เข้ายิมบ่อย ๆ อาจจะเบื่อกับอะไรเดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ สิ่งบันเทิงใจก็มีแค่เพลงในยิม (ที่ไม่ได้เลือกเอง) กับสาว ๆ ที่นาน ๆ ทีจะโผล่มาให้ชื่นใจบ้าง แต่วันนี้ยักษ์ใหญ่วงการสุขภาพอย่าง Onnit ที่มีผลิตภัณฑ์สารพัดอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ ได้ออกอุปกรณ์ออกกำลังกายซีรีส์ใหม่ ที่รับรองว่าแฟน STARWARS ต้องโคตรคลั่ง เป็นอะไรมาดูกัน ไม่ต้องปล่อยตัวเองให้ย้วยแบบแจ้บบ้าอีกต่อไป Onnit ได้ออกอุปกรณ์ฟิตเนสซีรีส์ใหม่ที่ออกมาเอาใจแฟน STARWARS กันแบบสุด ๆ ในซีรีส์ใหม่นี้ ประกอบด้วย Kettlebells, Medicine Balls และเสื่อโยคะ โดย Kettlebells ขนาด 70 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Darth Vader ราคา $199.95 ขนาด 60 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Stormtrooper ราคา $179.95 และขนาด 50 ปอนด์เป็นรูปหัวของ Boba Fett ราคา $149.95 ส่วน
ในบรรดาแบรนด์เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านชื่อดังระดับโลก ชื่อของ IKEA คงจะติดอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอนเวลาที่คนจะไปซื้อของตกแต่งบ้านด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ใช้งานได้หลากหลาย วัสดุคงทน ทำให้ถูกใจคนใช้ทั่วโลก แต่ใครจะนึกล่ะว่าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อย่าง IKEA จะทำการแหกคอกมา Collaboration กับแบรนด์แฟชั่นสุดแนวอย่าง OFF-WHITE ได้ซะเนี่ย โดยความร่วมมือระหว่างสองแบรนด์เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนปีก่อนที่งาน IKEA Democratic Design Days ซึ่ง Virgil Abloh ผู้ก่อตั้ง OFF-WHITE ได้เผยโฉมกระเป๋า IKEA FRAKTA ที่ถูกรีดีไซน์แปะด้วยคำว่า “Sculpture” ตรงข้างกระเป๋าเข้าไป แต่ก็ยังไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเป็นผลงานตามมาอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็มีภาพหลุดออกมาเป็นระยะไม่ว่าจะพรมปริ้นท์ลายที่มีคำว่า “KEEP OFF” ในห้องทดลองต้นแบบของ IKEA จนเมื่อเร็ว ๆ นี้มีแอคเค้าท์ Instagram ที่ชื่อ Portnygain ได้ไปเยี่ยมชมห้องทดลองของ IKEA ในสวีเดน และเปิดเผยส่วนอื่นของคอลเลคชั่นแบบไม่ได้ตั้งใจ โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือพรมสีแดงผืนใหญ่มีคำว่า “BLUE” อยู่ตรงกลางในขณะที่มีคำว่า OFF-WHITE อยู่มุมขวาล่างของพรม ก็ได้สร้างความแตกตื่นบนโลกออนไลน์พอสมควร เนื่องจากไม่มีคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดการ crossover
หากพูดถึงบทบาทของนาฬิกา Hamilton (แฮมิลตัน) ในแวดวงการบินก็คงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เมื่อมองย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1919 Hamilton เป็นแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับเลือกจากกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ ให้ใช้บนเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากวอชิงตันไปยังนิวยอร์ก รวมถึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตและส่งมอบนาฬิกาให้แก่กองทัพสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ นับแต่ปี 1914 อีกด้วย แบรนด์ Hamilton จึงนับได้ว่ามีชื่อเสียง และมรดกทางประวัติศาสตร์ด้านการบินมาอย่างโชกโชน ด้วยการทำงานร่วมกับฝูงบิน และนักบินที่มีชื่อเสียงระดับโลกมามากมาย สู่การนำเสนอคอลเลคชั่นนาฬิกากลุ่ม Khaki Aviation สุดโดดเด่นจาก Hamilton มาในรูปลักษณ์สุดคลาสสิค พร้อมฟังก์ชันที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของนักบินได้อย่างลงตัว เรือนเวลาที่สะท้อนตัวตนแห่งการบินและเครื่องมือนำทางเชิงเทคนิค พร้อมความเที่ยงตรงในทุกรายละเอียด ทำให้นาฬิการุ่น Khaki X-Wind Auto Chrono เรือนใหญ่สุดห้าวหาญนี้ ไม่ได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ข้อนี้แต่อย่างใด งานตกแต่งรายละเอียด และตัวเรือนเคลือบ PVD สีดำสุดดุดันของ Khaki X-Wind Auto Chrono ยิ่งตอกย้ำถึงรูปลักษณ์และชื่อเสียงของนาฬิกานักบินในซีรี่ส์นี้ทั้งในแง่ของความเที่ยงตรงและฟังก์ชั่นเชิงเทคนิคได้เป็นอย่างดี มาพร้อมสายหนังสีดำช่วยขับเน้นลุคเข้มขรึม ตัวเรือนขนาด 45 มม. สุดทนทาน พร้อมองค์ประกอบแห่งฟังก์ชั่น 5 คุณลักษณะรอบข้างตัวเรือนในรูปของตัว X ตามแบบฉบับเรือนเวลาซีรี่ยส์
หลายครั้งที่ปกอัลบั้มของศิลปินเป็นภาพที่คุ้นตา โด่งดังไปทั่วโลก จนเป็นเหมือนงานอาร์ตอีกชิ้นนึง ทำให้ปกอัลบั้มเป็นมากกว่าสิ่งพิมพ์หรือบรรจุภัณฑ์ของอัลบั้ม มันคือการสื่อความหมายของศิลปินผ่านปกอัลบั้ม วันนี้ UNLOCKMEN เอาเรื่องราวเบื้องหลัง ที่มาที่ไป ของปกอัลบั้มที่เราทุกคนต้องคุ้นตาจากศิลปินดังอย่าง Pink Floyd, Radiohead, Nirvana, Joy Division และ Coldplay มาบอกเล่าเอาไว้คุยกับเพื่อนแบบเท่ ๆ อย่างคนรู้จริง Nevermind จาก Nirvana ภาพสุดดังคุ้นตานี้เป็นภาพของเจ้าหนูน้อย Spencer Eldren ที่อายุเพียงสี่เดือนในตอนนั้นและเป็นการว่ายน้ำครั้งแรกของเขาด้วย โดยการถ่ายทำปกอัลบั้มนี้เกิดขึ้นที่ Pasadena public pool ที่มีเด็กที่เพิ่งโผล่ออกมาดูโลกได้ไม่นานมาออดิชั่นอีกหลายคน แต่ Kurt ประทับใจรูปของเด็กคนนี้มากที่สุด แต่ยังรู้สึกว่ามันใส่อะไรเข้าไปได้อีก เขาพูดติดตลกให้ใส่เบ็ดตกปลาลงไป ซึ่งนั่นทำให้ทีมงานต่อยอดไอเดียออกมาเป็นปกสุดเจ๋งที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ แม้ว่า Kurt เองจะไม่ได้บอกถึงความหมายจริง ๆ ว่ามันหมายถึงอะไร แต่ดีไซเนอร์ของภาพนี้อย่าง Robert Fisher ได้สันนิษฐานไว้ว่า เด็กเป็นตัวแทนของความไร้เดียงสาของเขา ส่วนเบ็ดนั้นหมายถึงการเข้าสู่วงการเพลงของเขานั่นเอง A Rush of
ในฐานะที่เราเองก็เป็นคนชื่นชอบมอเตอร์ไซค์ ครั้งแรกที่ได้เห็นชื่อ คุณณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ในงานเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ที่จัดโดย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า นอกจากความตื่นเต้นกับดีไซน์สวยงามของรถรุ่นใหม่ที่กำลังเปิดตัวบนเวที อีกสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นกว่านั้น คือชื่อของคนที่ออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่เรากำลังมองตาค้างอยู่นั่นเอง “คุณณัฐพัชร์ จรรยาพาณิชย์ ดีไซน์ โปรเจกต์ ลีดเดอร์” พิธีกรบนเวทีพูดชื่อพร้อมแนะนำตำแหน่งของเขาใน ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เซ้าท์อีสท์ เอเซีย เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าในบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า จะมีคนไทยเป็นดีไซน์เนอร์อยู่ในนั้นด้วย และยังเป็นถึงระดับโปรเจกต์ ลีดเดอร์อีกต่างหาก พร้อมคิดในใจว่าอยากนั่งพูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดที่น่าสนใจกับผู้ชายคนนี้สักครั้ง และวันนึงเราก็มีโอกาสได้พูดคุย ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ มีมุมมองดี ๆ และประสบการณ์ที่น่าสนใจมากมาย น่าจะถ่ายทอดแรงบันดาลใจให้เราไล่ตามความฝันได้ไม่ยากเลยครับ อะไรที่ทำให้เลือกมาเป็นดีไซน์เนอร์สายอุตสาหกรรมยานยนต์ ‘เพราะเป็นคนชอบเรื่องของยานพาหนะมาตั้งแต่เด็ก ๆ ชอบขับรถ จริง ๆ ชอบยานพาหนะทุกอย่างเลยครับ พอตอนจะเข้ามหาลัยเลยเลือกคณะสถาปัตยกรรม โปรดักส์ ดีไซน์ ศิลปะอุตสาหกรรม ซึ่งจริง ๆ ก็จะแยกเป็นหลายแขนง แต่ผมเลือกยานยนต์’ รู้ตัวว่าอยากออกแบบมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ช่วงเรียนเลยไหม ‘ถ้าหมายถึงจุดเริ่มต้นที่อยากออกแบบรถมอเตอร์ไซค์จริง ๆ คือตอนเรียนปี 5 ครับ ตอนนั้นยังเรียนไม่จบ อยู่ในช่วงทำธีสิสผมกำลังอินกับมอเตอร์ไซค์ แล้วได้เจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่ได้เข้าไปทำงานออกแบบของฮอนด้า เล่าให้ฟังว่าการได้ทำงานออกแบบรถมอเตอร์ไซค์แล้วได้เห็นคนใช้งานมันจริง ๆ เห็นคนที่ชื่นชอบและหลงใหลไปกับสิ่งที่เราออกแบบมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
ขึ้นชื่อว่าการประกวดภาพถ่าย นอกจากรางวัลที่ได้รับ สิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าคือความภาคภูมิใจในผลงาน ที่ไม่ใช่แค่เจ้าของภาพคิดว่าสวย แต่เป็นการได้รับการยอมรับจากคนอื่น ไม่ว่าจะระดับสากล ระดับประเทศ หรือระดับแบรนด์ที่ UNLOCKMEN เองก็เคยจัดมาแล้วอย่างยิ่งใหญ่ แต่บางรายการ ความยาก มาตรฐาน และความภูมิใจยิ่งมากเป็นร้อยเท่า โดยเฉพาะรายการประกวดภาพถ่ายใหญ่ ๆ อย่าง Hasselblad Masters Awards 2018 ที่เพิ่งจะประกาศผู้ชนะเลิศออกมาเป็นที่เรียบร้อย และแน่นอนว่าภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือกนั้น สวยงามและสมบูรณ์แบบทุกภาพ สำหรับการประกวดรายการ Hasselblad Masters Awards 2018 จะให้ตากล้องส่งภาพที่คิดว่าดีที่สุด 3 ภาพ และจะมีกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง บวกกับ Public Vote ร่วมกันเพื่อคัดเลือกผู้ชนะใน 11 Categories ครอบคลุมหัวข้อน่าสนใจหลายอย่าง ตั้งแต่ Street, Wild Life, Architecture, Art, Product, Beauty, Wedding และอีกมากมาย ซึ่งนอกจากความภูมิใจแล้ว ผู้ชนะเลิศยังได้เป็น Hasselblad Brand Ambassador เป็นเวลา
บางทีพวกเราก็อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างประกอบกันอยู่ในรถยนต์ของเรา สำหรับบางคนที่มีสกิลช่างระดับเทพ ก็คงแกะเข้า แงะออกได้สบาย ไม่มีปัญหา แต่สำหรับอีกหลายคน ต้องบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ต่อให้เป็นรถบ้านที่ส่วนประกอบไม่ซับซ้อนอะไรมากมายก็ตาม ยิ่งถ้าเป็น 12 Iconic Car ระดับโลก ที่มีความซับซ้อนของเทคโนโลยีอยู่ข้างใน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริง ๆ คงไม่มีทางได้พบเห็นในชาตินี้ แต่โชคดีที่มักจะมีศิลปินรับผิดชอบงานด้านนี้โดยเฉพาะ ค่อย ๆ ศึกษาชิ้นส่วนแต่ละอย่างของ Supercar ก่อนจะค่อย ๆ วาดมันออกมาให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งขั้นตอนการวาดถือว่าเป็นขั้นตอนที่ง่ายไปเลย ถ้าเทียบกับการแพลนล่วงหน้าว่าจะนำเสนอยังไงให้คนดูเข้าใจง่าย เพราะภาพวาดพวกนี้มันจะต้องนำเอาใช้ใน Catalogue, Manual รถคันนั้น ๆ และนี่คือ 12 ผลงาน Cutaways ที่สวยงาม ดูง่าย และน่าตื่นเต้นจนเราต้องนำมาฝากกัน เพราะนอกจากรูปสาว ๆ แล้ว ก็เป็นระบบที่สวยงามของรถ Iconic Car นี่แหละ Ford GT40 Mk. IV by James Allington Lancia
แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกที่สร้างชื่อเสียงจากการผลิตนาฬิกาชั้นนำมาตั้งแต่แรกเริ่มอย่าง ลองจินส์ (Longines) สำหรับหลายคนอาจยังไม่ทราบประวัติความเป็นมาของ แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกนี้ ลองจินส์ (Longines) แบรนด์นาฬิการะดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นที่เมือง แซงต์ อิมิเยร์ เมื่อปีค.ศ. 1832 เชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาที่มีดีไซน์ สง่างาม เปี่ยมไปด้วยมาตรฐานด้านคุณภาพ และการทำงานทรงประสิทธิภาพ นับตั้งแต่อดีต ลองจินส์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จับเวลาการแข่งขันกีฬาระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นพันธมิตรกับสมาพันธ์กีฬานานาชาติ ทำให้ชื่อของลองจินส์เป็นส่วนหนึ่งของโลกกีฬามาโดยตลอด นอกจากนี้ ลองจินส์ ยังเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท สวอทช์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำระดับโลก ที่โดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีความสง่างาม ดังตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายพร้อมปีกสยายของแบรนด์ที่ยืนยงมานานกว่า 150 ปี และยังคงเป็นแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับความไว้วางใจและคงอยู่ในกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง Longines Master Collection คือภาพสะท้อนของความร่วมสมัยของแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2005 ผสมผสานความสง่างามแบบคลาสสิกและความเป็นเลิศในการผลิต ซึ่งล่าสุดลองจินส์ได้นำเสนอ Longines Master Collection หน้าปัดเฉดสีใหม่เพิ่มเติม นั่นคือ เฉดสีน้ำเงิน เพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่หลงใหลในนาฬิกาคุณภาพได้เลือกกัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2005 Longines Master Collection ก็กลายเป็นคอลเลกชั่นขายดีของแบรนด์ โดยประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและครองความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผลิตนาฬิกาคุณภาพของลองจินส์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาลองจินส์ได้เพิ่มตัวเรือนขนาดต่าง
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า นอกจากเจนีวาแล้ว เมืองเบียล ก็เป็นอีกต้นกำเนิดแห่งวิถีประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตเรือนเวลามาจนถึงทุกวันนี้ ก้าวแรกของแบรนด์นาฬิกาอิสระอย่าง Azimuth ก็เริ่มต้นขึ้นที่นี่เช่นกัน ด้วยคอนเซ็ปต์ในการเป็นนาฬิการูปแบบเฉพาะตัวที่ผสานดีไซน์อันยอดเยี่ยม นวัตกรรมอันทันสมัย และประเพณีดั้งเดิมแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาของสวิส เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับใครที่รู้สึกว่าชื่อแบรนด์ไม่ค่อยคุ้นหู ที่จริงแล้วเรือนเวลาแบรนด์นี้มีประวัติและเทคโนโลยีการผลิตที่ละเอียดอ่อนไม่แพ้แบรนด์ไหนในโลก แม้จะเป็นนาฬิกาสวิส แต่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์และก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกา Azimuth ขึ้นที่เมือง เบียล ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 เป็นต้นมานั้น ไม่ใช่ชาวสวิส แต่เป็นชายผู้หลงใหลในเครื่องบอกเวลาชาวเอเชีย 2 ท่าน Alvin Lye กับ Christopher Long ทั้งสองท่านนี้เป็นผู้คร่ำหวอดมากประสบการณ์ในวงการนาฬิกา ทั้งในแง่ของการสะสม และการเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งไม่เพียงพอสนองความต้องการที่แท้จริงของเขาทั้งคู่ได้ เพราะทั้งสองต่างประสงค์ที่จะสร้างนาฬิกาในอุดมคติขึ้นมาเอง ด้วยความที่ไม่มีนาฬิกาแบรนด์ใดตอบโจทย์คุณสมบัติที่พวกเขาต้องการให้มีได้ โปรเจ็คต์การก่อตั้งแบรนด์และโรงงานนาฬิกาของพวกเขาจึงก่อกำเนิดขึ้นโดยเลือกคำว่า Azimuth ซึ่งเป็นชื่อเรียกระยะคำนวณของเส้นขอบฟ้าจากตำแหน่งใด ๆ บนโลก มาเป็นชื่อแบรนด์ ด้วยเป็นความหมายแห่งการแสวงหาความรู้ทางปัญญาของมนุษย์ อีกทั้งคำนี้ยังมาจากรากศัพท์ภาษาอารบิก ที่หมายถึงเส้นทางที่นักเดินทางข้ามผ่านซึ่งก็เป็นความหมายที่โดนใจพวกเขาเช่นกัน ส่วนโลโก้ของแบรนด์มาจากลักษณะของแฮร์สปริง ที่เปรียบได้กับการเต้นของหัวใจแห่งกลไกจักรกล ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการผลิตแต่เพียงนาฬิกาจักรกลได้อย่างตรงประเด็นที่สุด ความต้องการสร้างสิ่งที่แตกต่างนั้น คือวัตถุประสงค์หลักในการสร้างนาฬิกา Azimuth ดังนั้นนาฬิกาจาก Azimuth จึงแตกต่างจากนาฬิกาที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป พวกเขาให้อิสระกับทีมออกแบบ
เชื่อว่าชาว UNLOCKMEN ทุกคนต้องเคยเห็นรูปปั้นประติมากรรมกรีกและโรมันโบราณ ถ้ามองผ่าน ๆ ก็คงจบแค่ว่ามันเท่ดีนะ แต่บางคนอาจจะสังเกตเห็นจุดร่วมนึงที่น่าสนใจ คือรูปปั้นที่ร่างกายบึกบึน รูปร่างที่สมส่วน กล้ามเนื้อสวยงาม เหมือนจะเป็นผู้ชายในอุดมคติที่ Perfect แต่กลับมี ‘น้องชาย’ ที่เล็กจิ๋วกันหมด ถ้าจะปั้นให้เป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบทั้งที ทำไมไม่ปั้นให้ ‘น้องชาย’ ใหญ่สะใจ สมชายชาตรีอย่างที่คนสมัยนี้นิยมกัน ใช่แล้วครับ เราก็สงสัยเหมือนกัน และเราก็ไปหาจนเจอคำตอบมาบอกต่อให้ฟัง แม้ในปัจจุบัน การมี ‘น้องชาย’ ใหญ่ยักษ์ หมายถึงความสมชาย ความเหนือกว่าในด้าน Sex Performance ถึงขนาดที่หลายคนลงทุนผ่าตัดเสริมไซส์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น อาจจะเป็นเพราะภาพเกินจริงจากในภาพยนตร์ หรือจากโฆษณาต่าง ๆ แต่ในยุคกรีกโบราณ ค่านิยมความเท่ของผู้ชายไม่ใช่แบบนี้เลย ในทางตรงกันข้าม ยอดชายในยุคนั้น หมายถึงการมี ‘น้องชาย’ ขนาดเล็ก Sir Kenneth Dover ผู้เชี่ยวชาญด้านกรีกโบราณ มีผลงานหนังสือที่ชื่อว่า ‘Greek Homosexuality’ อธิบายเรื่องนี้เอาไว้ว่า ในยุคก่อนนั้น การมีน้องชายขนาดเล็กเป็นที่นิยมกว่ามาก ยิ่งน้องชายเล็ก แปลว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาดกว่า ใช้หัวสมองมากกว่า
หนึ่งใน Iconic Supercar ในช่วง 1974 – 1990 ต้องมีชื่อ Lamborghini Countach อยู่ในนั้นแน่นอน ถ้าใครนึกภาพไม่ออก มันคือรถที่ Jordan Belfort (Leonardo DiCaprio) ใน Wolf of Wall Street ใช้ขับจนพังด้วยความเมานั่นเอง (รู้หรือไม่ว่า Martin Scorsese ผู้กำกับภาพยนตร์ลงทุนใช้ 25th Anniversary Lamborghini Countach ของจริง เอามาชนจนพังจริง เพื่อให้ได้อารมณ์ที่สุด แต่ก็แอบเสียดายรถแทนมากเลย) ความเท่ของรถคันนี้เริ่มจากชื่อ Countach ที่ไม่มีความหมายในภาษาอังกฤษ เพราะ Lamborghini เอามาจากภาษา Piedmontese ภาษาพื้นเมืองทางตอนเหนือของ Italy ที่มีคนพูดได้อยู่ราว 1 – 2 ล้านคน น้อยคนนักจะรู้ว่าชื่อนี้แปลว่าอะไร แต่เราหาข้อมูลมาแล้ว เราจะบอกให้ว่า คำว่า coon-tahshe—is แปลเป็นไทยง่าย ๆ ได้ว่า “เหยดดดดด”


