ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เรามักเห็นผู้คนเดินทางด้วยจักรยานและเดินเท้าอย่างจริงจัง เพราะถนนหนทางที่ได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี กฎหมายแรง และระบบขนส่งสาธารณะจัดว่าสะดวกครอบคลุม ดังนั้น ถ้าเราบอกว่าธุรกิจ Car-Sharing หรือการเช่ารถระยะสั้นกำลังเติบโตในกลุ่มประชากรแดนปลาดิบ คุณอาจจะไม่เชื่อ แถมถ้าบอกว่าคนที่เช่า ๆ ไปใช้ ถ้าลองไปส่องดูเข็มไมล์เขาแล้วจะงงใหญ่ว่ามันแทบไม่กระดิกไปจากเดิมเลย คงยิ่งสงสัยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร Car Sharing ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนว่า Car-Sharing มันไม่เหมือน Car Rental หรือบริษัทที่ให้บริการเช่ารถตามปกติเสียทีเดียว เนื่องจากเขารวมรูปแบบการบริการให้เช่าแบบปัจเจกที่คนรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สั่งจองได้ผ่านแอปพลิเคชัน โดยมีรูปแบบให้บริการ 2 ประเภท ได้แก่ Peer to Peer (P2P) ที่จับคู่ระหว่างเจ้าของรถที่ต้องการหารายได้เสริมกับคนที่อยากเช่ารถ เพื่อไม่ให้เจ้าของรถเสียโอกาสจากการจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านในวันและเวลาที่ไม่ต้องการใช้งาน Business to Consumer (B2C) การเช่ารถที่คล้ายกับแบบแรก แต่เหมือน Car Rental เพราะรถที่เอามาให้บริการเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเช่า มีข้อดีที่ไม่ต้องเอารถมาคืนที่เดิมเพราะมีจุดจอดเพื่อคืนรถหลายแห่ง (กรณีบริษัทให้เช่ามีหลายสาขา) จุดประสงค์ของการให้บริการรูปแบบ Car Sharing คือการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บนท้องถนน ซึ่งได้รับความนิยมในประเทศที่มีความหนาแน่นของพลเมืองสูง แม้จะฟังดูขัดแย้งแต่ในความเป็นจริงเมืองที่มีพลเมืองแน่นมักจะเป็นเมืองที่วางระบบสาธารณูปโภคและการขนส่งดีทำให้รถบนถนนน้อยลง คนหันมาจอดรถมากขึ้น พอถนนว่างก็เลยเหมาะกับคนเมืองที่อยากขับเช่ารถไปไหนมาไหนระยะเวลาสั้น ๆ เพราะแม้จะจ่ายมากกว่าแต่ก็สะดวกกว่า
ANKER บริษัทผู้ผลิตพาวเวอร์แบงค์ชื่อดังเปิดตัว ‘NEBULA CAPSULE II MINI’ โพรเจกเตอร์ขนาดพกพาที่ฉายภาพความคมชัดระดับ HD ที่ความละเอียด 720 พิกเซล มาพร้อมค่าความสว่างสูงสุด 200 ANSI lumens และระบบเลเซอร์โฟกัสภาพอัตโนมัติ ช่วยให้หนุ่ม ๆ รับชมวิดีโอได้อย่างคมชัดและแม่นยำ แถมหน้าจอยังขยายแนวทแยงมุมได้มากถึง 100 นิ้ว เรียกได้ว่าสเปกเครื่องไม่ธรรมดาและน่าสนใจที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ตัวบอดี้ดีไซน์ด้วยสีดำให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ก็ดูหรูหราทันสมัย แต่ที่แตกต่างกับโพรเจกเตอร์รุ่นก่อน ๆ อย่างชัดเจน ต้องยกให้ขนาดของตัวอุปกรณ์ที่ดีไซน์มาแบบกะทัดรัด แถมมีน้ำหนักเพียงครึ่งปอนด์เท่านั้น ทำให้หนุ่ม ๆ สามารถติดตั้งโพรเจกเตอร์ตัวนี้บนเพดานได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะวางที่พื้นแล้วฉายภาพขึ้นผนังก็ไม่ได้เกะกะรกหูรกตาแต่อย่างใด ไม่ต้องยุ่งยากกับการเชื่อมต่อลำโพงผ่านบลูทูธ เพราะเจ้า NEBULA CAPSULE II MINI มีลำโพง 8W speaker built-in ในตัว ช่วยเพิ่มระดับและคุณภาพเสียงแบบดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับการควบคุมระยะไกลและการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ที่ทำให้การใช้งานของหนุ่ม ๆ ราบรื่นและสร้างอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์แบบจุใจ แม้อุปกรณ์ตัวนี้จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลไม่มาก และไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการดาวน์โหลดคอนเทนต์ใส่ตัวเครื่อง แต่หนุ่ม ๆ
เคยไหมเวลาจะพาสาว ๆ ไปกินข้าวหรือพาไปเที่ยวที่ไหนสักที่ ขณะเรากำลังขับรถก็ปล่อยให้เธอดูแผนที่ตามปกติ แต่แล้วเธอดันพาเราไปหลงได้บ่อยครั้ง แม้จะมีระบบนำทางอัจฉริยะอย่าง GPS ก็ดูจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ที่แย่ไปกว่านั้นคือประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องทะเลาะว่าใครถูกใครผิดและทำให้เราทั้งคู่เถียงกันไม่รู้จบ ต้องบอกว่าการดูแผนที่นอกจากจะต้องเข้าใจข้อมูลมิติเชิงพื้นที่แล้ว ยังต้องใช้จินตนาการคาดเดาเส้นทางว่าเลี้ยวซ้ายแยกนี้หรือเลี้ยวขวาแยกหน้า เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตนมีศักยภาพด้านแผนที่และชำนาญเส้นทางมากกว่าผู้หญิง แต่แท้ที่จริงแล้วหญิงหรือชายที่เก่งเรื่องนี้มากกว่ากัน? เพศสภาพและฮอร์โมน เพศสภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้ผู้ชายและผู้หญิงต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยว่าแม้เพศชายจะแข็งแรงทางกายภาพมากกว่า แต่ผู้หญิงนั้นมีวิธีจัดการกับอารมณ์ได้ดีกว่าผู้ชายเรา เนื่องจากผู้หญิงจะใช้สมองสองส่วนในการแก้ปัญหา คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลและส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ขณะที่ผู้ชายใช้สมองเพียงส่วนเดียว ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าฮอร์โมนเพศที่ต่างกันทำให้ความสามารถทางปัญญาของสองเพศไม่เหมือนกัน โครงสร้างสมองและการเชื่อมต่อของเส้นประสาท งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร National Academy of Sciences เผยว่าเหตุที่ผู้ชายชำนาญเรื่องแผนที่มากกว่าผู้หญิงเป็นเพราะโครงสร้างสมองและวิธีการเชื่อมต่อของเส้นประสาทในสมอง (hardwired) ต่างกัน สมองของผู้ชายเส้นประสาทจะเชื่อมต่อกันจำนวนมากบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของสมองซีกเดียวกัน ใขณะที่ผู้หญิงนั้นการเชื่อมต่อส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา การเชื่อมต่อของเส้นประสาทที่ต่างกันทำให้ระบบการประมวลผลในสมองของชายและหญิงไม่เหมือนกัน ผู้หญิงจึงชำนาญเรื่องความคิดเชิงตรรกะ การจดจำ การรับรู้ ตลอดจนสัญชาตญาณ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือพวกเธอนั้นเชี่ยวชาญทางด้านวาจาและมีความฉลาดทางอารมณ์มากกว่าผู้ชายเรา แต่ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับอวกาศ ทักษะยานยนต์ หรือการอ่านแผนที่ผู้ชายจะทำได้ดีกว่า เพราะผู้ชายมีจุดเด่นในการควบคุมกล้ามเนื้อและการอ่านข้อมูลมิติเชิงพื้นที่ ผู้ชายเก่งแผนที่มากกว่าผู้หญิง? นักประสาทวิทยาที่ The Norwegian University of Science and Technology ให้อาสาสมัครชาย
ต้นไม้จริงปลูกยาก กระบองเพชรปลูกเองก็ยังตาย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ปลูกต้นไม้พันธ์ุอึดแค่ไหนก็ชอบชิงตายคามือ อย่าเพิ่งสิ้นหวังไปซื้อต้นไม้ปลอมมาวางแทน เพราะวันนี้ UNLOCKMEN เจอนวัตกรรมที่เป็นทางออกสำหรับผู้ชายเราทุกคนแล้ว ต้นไม้ที่ไม่ต้องไปขวนขวายให้ลำบากแต่ปลูกได้ด้วยปลายนิ้วเท่านั้น! Mygdal plantlight เป็นนวัตกรรมปลูกต้นไม้ในร่มสุดคราฟต์ของ Nui Studio ประเทศเยอรมนีที่เขาว่ากันว่าง่ายที่สุดในโลกขณะนี้ เพราะมันสามารถช่วยให้ต้นไม้โตได้ไม่มีตายต่อให้ไม่เจอแสงอาทิตย์จริง ๆ เลยก็ตาม เคล็ดลับอยู่ที่การนำเทคโนโลยีจาก SmartGrow มาผสานกับเครื่องแก้วเป่า ทำให้มันกลายเป็นที่เพาะต้นไม้ลุคมินิมัลสุดแกร่งเหมาะกับหนุ่ม Urban ผู้ใช้ชีวิตฉับไวทุกวินาทีหมดไปอย่างคุ้มค่าจากคุณสมบัติเหล่านี้ ไม่ต้องมารดน้ำ แม้จะบอกว่าต้นไม้ต้องการน้ำ แต่ Mygdal plantlight เขาออกแบบมาให้ไม่ต้องรดถี่ ๆ เพราะสร้างระบบนิเวศสมบูรณ์ให้แล้วในครอบแก้วนี้ด้วยการผนึกความชื้นไว้ในสภาพปิด น้ำจึงไม่ระเหยออกจากครอบแก้วแต่ควบแน่นอยู่ภายใน ทำให้พืชได้รับความชื้นเหมาะสม แต่ถ้าใครรู้สึกอยากจะเพิ่มน้ำเข้าตรงฐานด้านล่างที่เป็นอลูมิเนียมก็ออกมาแบบให้เปิดปิดได้อย่างง่ายดายตามต้องการ แดดไม่ต้องมีก็อยู่ได้ หลายคนอาจจะคิดว่าคุณสมบัติแรกค่อนข้างธรรมดา เพราะสวนขวดที่เราเห็นทุกวันนี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน แต่ความเจ๋งของเจ้าตัวนี้มันอยู่ที่แสง คนที่ปลูกสวนขวดสักพักไม่ว่าจะสายมอร์ส สายเฟิร์นอะไรที่บรรจงจัดส่วนมากมักจะเริ่มเหลืองหรือตายเพราะไม่ขยันเอาไปโดนแสงอาทิตย์ให้สังเคราะห์แสง แต่สำหรับตัวนี้บอกได้เลยว่าไม่เพียงแค่โตแบบไม่ง้อแสงอาทิตย์ มันยังสามารถใช้ได้กับต้นไม้จริง ๆ ไม่เฉพาะหญ้าหรือเฟิร์นเขียวพุ่ม ๆ อย่างที่แล้วมา ต้นไม้ที่ใช้นวัตกรรม Mygdal plantlight เติบโตได้ด้วยช่วงคลื่นที่ใกล้เคียงระหว่างแสง LED และแสงอาทิตย์ เราสามารถควบคุมสีและความเข้มแสงได้ตามต้องการจากสมาร์ตโฟน ที่สำคัญแสง
เคยสงสัยกันไหมว่าเสื้อผ้าสุดอลังการที่เหล่าศิลปินใส่ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตนั้น พวกเขานำกลับมาใส่อีกครั้งหรือไม่? สุดท้ายแล้วมันไปอยู่ที่ไหน? หรือถูกวางขายในตลาดมือสองสักแห่งไปแล้ว? ถึงจะมีศิลปินหลายคนที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำในการทัวร์คอนเสิร์ต แต่สำหรับงานพิเศษ ๆ อย่าง Glastonbury หรือ Coachella ที่หนึ่งปีมีครั้งนั้น แน่นอนว่าพวกเขาพร้อมจะอวดโฉมกันแบบไม่มีใครยอมใคร เสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าของแต่ละคนจะต้องโดดเด่น และอาจสวมใส่เพื่องานนี้เท่านั้น โดยคุณจะไม่ได้เห็นมันที่ไหนอีก! วัฒนธรรม “Throwaway Fashion” หรือ “แฟชั่นใส่แล้วทิ้ง” กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่แฟชั่นกับดนตรีก็นับว่าเป็นสองสิ่งที่ไม่มีวันแยกจาก ในเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ศิลปินก็มีการปรับตัวเช่นกัน เหล่าศิลปินที่ขึ้นโชว์ในงาน Glastonbury ปี 2019 นี้ จึงหันมารวมตัวกันทำสิ่งดี ๆ บริจาคเสื้อผ้าที่ใช้ขึ้นแสดงบนเวทีให้กับองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า Oxfam เสียเลย ซึ่งมูลนิธินี้ต่อสู้กับ Throwaway Fashion มาอย่างยาวนาน โดยเสื้อผ้าที่ศิลปินบริจาคจะถูกนำไปวางขายหรือเปิดประมูลต่อ เพื่อนำรายได้เข้าสู่องค์กร และนำไปทำประโยชน์ต่อ ๆ ไป ว่าแต่จะมีใครบ้างที่ร่วมการบริจาคครั้งนี้เรามาดูกัน Kylie Minogue ป๊อปสตาร์ตัวแม่คนนี้เป็นเจ้าของตำแหน่ง Legend Slot งาน Glastonbury ประจำปีนี้ (หลังจากห่างหายจากงานไปยาวนานถึง 14 ปี) เธอได้บริจาคหมวกกันแดด (Sun
ทุกวันนี้เราเชื่อว่าผู้ชายเราหันมาเลือกของพรีเมียมเข้าปากมากขึ้น เพราะต้องการคุณภาพการกินที่มากกว่าการมีสารอาหารเลี้ยงร่างกายไปวัน ๆ แต่ “ราคา” ไม่ใช่ตัวแปรเดียวที่กำหนดความพรีเมียมของอาหาร กุญแจสำคัญอีกอย่างมันคือบรรยากาศรอบข้างที่ประเมินค่าไม่ได้ซึ่งสามารถเสริมความอร่อยในมื้อนั้นได้อีกเท่าตัว เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสความอิ่มเอมทั้งท้องและสายตา ผ่อนคลายวันหยุดหรือวันทำงานที่อยากได้ไอเดีย ปลุกชีวิตชีวาให้ตัวเองก่อนกลับบ้าน เราแนะนำให้คุณแวะมาที่ PAPAYA CAFE หนึ่งในร้านคาเฟ่เปิดใหม่ที่ยึดพื้นที่บางส่วนในอาณาจักรวินเทจของโกดัง PAPAYA มาจัดเป็นครัวและบาร์เครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟรสชาติเยี่ยมเพิ่มความสดชื่น เห็นป้ายหลากสีกับชื่อเมนูต่างภาษาแบบนี้ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในร้าน Papaya ร้านค้าวินเทจแห่งใหญ่ของเอเชียทำให้ต้องมีข้อมูลครบถ้วนเพื่อให้บริการ ดังนั้น ข้อดีของหนุ่ม ๆ เราอีกอย่างที่ไม่มีเขียนบอกไว้ในไกด์อื่น ๆ คือสถานที่แห่งนี้พวกเราจะมีโอกาสได้พบกับเพื่อนใหม่เป็นสาว ๆ หนุ่ม ๆ ต่างสัญชาติที่มีคอรักความวินเทจไว้พูดคุยกัน พร้อมแล้วอย่ารอช้ามาเริ่มต้นด้วยเมนูดับกระหาย 3 เมนูแรกที่เราสั่งไว้เป็น Welcome Drink ดื่มเรียกความสดชื่นแบบต่างสไตล์แนว Non-Alcohol จะได้ดื่มด่ำกับทุกสิ่งที่อยู่ข้างกายชัด ๆ ใต้แสงแชนเดอร์เลียอมส้มที่ให้ความสว่างแบบละมุนถึงสามตัวเพิ่มความเจริญอาหาร ICED COCO โกโก้เย็นฟองนมนุ่มพูนแก้ว โรยด้วยผงโกโก้เสิร์ฟพร้อมแก้วขอบกว้างช่วยเพิ่มสัมผัส จิบแล้วรสชาติโกโก้เข้ม ๆ กลมกล่อม หอมหวานมันกำลังดีกับฟองนม ช่วยดับความร้อนใจให้อารมณ์ดีขึ้นได้ แก้วถัดมาคือ PASSION FRUIT & BUTTERFLY PEA TEA
เป็นอีกครั้งที่แบรนด์นาฬิการะดับตำนานอย่าง Patek Philippe ส่งผลงานเข้าสู่งานประมูลนาฬิกาเพื่อการกุศลชื่อดังอย่าง OnlyWatch ที่จัดขึ้น 2 ปีหน และครั้งนี้ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 นับจากเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2005 จากคอนเซ็ปต์การประมูลนาฬิกาพิเศษที่มีเพียงเรือนเดียวในโลก ตรงกับชื่องานที่ตั้งไว้คือ “Only Watch” ทำให้งานนี้กลายเป็นงานที่รวมนาฬิกาหายากจากแบรนด์ชั้นนำทั่วทุกมุมโลก และอยู่ในระดับแรร์สุด ๆ เพราะบางเจ้าถึงกับออกแบบและผลิตนาฬิกามาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ OnlyWatch งานประมูลนาฬิการะดับโลกที่นำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับ Monegasque Association องค์กรที่นำเงินไปสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อเสื่อมดูเชน Duchenne muscular dystrophy (DMD) และแม้งานนี้จะเป็นงานประมูลการกุศลแต่อย่าได้ดูถูกความสามารถของคำว่า “เรือนเดียวในโลก” เด็ดขาด เพราะในปีที่ผ่านมาเงินสะพัดภายในงานประมูล OnlyWatch นั้นสูงถึง 1,300,000,000 ล้านบาท แน่นอนว่าไม่มีทางที่ Patek Philippe จะพลาดงานนาฬิกาการกุศลที่ใหญ่ขนาดนี้ ชื่อของ Patek จึงอยู่ในลิสต์หนึ่งในห้าสิบสองแบรนด์ที่จะนำนาฬิกามาประมูลในปีนี้ทันทีพร้อมระบุรุ่นนาฬิกาที่เคาะราคาไม่ได้ง่ายอย่าง Grandmaster Chime 6300A (Grandmaster Chime Ref.6300) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ หน้าปัดบอกเวลาทั้งหน้าและหลัง แถมได้รับการยอมรับจนถูกขนานนามให้เป็นนาฬิกาข้อมือที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก Patek Philippe ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตในการสร้างระบบกลไกแสดงเวลาที่ซับซ้อน หน้าปัดทั้งสองด้านผลิตจากทองคำ 18 กะรัต ด้านหนึ่งใช้สีแซลมอนพร้อมแกะสลักลวดลาย Guilloche หรือที่เรียกว่าลายกิโยเช่ที่รับแรงบันดาลใจจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ออกมาเป็นลายเส้นบนหน้าปัดนาฬิกา รังสรรค์โดยช่างฝีมือที่รับประกันว่าเป็นงานทำมือ
ในตอนนี้แบรนด์แฟชั่นหลากหลายเจ้าทยอยเปิดตัวกันมาแล้วเรื่อย ๆ กับคอลเลกชัน Fall/Winter 2019 และคราวนี้ก็ถึงตาของแบรนด์แฟชั่นสุดเท่สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง COMME des GARÇONS ที่เปิดตัวคอลเลกชันสำหรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จากการติดแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของหนุ่ม ๆ ด้วยรองเท้าคู่พิเศษที่ร่วมทำกับ Jordan Brand การเจอกันระหว่าง COMME des GARÇONS แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากความขบถของดีไซเนอร์กับแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike กระตุ้นความตื่นเต้นให้เหล่าผู้ชื่นชอบรองเท้าต้องเตรียมควักกระเป๋า ยิ่งมาเห็นหน้าตาของคอลเลกชันยิ่งสร้างเซอร์ไพรส์ได้เป็นอย่างดีเพราะพวกเขาส่งรองเท้าบูทหนังสุดวินเทจซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมนักบิดที่คงความเท่ไม่เสื่อมคลายนำมาตีความจนกลายเป็นรองเท้าเท่ ๆ ในรุ่น COMME des GARÇONS x Air Jordan 1 Retro High ถ้าพูดถึงกลุ่ม Biker ที่จะรวมตัวกันและออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วอเมริกาด้วยรถคู่ใจ สิ่งที่โดดเด่นออกมานอกจากมอเตอร์ไซค์คันเท่คงหนีไม่พ้นแฟชั่นเครื่องหนังของสิงห์นักบิดทั้งเสื้อกั๊กหนัง รองเท้าบูทไปยันถุงมือหนัง พร้อมกับเครื่องประดับ เช่น แหวนเหล็กและสร้อยข้อมือแบบโซ่ ดังนั้น เมื่อทั้งสองแบรนด์นำแรงบันดาลใจจากกลุ่มวัฒนธรรมดังกล่าวมาใช้ รองเท้าบูทคู่นี้จึงใช้วัสดุประเภทเครื่องหนังเป็นส่วนประกอบหลัก คัดสีพื้นฐานอย่างสีขาวและดำมาใช้เป็นหลัก โดยเฉพาะกับสีดำที่เป็นเหมือน DNA ของ COMME des GARÇONS ฐานของรูเชือกรองเท้าปรับให้สูงขึ้นพร้อมตกแต่งด้วยมหมุดสีเงินสามชิ้นเรียงต่อกัน
‘ประเทศแห่งความสุข’ และ ‘ประเทศแห่งความเศร้า’ ดูเป็นวลีนามธรรมที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างคล่องปาก แต่เราเชื่อว่าทั้งสองคำนี้อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกขั้วตรงข้ามที่ต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับประเทศที่ผาสุกคงห้อมล้อมไปด้วยความเจริญและคุณภาพชีวิตที่ดี แต่อีกด้านของโลกก็มีประเทศที่โศกเศร้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความทุกข์จนยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนดังกล่าว มีรายงานจาก The Sustainable Development Solutions Network for the United Nations เผยว่า 5 ประเทศต่อไปนี้ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่เศร้าที่สุดในโลก แล้วพวกคุณคิดว่าเหตุผลใดที่ทำให้คนยกให้ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศโศกเศร้าและทุกข์ตรมได้ขนาดนั้น? SOUTH SUDAN สาธารณรัฐซูดานใต้ได้รับสมญานามว่าเป็นประเทศที่เศร้าที่สุดในโลก แม้จะเพิ่งได้เอกราชไปเมื่อปี 2011 แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ประเทศนี้อยู่ในสายตาของประเทศชั้นนำอื่น ๆ นอกจากความไม่สงบ กองกำลังติดอาวุธ และผู้ลักลอบล่าสัตว์ในเขตหวงห้าม ที่นี่ยังมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายอีกนับไม่ถ้วน ทั้ง Al-Shabaab, Lord’s Resistance Army, Boko Haram หรือแม้แต่ Janjaweed CENTRAL AFRICAN REPUBLIC สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศรองอันดับหนึ่งที่มีประชากรคนเศร้าเยอะไม่แพ้ซูดานใต้ ที่นี่เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลทำให้การติดต่อค้าขายทางเรือไม่เคยถูกบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ ทั้งยังเคยตกอยู่ใต้อาณัติของฝรั่งเศสและเพิ่งจะได้รับเอกราชไปเมื่อปี 1960 บวกกับความวุ่นวายของประธานาธิบดีที่สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ นำไปสู่การรัฐประหารและโค่นล้มระบอบการปกครอง ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะจบลง แถมยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ AFGHANISTAN
เพราะการแต่งกายไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่การแต่งกายบ่งบอกไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตน ไปจนถึงแสดงวิธีคิดเบื้องลึกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนาฬิกาซึ่งถือเป็นไอเทมคู่ใจ ใคร ๆ ก็มองเห็นได้ง่ายจึงสามารถบอกเล่าเรื่องราวของผู้สวมใส่ได้ไม่น้อย การจะเลือกนาฬิกาสักเรือนที่ตอบโจทย์สไตล์การแต่งตัว แต่ขณะเดียวกันก็มีแก่นและคอนเซปต์ชวนค้นหาจึงเป็นเรื่องสุดท้าทายสำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่นิยมชมชอบวิถีมินิมัลและต้องการไอเทมที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ก็ยังต้องการนำเสนอแก่นแท้และวิธีคิดสุดลึกล้ำเพื่อแสดงให้เห็นว่าภายใต้ความเรียบเท่ ตัวตนของเรามีเรื่องราวมากมายรอให้ค้นเจอ วันนี้เราจึงมีไอเทมสำหรับผู้ชายผู้หลงใหลความมินิมัลมาแนะนำ “ISSEY MIYAKE 1/6” นาฬิกาดีไซน์เรียบเท่ แต่อัดแน่นด้วยคอนเซปต์และไอเดียเบื้องหลังการดีไซน์สุดลึกล้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Tradition Scale หรือ เครื่องมือวัดรุ่นเก่า อีกทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์ ISSEY MIYAKE WATCH Project และ Nao Tamura ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก แม้ปกติ Nao Tamura จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ไลต์ติ้งและอื่น ๆ มาไม่น้อย แต่ความพิเศษสำหรับงานดีไซน์ชิ้นนี้คือการออกแบบนาฬิกาทั้งเรือนครั้งแรกของเธอ จึงยิ่งทำให้มุมมองการดีไซน์นั้นเต็มไปด้วยความสดใหม่ ดึงดูดใจ และไร้กรอบแห่งความจำเจมาจำกัด “วินาทีที่นาฬิกาพาดอยู่บนข้อมือ มันเสริมสร้างตัวตนและเอกลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ด้วย อาจพูดได้ว่านาฬิกาคือที่ซึ่งอารมณ์และฟังก์ชันรวมอยู่ด้วยกัน” – Nao Tamura สำหรับ Nao Tamura นาฬิกาจึงเป็นพื้นที่แห่งฟังก์ชัน แต่ในขณะเดียวก็มีอารมณ์อันซับซ้อนซ่อนอยู่ เธอต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นมากกว่านาฬิกาทั่วไป


