คำว่า Productivity นั้นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในวัยคนทำงาน จะรู้ดีว่าถ้าหากวัน ๆ หนึ่งผ่านไปโดยที่ไม่มีงาน หรือได้ผลลัพธ์จากการทำงานในวันนั้นเลยจะรู้สึกหดหู่แค่ไหน บางคนจึงพยายามทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ตลอดทั้งเพื่อที่จะให้งานเสร็จลุล่วงอย่างที่ตั้งใจ หรือวางแผนไว้ แต่ในความเป็นจริงมันมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เปอร์เซ็นของ Work Productivity ในตัวเราลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมมันยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน เป็น หรือ ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวซะด้วย วันนี้เราจึงได้นำเอา 4 นิสัยในโลกออนไลน์ที่ถ้าหากคุณทำแล้ว จะลด Work Productivity ของคุณลงมาให้ดูกัน หากใครที่กำลังหาคำตอบชีวิตอยู่ว่า ทำไมถึงทำงานไม่ค่อยจะสำเร็จดั่งใจหมายสักที วันนี้เรามีคำตอบ และวิธีแก้ไขมาให้ได้ดูกัน ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า มันมีปัจจัยมากมายหลายสาเหตุที่จะทำให้ Work Productivity ของคุณนั้นลดลง แต่ในปัจจุบันนี้ สาเหตุของคนส่วนใหญ่จะเป็นนิสัยการใช้งานโลกออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่เป็น Internet นั่นแหละ ที่ทำให้พนักงาน หรือคนทำงานส่วนใหญ่ ไม่สามารถ Focus งานได้อย่างที่ควรจะเป็น โดยมีการแบ่งออกเป็น 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1#Browsing without a purpose หลายคนมีนิสัยชอบเปิดแท็บในหน้าเว็ป
ใครบอกความเท่ของแฟชั่นจะถูกจำกัดเอาไว้แค่ในเมืองหลวง ด้วยเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่หันไปลุยภูเขาแบบ Hiking กันมากขึ้น adidas อาจคิดว่า ทำไมเราไม่เอาแฟชั่นไปใส่ไว้ในนั้นซะเลยล่ะ? ว่าแล้วก็จับเอา Superstar ’80s อดีต low-top basketball shoes อันโด่งดังมาตั้งแต่ปี 1983 ผ่านยุคสมัยของ RUN D.M.C. มาแปลงโฉมใหม่ โดยใส่แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์การลุยป่าเข้าไป กลายเป็นดีไซน์รองเท้าที่เท่ ดูทนทานทั้งด้านฟังก์ชั่น และโทนสี เรียกว่าวัยรุ่นนิยมอะไร adidas Superstar จะตามไปคอยสนับสนุน มองแว้บแรก เราน่าจะเห็นรองเท้า sneaker คู่นี้เป็นรองเท้าสำหรับลุยป่า ไม่ว่าจะเป็น upper โทนสีเขียวเข้ม olive-green ที่ยั่วยวนชวนให้ออกไปย่ำยี ตัดกับ toe cap และ midsold สี off-white เสริมความเข้มแข็งด้วย heel tab สีแดง ดูร้อนแรงน่าผจญภัย แต่ถ้าดูให้ดี ๆ จะเห็นว่ามันถูกออกแบบจากพื้นฐานของ Superstar ’80s TR
สำหรับอาทิตย์นี้ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำรองเท้าสนีกเกอร์เข้าใหม่ที่น่าจับตามอง และกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดซึ่งถ้าใครยังมีโอกาสหามาไว้ในครอบครองได้ เราแนะนำว่าต้องรีบเก็บไว้ เพราะนอกจากจะใส่แล้วหล่อ ยังสามารถทำกำไรขายต่อได้อีกด้วย Tyler, The Creator x Converse Golf le FLEUR* ไม่น่าเชื่อว่า Tyler , The Creator ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ Golf wang จะสละ Vans ที่เคยสร้างชื่อให้กับเขา มาร่วมงานกับทาง Converse ออกคอลเลคชั่นสุดพิเศษอย่าง Tyler, The Creator x Converse Golf le FLEUR* ซึ่งวางขายพรีเซลไปแล้วในวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ร้าน Kasina ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 พฤศจิกายน สำหรับความพิเศษของรองเท้าคู่นี้คือการนำเอาโลโก้ One Star มาต่อยอดเป็นดีไซน์ตามคาแรกเตอร์ของตัว Tyler ซึ่งเขาได้ทำให้มันดูน่ารักสดใส จนเกิดเป็นลายดอกไม้ประดับเต็มไปทั่วรองเท้าไม่ว่าจะเป็นตรง ลิ้น ส้น
เมื่อไม่นานมานี้ทีมงาน UNLOCKMEN มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศ ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งทั้งสองประเทศนี้เรียกได้ว่ามีความเจริญก้าวหน้าทางวัฒนธรรมแฟชั่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยที่เราก็พยายามสังเกตสไตล์การแต่งตัวของหนุ่ม ๆ ที่โน่นว่าเป็นเช่นไร เผื่อจะเอามาอัพเดทให้กับชาว UNLOCKMEN ได้จับกระแสเทรนด์โลกไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของเราก็พบว่ามีอยู่ไอเทมหนึ่งกลายมาเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชายวัยรุ่นของประเทศพวกเขาอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางก็มักจะเจอทั้งหญิง ชายสวมใส่กันอย่างแพร่หลาย นั่นคือหมวกที่เรียกว่า Beret สำหรับคนที่อาจจะ งง ๆ ว่ามันคือหมวกอะไร ถ้าเกิดเราบอกว่ามันคือหมวกทหารเบเร่ต์ แบบนี้น่าจะพอร้องอ่อ กันมากขึ้น แต่สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นอีก เพื่อเป็นการต่อยอดวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องหมวก Beret มาเล่าให้ฟังพร้อมแนะนำสไตล์การแต่งตัวสำหรับคนที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ และตามเทรนด์โลกให้ทัน หากเราพูดถึงประวัติของเจ้าหมวก Beret คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าถูกผลิตขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ในประเทศฝรั่งเศส และสเปน โดยถูกผลิตขึ้นออกมาใช้สำหรับงานราชการแจกจ่ายให้กับทหาร และตำรวจสวมใส่ แต่อันที่จริงแล้วหมวก Beret มีต้นกำเนิดที่ยาวนานกว่านั้นมาก เพราะมันเริ่มต้นตั้งแต่ยุค Bronze Age ซึ่งอยู่ในช่วงราว ๆ 1206 -1150 ก่อนคริสตกาล ชนคนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของยุโรปมักสวมใส่หมวกลักษณะกลมเป็นเครื่องป้องกันศีรษะ ก่อนที่อิทธิพลจะแพร่ขยายไปยังชนเผ่า
วันนี้เราขอพาผู้อ่าน UNLOCKMEN มาอัพเดตอีกหนึ่งสไตล์ที่มาแรงทั้งในยุโรป อเมริกา หรือแม้แต่ในเอเชียเองก็ตามนั่นคือ Oversize สไตล์ ซึ่งโดยจริง ๆ แล้วเทรนด์นี้ผู้ให้กำเนิดคนแรก ๆ คือ Yohji Yamamoto ที่นำเสนอไอเดียการใส่เสื้อแบบ loose มาออกแบบตั้งแต่ยุค 90s ก่อนที่จะค่อยปรับเปลี่ยนลดขนาดเรื่อยมาจนเป็น slim fit แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่เมื่อไม่นานมานี้เราก็รู้สึกว่าเทรนด์การแต่งตัวแบบ Oversize ดูเหมือนจะเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมในวงกว้าง อาจด้วยความสบายไม่อึดอัด ทำให้เสื้อสไตล์ Oversize เข้าไปครองใจหนุ่ม ๆ อย่างรวดเร็ว สำหรับการใส่เสื้อ Oversize คนที่ไม่คุ้นชินอาจจะรู้สึกไม่ชอบคิดว่ามันเหมือนเดรสของผู้หญิง แต่เราอยากจะให้เปิดใจลองดูสักครั้ง เพราะข้อดีของมันคือจะช่วยอำพรางหุ่นปกปิดหุ่นที่แท้จริง เพราะประโยชน์ของการใส่เสื้อตัวยาว ถ้าคุณเป็นคนตัวผอมเสื้อ Oversize จะก็ทำให้เราดูตัวหนาขึ้น ไม่แห้งจนเกินไป หรือถ้าคุณเป็นคนตัวใหญ่ อาจจะไม่ต้องโคร่งมาก ๆ แต่เสื้อที่ช่วงตัวยาวจะทำให้ มันปิดก้น และช่วงขาใหญ่ ๆ ของเราได้ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเป็น Hipster หรือ Street Icon ถึงขั้นใส่เสื้อตัวใหญ่มาก แค่เลือกใหญ่กว่าปกติ
ถ้าพูดถึงแฟชั่น เรานึกถึงแบรนด์ฝรั่งเศส ถ้าพูดถึงรถยนต์ เรานึกถึงประเทศเยอรมนี ในด้านงาน Craft ของสินค้า กระบวนการผลิต และความสวยงาม ประเทศไทยของเรานั้นถือว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้ใครในโลก เรามีของดี จากวัตถุดิบที่ดี แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ในระดับ OTOP หรือสินค้าพื้นบ้าน ในขณะที่เรานั่งมองสิ่งเหล่านั้นจนชิน แบรนด์ฝรั่งต่างชาติ ต่างขวนขวายเอาของดี ไอเดียสินค้าจักสานของไทยไปปรับเปลี่ยน สร้างมูลค่าให้แบรนด์เหล่านั้นกันเป็นว่าเล่น เพียงเพราะเราขาดการทำ branding ที่ดี ขาดการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเหล่านั้น แต่ข่าวดีคือตอนนี้เราได้รู้จักกับ StartUp น้องใหม่ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีการประกวดมาแล้วมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การผลักดันให้สินค้างาน Craft ของไทย มีการออกแบบที่ทันสมัย มี branding ที่ดี รวมถึงการทำ packaging ที่สร้างมูลค่าได้มากมายทวีคูณ จักสานไทยสู่ตลาดสากล website น้องใหม่ในนาม VT THAI หรือวิถีไทย เกิดขึ้นริเริ่มด้วยคุณจิรโรจน์ ได้มีโอกาสเดินทางไปตามต่างจังหวัดของไทยในแต่ละพื้นที่ซึ่งเห็นว่างานจักสานของไทยนั้นเป็นงานฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีความสวยงาม มีคุณค่าและใช้เวลาในการทำ หากแต่ราคาของมันนั้นช่างสวนทางกับมูลค่าและคุณค่าที่ควรจะเป็น นอกจากนั้นยังได้เห็นถึงปัญหาในด้านต่าง ๆ อาทิ การออกแบบสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หรือความรู้ในด้านภาษาต่างประเทศ ไปจนถึงการทำการตลาด ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการที่จะผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดสากล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชถือเป็นต้นแบบของประชาชนชาวไทยในทุก ๆ ด้าน ไม่เว้นแต่เรื่องการทรงฉลองพระองค์ได้อย่างเรียบง่าย แต่ใส่พระทัยในเรื่องรายละเอียด อาจเพราะพระองค์ท่านทรงได้รับการดูแลฉลองพระองค์จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถอย่างใกล้ชิด ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ อย่างที่พวกเราพสกนิกรชาวไทยทราบกันเป็นอย่างดีว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้สมถะถือหลักมัธยัสถ์เป็นคุณูปการสำคัญ ดังนั้นพระองค์จึงไม่สวมใส่เครื่องประดับเพราะเห็นว่าเป็นของฟุ่มเฟือย โดยพระองค์ท่านจะทรงสวมแต่เพียงนาฬิกาบนข้อพระกรรุ่น Seiki SKJ045P นาฬิกาดำน้ำระบบ Kinetic ตัวเรือนเป็นไทเทเนียม ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาธรรมดา ราคาเพียงแค่ไม่กี่พันบาท นั่นแสดงถึงความเรียบง่ายและสมถะของพระองค์ท่าน และทรงเป็นแบบอย่างแห่งความพอเพียงที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าราคา หากใครเคยเห็นพระบรมฉายาลักษณ์เก่า ๆ จะเห็นได้ว่าฉลองพระองค์ในชุดทรงสบายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีความเท่ไม่ต่างจากดาราฮอลลีวู้ดอย่าง Steve McQueen เลยทีเดียว เพราะพระองค์ท่านทรงฉลองพระองค์ด้วยเสื้อโปโลโทนสว่าง ฉลองพระบาทด้วยรองเท้าเทนนิสคลาสสิค และฉลองพระเนตรสีดำ ซึ่งทรงพระสิริโฉมแบบไม่ต้องประดิดประดอยแต่อย่างใด และเมื่อพระองค์ท่านทรงเรือใบ ก็จะฉลองพระองค์ด้วยเสื้อลายพริ้นฮาวายต์สีสันสดใสตามคำแนะนำของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถอยู่บ่อยครั้งจนเห็นเป็นภาพชินตา แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าฉลองพระองค์ต่าง ๆ ใครเป็นผู้ตัดถวาย โดยฉลองพระองค์ทั้งหมดมาจากร้านตัดเสื้อ ยูไลย เทเลอร์ ซึ่งแต่เดิมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะมีช่างตัดเย็บฉลองพระองค์ชื่อ มิสเตอร์ วัตสัน จากประเทศอังกฤษ แต่ภายหลังพระองค์ท่านทรงทราบมาว่ามีช่างชาวไทยที่มีความสามารถในการตัดฉลองพระองค์ได้อย่างประณีตไม่แพ้กับมิสเตอร์ วัตสัน พระองค์จึงรับสั่งให้นายช่างยูไลย เข้าเฝ้า และตัดเย็บฉลองพระองค์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และพระองค์ท่านเองก็จะทรงใช้งานฉลองพระองค์เป็นเวลาหลายปี จนเก่ามีรอยขีดข่วน และฉีกขาด แต่พระองค์ท่านไม่ทรงทิ้ง
ตอนนี้หันไปทางไหนก็เริ่มเห็นเทรนด์คล้องกล้องของคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ อาจเพราะกล้องถ่ายรูปในปัจจุบันเริ่มทำรูปร่างที่ออกมาเล็กกะทัดรัดเป็นหลัก และราคามีให้หาชื้อได้ตั้งแต่หลักหมื่นต้นไปจนถึงเหยียบแสนให้เลือก จึงไม่น่าแปลกใจที่กลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทางไปไหนมาไหนของคนยุคปัจจุบันนี้ ล่าสุดทาง Canon ได้เปิดตัวกล้องเล็กเน้นพกพาที่ UNLOCKMEN ต้องไม่พลาดที่จะอัพเดทให้ฟังกัน กับ PowerShot G1 X Mark III ที่ห่างหายไปยาวนานจากรุ่นเดิมถึง 3 ปี! PowerShot G1 X Mark III เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่วาดลวดลายไว้ให้รุ่นหลังได้ศึกษายาวนานถึง 3 ปี โดยครั้งนี้มาพร้อมด้วยการยกเซนเซอร์กล้องแบบ APS-C มายัดอยู่ในกล้อง Compact (ที่เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้) G1 X Mark III นอกจากจะใช้เซนเซอร์รุ่นพี่อย่าง APS-C แล้ว ความละเอียดที่ให้ก็สูงและคมชัดถึงระดับ 24 ล้านพิกเซล, ISO 100 – 25600 และรองรับระบบการทำงานแบบโฟกัส Dual Pixel AF พร้อมหน่วยประมวลผล DIGIC 7 ที่ยกมาจากล้องรุ่นพี่ในระดับ 77D หรือ
มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และประชาชนชุมชนชาวปากคลองตลาด จัดกิจกรรม “ดอกไม้เพื่อพ่อ” เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเป็นการประดับซุ้มดอกไม้จำนวน 6 ซุ้มตลอดระยะทางกว่า 400 เมตร ซี่งเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนคนดอกไม้ทั้งในพื้นที่ปากคลองตลาดและนอกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตลอดจนประชาชนจิตอาสาทั้งหลายที่จะร่วมกันจัดดอกไม้สดนับหลายล้านดอก รังสรรค์จัดทำเป็นซุ้มดอกไม้ที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกจำนวน 6 ซุ้ม ออกแบบโดย นิราลัย บาย เรนฟอเรสท์ (Niralai by Rain Forest) ได้แก่ ซุ้มที่ 1 “คนไทย” อุโมงค์ดอกไม้จัดทำเสมือนผืนผ้าปลิวไสวความยาว 89 เมตร ตามพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มต้นประดับด้วยดอกไม้สีขาวโดยส่วนปลายของผืนผ้า แล้วค่อยๆ กลายเป็นสีของธงชาติไทย ซุ้มที่ 2 “สายฝน” ซุ้มดอกไม้ที่มีแรงบันดาลใจจากดอกบัวของยายตุ้ม จันทนิตย์ ที่เฝ้าอดทนรอรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 จนดอกบัวสายในมือเหี่ยวเฉา เมื่อครั้นที่เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร จ.นครพนม ในปี พ.ศ.2498 และด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ที่เปรียบดั่งสายฝนหลั่งชโลมให้ชีวิตคนไทยได้ชุ่มฉ่ำตลอดมา จึงทำให้ดอกบัวที่เหี่ยวเฉากลับกลายเป็นดอกบัวที่บานสะพรั่งในหัวใจคนไทยทั้งประเทศ โดยใช้ดอกบัวจัดเรียงหลดหลั่นดุจสายน้ำ ซุ้มที่ 3 “รอยเท้าพ่อ”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นแบบอย่างของความพอเพียงในทุกด้าน ของใช้ส่วนพระองค์จำนวนมากที่สะท้อนความประหยัดมัธยัสถ์เป็นต้นแบบให้ปวงชนชาวไทยดำเนินรอยตาม เราเชื่อว่าชาว UNLOCKMEN คงเคยเห็นภาพฉลองพระบาทที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้งานจนสภาพชำรุดทรุดโทรม ซึ่งหากเป็นคนทั่วไปอาจจะทิ้งไปแล้ว แต่พระองค์ท่านกลับทรงให้เจ้าหน้าที่นำมาซ่อมเพื่อใช้งานต่อ ดังนั้น Sneakers of the week วันนี้ขอน้อมรำลึกด้วยการนำพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อครั้งพระองค์สวมฉลองพระบาท ซึ่งเป็นภาพที่อาจจะไม่ได้เห็นทั่วไปบ่อยนักมาให้ทุกท่านได้รับชมกัน เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงต่อเรือด้วยฝีพระหัตถ์ ซึ่งพระองค์ท่านทรงสวมฉลองพระบาท Converse Jack Purcell สีขาวล้วน จากภาพทรงต่อเรือนี้ต่อมาพระองค์ทรงใช้เรือลงแข่งกีฬาจนได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 (หรือกีฬาซีเกมส์ในปัจจุบัน) นับว่าเป็นพระอัฉริยภาพอีกด้านหนึ่งของพระองค์ท่าน ฉลองพระบาทคู่ที่สองคงจะเป็นที่คุ้นตาสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงประกอบพระราชกรณียกิจในท้องถิ่นทุรกันดาร โดยทรงสวมฉลองพระบาทยี่ห้อ Onitsuka Tiger พระบรมฉายาลักษณ์ที่สามเป็นภาพขณะพระองค์ทรงอุ้มคุณทองแดงสุนัขทรงเลี้ยง โดยที่พระองค์ท่านทรงสวมใส่ฉลองพระบาทยี่ห้อ New Balance ในวันที่ไม่เสด็จเข้าพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงโปรดสวมฉลองพระบาทเทนนิสมานานแล้ว โดยจะเห็นได้จากพระบรมฉายาลักษณ์เก่า ๆ ขณะทรงงาน หรือกำลังทรงเล่นกีฬาว่าจะสวมใส่ฉลองพระบาทสีขาวล้วน จนกระทั่งถึงพระบรมฉายาลักษณ์ไม่นานมานี้พระองค์ท่านก็ยังสวมใส่ฉลองพระบาทสำหรับกีฬาเทนนิสขณะทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ จากพระบรมฉายาลักษณ์ที่ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำมา เราก็มองเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งที่ทุกคนอาจจะดำเนินรอยตามพระองค์ได้ในเรื่องของการเลือกใช้สิ่งของด้วยความเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้งานมากกว่าความฟุ่มเฟือย ซึ่งจะเห็นได้แม้จากฉลองพระบาทของพระองค์ท่าน
เพียงไม่นาน เวลาก็วนจนมาครบรอบหนึ่งปีการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทางหน่วยงานราชการได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ภายในช่วงเวลานั้นก็ประกอบไปด้วยวาระสำคัญ เช่น พระราชพิธีต่าง ๆ อีกทั้งมีการขยายช่วงเวลาไว้ทุกข์ตั้งแต่วันที่ 13 – 29 ตุลาคมนี้พร้อมให้กำหนดออกทุกข์ในวันที่ 30 ตุลาคม 2017 ทั้งนี้เราเชื่อว่าประชาชนคนธรรมดาคงจะไม่มีใครคุ้นชินกับช่วงเวลาการไว้ทุกข์มากนัก อาจจะงง ๆ ว่าในช่วงเวลาเช่นนี้ เราควรจะแต่งกายอย่างไรหากอยากจะไปเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงบรมศพอย่างเหมาะสม ดังนั้นวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้นำการแต่งตัวที่เหมาะสำหรับไว้ทุกข์ และแบบไหนไม่ควรสวมใส่มาฝากกัน เสื้อสีดำแบบไหน ? หากใครอยากที่จะไปในบริเวณพระราชพิธี เราอยากจะให้สำรวมในเรื่องของเครื่องแต่งกายว่าจะต้องไม่มีความเป็นแฟชั่นจ๋าจนเกินไป เสื้อยืดสามารถสวมใส่ได้แต่ไม่ควรมีลายกราฟิกหรือถ้าจะให้เราแนะนำขอเน้นไปที่เสื้อโปโล และเสื้อเชิ้ตสีดำแบบเรียบไร้ลวดลายจะเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้น หรือแขนยาวก็ได้ไม่มีข้อจำกัด แต่อย่างน้อยต้องติดกระดุมให้เรียบร้อย ไม่พับแขนเสื้อ และหากต้องการใส่ชุดสูท ควรเป็นสีดำล้วนอีกเช่นกัน กางเกงสีดำ ? มีหลายคนสงสัยว่าสามารถใส่กางเกงยีนส์ หรือผ้าสีดำได้ไม่ อันนี้เราขอตอบว่าได้ เพราะประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสร่วมถวายอาลัยได้ในพื้นที่รอบนอก ไม่มีโอกาสได้เข้าไปพื้นที่บริเวณพระราชพิธีด้านในอยู่แล้ว แต่ถ้าหากจะสวมใส่คงต้องเลือกกางเกงที่ไม่แฟชั่นมีรอยขาด หรือการตัดแต่งที่ดูทันสมัยจนเกินไป ซึ่งถ้าให้ดีทีมงาน UNLOCKMEN ขอแนะนำเป็นการสวมใส่เป็นกางเกงสแลคสีดำล้วน ขากางเกงยาวถึงตาตุ่ม ไม่เต่อ ไม่ลอย จากนั้นทับชายเสื้อใส่ไว้ในกางเกงให้เรียบร้อย หากต้องการใส่เข็มขัดควรเป็นสีดำที่ไม่มีลวดลายอีกเช่นกัน รองเท้า ? อันนี้ถือว่าไม่มีข้อบังคับที่ตายตัว
หากพูดถึงนักแสดงระดับแถวหน้าที่มีชีวิตเรียบง่ายสมถะแบบสุด ๆ หลายคนคงจะนึกถึงชายที่ชื่อ Keanu Reeves พระเอกหนุ่มหล่อตลอดกาลเจ้าของผลงาน The Matrix Trilogy และก็ John Wick ซึ่งเป็นหนังทำรายได้ส่งให้เขาเป็นนักแสดงที่มีรายรับต่อภาพยนตร์หนึ่งเรื่องเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างที่เรารู้ ๆ กัน แม้ว่า Keanu Reeves จะมีทรัพย์สินราว 350 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่อู้ฟู่จนเกินไป เพราะหากใครที่ติดตามเรื่องราวพระเอกคนนี้ก็คงจะพอทราบกันว่า แม้เขาจะมีรถสปอร์ตอยู่ พร้อมอพาร์ทเมนท์ขนาดใหญ่ แต่ Keanu Reeves กลับชอบเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจมากกว่า อีกทั้งเราจะเห็นภาพหลุดปาปารัสซี่บ่ายครั้ง ขณะเขากำลังนั่งกินอาหารอย่างง่าย ๆ อยู่ริมถนน หรือไปนั่งคุยกับ homeless ซึ่งนั้นเป็นเพียงความเรียบง่ายบางส่วนของผู้ชายคนนี้ ที่เราเคยพบเห็นจากโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่วันนี้ UNLOCKMEN จะหยิบยกมาพูดถึงเป็นเรื่องของสไตล์การแต่งตัว เพราะก่อนนี้เราแทบไม่เคยสังเกตเลยว่า Keanu Reeves แต่งกายเหมือนเดิมมากว่า 27 ปี แบบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ซึ่งเราคิดว่ามันเจ๋งมาก


