ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียนของ iPhone ไปซะแล้ว ที่แม้จะเรียกเสียงปรบมือให้กับ iPhone รุ่นใหม่ได้เสมอ แต่มักจะพบปัญหาให้ตามแก้ไขอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีใน iPhone 4 และล่าสุดใน iPhone XS และ XS Max ตัวทอป ก็พบปัญหาเข้าซะแล้ว เมื่อผู้ใช้งานหลายคนต่างบ่นกันขรมเกี่ยวกับปัญหา Cellular และ Wi-Fi ที่ห่วยหนักและช้ากว่ารุ่นเก่า ๆ ซะอีก บรรดา iPhone Hardcore Fan ที่ตามหาจนสามารถได้ครอบครอง iPhone XS และ XS Max ก่อนใคร กลายเป็นคนกลุ่มแรกที่ต้องออกมาบ่นกับปัญหากันทั่วโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Apple’s support forum, MacRumors forums, หรือ Reddit เกี่ยวกับ Cellular และ Wi-Fi Receptor ที่ช้าและไม่ค่อยจะมีสัญญาณเอาซะเลย โดยมีคนเปรียบเทียบกับ iPhone รุ่นเก่า ๆ กลับพบว่า XS
ในทุกอุตสาหกรรมเบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทย่อมมาจากวิสัยทัศน์กว้างไกลของผู้บริหาร แต่ไม่เพียงแค่ในด้านผลประกอบการเท่านั้นที่ควรให้ความสำคัญ เมื่อรากฐานของบริษัทมักเริ่มมาจากเหล่าพนักงานซึ่งกำลังทำงานอยู่บนความเสี่ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสายการผลิตที่ต้องใช้แรงมากอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ มีสถิติตัวเลขของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุตสาหกรรมหนักทั่วไปอยู่ที่ 3.3 ใน 100 คน แต่จุดที่น่าสนใจคือ จำนวนสถิติของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บในโรงงานประกอบรถยนต์กลับมีสูงถึง 6.7 ใน 100 คน ซึ่งบอกได้ถึงอันตรายของความเสี่ยงจากการทำงานในอุตสาหกรรมดังกล่าว ทำให้ล่าสุด บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ซึ่งจ้างพนักงานในทุกฐานการผลิตทั่วโลกรวมกันถึง 202,000 คน จับมือกับ EksoBionic บริษัทกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างชุดหุ่นยนต์เสริมการทำงานของร่างกายมนุษย์ ได้ร่วมกันพัฒนาโปรเจคชุดทำงานสุดเจ๋งที่เรียกว่า Exoskeleton เพื่อประสิทธิภาพการทำงานตลอดจนช่วยในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย ในตอนแรกชุดดังกล่าว เคยถูกทดลองจากค่าย BMW มาแล้ว ก่อนที่ฟอร์ดจะนำมาทดลองใช้อย่างจริงจังกับกลุ่มช่างใน Section การประกอบชิ้นส่วน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรและมีความเสี่ยงมากกว่าส่วนอื่น โดยเจ้าชุด Exoskeleton มีลักษณะคล้ายกับ ชุดของ Matt Demon ในหนังเรื่อง Elysium เหมือนการสวมเสื้อกั๊กแบบครึ่งท่อน มีคุณสมบัติในการเพิ่มความแข็งแรงของแผ่นหลังและแขน สามารถเพิ่มการแบกรับน้ำหนักสูงสุดถึง 15 ปอนด์ (6.8 กิโลกรัม) ต่อแขนหนึ่งข้าง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้
ผ่านไปแล้วสำหรับ Apple Special Event 2018 หรืองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าประจำปีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple Inc ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Steve Jobs Theater แคลิฟอร์เนียโดยปีนี้ทาง CEO ของแบรนด์อย่าง Tim Cook ก็นำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาเปิดตัวมากมายแต่แน่นอนที่ผู้ชายสายอัปเดตอย่างเราน่าจะติดตามมากที่สุดคงจะไม่พ้น iPhone XS, iPhone XS Max ที่เป็นตัวพัฒนามาจาก iPhone X และ iPhone XR ซึ่งจะมาเป็นทางเลือกให้สาวกสายประหยัดงบ โดยเราจะสรุปให้หนุ่ม ๆ ได้เข้าใจง่าย ๆ ตามเลยนี้ จะได้มีข้อมูลพร้อมก่อนตัดสินใจคว้า gadgets ที่เปิดตัวได้อย่างน่าดึงดูดใจไม่เบา ไม่ก็เตรียมใจซื้อให้สาว (อันนี้ตัวใครตัวมันนะ) iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นอัพเกรดของ iPhone X iPhone XS มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS MAX
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาสำหรับชาวเอเชีย 18th Asian Games Jakarta Palembang 2018 หรือ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ที่แข่งขันกันไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม – 2 กันยายนที่ผ่านมา ทีมงาน UNLOCKMEN ขอแสดงความชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย ที่สามารถช่วยกันคว้ามาได้ 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน 46 เหรียญทองแดง จบที่อันดับ 12 ของตารางเหรียญรางวัลรวม นอกจากผลงานของนักกีฬาไทยแล้ว ในเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดนี้ยังมีเรื่องที่น่ายินดีของชาวเอเชียด้วยกันก็คือ มีการทำลายสถิติโลกถึง 5 รายการ และทาบสถิติโลกอีก 1 รายการ โดยทีมยิงธนูจากเกาหลีใต้สามารถทำลายสถิติโลกได้ 2 อีเวนต์ ส่วนนักยิงเป้าบินทีมชาติไต้หวันก็สามารถทำลายสถิติโลกในประเภท Trap ทีมผสม ขณะที่ Yang K. จากไต้หวันก็ยิงได้ทาบสถิติโลกที่ 48 คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ ประเภท Trap ชายเดี่ยว ด้าน
มีดพับทั่วไปอาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับการพกพาไปไหนมาไหนกับเรา หยิบขึ้นมาใช้ทีไรก็ดูจะเขิน ๆ ที่หยิบมีดที่ดูเป็นมีดจริงจังขึ้นมาใช้ หรืออาจจะกลายเป็นดูน่ากลัวสำหรับสาว ๆ ไปเลยก็ได้ UNLOCKMEN อยากแนะนำ COOL STUFF มีดพกเจ๋ง ๆ ที่พับแล้วขนาดพอ ๆ กับเหรียญอย่าง “ECLIPSE” ที่ให้เราพกมีดได้แบบเท่ ๆ ไม่ดูเป็นมีดจริงจังที่ออกจะน่ากลัวเกินไปสักหน่อย Cool Design “ECLIPSE” ก็คือมีดพับที่พอพับแล้วมันจะกลายเป็นวงกลม ขนาดพอ ๆ กับเหรียญดอลลาร์ ทำให้เราพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ดูเหมือนเป็นอาวุธ แต่เป็น COOL STUFF เท่ ๆ ที่หยิบออกมาใช้ยามจำเป็นได้ ด้วยไซส์ที่เป็นมิตรกับผู้ชายที่ไม่ชอบพกของเยอะแยะ ด้วยความหนาเพียง 6 มิลลิเมตร จะห้อยเป็นพวงกุญแจ เก็บในกระเป๋าตังค์ กระเป๋ากางเกง ช่องเล็ก ๆ ในกระเป๋าได้ทั้งนั้น Locking System มีดพกตัวนี้มาพร้อมกับ Button Lock เพื่อให้เรามั่นใจว่าใบมีดจะไม่ถูกเปิดหรือเลื่อนออกมาขณะที่อยู่ในกระเป๋าตังค์หรืออยู่ในกระเป๋ากางเกงจนทำให้ของใช้เสียหาย หรือทิ่มเข้าเนื้อเราเข้า เวลาเปิดใช้จริงก็ไม่ต้องห่วงเช่นกัน เพราะด้านคมของมีดจะอยู่อีกฝั่งกับด้านที่เราใช้เปิด จึงมั่นใจได้ว่ามันจะไม่บาดนิ้วเราในตอนที่เลื่อนเพื่อเปิดใช้งานนั่นเอง เรียกได้ว่าเซฟตี้แล้วเซฟตี้อีก Built
ปาร์ตี้ในคืนวันหยุดมักจบด้วยความหนักหน่วงเสมอ ก็ทำงานมาหนักตลอดทั้งสัปดาห์ ถึงเวลาพักผ่อนก็อยากจะสนุกให้เต็มที่ แต่บางทีก็ดื่มเพลินจนเมาเกินไปทำให้เสี่ยงอันตรายทั้งจากคนรอบข้างและตอนขับรถ ถ้าเรารู้ระดับแอลกอฮอล์ว่ามีเท่าไหร่ แค่ไหนจะเมาคงจะดีไม่น้อย ดังนั้นสำหรับผู้ชายสาย PlayHard แล้วเรามีตัวช่วยเจ๋ง ๆ ที่ว่ามาแนะนำ PROOF: Alcohol Tracking Wearable Wristbands อัจฉริยะซึ่งถ้าดูจากหน้าตาภายนอกคงไม่เชื่อว่ามันสามารถตรวจระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ โดยหลักการทำงานของมันคือการใช้เทคโนโลยี Milo Sensors ที่ถูกติดไว้โดยรอบตัวสายซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจจับหาเคมีในเหงื่อ จากนั้นก็วิเคราะห์ข้อมูลหาปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย และส่งไปแสดงผลให้เข้าใจง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยเตือนให้เราตัดสินใจได้ว่าจะดื่มต่ออีกแค่ไหน หรือนั่งพักให้หายเมาก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน โดยขั้นตอนทั้งหมดเราจะไม่ต้องเสียเวลามานั่งกดเช็คเพราะตัว Wristbands จะทำงานแบบอัตโนมัติ โดยทำการแจ้งเตือนเป็นระยะ ๆ หากจำนวนแอลกอฮอล์ในร่างกายของคุณสูงเกินระดับที่ตั้งค่าเอาไว้ แอปพลิเคชันก็จะทำหน้าที่เป็นตัวคอยให้สัญญาณว่าควรหยุดดื่มก่อนจะเมาไร้สติ ในปัจจุบัน PROOF : Alcohol Tracking Wearable กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาโดยคาดว่าจะมีการวางขายสู่ตลาดในเร็วๆนี้ ถือว่าเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์และตอบโจทย์หนุ่มนักเที่ยวได้ดีเลยทีเดียว เพราะโทษของกฎหมายเมาแล้วขับของบ้านเราในปัจจุบันถูกปรับให้เคร่งครัดขึ้นมาก โดยถ้าทำการเป่าเครื่องวัดแล้วตรวจเจอปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่าระดับ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากเดิม 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะถือว่า “เมาสุรา” ทันทีและมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ขอบอกว่าประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยนะครับ
งานที่เคร่งเครียดในปัจจุบันทำให้หนุ่ม ๆ ต้องนั่งติดเก้าอี้ ตาจ้องจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน เมื่อเป็นแบบนี้อาการตาล้า ผลกระทบจากแสงสีฟ้าตามมาแน่นอน ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขได้ง่าย ๆ เสียด้วย เพราะลักษณะการทำงานยุคปัจจุบันเป็นแบบนี้ จะให้ลาออกก็คงไม่ใช่เรื่อง ดังนั้นคงจะดีถ้ามีมุมให้พักสายตาระหว่างวันบ้าง แต่ในออฟฟิศไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ดูเคร่งเครียดไปหมด ไม่ผ่อนคลายเลย UNLOCKMEN วันนี้จึงมีสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่ายแต่ดีงามมาฝาก EcoQube C Plus อธิบายง่าย ๆ มันคือลูกผสมระหว่างกระถางต้นไม้และตู้ปลาขนาดย่อม แต่เพิ่มความสะดวกสบายตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วยการที่ไม่ต้องรดน้ำ พืชที่คุณปลูกจะเติบโตจากพลังงานแสงอาทิตย์เทียมที่ส่องสว่างผ่านหลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ด้านบน ซึ่งเจ้าหลอดไฟอัจฉริยะนี้ไม่ได้มีดีแค่ประโยชน์ แต่ยังสวยงามอีกด้วยเนื่องจากคุณสามารถเลือกสีสันของไฟได้ด้วยตัวของคุณเอง ถึงแม้ EcoQube C Plus จะใช้ระบบ All-In-One น้ำทั้งหมดไหลเวียนอยู่ในตัวเอง ไม่ต้องระบายน้ำทิ้ง ไม่ต้องเติมน้ำเพิ่ม แต่รับรองได้เลยว่าไม่มีปัญหาเรื่องความสะอาดแน่นอน เนื่องจากใช้ตัวกรอง ‘Aquaponics’ ผลงานการออกแบบจากบริษัทตัวกรองน้ำชั้นนำ ‘Aqua Design Innovations’ ซึ่งระบบนี้เป็นตัวกรองที่มีความซับซ้อนถึง 3 ชั้น ดังนั้นรับประกันได้ว่าน้ำที่คุณใส่ไปตั้งแต่วันแรกใสแจ๋วแม้จะผ่านกาลเวลาไปอย่างยาวนาน ด้านบนของ EcoQube C Plus เป็นเหมือนกระถางต้นไม้เล็ก ๆ 5 กระถาง ทำให้คุณสามารถเลือกปลูกพืชได้ตามใจชอบได้แตกต่างกันถึง 5 ชนิด เรียกว่านอกจากจะเป็นที่ผ่อนคลายพักสายตาแล้วยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเราได้อีกต่างหาก ใครที่กำลังหามุมเล็ก
ปกติโต๊ะทำงานของผู้ชายเราส่วนใหญ่มักจะเคลียร์ไว้ให้โล่งเสมอ หัวจะได้แล่นขณะทำงาน แต่ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานแล้ว ส่วนใหญ่มักเป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอย่างฟิกเกอร์ตัวโปรด หรือ หนังสือที่ชอบไว้เปิดพักเบรกสายตาเท่านั้น เพื่อเพิ่มรสชาติการทำงาน ทุกวันนี้จึงมีคนประดิษฐ์อุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาสนอง need ของอารมณ์หนุ่มออฟฟิศระหว่างที่นั่งทำงานหน้าจอมากขึ้น ทั้งปุ่ม Enter ขนาดยักษ์ไปทุบแก้หัวร้อน คีย์บอร์ดวินเทจเพิ่มความโก้ ฯลฯ ล่าสุดมีของเล่น tech ชิ้นใหม่สุดยียวนชวนให้ควักกระเป๋าอย่างแฟลชไดร์ฟที่มีชื่อว่า Humpy Dog หรือจะให้แปลเป็นไทยคงเรียกได้ว่า “ไดร์ฟหมาจอมดึ๊บ” ที่พอเสียบเข้าพอร์ต USB แล้ว ระหว่างรออัพโหลดข้อมูลเข้าแฟลชไดร์ฟ เจ้า dog จะกระทำท่า doggie รัว ๆ แบบไม่มีเหนื่อยให้เราได้พักสายตา ว่าด้วยเรื่องคุณภาพ Humpy Dog ผลิตออกมาหลายเวอร์ชั่น บางเวอร์ชั่นใช้เป็น USB cover ขณะที่บางเวอร์ชั่นสามารถใช้เป็นไดร์ฟบันทึกข้อมูล ดังนั้น เวลาซื้อก็ต้องอ่านให้รอบคอบก่อน แต่เราขอรีวิวไว้ตรงนี้ว่าสำหรับตัวที่เป็นแฟลชไดร์ฟยังไม่ใช่ตัวท็อปด้านการใช้งานเพราะมีความจุน้อยแค่ 8 GB เท่านั้น ถ้าเทียบกับแฟลชไดร์ฟใหม่ ๆ ในยุคนี้ก็ถือว่าห่างกันหลายขุม ถ้าซื้อคิดว่าเน้นประโยชน์เรื่องความบันเทิงมากกว่า ใครที่คิดว่าอยากแบ่งปันโมเมนต์กวนขำ ๆ
จะไม่ให้ร้องว้าวก็คงไม่ได้ เมื่อของเล่นในวัยเด็กกับความฝันในวัยหนุ่มถูกมัดรวมกันไว้ในสิ่งเดียว ใครจะไปคิดว่าของเล่นตัวต่ออย่าง LEGO ที่เราเคยใช้จินตนาการสร้างให้ออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยยังแบเบาะ วันหนึ่งจะถูกสร้างมาในโมเดลรถ Hypercar อย่าง BUGATTI CHIRON แถมครั้งนี้ไม่ได้ทำมาตั้งโชว์ในตู้ไว้ดูต่างหน้าเฉย ๆ เพราะมันสามารถวิ่งได้จริงด้วย ทีมสร้าง 20 ชีวิต กับตัวต่อกว่า 1,000,000 ชิ้น สำหรับสร้างสรรค์ตัวรถ ตัวต่อมอเตอร์ไฟฟ้า 2,304 ชิ้นในส่วนของเครื่องยนต์ ชุดล้อ 4,032 ชิ้น และเพลาขับอีก 2,016 อัน พร้อมเวลาเบ็ดเสร็จ 13,400 ชั่วโมงที่ LEGO ใช้ไปกับการสร้างสรรค์ BUGATTI CHIRON ขนาดเท่าของจริงขึ้นมา ไม่เพียงแค่นั้น CHIRON คันนี้ต่างจากชุดตัวต่อ X WING FIGHTER ที่เคยตั้งตระหง่านอยู่กลางจัตุรัส Time Square ที่สร้างจาก LEGO 5.3 ล้านชิ้น ตรงที่มันไม่ได้แค่แข็งทื่ออยู่กับที่ แต่คราวนี้กลับเคลื่อนไหวได้จริง ๆ
ในช่วงวันฝนตกแถมรถยังติดคงเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดอยู่แล้วสำหรับผู้ชายแบบเรา แต่ถ้าดันซวยเกิดเครื่องยนต์ดับแบตหมดท่ามกลางสายฝนแล้วละก็คงเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกที่ต้องตามช่างมาช่วยจั๊มแบตในสถานการณ์แบบนั้น แต่ปัญหานี้จะกลายเป็นเรื่องเล็กในทันทีถ้าคุณมีอุปกรณ์อย่าง NOCO : Genius Boost ติดรถเอาไว้ NOCO : Genius Boost เป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบพกพามาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเฉพาะของ NOCO ที่ป้องกันการเกิดประกายไฟระหว่างใช้งานรวมถึงป้องกันกระแสไฟย้อนกลับขั้วและที่สำคัญคือป้องกันน้ำได้ ทำให้หมดกังวลแม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจเพราะถึงคุณเป็นผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยกับการจั๊มแบตเตอรี่รถยนต์ก็สามารถใช้งานได้สบาย ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย NOCO ยังออกแบบให้ Genius Boost มีถึง 5 รุ่นซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีความเหมาะสมกับขนาดของแบตเตอรี่และเครื่องยนต์ของรถรุ่นนั้น ๆ อีกด้วยโดยไล่ตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตรไปจนถึง 10 ลิตรเลยทีเดียว นอกจากนั้นทุกรุ่นยังมีฟังก์ชันการใช้งานเสริมไม่ว่าจะเป็นไฟฉายในกรณีรถเสียเวลากลางคืน หรือการทำหน้าที่เป็น Power Bank สำหรับชาร์จ Smartphones , กล้อง GoPro หรือหูฟัง Wireless ก็ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานเล็กก็ได้งานใหญ่ก็ดี ครบเครื่องในหนึ่งเดียว ต้องบอกว่าหมดยุคพกสายจั๊มแบตแล้ว ต่อไปแม้เราจะพบเจอปัญหาแบตเตอรี่หมดไม่ว่าที่ไหนสถานการณ์ใด ก็สามารถเอาตัวรอดผ่านไปง่าย ๆ ด้วย NOCO : Genius Boost หมดปัญหาต้องรอขอความช่วยเหลือที่แสนยากเย็นเหมือนที่เคยผ่านมาเสียที
ผู้ชายหลายคนอยากเลี้ยงหมา แต่ชีวิตประจำวันไม่เอื้ออำนวย เช่นอยู่คอนโดคนเดียว ไม่มีคนคอยเลี้ยงดูตอนทำงาน หรือกลัวจะเสียใจตอนมันตาย ทำให้เราต้องตัดใจจากความน่ารักของเพื่อนสี่ขาสำหรับคลายเหงาอย่างที่คนอื่นเค้ามีกัน สิ่งที่เราทำได้คือเฝ้ารอให้ถึงวันที่ Robot Dog จะได้รับการพัฒนาให้เหมือนหมาจริงที่สุด ปัญหาทุกอย่างก็จะหมดไป และพวกเราก็จะได้เล่นกับหมาที่ไม่มีวันป่วยหรือตายจากเราไป Sony Aibo คือ Robot Dog ตัวใหม่จากค่าย Sony ที่เป็นคำตอบสำหรับผู้ชายอยากเลี้ยงหมาแบบพวกเรา ออกแบบมาเพื่อเป็นหุ่นยนต์แก้เหงาที่ผ่านการอัพเกรดมาจาก Aibo เวอร์ชั่นเก่าในปี 1999 – 2006 ซึ่งต้องบอกว่าเทคโนโลยีในยุคนั้นอาจจะไม่สามารถสร้าง Aibo ที่เฉลียวฉลาดได้มากนัก เมื่อเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนามาไกลถึงวันนี้ Sony จึงได้ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าให้น่ารักน่าซื้อมากขึ้น และเพิ่มความสามารถเข้าไปใหม่ราวกับเป็นสุนัขคนละตัว 2018 Sony Aibo Robot Dog โฉมใหม่จะสามารถเล่นกับเจ้าของได้มากขึ้น การเคลื่อนไหวและเสียงร้องที่เป็นธรรมชาติ มีการเพิ่ม T-ouch Sensor สำหรับสื่อสารยามที่เราสัมผัสลูบไล้ตัวมัน พร้อม Facial Recognition สำหรับจดจำโฉมหน้าเจ้าของ ซึ่งจะช่วยให้มันทักทาย แสดงท่าทางที่แตกต่างจากคนอื่น และ Camera Mapping สำหรับจดจำมุมต่าง ๆ
ทุกวันนี้การถ่ายภาพกลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรพื้นฐานที่ผู้ชายอย่างเราต้องทำทุกวัน ถ้าไม่ถ่ายเพื่อใช้งานเองส่วนตัว ก็ต้องถือถ่ายให้คนอื่น ดังนั้นสมาร์ตโฟนจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราต้องใช้ถ่ายภาพอยู่เสมอ แต่บางครั้งสมาร์ตโฟนที่เราเลือกมาก็ไม่ได้ออกแบบมาให้มีคุณสมบัติถ่ายรูปได้เฉียบเท่ากับรุ่นใหม่ ๆ ที่สร้างฟังก์ชันมาเพื่อการถ่ายรูปโดยเฉพาะ ล่าสุดจึงมีคนรู้ใจออกแบบเคสโทรศัพท์มาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เราจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ทั้งที่เครื่องเก่าก็ยังใช้งานได้ดีเพราะติดปัญหาเรื่องกล้อง Pictar คือเคสอุปกรณ์เสริมที่สามารถเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องเดิมที่ถ่ายรูปแสนห่วย noise กระจายของเราให้กลายเป็น DSLR ตัวย่อมได้ทันทีที่ใช้ เพื่อให้เราสามารถถ่ายภาพทั่วไปหรือเซลฟี่ได้ดียิ่งขึ้นเพียงแค่สวมทับ ไม่เพียงแค่คุณภาพและฟังก์ชันที่ติดมากับอุปกรณ์ แต่สัมผัสการใช้งานเองก็ยังเลียนแบบออกมาเสียเหมือน เพราะมีกริ๊ฟสำหรับจับกันลื่น ช่วยกันกระแทกเวลาเครื่องหล่นได้ แถมปุ่มด้านบนให้หมุนปรับเลือกฟังก์ชันการถ่ายภาพได้แบบเดียวกับการใช้ DSLR ตั้งค่าได้หมดเนื่องจากมีโหมดไว้ปรับทั้งแสง การซูม หรือค่า ISO ตามต้องการ นอกจากนี้ วิธีเชื่อมอุปกรณ์เพื่อใช้งานยังเป็นการทำงานผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงที่เกิดจากการกดปุ่ม โดยแต่ละปุ่มจะให้เสียงต่างกันและซิงค์กับโหมดการใช้งาน จึงทำให้ไม่ดึงพลังงานแบตเตอรี่จากสมาร์ตโฟนของเราระหว่างการใช้งานด้วย เลยเป็นข้อดีที่พวกเราสามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องกลัวว่าจะถ่ายภาพสะดุดเพราะแบตฯ หมด สำหรับสายเดินทางที่อยากตั้งกล้องถ่ายแลนสเคปสวย ๆ เพราะกลัวมือสั่น หรือเก็บภาพกลางคืน ทาง Pictar ก็ยังออกแบบทั้งขาตั้งกล้อง แฟลชแยก และไมโครโฟน (กรณีที่เราอยากถ่ายวิดีโอ) มาขายเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อใช้คู่กัน เรียกได้ว่าเลียนแบบ DSLR จริงมาทุกกระเบียดนิ้ว ใครอยากจะเสริมตัวไหนก็เลือกไปใช้คู่กันได้เลย ส่วนใครที่อยากเปรียบเทียบว่าการใช้งานของมันจะดีสมราคาจริงหรือเปล่า ลองดูวิธีใช้งานได้จากจริงด้วยคลิปด้านล่างนี้จะเห็นภาพชัดกว่า ท้ายนี้ ถ้าใครอยากได้ไว้ในครอบครองแนะนำว่าต้องรีบซื้อในเว็บไซต์ของ The Mashable shop


