ภารกิจอพอลโล 11 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ได้ไปลงจอดบนดวงจันทร์นั้น ประสบกับปัญหาหลายๆ อย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือสถานที่ลงจอดของยาน ซึ่งไม่ได้ราบเรียบเหมือนกับที่ทีมงานบนโลกได้คาดคิดเอาไว้ ทำให้นีล อาร์มสตรอง ผู้บัญชาการของภารกิจจึงต้องบังคับยานด้วยตัวเอง เพื่อให้ไปลงจอดในสถานที่ๆ ปลอดภัยและราบเรียบ ซึ่งในปัจจุบันจุดๆ นั้นเป็นที่รู้จักกันว่า ‘Tranquility Base’ สถานที่แห่งแรกที่มนุษย์ได้ลงเดินบนดาวต่างดวง แม้จริงอยู่ว่าการลงจอดบนดาวอังคารนั้นก็เคยมีการใช้กล้องที่ใต้ยานเพื่อเลือกตำแหน่งลงจอดที่เหมาะสมที่สุด ทว่าสำหรับภารกิจ Mars 2020 ที่มีกำหนดไปลงจอดบนดาวอังคารในปีค.ศ. 2021 ที่จะถึงนั้น มีอุปสรรคที่ทำให้ภารกิจนี้ยากกว่าทุกภารกิจที่ NASA และหน่วยงานอื่นๆ ได้เคยส่งยานไปมา นั่นก็คือสถานที่ลงจอดของยานนั่นเอง Mars 2020 ถูกเลือกให้ลงจอดที่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเก่า ในหลุมอุกกาบาต Jezero ที่มีความกว้างกว่า 45 กิโลเมตร ซึ่งเต็มไปด้วยหุบเขาสูงชัน สันทราย และรายล้อมไปด้วยหลุมอุกกาบาตขนาดย่อมๆ อยู่ภายใน ซึ่งถ้านั่นยังยากไม่พอ พวกเขาจะบรรทุกอุปกรณ์ไปมากกว่ายานพี่สาวอย่าง Curiosity ที่ไปลงจอดในหลุมอุกกาบาต Gale เมื่อ 7 ปีที่แล้ว และสภาพของพื้นที่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นหากภารกิจนี้จะต้องสำเร็จ พวกเขาจะต้องใช้สกิลของนีล อาร์มสตรอง แต่เป็นการลงจอดที่ดาวอังคารแทน ระบบ
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการมาได้ 2 เดือนแล้ว ใครหลายคนคงกำลังเผชิญกับสายฝนและความหงอยเหงาหม่นเทาที่ไม่อาจควบคุมได้ ค่ำนี้ก็เช่นกัน คืนฝนพรำ น้ำฉ่ำนอง ท้องฟ้าหม่น คนก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา แต่บนโลกนี้มีคนไม่กี่คน ของไม่กี่อย่าง ความรู้สึกไม่กี่แบบที่จะสามารถเปลี่ยนวันฟ้าหม่นฝนพรำให้กลายเป็นวันสดใสได้ในพริบตา “เฟรนด์-จิราวรรณ แสงทินทอง”FOXY LADY คนที่ 8 ของเราเป็นหนึ่งในคนนั้น คนที่เพียงชวนมาสนทนากันสั้น ๆ ในวันฟ้าหม่นฝนพรำก็ทำให้โลกรอบตัวเรากลับถูกฉาบทาให้สดใสและเต็มไปด้วยเสน่ห์ขึ้นได้ เพราะเราเชื่อว่าการอยู่ใกล้คนที่เต็มไปด้วยพลังบวกและ Friendly สามารถเติมพลังที่ร่อยหรอของเราให้กลับมาเต็มได้เหมือนเดิม และเฟรนด์-จิราวรรณ ก็เป็นสาว Friendly สมชื่อ จนเราอยากชวนทุกคนมารู้จักเธอเพื่อแบ่งพลังความสดใสเต็มเปี่ยมไปเยียวยาความหม่นเทาของฤดูฝนอันยาวนานไปด้วยกัน “เป็นคนโพสิทีฟค่ะ เพราะว่าถ้าเกิดมีปัญหาอะไรเข้ามา จะคิดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้” เฟรนด์เริ่มเล่าเรื่องตัวเองแข่งกับเสียงฝน แม้จะเริ่มสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่เราเชื่อว่าเป็นประโยคสั้น ๆ ที่บอกความเป็นเธอไว้ได้ครบ เพราะเธอฝ่าฝนมาเจอเราได้โดยไม่บ่นสักคำ แถมรอยยิ้มยังเป็นสิ่งแรกที่เธอมอบให้ เราจึงเชื่อหมดจดว่าสำหรับเธอ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ และผ่านไปได้อย่างงดงามด้วย เราคุยกันเรื่อยเปื่อยตามปริมาณหยาดฝนที่รินลงมาเรื่อย ๆ ก่อนมาถึงคำถามที่ว่าคิดว่าเสน่ห์ของเฟรนด์อยู่ตรงไหน? “เป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ถ้าอยู่กับเพื่อนสนิทไปเลย จะเป็นคนตลกเฮฮา มีโจ๊กที่เล่นกันเองตลอด แต่ถ้าเป็นลักษณะภายนอกที่คนอื่นบอกคือขี้แมลงวัน” เราอดเห็นด้วยไม่ได้ว่าเสน่ห์ของเฟรนด์มีทั้งสิ่งที่อยู่ภายนอกและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย
คงไม่ใช่เรื่องเกินจริงถ้าเราจะพูดว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังก้าวเข้ามามีบทบาทและกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตคนเรามากขึ้น โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานสะอาดซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนใช้รถใช้ถนนที่ต้องการเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์พลังงานน้ำมันสู่รถยนต์รูปแบบที่ใช้พลังงานทางเลือกอันมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ชายอย่างเราถ้าต้องเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสักคัน คงมีปัจจัยมากมายหลายข้อถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้หลายคนหลงเข้าใจว่าถ้าเลือกเปลี่ยนรถคันโปรดของตัวเองจากรูปแบบเดิมสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า แล้วจะมีข้อกังวลหลายข้อตามมา ทั้งเรื่องสมรรถนะ การใช้งาน การชาร์จไฟ รวมไปถึงการดูแลรักษาซ่อมบำรุง แต่ความสงสัยและข้อกังวลที่เคยมีเหล่านี้จะหมดไป ถ้าทุกคนได้รู้จัก “NEW MG ZS EV” รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้คุณรู้สึก “ง่าย” ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การครอบครองไปจนถึงใช้งาน NEW MG ZS EV รถยนต์ในเซกเมนต์ Sport Utility Vehicle (SUV) คันแรกของเอ็มจีประเทศไทยที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ยนตรกรรมที่มาพร้อมความล้ำสมัยคันนี้เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานทางเลือกที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพ สมรรถนะ ความอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหนือสิ่งอื่นใดนี่คือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนความคิดเดิม ๆ และทำให้ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ EV ที่ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ ดึงดูดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยความโดดเด่นด้านดีไซน์เอกลักษณ์ของรถยนต์ SUV แบบฉบับเอ็มจีที่ผสมผสานความสวยงามและความทันสมัยเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะตัวถังแบบพิเศษที่เลือกใช้สีฟ้า “Copenhagen Blue” สร้างความโดดเด่นให้ทุกท่วงท่าการขับขี่บนท้องถนน กระจังหน้าติดตั้งจุดชาร์จไฟซึ่งเข้ากันเป็นอย่างดีกับล้ออัลลอยขนาด 17
นับตั้งแต่ Audi Customer Racing หรือแผนกผลิตรถยนต์สำหรับแข่งขันก่อตั้งขึ้นในปี 2009 หนุ่ม ๆ อย่างเราก็มีโอกาสได้เห็นยนตรกรรมสายพันธุ์นักแข่งถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น RS 3 LMS, R8 LMS GT3 และ R8 LMS GT4 ล่าสุดพวกเข้าเติมเต็มช่องว่างที่หายไปด้วยการเปิดตัว R8 LMS GT2 ที่มาพร้อมขุมพลังที่แรงกว่าทุกคันที่เคยสร้างมาก่อนหน้านี้ เปิดตัวและขับโชว์สมรรถนะแบบสด ๆ ร้อน ๆ ไปในงาน Goodwood Festival of Speed 2019 ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยให้หนุ่ม ๆ ผู้มีเงินถุงเงินถังที่กำลังสนใจก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตได้เพิ่มตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อ เพราะ R8 LMS GT2 คันนี้มาพร้อมกับแรงม้าที่สูงกว่าสามรุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด R8 LMS GT2 ถูกสร้างขึ้นด้วยแชสซีจากโมเดลที่วิ่งบนถนนปกติอย่าง R8 Spyder โดยปรับปรุงให้มีหลังคาเอียงต่ำพร้อมติดตั้งช่องระบายอากาศด้านบนและสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ช่วยเสริมแรง Downforce อย่างมีประสิทธิภาพ โดยน้ำหนักที่ถูกลดทอนลงจากการปรับแต่งและการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้มันมีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัมเบากว่า
หากกล่าวถึงนิยายสยองขวัญ เชื่อว่า Stephen King คงเป็นชื่อต้น ๆ ในใจของใครหลายคน แม้คุณจะไม่เคยอ่านหนังสือของเขามาก่อน ก็อาจจะเคยชมหรือรู้จักภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของเขาอย่าง IT (โผล่จากนรก), The Shining (โรงแรมผีนรก) หรือ Pet Sematary (กลับจากป่าช้า) กันมาบ้าง ล่าสุด The Stand เรื่องราวเกี่ยวกับโลกที่ถูกทำลายด้วยโรคระบาด หายนะจากการทดลองผลิตอาวุธเชื้อโรคของมนุษย์ อีกหนึ่งผลงานที่เคยตีพิมพ์ในปี 1978 ของเขาก็กำลังจะถูกนำไปสร้างเป็นมินิซีรีส์ลงช่อง CBS All Access และมีกำหนดออนแอร์ไว้ในปี 2020 ที่จะถึงนี้ ทว่าเรื่องที่น่าติดตามไม่แพ้พลอตหนังสนุก ๆ ของ Stepen ก่อนลงจอมาจาก Marilyn Manson พญาซาตานแห่งดนตรี Shock-Rock ที่เผยว่า เขาจะมีบทบาทในมินิซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน สิ่งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งฝั่งแฟนเพลงและแฟนซีรีส์เป็นอย่างมาก เพราะจะมีใครในโลกที่ทั้งเท่ ลึกลับ และน่าเกรงขาม เหมาะกับการอยู่ในซีรีส์แนวสยองขวัญไปมากกว่าเขาคนนี้ นอกจากคาแรกเตอร์ภายนอกที่ลงตัว Manson ยังเคยผ่านงานแสดงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Wrong Cops (2013), Sons
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่คลั่งไคล้รถยนต์ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รถยนต์สุดหรูอย่าง Lamborghini หนึ่งในค่ายที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวเองจนทำให้กลุ่มคนรักรถและผู้มีกำลังซื้อนิยมรถยนต์แต่ละรุ่นของพวกเขาอย่างเหนียวแน่น แต่ขณะเดียวกันค่ายกระทิงดุก็ออกมาประกาศว่าจะจำกัดจำนวนการผลิตต่อปีเพื่อรักษามาตรฐานของตัวเองแล้ว แม้ไม่ใช่แบรนด์รถยนต์ที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ เพราะแต่ละคันมีค่าตัวแพงลิบ แต่ความเร็วสะใจและรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ก็ทำให้ยอดขายครึ่งปีแรกของ Lamborghini แตะระดับ 4,553 คัน เฉพาะโมเดล Urus ที่มียอดจองและขายออกไปแล้วถึง 2,693 คันก็ถือว่ามาแรงมาก โดยอัตราส่วนการผลิตที่เหลือคือรุ่นยอดนิยมอย่าง Huracan (1,211 คัน) และ Aventador (649 คัน) ทำให้การส่งมอบครึ่งปีแรกเติบโตคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.7 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.4 พันล้านยูโร แต่ดูเหมือนยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้จะไม่ใช่สิ่งที่ซีอีโอคนปัจจุบันอย่าง Stefano Domenicali ต้องการ เมื่อเขาออกมาประกาศว่าปีนี้อาจเป็นปีสุดท้ายที่แบรนด์กระทิงดุจะไม่จำกัดจำนวนการผลิตต่อปี เพราะจากนี้ต้องการรักษาคุณค่าและมาตรฐานของค่าย โดย Stefano ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาไม่ต้องการเติบโตไปตลอด แต่ต้องการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องเพื่อรักษาคุณค่าของแบรนด์ รวมถึงให้ความสำคัญกับความพิเศษในการผลิตรถแต่ละรุ่นเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดทั่วโลกที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมนี รวมถึงในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรัสเซียและอินเดีย ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเตรียมขยายขอบเขตการผลิตใหม่ คาดว่าจาก 8,000 คันต่อปีเป็น 10,000 คันต่อปีเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด
หลังจากปล่อยให้หนุ่ม ๆ ทนรอกล้องรุ่นใหม่จากซีรีส์ POWERSHOT G อยู่นาน CANON ก็ประกาศเปิดตัวกล้องคอมแพกต์รุ่นล่าสุด ‘POWERSHOT G7 X Mark III’ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ตอกย้ำชื่อเสียงผู้ผลิตกล้องคอมแพกต์ชั้นนำของโลกด้วยฟีเจอร์สุดเจ๋ง Live Video Streaming ให้ไลฟ์ลงในแพลตฟอร์มของ Youtube แถมยังมีโหมดถ่ายวิดีโอแนวตั้ง เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียโดยตรง เมื่อเทียบกับตัวก่อนคอมแพกต์รุ่นนี้ถือว่ามีขนาดกะทัดรัดกว่า ทั้งยังเพิ่มพอร์ตเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรและไมโครโฟนสเตอริโอในตัวที่รุ่นก่อนไม่มี มาพร้อมหน้าจอ arRear touchscreen 3 นิ้ว หมุนจอภาพได้มากถึง 180 องศา ทำให้หันกล้องมาถ่ายเซลฟีได้สบาย ๆ ยังมีระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวและรองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัดระดับ 4K Ultra High Definition ที่ 30 เฟรมต่อวินาที โดยไม่มีการตัดขอบรูป แถมยังถ่าย full HD ได้ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีอีกด้วย POWERSHOT
เคยมีงานวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) อ้างว่ากว่าจะออกมาเป็นสนีกเกอร์หนึ่งคู่ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 13.6 กิโลกรัม ยิ่งถ้าการผลิตใช้วัสดุจากหนัง ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว แต่ต้องบอกว่าตอนนี้แฟชั่นสนีกเกอร์ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว หลายแบรนด์รองเท้าเริ่มหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่เพียงเน้นหนักแง่งานดีไซน์และประโยชน์ใช้สอย หากให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตโดยเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในช่วงหลายปีมานี้เราเลยได้เห็นรองเท้าดีไซน์รักษ์โลกคลอดออกมาให้หนุ่ม ๆ หัวใจสีเขียวเลือกสอยกันไม่หยุดหย่อน UNLOCKMEN เลยอยากพาคุณสุภาพบุรุษไปชมสนีกเกอร์สุดเจ๋งจาก 5 แบรนด์ที่ทำจากสับปะรด ข้าวโพด พลาสติกชีวภาพ จวบจนขยะรีไซเคิล จะเท่และคลีนขนาดไหน ไปดูกัน! PLANT SHOE BY NATIVE SHOES สนีกเกอร์มินิมัลที่สร้างสรรค์โดยฝีมือของแบรนด์รองเท้าสัญชาติแคนาดา NATIVE SHOES คู่นี้ผลิตจากพืช 100% ได้ยูคาลิปตัส เปลือกสับปะรด ใยปอแก้วออร์แกนิก และยางพาราเป็นส่วนประกอบหลัก PLANT SHOE ดีไซน์มาให้เป็นแบบ unisex จึงสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ด้านบนของรองเท้าทำจากเปลือกสับปะรดและใยปอแก้วออร์แกนิก ก่อนจะใช้น้ำมันมะกอกและกาวจากยางพาราเชื่อมวัสดุทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตัวพื้นรองเท้าด้านนอกทำจากน้ำยางพาราธรรมชาติ แต่ไม่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาทางปิโตรเคมีเหมือนกับยางชนิดอื่น ๆ ทำให้มันสามารถย่อยสลายจุลินทรีย์ได้เองตามธรรมชาติและเร็วกว่าปกติหลายเท่า รวมถึงกลายเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพเยี่ยมได้อีกด้วย TREAD
คอเพลงหรือคอหนังหลายคน อาจจะเคยเห็นว่าบรรดาศิลปินชื่อดัง มักได้โอกาสรับงานด้านการแสดงในภายหลัง ตัวอย่างที่คนส่วนมากรู้จักกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ David Bowie, Lady Gaga, Madonna, Eminem หรือถ้ายุคใหม่หน่อยก็ Machine Gun Kelly ข้อดีคือศิลปินมักจะมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นอยู่แล้ว การนำพวกเขามารับงานแสดงจึงมีส่วนช่วยดึงดูดให้ผู้คนสนใจในตัวภาพยนตร์มากขึ้น ในทางกลับกัน นักแสดงที่ก้าวไปทำงานดนตรีบ้างกลับไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร และใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จเรื่องนี้เหมือน Jared Leto ที่ถูกจดจำทั้งในฐานะนักแสดง และในฐานะฟรอนต์แมนจากวง Thirty Seconds to Mars นักแสดงบางคนเล่นหนังเรื่องไหนก็ดังเป็นพลุแตก แต่ก็ยังมีแฟนคลับอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นมีวงดนตรีหรือมีงานเพลงเป็นของตัวเอง! วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงนักแสดงชื่อดังที่ทำงานควบกับสายดนตรีเหล่านั้นกัน คนที่ยังไม่ทราบเชิญรับเพลงใหม่ ๆ ไปแบ่งกันฟัง ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วก็คิดเสียว่าเข้ามาอ่านเพลิน ๆ ส่วนจะมีใครบ้างเรามาดูกันเลยดีกว่า Keanu Reeves ในฐานะมือเบสวง Dog Star ช่วงกลางยุค 90 Keanu Reeves เคยเป็นมือเบสให้วงร็อกชื่อ Dogstar แต่ภายหลังด้วยตารางงานแสดงที่เริ่มแน่น บวกกับกระแสตอบรับวงไม่ค่อยดีนัก เขาจึงยอมถอนตัวออกจากวง ถึงเขาจะเป็นพระเอกหนุ่มระดับโลก แต่ในฐานะศิลปิน Keanu Reeves
เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังซูเปอร์ฮีโร่ปิดเฟส 3 ของฮีโร่จากตระกูล Marvel กับ Spider-Man: Far from home ทำให้แบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ไม่พลาดที่จะลุกมาออกรองเท้าคอลเลกชันพิเศษสองคู่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดสูทของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ AlphaBOOST x SPIDER-MAN AlphaBOOST รองเท้ากีฬาที่ออกแบบมารองรับการวิ่งโดยเฉพาะได้รับการดัดแปลงลวดลายใหม่โดยนำต้นแบบมาจากชุดสูทเฉพาะกิจสำหรับต่อสู้กับเหล่าวายร้ายในทวีปยุโรปของ Spider-Man ที่ผู้คนทั่วไปเรียกชุดนี้ว่า Night Monkey เพราะชุดดังกล่าวทำจากวัสดุสีดำทั้งหมด เว้นไว้แค่เพียงบริเวณดวงตาที่เป็นสีขาวเท่านั้น AlphaBOOST ที่ Adidas ร่วมสร้างสรรค์กับ Marvel จึงใช้ผ้าสีดำทั้งหมดและตัดด้วยสีขาวบริเวณ Midsole เพื่อขับให้ภาพรวมของรองเท้าโดดเด่นขึ้น สามารถสวมใส่เดินถนนในวันที่ต้องออกไปข้างนอก ไปออกกำลังกายบนลู่วิ่งในฟิตเนสหรือลงจากลู่ไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ทั้งนั้น NEMEZIZ x SPIDER-MAN Adidas NEMEZIZ 19+ รองเท้าฟุตบอลที่พัฒนามาเพื่อความได้เปรียบบนสนามที่พร้อมสำหรับการบุกทำประตูไปจนถึงการออกแบบที่ป้องกันการปะทะจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดสูทหลักของ Spider-Man ที่ประกอบด้วยสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก เอกลักษณ์ที่น่าสนใจสะท้อนผ่านการออกแบบที่เล่นกับความเข้มอ่อนของแต่ละสีที่พาดเป็นเส้นสลับไปมาคล้ายกับใยแมงมุมลงยิงพันลงบนผ้าที่พันอยู่ทั่วรองเท้า ตรงส่วน Heel Counter และ Insole ประทับด้วยแถบสามเส้นสัญลักษณ์แสนคุ้นตาของ Adidas บริเวณ


