดเด่นด้วยเรื่องของแฟชั่น และวัฒนธรรมที่มีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งยังมีความคลาสสิคที่ถูกผสมผสานจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนต่างหลงใหลกับดินแดนแห่งนี้ เท่านั้นยังไม่พอสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังได้ถูกถ่ายทอดมายัง “Lambretta” สกู๊ตเตอร์อิตาลีพันธุ์แท้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1947 พวกเขาสั่งสะสมประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น จนมาถึงโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุด “X300” ที่เพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปได้ไม่นาน “X300” ถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของ Lambretta มาพร้อมกับคอนเซปต์ “Heritage To Future” มันคือการถ่ายทอดความงดงามในอดีตที่ส่งต่อมาสู่ปัจจุบัน หรือให้อธิบายเข้าใจง่าย ๆ ก็คือการคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของความคลาสสิค แต่เติมเต็มด้วยความล้ำสมัยนั่นเอง ว่าแต่ความน่าสนใจของ “X300” มีอะไรบ้าง ทาง Unlockmen ขออาสาพาทุกคนไปสัมผัสกับมันกันครับ บอดี้รูปทรง DIAMOND LINES สัมผัสแรกที่เตะตาคงหนีไม่พ้นบริเวณบอดี้ของ “Lambretta X300” ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงคล้ายกับเพชรสุดเลอค่า ซึ่งมาจากการออกแบบลายเส้นบริเวณตัวรถอย่างสวยงามนั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอ “X300” ยังถูกดีไซน์มาให้ขับขี่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยโครงสร้างของตัวรถแบบ Low & Long ช่วยลดปัญหาเท้าเหยียบไม่ถึงพื้นในขณะจอด อีกทั้งยังมีการบาลานซ์ที่ยอดเยี่ยม หมดห่วงเรื่องการทรงตัว ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว “Lambretta X300” ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 275 CC. มีระบบจ่ายนํ้ามันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด และระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่วนการสตาร์ทไม่ต้องเสียบกุญแจ แค่วางไว้ใกล้ตัวรถก็สามารถสตาร์ทได้ทันทีด้วยระบบ Smart Key


