ทรงผมที่ดูดี และคุ้นเคยที่สุดสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ผมยาวรุงรัง หากใครที่กำลังอยากจะตัดผมให้ดูมีสไตล์ ดูดีมีชาติตระกูล โดยเฉพาะกับคนที่ต้องแต่งตัวอย่างเป็นทางการใส่สูทผูกไทด์ทุกวันด้วยแล้วล่ะก็ วันนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะว่าเราได้นำเอาเคล็ดลับจากช่างทำผมผู้ที่ได้รับรางวัล The Emmy-Award ในการเป็น Hairstylist ให้กับทีวีซีรี่ย์ชื่อดังอย่าง Mad Men และ Glotia Ponce มาให้ได้อ่านกัน หากใครที่ชอบความเนี้ยบ มีสไตล์ แต่ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรให้ได้ทรงผมที่ต้องการมาอยู่บนหัวกบาลของคุณล่ะก็ บทความนี้จะช่วยคุณเอง วันนี้เราจะนำเอาทรงผมที่คัดมาแล้ว 3 แบบ 3 สไตล์จากตัวละครในทีวีซีรีส์เรื่อง Mad Man อย่าง Don Draper, Pete Campbell และสุดท้าย Roger Sterling มาให้นำไปเลือกกัน รวมไปถึงรายละเอียดต่างไม่ว่าจะเป็นวิธีการบอกกับช่างว่าอย่างไรช่างถึงจะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงโปรดักส์ และสไตล์การแต่งตัวที่เข้ากันมาให้ด้วย How to Get the Mad Man Hairstyles เนื่องจากทรงผมของตัวละครในเรื่อง Mad Men นี้ จะค่อนข้างไปทางเนี้ยบสั้น สะอาดตาสไตล์ยุค
นับว่าเป็นปีที่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสปอรต์แวร์เติบโตอย่างเฟื่องฟู อัตราการแข่งขันเข้มข้นสอดคล้องกับกระแสความนิยมของคนหมู่มากที่เริ่มเอนเอียงหันมาเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวลดทอนความเป็นทางการลง เหลือเป็นเพียงสไตล์กึ่งลำลองในชีวิตประจำวันแทน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองของบรรดาแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตต่าง ๆ หันมาเอาจริงเอาจังกับการลงสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์โดยที่ไม่อิงเจาะจงเฉพาะนักกีฬาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะถ้าให้พูดกันตามตรงแล้วปัจจุบัน ดารา นักร้อง ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้บริโภคอย่างมาก ทำให้แบรนด์สปอร์ตแฟชั่นต่างใช้กลยุทธ์แบบ Influencer เพื่อจูงใจ ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN จะขอมาวิเคราะห์กันว่าแต่ละแบรนด์หลังจากได้บรรดาคนดังมาเป็น endorser แล้ว พวกเขาจะช่วยเสริมยอดขายให้ได้ดีขึ้นขนาดไหน Nike เริ่มจากแบรนด์กีฬาที่มียอดขายอันดับหนึ่ง อีกทั้งพวกเขายังมีบริษัทลูกอย่าง Air Jordan และ Converse ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าสองแบรนด์นี้จะมาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้ ซึ่ง Nike เองนอกจากจะมีนักกีฬาระดับแพลทตินั่มซึ่งคอยเป็นแม่เหล็กดูดผู้บริโภคอยู่แล้ว หลังจากที่เขาสูญเสีย Kanye West ไปให้กลับทาง adidas พวกเขาก็พยายามมองหา Influencer คนใหม่เพื่อมาทดแทนไม่ว่าจะเป็นดีไซนเนอร์อย่าง Riccardo Tisci , Tom Sachs หรือแม้กระทั่งเซ็นสัญญาดึงตัวแร็ปเปอร์เลือดใหม่มาแรงอย่าง Kendrick Lamar มาร่วมงาน แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่สามารถสร้างอิมแพ็คได้ระดับเดียวกับที่ Kanye West เคยทำไว้ แต่ด้วยความแข็งแรงของแบรนด์ ทำให้ Nike ยังคงรักษายอดขายได้
ต้องยอมรับในข้อหนึ่งว่าบรรดาคนดังนั้นล้วนมีส่วนสำคัญในการชักจูงใจให้เราอยากทำตัวเลียนแบบตาม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมล้วนขอให้เหมือนกับไอดอลในดวงใจไว้ก่อน เพราะจากความเชื่อของผู้ชายที่คิดว่าบุคคลต้นแบบนั้นมีความเท่ คูลอยู่แล้ว หากเราทำตามก็จะดูดีไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งรองเท้าผ้าใบที่เราเชื่อว่าชาว UNLOCKMEN หลายคนเองก็มักจะเลือกซื้อตามไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ ดังนั้นเราจะพามาดูว่าคนดังคนไหนเคยใส่รองเท้ารุ่นอะไรแล้วทำให้เกิดเป็นกระแสให้คนอยากไปซื้อมาใส่ตามจนฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองกันบ้าง Kurt Cobain = Converse All Star , Jack Purcell ราชาเพลงกรันจ์ผู้เป็นตำนานไม่ว่าจะเป็นเรื่องสไตล์การแต่งตัว หรือดนตรี ที่ตัวของเขาชื่นชอบการใส่รองเท้า Convers Chuck Taylor All Star และ Jack Purcell เป็นชีวิตจิตใจแม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเขาเองก็ยังสวมใส่รองเท้า Converse ความนิยมของ Kurt ถึงขั้นทำให้ผู้ชายทั่วโลกต้องเลือกซื้อรองเท้า Converse เพราะว่าอยากจะแต่งตัวตามเขา ซึ่งตัวของ Kurt Cobain เองก็จะสวมใส่เพียงรองเท้าสีดำเท่านั้น แล้วนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับกางเกงยีนส์ขาด ๆ เสื้อยืดเซอร์ จนเกิดเป็นสไตล์กรันจ์ที่แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่า 20 ปี เวลานึกถึง Converse ก็จะนึกถึง Kurt Cobain เช่นกัน Paul Walker =
ไม่ใช่แค่คอลเลคชั่นใหม่ธรรมดา ๆ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่า เพราะเป็นการ คอลแลบบอเรชั่นกับ JW ANDERSON แบรนด์แฟชั่นชื่อดังระดับโลกจากลอนดอน โดยคอลเลคชั่นสำหรับซีซั่นส์ Fall/Winter 2017 ประกอบด้วยสินค้า 33 รายการทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน เป็นต้นไป UNIQLO and JW ANDERSON Fall/Winter 2017 นำเสนอเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิกของอังกฤษที่ผสานสุนทรียภาพจากลวดลายกราฟิกอันโดดเด่นซึ่งเป็นเสมือนลายเซ็นของ JW ANDERSON เข้ากับความยอดเยี่ยมของยูนิโคล่ ทั้งในเรื่องเนื้อผ้า รูปทรง และการใช้งาน จนได้ผลลัพธ์เป็นคอลเลคชั่นที่มอบความล้ำเลิศที่สุดในสไตล์อังกฤษทั้งสไตล์ดั้งเดิมและสไตล์โมเดิร์นในเวลาเดียวกัน และยังเป็นทางเลือกในชีวิตประจำวันให้กับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย โจนาธาน แอนเดอร์สัน ผู้ก่อตั้ง JW ANDERSON กล่าวถึงการเปิดตัวไลน์ซึ่งเป็นที่คาดหวังอย่างสูงในครั้งนี้ว่า “สำหรับผม ประเด็นของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ตรงที่ว่า ผมเชื่อเรื่องความเสมอภาคในโลกของแฟชั่น และสิ่งที่ผมหวังว่าน่าจะบรรลุผลได้คือการทำให้คนทุกกลุ่มอายุมีสิ่งที่จะสามารถเลือกนำไปใช้ และพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างในคอลเลคชั่นนี้ที่เชื่อมโยงกับพวกเขา การได้ทำงานกับยูนิโคล่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก มันหมายถึงว่าคุณจะได้สร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีความเป็นสากลและแปลกใหม่น่าสนใจ” ดีไซเนอร์ชื่อดังเสริมเพิ่มเติมว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่ยูนิโคล่และ JW ANDERSON มีเหมือนกันก็คือความคิดที่จะ “สร้าง ผลิตภัณฑ์ใหม่” ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่มีมนต์เสน่ห์อยู่เสมอ ความคิดที่จะลดทอนบางสิ่งบางอย่างลงให้เหลือเพียงแก่นแท้ของมันนั้นเป็นแนวทางที่สะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
แม้ชีวิตในเมืองจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตในเมืองใหญ่มักถูกจํากัดไว้ด้วยความเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง หน้าที่การงานอันบีบคั้นซึ่งต้องแข่งขันกับเวลา บ่อยครั้งที่ Urban Men อย่างเรา ๆ ต้องจัดสรรชีวิตเผื่อให้กับภาระกิจรอบด้าน จนไม่เหลือพื้นที่สําหรับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนตัว แค่จะหาความสุขจากการเริ่มต้นเติมพลังชีวิตในเช้าวันใหม่ ด้วยการดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้ว ก่อนออกไปผจญความวุ่นวายในเมือง ยังดูเป็นสิ่งที่ทําได้ลําบาก เพราะคงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงนัก หากจะต้องตื่นเช้าขึ้นอีกชั่วโมง สองชั่วโมง บากบั่นดั้นด้นเดินทางในช่วงเวลาเร่งรีบเพียงเพื่อจะแวะจิบกาแฟแก้วโปรดที่ร้านประจําระหว่างทาง ก่อนที่จะตาลีตาเหลือกไปเข้างานให้ทัน โดยที่ยังไม่ได้ละเลียดรสชาติกาแฟให้เต็มที่เสียด้วยซํ้า จะดีกว่าไหมหากเราสามารถสร้างพื้นที่ความสุข ดื่มด่ำรสชาติของกาแฟด้วยการชงกาแฟสดจากเมล็ดคั่วบดดื่มเองจากที่บ้าน ฉีกข้อจํากัดของเวลาที่เร่งรีบ ด้วยเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ Nespresso Essenza Mini ผู้ช่วยสําคัญที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุนทรีจากการดื่มกาแฟ ซึ่งผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีเพื่อตอบสนอง Lifestyle คนเมืองได้ถูกจุด ตรงใจ กับชีวิตที่ไม่เพียงแค่ถูกจํากัดอยู่ในกรอบเวลาอันเร่งรีบ เพราะในเรื่องของพื้นที่อยู่อาศัยภายในเมืองคืออีกหนึ่งข้อจํากัดที่ต้องใช้สอยแทบทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ดูจากชื่อก็รู้ได้ทันทีว่าที่พื้นที่ไม่ใช่ปัญหาของ Nespresso Essenza Mini ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กกะทัดรัด ดีไซน์เรียบเท่ร่วมสมัย สามารถแทรกตัวอยู่ในครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทํางาน หรือมุมกาแฟเล็ก ๆ ในออฟฟิศได้อย่างกลมกลืน ดูเผิน ๆ
มีหลายคนที่ตอนนี้กำลังอยู่ในออฟฟิศในขณะที่อาการเมาค้างยังคงทำการเหวี่ยงศีรษะไปจนแทบจะอ้วกแตก หลังจากที่ปาร์ตี้ และดื่มสุรามาสารพัดชนิดเมื่อคืนที่ผ่านมา บางคนก็อาจจะรู้มากรีบปิด Tag งดการเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ตั้งแต่ในคืนวันปาร์ตี้ เพื่อจะได้เตรียมการโทรลาป่วยกับเจ้านายในตอนเช้าได้อย่างแนบเนียน แต่อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่บริษัทไหนบนโลกก็ตามคงจะไม่มีที่ไหนเห็นดีเห็นงามในการลาหยุด ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อคืนดื่มเหล้าหนักไปหน่อยเลยไปทำงานไม่ไหวครับเจ้านายแน่ ๆ ยกเว้นบริษัทหนึ่งในประเทศอังกฤษที่ทำให้พนักงานของเขาไม่ต้องใช้ข้ออ้างใด ๆ ให้มีเรื่องต้องผิดใจกันกับเจ้านายในภายหลัง บริษัทที่ว่านี้มีชื่อว่า DICE เป็นบริษัทจัดจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ต และเพื่อให้พนักงานในบริษัททุกคนนั้น มีประสบการณ์ และหลงใหลในการเสพดนตรีพวกเขาจึงสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งให้พนักงานออกไปเที่ยวในตอนกลางคืน และดูการเล่นสดของวงดนตรีต่าง ๆ รวมไปถึงการออกไปฟังดนตรีสดตามผับ และบาร์ แน่นอนว่า การออกไปเที่ยวยามราตรีนั้นคงจะหนีไม่พ้นการดื่มอย่างแน่นอน บริษัท DICE ก็ยินดีให้พนักงานที่เมาหนักมาเมื่อคืนลางานได้!! โดยไม่มีความผิด แต่ขอแค่ให้พนักงาน Text หานาย Phil Hutcheon ซึ่งเป็นบอสของพวกเขาด้วย Emoticon ตามที่กำหนดมาได้แก่ Emoticon *music*, *beer* หรือ *sickface* ผ่านทาง WhatApps เท่านั้นเป็นอันรู้กันว่า เมื่อคืนหนักมาแล้ววันนี้ขอลาเพราะเมาค้างอยู่นะครับเจ้านาย Phil Hutcheon อธิบายเอาไว้ว่า “ทีมงานของเราทุกคนต้องอยู่กับเสียงดนตรี และการแสดงสด
สูท ถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นชายได้ดีอย่างหนึ่ง แต่ด้วยวัฒนธรรมของคนไทยที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกับมันเสียเท่าไหร่ เนื่องด้วยโอกาส และอากาศที่มีให้เลือกใส่ได้น้อยครั้ง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วผู้ชายอย่างเราจะได้ใส่สูทก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ งานเลี้ยง หรือจะเป็นงานแต่งใครก็แล้วแต่ที่ต้องการความเป็นทางการเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจหากหนุ่มไทยหลายคนจะอ่อนด้อยประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้น้อยไปเสียหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่ไม่ค่อยมีความรู้ อาจจะรู้สึกไม่มั่นใจว่าถ้าเกิดจะตัดชุดสูทสักชุดไว้ใส่ลุยทุกงานว่าควรจะต้องเลือกยังไง วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงนำชุดสูท 4 แบบที่สามารถพบเห็นได้ง่าย และสามารถใช้เป็นไกด์แนวทางหากต้องการชุดสูทแบบครอบจักรวาลสามารถไปได้ทุกงาน Plain Navy One-Button เป็นสูทที่นิยมกันมากที่สุด เพราะหาซื้อง่าย และนิยมขายแบบสำเร็จรูป ถ้าคุณมีช่วงลำตัวสั้น สูทแบบ 1 กระดุมจะเป็นแบบที่เหมาะสมที่สุด เพราะไม่รัดจนเกินไป และไม่ทำให้สูทเข้ารูป จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพรางรูปร่างช่วงลำตัว แต่ถ้าเราพอมีทุนทรัพย์เพียงพอ การหาร้านตัดสูทดี ๆ แบบสั่งตัด เลยก็ดีกว่าเพราะเราจะสามารถเลือกคัทติ้ง และเนื้อผ้าแบบที่ชอบเองได้ โดยที่อาจจะเลือกเป็นผ้าน้ำหนักปานกลาง ประมาณ 11-12 oz เพื่อให้สวมใส่สบาย ไม่ร้อนจนไป แถมกันหนาวได้ด้วย ซึ่งถ้าต้องเลือกเฉดสีที่กลาง ๆ สามารถใส่ได้บ่อยสุดก็คงหนีไม่พ้น Navy เพราะจะใส่ไปออกงาน ไหนก็ดูดีได้ไม่ซ้ำใคร Plain Grey Two-Button ก่อนหน้านี้เราบอกไปแล้วว่าอยากให้ใส่สูทสีเข้ม เพื่อพรางตัว และใส่ได้ทุกโอกาส
หากพูดถึงคงไม่มีใครไม่รู้จัก IKEA (อีเกีย) แบรนด์จำหน่ายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้าน สุดโด่งดัง นับตั้งแต่แบรนด์ได้เข้ามาประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 6 ปี วันนี้เราจะพาสาวกอีเกียไปรู้จักตัวตนของแบรนด์มากขึ้น IKEA เริ่มก่อตั้งขึ้นในประเทศสวีเดนเมื่อปี 1943 (พ.ศ. 2486) อิเกียได้มุ่งมั่นสรรสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้แก่ผู้คนทั่วไปในทุก ๆ วัน ด้วยการนำเสนอเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีรูปแบบหลากหลาย ดีไซน์สวยงาม พร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยคุ้มค่า ในราคาที่ผู้คนทั่วไปเป็นเจ้าของได้ ปัจจุบันอิเกียเป็นบริษัทค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีจำนวนสโตร์มากกว่า 393 แห่ง ใน 48 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท อิคาโน่ จำกัด (Ikano Private Limited) ผนวกแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ และร่วมส่งเสริมโครงการต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์ให้แก่เยาวชนและสิ่งแวดล้อม “ไม่ว่าใครก็มีบ้านในฝันกันได้ทั้งนั้น” นี่คือแนวคิดเบื้องต้นและเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์แคตตาล็อกอิเกียเล่มใหม่ที่ชวนทุกคนมาจัดสรรพื้นที่ให้กับชีวิต Make Room for Life ด้วยแรงบันดาลใจและไอเดียในการจัดแต่งห้อง ที่จะทำให้ห้องเล็ก ๆ กะทัดรัดสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของทุกคนในครอบครัว และเนรมิตพื้นที่การใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างลงตัวตามที่ใจฝัน นางเบญจวรรณ อูมาร์ค ผู้จัดการสโตร์
“ไม่ได้อยากให้ทุกคนแค่ซื้อสินค้ามาใช้ แต่อยากให้ทุกคนรู้สึกอุ่นใจที่มีมูจิอยู่ในไลฟ์สไตล์” คือประโยคจากปากของนาโอโตะ ฟุคาซาวะ หลายคนอาจเพิ่งเคยได้ยินชื่อของเขาเป็นครั้งแรก แต่ในระดับโลกชื่อของนาโอโตะ ฟุคาซาวะ ได้รับการยอมรับในฐานะดีไซน์เนอร์ที่เคยร่วมงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกทั้งในอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สเปน รวมทั้งในเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่เขายังครองตำแหน่งคณะกรรมการที่ปรึกษางานดีไซน์ของมูจิ แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติญี่ปุ่นที่ดึงดูดและครอบครองใจคนไปทั่วโลก ในโอกาสฉลอง “70 ปี ห้างเซ็นทรัล” มูจิ จึงจัดนิทรรศการ “What is MUJI?” นิทรรศการที่จะทำให้เรารู้จักแก่นแท้งานดีไซน์ของสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครองใจคนจำนวนมาก รวมถึงเปิดโอกาสให้ UNLOCKMEN ได้ร่วมพูดคุยกับ นาโอโตะ ฟุคาซาวะ ดีไซเนอร์คนสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้ มูจิ โด่งดังไปทั่วโลกด้วย ดีไซน์เป็นส่วนหนึ่งของฟังก์ชั่นเรื่องสำคัญของมูจิ “การออกแบบสินค้ามูจิแต่ละชิ้นจะมองที่ฟังก์ชั่นเป็นหลัก เพราะดีไซน์พยายามที่จะทำให้เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้” นี่คือคำตอบจากนาโอโตะ ฟุคาซาวะเมื่อถูกถามถึงงานออกแบบของมูจิที่แม้เราจะเห็นว่าออกมาเรียบง่าย แต่ก็ดึงดูดใจ ใครจับจองเป็นเจ้าของไปแล้วมักไม่เคยหยุดที่ชิ้นเดียว แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าสินค้าทุกชนิดของมูจิ ให้ความสำคัญกับการใช้งานมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ละเลยเรื่องการดีไซน์และพยายามย้ำกับเราว่า “แต่ก็พยายามให้ดีไซน์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของฟังก์ชั่นด้วย” จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สินค้าของมูจิแต่ละชิ้นทั้งใช้งานได้ และมีดีไซน์น่าใช้จนใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ Wahat is MUJI: อบอุ่นใจ เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ มูจิไม่ใช่แค่สินค้า
มินิมอลสไตล์ การแต่งตัวแบบเรียบง่าย ไม่เน้นลวดลายเยอะ ค่อนข้างจะได้รับความนิยมในบ้านเรา ด้วยความดูดีได้แบบไม่ต้องเยอะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของหนุ่มไทยที่ไม่ได้ต้องการความเป็นแฟชั่นจ๋า เน้นฟังก์ชั่นให้ใส่ได้ทุกโอกาสเป็นหลัก พร้อมทั้งยังสามารถนำกลับมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ สำหรับคนที่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจ ว่าจริง ๆ แล้วความหมายในเชิงการแต่งตัวสไตล์มินิมอลเป็นเช่นไร ทีมงาน UNLOCKMEN จะขอนิยามคำจำกัดความแบบง่ายว่า “การแต่งตัวน้อย” ซึ่งน้อยในที่นี่ไม่ได้แปลว่า ต้องแต่งน้อยชิ้น เพียงเสื้อกางเกงจบ การแต่งตัวสไตล์มินิมอล คุณจะสามารถเล่นกับเลเยอร์ก็ได้ เพียงแต่เราจะไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง รูปทรงสัดส่วน ลวดลาย และสี สักเท่าไหร่ จะเน้นอะไรที่เรียบง่ายเข้าไว้ ใส่ได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ แม้กระทั่งเครื่องประดับ ซึ่งสไตล์การแต่งตัวแบบมินิมอลที่เหมาะคนไทย ก็เป็นอะไรที่ง่ายจนคุณแทบจะไม่ต้องคิดอะไร อีกทั้งสามารถทำได้เสมอ เพราะเนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด ทำให้วิธีการแต่งตัวมินิมอลแบบไทย ๆ ก็คือการสวมเสื้อเชิ้ตสไตล์ oxford กับกางเกง chinos สีเบจ แล้วก็สวมรองเท้า dress shoes อย่าง loafer หรือ oxford โทนน้ำตาล เรียกได้ว่าเป็นชุดเก่งไม้ตายสำหรับหนุ่มมินิมอลไทย และเพื่อเพิ่มไอเดียในการแต่งตัวไม่ให้จำเจ ทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้นำสไตล์จากร้านแบรนด์ดังที่ได้คัดสรรมาแล้วว่ามีสไตล์เรียบง่าย ตอบโจทย์ความมินิมอล
หากกล่าวถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่บ่งบอก และสะท้อนความเป็นอเมริกันชน แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ Tommy Hilfiger อยู่ในนั้น เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพวกเขามีส่วนในการปฎิวัติสไตล์การแต่งตัวของชาวอเมริกันรวมถึงคนทั่วโลก ย้อนกลับไปราว ๆ 30 กว่าปีก่อน นาย Thomas Jacob Hilfiger ต้องการอยากจะเป็นดีไซเนอร์ และมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาและเพื่อนได้ลงขันเพื่อรับเสื้อผ้ามาขายจนเกิดเป็นธุรกิจเล็ก ๆ โดยพวกเขาใช้ชื่อร้านว่า People’s Place ด้วยผลตอบรับที่ดีเกินคาด ทำให้ Thomas สามารถขยายสาขาได้กว่า 10 สาขาในเวลาไม่นาน เขาจึงเลือกที่จะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย และมุ่งหน้าสู่การมีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง ธุรกิจที่ดูเหมือนจะกำลังไปได้สวย แต่ก็ต้องมาสะดุดในปีที่ 7 ของการทำงาน เพราะว่างานที่มุ่งเน้นแต่เรื่องดีไซน์ แต่ขาดความรอบคอบ และเชี่ยวชาญในการบริหารเงิน ก็ไม่อาจทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ เมื่อร้าน People’s Place ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง จนสุดท้าย Thomas ต้องร้องขอต่อศาลให้กลายเป็นบุคคลล้มละลายด้วยวัยเพียง 25 ปี จากความล้มเหลวในครั้งนี้ เขาจึงได้ค้นพบว่าการดูแลการเงิน และงานบริหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจแฟชั่นไม่แพ้เรื่องของดีไซน์เสื้อผ้า หลังจากล้มเหลวในธุรกิจแรก เขาก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานที่ตัวเองรัก
คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องประโยชน์ใช้สอยของรองเท้า เท่ากับเรื่องดีไซน์ หรือกระแสความนิยมที่มาและไปเป็นพัก ๆ จึงเกิดปัญหาว่าเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน กลับรู้สึกว่ามันใส่ไม่สบาย หรือบางครั้งก็ถึงขั้นทรมานเท้า สุดท้ายก็ต้องเสียเงินซื้อ หรือเปลี่ยนคู่ใหม่อยู่บ่อย ๆ ดังนั้นเรื่องรองเท้า เราจะเลือกใส่ตามเทรนด์ฮิตนิยมเพียงอย่างเดียวคงไม่ดีแน่ โดยเฉพาะรองเท้าที่เราสวมใส่กันเป็นประจำ ยิ่งต้องทำหน้าที่มอบความสบายเท้าทุกก้าวเดิน ควบคู่ไปกับการเสริมบารมีความดูดี ดูเท่เข้ากับทุกสไตล์แฟชั่นการแต่งตัว โดยเฉพาะการเลือกซื้อรองเท้าแตะลำลอง ที่ควรจะมอบความนุ่มสบาย ให้สุขภาพเท้า และทุกย่างก้าวเดินได้ผ่อนคลาย แต่หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป โดยคิดว่าใส่อะไรก็ได้ที่มันดูดี จนมองข้ามเรื่องประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงไป ซึ่งอันที่จริงแล้วในปัจจุบัน รองเท้าแตะลำลองเพื่อสุขภาพ ก็ถูกออกแบบได้อย่างสวยงาม แถมประโยชน์การใช้งานก็ดีกว่ารองเท้าแบบธรรมดาเป็นไหน ๆ ดังนั้น UNLOCKMEN จึงมี Tips เบื้องต้นสำหรับใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อรองเท้าแตะลำลองคู่ต่อไป ให้เหมาะสมกับสภาพเท้า และหล่อสบายอย่างมีสไตล์ที่สุดมาแนะนำ เลือกรองเท้าแตะให้เหมาะสำหรับกิจกรรม ไม่ใช่เรื่องแปลกหากผู้ชายอย่างเราจะมีรองเท้าแตะลำลองหลายคู่ เนื่องจากรองเท้าแตะถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างรองเท้าแตะลำลอง 2 ทรงยอดฮิต Casual Sandals เป็นแบบรองเท้าที่นิยมมากที่สุดในบ้านเรา ด้วยลักษณะนุ่ม ทำจากยาง สวมใส่แล้วรู้สึกสบายเท้า โดยเฉพาะการได้ใส่หลังจากเดินด้วยรองเท้าหนังมาทั้งวัน การใส่รองเท้าทรงนี้ ช่วยให้เท้าผ่อนคลาย ระบายอากาศจากความอับชื้น


