Michael Fassbender ถือเป็นนักแสดงชายแถวหน้าของฮอลลีวูด ด้วยผลงานแสดงมากมากมายไม่ว่าจะเป็นบท Bobby Sands จากเรื่อง Hunger ไปจนถึงบทสุดท้าทายเกี่ยวกับชายหนุ่มติดเซ็กซ์ในเรื่อง Shame หรือบทเจ้าของฟาร์มโรคจิต 12 Years A Slave หรือบทที่ทุกคนจำเขาได้แม่นกับ Magneto ในแฟรนไชส์ X-Men และก็เคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึงสองครั้งจากบทบาทการแสดงที่หลากหลายของเขา หลังจากที่เห็นผลงานด้านการแสดงมามากแล้ว ทำให้ UNLOCKMEN ต้องการสำรวจแฟชั่นของหนุ่มมาดเท่คนนี้ว่าแต่ละสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป Michael Fassbender จะเป็นชายที่มีสไตล์การแต่งตัวแบบไหน แฟชั่นเสื้อโปโลในวันสบาย ๆ Michael Fassbender คือชายหนุ่มที่อยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่วัยรุ่น ทำให้เราเห็นสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายจากเขา อย่างเช่นปี 2011 หรือประมาณ 8 ปีก่อนในงาน International Film Festival ก็จะเห็น Michael หนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวเซอร์ ๆ ด้วยเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนสีน้ำเงิน กับแหวนเงินเท่ ๆ และแว่นกันแดด แต่เมื่อเวลาผ่านไปสไตล์การแต่งตัวของเขาก็เปลี่ยนไปตามวัย Michael Fassbender มักแต่งตัวสบาย
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่สะเทือนเลือนลั่นไปทั้งวงการเพลงบนเวที Glastonbury ประเทศอังกฤษ เมื่อวงร็อกอเมริกันระดับแถวหน้าอย่าง The Killers เชิญรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Johnny Marr อดีตมือกีตาร์วง The Smiths และวง The Pet Shop Boys ขึ้นไปแจมบนเวที เล่นเอาแฟนเพลงทั่วโลกพุ่งเป้าความสนใจไปที่เหตุการณ์ เพราะใครจะไปคิดว่าพี่ ๆ The Killers เขาจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ โดยวงได้แสดงโชว์บนเวทีไปมากกว่า 15 เพลง ก่อนจะเข้าไปพักด้านหลังเวที เพื่อให้แฟน ๆ ได้ตะโกน Encore เรียกร้องกันพอเป็นพิธี หลังจากนั้น Neil Tennant และ Chris Lowe แห่ง The Pet Shop Boys สองคู่หูโอ้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดนตรี Synthpop ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเพลงฮิตอย่าง Always On My Mind โดย
ความฝันเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน หาได้เป็นเรื่องพิเศษพิสดารอะไร เพราะผู้ชายบางคนก็ฝันกันแทบทุกคืนอยู่แล้ว แต่กับบางหนุ่มแทบไม่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระอินทร์อย่างลึกซึ้งเลยสักครั้ง ทำเอาหลงลืมไปแล้วว่า “ความฝัน” ยังมีตัวตนอยู่ในชีวิต ว่ากันว่าความรู้สึกนึกคิดและจิตใต้สำนึกขับเรื่องราวออกมาปรุงแต่งจนเกิดเป็นความฝัน เปรียบดั่งน้ำมันที่เพิ่มไฟฝันให้ลุกโชนขึ้นมากลางดึก แล้วสำหรับผู้ชายอย่างเราคุณว่าจะมีสักกี่เรื่องที่เราหมกมุ่นจนเก็บไปฝันได้? ‘เซ็กซ์’ คงเป็นอีกเรื่องที่เดินจงกรมและเวียนวนอยู่ในหัวเราเกือบตลอดเวลา บ่อยครั้งที่เรามักจะเก็บเรื่องพวกนี้ไปฝันเป็นตุเป็นตะ แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะรู้ความหมายของเซ็กซ์แต่ละแบบที่เราฝันถึง วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากชวนหนุ่ม ๆ มาถอดรหัสความฝันเกี่ยวกับเซ็กซ์ ว่าแท้ที่จริงแล้วจิตใต้สำนึกกำลังบอกอะไรเรากันแน่ เซ็กซ์เร้าใจกับสาวในอดีต Lauri Loewenberg นักวิเคราะห์ผู้สืบค้นความหมายของความฝันมาแล้วกว่า 75,000 เคสทั่วโลก อธิบายว่าเมื่อหนุ่ม ๆ ฝันถึงการมีเซ็กซ์กับคนรักเก่า ไม่ได้แปลว่าพวกคุณลืมเธอไม่ลงหรือมิอาจสลัดเธอออกไปจากใจ หากสะท้อนว่าพวกเธอเป็นมากกว่าความรักครั้งแรก มากกว่าความหลงใหล ความตื่นเต้นเร้าใจ หรือความปรารถนาบนเตียง การที่หนุ่ม ๆ ใส่ใจกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตนั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าพวกคุณให้ค่ากับความสัมพันธ์รักโรแมนติกในอดีตมากจนเก็บไปฝัน อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่าสักวันคุณจะเดินดุ่มกลับไปหาสาวคนเก่าอย่างหน้ามืดตามัว เพราะลึกไปในจิตใต้สำนึกกำลังบอกว่าคุณโหยหา อยากเอาเนื้อชนเนื้อ และเสพสมเซ็กซ์กับสาวเด็ดในอดีต และด้วยความใคร่อยากอันแรงกล้าทำให้คุณเก็บเรื่องราวสุดสยิวมาเติมแต่งเป็นความฝัน เซ็กซ์ท้าทายกับสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน คงไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่ชอบมีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า แต่เราเชื่อว่าคงมีไม่น้อยที่หลงรักความตื่นเต้นเมื่อได้ร่วมเตียงกับสาวใหม่ไม่ซ้ำหน้า ถึงประสบการณ์เซ็กซ์ในครั้งนี้จะทรงพลังจนคุณเก็บไปฝัน ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณปรารถนาจะทำตามความฝัน หรืออยากเพิ่มความเร้าใจทางเพศให้ชีวิตแต่อย่างใด ความฝันที่ได้มีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้ากลับบ่งบอกเป็นนัยว่าหนุ่ม ๆ มีความทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสีย
เชื่อว่าหลายคนคงพอรู้จัก STRANGER THINGS ซีรีส์ย้อนยุคที่ฉายในเน็ตฟลิกซ์มาแล้วสองภาค ว่าด้วยเรื่องเด็กชายที่หายตัวไปอย่างลึกลับและมีเหตุประหลาดเกิดขึ้นในเมือง ถือเป็นซีรีส์ที่ผนวกความลี้ลับและการทดลองทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ แน่นอนว่าระดับความมันส์อยู่ในขั้นสุดและได้ใจผู้ชายหลายคนไปเต็ม ๆ หลังจากปล่อยให้แฟนซีรีส์ทนคิดถึงอยู่นาน STRANGER THINGS ภาค 3 ก็เตรียมลงจอเน็ตฟลิกซ์ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ต้องบอกว่าจุดเด่นของซีรีส์ที่เท่ไม่แพ้พล็อตเรื่อง คือสไตล์การแต่งตัวและกลิ่นอายของยุค 80s ที่ทำเอาหลากแบรนด์แฟชั่นต้องจับมาคอลแลปส์กับไอเทมต่าง ๆ ของตน แม้แต่โพลารอยด์เองก็ทนไม่ไหวต้องหยิบความไอคอนิกและดีเอ็นเอสุดเข้มข้นของซีรีส์เรื่องดัง มารังสรรค์เป็นกล้องโพลารอยด์รุ่นพิเศษ ‘ONESTEP 2: STRANGER THINGS EDITION’ ที่ดีไซน์ตัวกล้องให้กลับหัวล้อกันกับโลก upside down แถมออกแบบบอดี้ให้ดูเรียบง่าย ย้อนยุค และสื่อถึงความเป็น STRANGER THINGS ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ตัวบอดี้ดีไซน์ด้วยสีน้ำเงินและสอดแทรกความดุดันด้วยสีแดงดำ เสริมความคลาสสิกอีกทีด้วยฟิล์มโพลารอยด์ 600 แบบดั้งเดิม ทั้งยังผลิตฟิล์ม i-Type รุ่นพิเศษและออกแบบลวดลายบนขอบฟิล์มทั้ง 16 แบบตามสไตล์ยุค 80s บันทึกภาพแบบร่วมสมัยด้วยเลนส์ high-quality 2ft พร้อมจับภาพที่คมชัดและถ่ายภาพได้ดีในสภาพแสงที่น้อยสุดท้าทาย เปิดมุมมอง 41 องศาในแนวตั้งและมุมมองแบบ
หากเอ่ยถึง Ningen Shikaku หนุ่ม ๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถ้าบอกว่า สูญสิ้นความเป็นคน วรรณกรรมชิ้นเอกของนักเขียนชาวญี่ปุ่นชื่อดัง ดาไซ โอซามุ ก็คงต้องเคยได้ยินกันบ้างอย่างแน่นอน กับงานเขียนชิ้นเอกสะท้อนตัวตนอันแสนขมขื่นที่อัดแน่นไปด้วยความเศร้าบอกเล่าผ่าน โอบะ โยโซ ชายผู้วนเวียนอยู่กับการตั้งคำถาม สุรา นารี และใช้เวลาดำดิ่งไปยังความเศร้าที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตอนนี้สูญสิ้นความเป็นคนกำลังจะมีหนังที่ได้โครงเรื่องจากหนังสือมาให้เราได้ชมกันแล้ว ทั้งเรื่องราวในหนังสือและภาพยนตร์จะเล่าผ่านโอบะ โยโซ ชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตา ความรู้ ฐานะ เติบโตมาในสังคมที่ดีแต่โยโซกลับมองโลกต่างออกไป เขาชอบตั้งคำถามและเก็บรายละเอียดของผู้คน พร้อมกับ “เป็น” ในสิ่งที่ทุกคนอยากให้เขาเป็น ทั้งหมดทำให้โยโซคิดว่าแท้จริงแล้วโลกโหดร้าย จิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งอันตรายที่ยากจะหยั่งถึง ทุกคนต่างมีเบื้องหลังที่ทำให้ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ซึ่งมนุษย์ที่ว่าก็รวมถึงตัวเขาด้วยเช่นกัน ซ้ำยังมองว่าชีวิตตัวเองตกต่ำเกินกว่าที่จะเรียกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ ถึงแม้จะเศร้าโศกหรือดำดิ่งจนแทบสูญสิ้นความเป็นมนุษย์จนบางครั้งทำให้เขาอยากนำความเศร้าไปแบ่งให้กับคนอื่น แต่โยโซทำกลับตรงกันข้าม เปลือกนอกเขาเป็นชายอารมณ์ดีที่มากด้วยเสน่ห์ คารมดีแต่เป็นคนแปลก และพัวพันกับหญิงสาวมากหน้าหลายตา เหมือนกับระเบิดเวลาเมื่อเขายิ่งแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่ามีความสุขมากแค่ไหน จิตใจของเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อก้าวผ่านวัยหนุ่มที่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบ โยโซวัยหนุ่มต้องเจอกับเรื่องราวมากมาย ทั้งเหล้า มอร์ฟีน ปัญหาเรื่องผู้หญิงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงการพยายามพาตัวเองไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายสิ่งที่เขาเจอก็คือหน้ากากของผู้คนกับความทุกข์ที่ไม่เคยหายไป และกว่าเขาจะได้จากไปอย่างที่ตัวเองต้องการ เราก็อ่านหนังสือสูญสิ้นความเป็นคนมาถึงบรรทัดสุดท้ายเสียแล้ว ภายใต้ชีวิตที่ทุกข์ระทมของโยโซเกิดขึ้นจากการประพันธ์ของดาไซ โอซามุ ชายที่พยายามจบชีวิตของตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกับตัวละครในงานเขียนของเขา ไม่ว่าจะพยายามกินยาเกินขนาด แขวนคอหรือกระโดดลงแม่น้ำ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สูญสิ้นความเป็นคนกลายเป็นหนังสือที่ควรอ่านและไม่ควรอ่านในเวลาเดียวกัน จากการรีวิวของเหล่านักอ่านหลายคนที่ไม่แนะนำว่าหากใครกำลังจมดิ่ง อ่อนไหวง่าย หรือเป็นโรคซึมเศร้าไม่ควรจะแตะหนังสือเล่มนี้ รวมถึงคำนำของทางสำนักพิมพ์ยังเขียนไว้ว่า ‘อ่านไปอาจจะได้อารมณ์อ่อนไหวระคนหลักแหลมหม่นหมองประคองอารมณ์
“พี่คิดว่ามันไม่เจ็บ ชา ๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่พอเราโตขึ้นความรู้สึกมันจะย่อยยากขึ้น” พอโตขึ้น เจออะไรหลายอย่างมากขึ้น เวลาพูดคุยกับคนรอบข้าง คำพูดแปลก ๆ รสชาติขมฝาด มักจะโผล่มาให้ได้ยินบ่อย ๆ จะว่าเป็นคำคมก็ไม่เชิง แต่คิดว่าเป็นคำอธิบายนอกพจนานุกรมที่เมื่อมาใช้แล้วตรงความจริงมากกว่า เออ ก็แปลกดี อย่างเมื่อวานนี้เราได้ยินคำว่า “ความรู้สึกย่อยยาก” ศัพท์ที่ไม่ใช่คำพูดทางการแพทย์ แต่ฟังแล้วรู้สึกเสียดแทงเหมือนบางอย่างในชีวิตหล่นหายไปจากคำอธิบาย แล้วก้มหน้ายอมรับต่อว่าเป็นความจริง ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิตเรา วันหนึ่ง “เวลา อายุ ประสบการณ์” จะทำให้มันย่อยยากขึ้นอย่างที่บอก และทั้งหมดจะลงท้ายด้วยคำตอบว่า “This too shall past” หรือแล้วมันจะผ่านไป เมื่อ “ใหม่” ทุกอย่างย่อยง่ายเสมอ ถ้าเปรียบอะไรสักอย่างเข้ากับการกินและระบบการย่อยอาหารทางกายภาพ สิ่งที่ “ย่อยง่าย” ก็คือสิ่งที่ดูดซึมได้ง่าย กินแบบไหนก็รับเข้าไปแบบนั้น แสดงออกมาแบบนั้นให้เห็นชัดเจน ความรู้สึกก็เช่นเดียวกัน วันที่ทุกอย่างดูใหม่ไปหมด เรารู้สึกวูบไหวกับทุกอย่างที่เข้ามาปะทะง่ายและแสดงออกต่อมันชัดเจน เจอคนทำตัวแย่ ๆ ใส่หรือทำให้ไม่พอใจ ก็แค่รู้สึกเกลียด เจอคนทำดีด้วยก็แค่รู้สึกรักและดีตอบ โหมใส่มันแบบตัว ๆ ทุกอย่างอ่านง่าย เข้าใจง่าย
ดูเหมือนว่าสงครามกล้องแอ็กชันครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป เมื่อ MOKACAM ไม่ปล่อยให้ GoPro Hero 7 Black และ DJI Osmo Action ทำคะแนนอยู่นานโดยประกาศเปิดตัวกล้องแอ็กชันรุ่นใหม่ ‘MOKACAM ALPHA 3’ ด้วย HDR ทั้งในโหมดถ่ายภาพและโหมดวิดีโอ เพื่อเขย่าบัลลังก์ความเจ๋งของสองเจ้าที่ทำไว้ งานนี้ GoPro และ Osmo ต้องมีหวั่นกันบ้าง MOKACAM ALPHA 3 ปลดล็อกขีดความสามารถด้วยโปรเซสเซอร์ 1.2GHz Ambarella H22 Quad-Core ที่ช่วยเพิ่มความลื่นไหลในการถ่าย โดดเด่นด้วยคุณภาพสีที่หลากหลาย ประมวลผลได้รวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่า แถมยังรักษาเสถียรภาพของ HDR เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะบุกป่าฝ่าดงหรือเข้าร่วมการผจญภัยสุดบ้าคลั่ง หนุ่ม ๆ ก็สามารถบันทึกภาพได้อย่างราบรื่นในทุกสภาพแสง ด้วยเลนส์แก้ว 7 ชั้นและเลนส์ aspherical ช่วยลดความคลาดเคลื่อนและแก้ไขความผิดเพี้ยนได้สูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ทั้งยังเพิ่มรายละเอียดของเฉดสีและความคมชัดระดับไฮเอนด์
แฟนเพลง Led Zeppelin ตำนานร็อกเรือเหาะจากเกาะอังกฤษ วงดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ปูทางแนวเฮฟวี่เมทัลให้โลกใบนี้ คงจะทราบกันดีว่า Robert Plant ฟรอนต์แมนของวง ไม่ยอมร้องเพลงฮิตอย่าง ‘Immigrant Song’ บนเวที มาเป็นเวลายาวนานกว่า 23 ปีแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เขาร้องเพลงนี้คือตอนที่ยังทัวร์อยู่กับ Jimmy Page มือกีตาร์ของวง ตั้งแต่ปี 1996 มาดูกันว่าเพราะเหตุใด Robert Plant จึงตัดสินใจนำเพลงนี้กลับมาร้องอีกครั้งในวันนี้? เหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ Robert Plant ได้รับเชิญให้ไปแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวในงาน Reykjavik’s Secret Solstice Festival ณ ประเทศ Iceland ซึ่งประเทศนี้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ Robert Plant และ Jimmy Page ร่วมกันเขียนเพลงนี้ขึ้นมา โดยพวกเขาเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เมื่อครั้งที่ได้ไปเยือน Iceland ในปี 1970 ที่นั่นทำให้พวกเขานึกถึงตำนานไวกิ้ง เรือใหญ่ และการเสาะแสวงหาดินแดนใหม่ จึงออกมาเป็นเพลง Immigrant Song ที่มีท่อน
สนุกเกอร์ หนึ่งในกีฬาซึ่งเป็นที่รู้จักในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่เคยเล่นกันมาก่อนคงทราบดีถึงรูปแบบเกมส์การเล่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งนอกจากผู้เล่นจะต้องมีฝีมือการปล่อยคิวที่เฉียบคมแล้ว เรื่องของสมาธิและการตัดสินใจ รวมไปถึงการอ่านเกมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะของการแข่งขันแต่ละครั้ง และความพิเศษเหล่านี้เองที่ทำให้เกมแม่นหลุมชนิดนี้ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้จักและไม่เคยสัมผัสอารมณ์ของการชมและเล่นกีฬาชนิดนี้มาก่อน อาจมองว่าสนุกเกอร์เป็นกีฬายุคเก่าที่ไม่มีความน่าสนใจ กลายเป็นกิจกรรมที่ไม่เท่พอจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายในปัจจุบัน อาจเพราะภาพจำเดิม ๆ ของสโมสรหรือสถานที่สำหรับเล่นสนุกเกอร์ในยุคที่ผ่านมาเป็นเหมือนสถานที่อโคจรของหนุ่ม ๆ รุ่นใหญ่ที่มีทั้งการดื่มและการเล่นพนัน จนถูกพูดกันปากต่อปากกลายเป็นภาพแง่ลบต่อกีฬาชนิดนี้ แต่แท้ที่จริงแล้วสนุกเกอร์คือหนึ่งในเกมกีฬาที่แสดงออกถึงการให้เกียรติและความเป็นสุภาพบุรุษได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการให้ความสำคัญกับในมารยาทระหว่างแข่งขัน การแต่งกาย จนไปถึงมารยาทของผู้เข้าชม รวมถึงสถานที่แข่งขันก็ถูกพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น กีฬาสนุกเกอร์เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยในยุคแรกนิยมเล่นกันในกลุ่มทหารอังกฤษที่ประจำอยู่ในประเทศอินเดีย ก่อนจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนารูปแบบการเล่นมาเป็นแบบสากลอย่างในปัจจุบันและแพร่ความนิยมไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ส่วนในประเทศไทยถ้าพูดจุดเริ่มต้นของกีฬาสนุกเกอร์คงต้องย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2500 ซึ่งเริ่มมีการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์ประเทศไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนในปี 2525 สมาคมสนุกเกอร์แห่งประเทศไทยซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย จะถูกก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกถือเป็นการวางรากฐานของวงการนักซอยเมืองไทย โดยเริ่มต้นจากการเล่นแบบกติกาสากลด้วยลูกแดง 15 ลูก ก่อนจะมีการผลักดันการเล่นแบบลูกแดง 6 ลูก ให้เกิดขึ้นในเวลาต่อมา จนกลายมาเป็นรูปแบบการแข่งขันที่นักสอยคิวทั่วโลกต่างยอมรับและให้ความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน The Beginning of 6 Red Snooker แรกเริ่มเดิมทีการเล่นสนุกเกอร์ 6 แดงเป็นรูปแบบที่นิยมในหมู่นักสอยคิวทั้งมือเซียนและมือสมัครเล่นในเมืองไทยมานานจนเมื่อปี พ.ศ. 2550 ทางสมาคมบิลเลียดแห่งประเทศไทยตัดสินใจบรรจุสนุกเกอร์ 6 แดงเข้าไปสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่
ผู้ชายอย่างเราคงทราบกันดีว่า “รองเท้า” คือหนึ่งในไอเทมสุดไฮป์ที่สำคัญต่อการแต่งตัวในทุกสไตล์ ด้วยตัวเลือกของรุ่นและงานดีไซน์ที่มีมากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องแต่งกายที่ศิลปินหลายคนเลือกใช้เป็นแบบในการละเลงความคิดสร้างสรรค์ด้วยการดัดแปลงเอกลักษณ์จากสิ่งที่ชอบก่อนถ่ายทอดลงสู่รองเท้าโดยหลายครั้งก็ทำออกมางดงามจนรู้สึกว่าควรมีวางขายจริง เช่นเดียวกับผลงานดีไซน์ชุดล่าสุดที่ศิลปินหนุ่มชาวยูเครนเลือกใช้ “อากาศยาน” มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบรองเท้าทั้ง 3 รุ่นจากค่าย Swoosh Danya Shulipa ศิลปิน Illustrator สัญชาติยูเครน ได้เผยแพร่ผลงานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยการนำเสนอรองเท้าจาก Nike จำนวน 3 โมเดลได้แก่ Air Force 1 Utillity, SF Air Force 1 และ Air Max 97 โดยรองเท้าแต่ละคู่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์สำคัญของอากาศยานสุดคูลที่ตัวเขาชื่นชอบ ซึ่งจะสวยงามมากน้อยแค่ไหนต้องมาชมด้วยตาคุณเอง เริ่มกันที่คู่แรกกับ Air Force 1 Utillity ที่เลือกใช้ยานอวกาศขนส่งของน่าซ่าอย่าง OV-103 Discovery มาเป็นแบบ โดย OV-103 ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกระสวยขนส่งอวกาศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จากการปฏิบัติภารกิจสำเร็จถึง 39 ครั้ง Danya Shulipa เลือกใช้โทนสีขาวดำแบบเดียวกันกับตัวกระสวยในอัปเปอร์และแถบคาดสีดำที่มีโลโก้ของนาซ่าติดไว้ ก่อนปักคำว่า


