คงจะถูกใจกันไม่น้อยสำหรับหนุ่ม ๆ ที่รักความเร็วทุกคน หลัง McLaren เปิดตัวรถ Super Series คันใหม่ของค่ายในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2018 ในชื่อ McLaren 720s GT3 ซึ่งเป็นรูปแบบพัฒนาจากบรรพบุรุษของมันอย่าง McLaren 720s แถมยังมีการยกชุดใหม่ทั้งคันไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องยนต์และโครงสร้างของตัวรถ ซึ่งในอนาคตมันจะกลายเข้ามาแทนที่รถรุ่นพี่ McLaren 650S GT3 แถมทางค่ายยังบอกอีกด้วยว่าทำออกมารองรับรูปแบบการใช้งานของทั้งนักขับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ Mike Flewitt ซีอีโอของ McLaren Automotive บอกว่า 720s GT3 มีพื้นฐานมาจากโมเดลรถอย่าง 720s แต่เปลี่ยนองค์ประกอบทั้งหมดใหม่กว่า 90% เป้าหมายของ McLaren คือการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เป็นรถสำหรับขับบนสนามแข่งเพียงอย่างเดียว แต่การขับขี่บนถนนก็ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานขับขี่บนท้องถนนทั่วไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างความปลอดภัยหรือเรื่องเล็กน้อยที่ Supercar ส่วนใหญ่มองข้ามกัน เช่นเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของ McLeren ที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าของตัวเองให้มีวงกว้างมากกว่าเดิม ตัวรถ 720S GT3 เสริมความปลอดภัยด้วยโครงสร้างรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ทั้งหมด ทั้งแข็งแรงและน้ำหนักเบา เรียกว่า MonoCage
เราเคยนำเสนอหน้าตาหลังเปิดผ้าคลุมอย่างเป็นทางการของ 2019 BMW Z4 ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เราติดเรื่องสเปคที่ชัดเจนจาก BMW เอาไว้ วันนี้มีข้อมูลแบบ Official จาก BMW เกี่ยวกับรายละเอียดสเปคของ Roadster ล่าสุดจากทางค่ายแบบครบ ๆ เรียบร้อยแล้ว 2019 BMW Z4 มีให้เลือก 2 โมเดล เริ่มจากรุ่นเล็ก Entry Level กันก่อนกับรหัส Z4 sDrive30i Roadster ใช้เครื่องยนต์ 2.0-liter Twinpower Turbo 255 hp 295 pound-feet of torque ซึ่งเป็นเครื่องและเทอร์โบตัวเดียวกับใน 2-Series และ 4-Series Coupe แต่ให้พละกำลังมากกว่าใน Z4 อีกเล็กน้อยประมาณ 7 แรงม้า แต่แรงกว่า Z4 โมเดลก่อนถึง 15 แรงม้า
ขยายไลน์อย่างต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์ Sports ในตระกูลหรูแรงของ Mercedes-AMG ที่ส่งครอบครัว 4-Door Coupe ออกมาหลากหลายตัวเลือก ซึ่งล้วนเป็นร่างบอดี้เดียวกัน ต่างกันที่ความแรงไล่ตั้งแต่ GT 53, GT 63 และ GT 63 S พร้อมรุ่นพิเศษ GT 63 S Edition 1 พี่ใหญ่แรงสุดในรุ่นมากับเครื่องยนต์ 4.0-litre V8 bi-turbo 639 แรงม้า 0-100 km/h ใน 3.2 วินาที แรงไม่ต่างจากราคาที่ตั้งไว้ไกลถึง $216,150 หรือ 7 ล้านบาทในเยอรมนี ใช่ว่าทุกคนจะอยากได้รถที่แรงเกินไป ถ้ารถติดอย่างในประเทศไทย ขับอย่างเร็วก็ได้แค่ร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดีไซน์มาหล่อขนาดนี้ จะปล่อยกลุ่มลูกค้าแรงธรรมดาไปก็ใช่เรื่อง วันนี้จึงมีการเปิดตัวทางเลือกใหม่ล่าสุด Mercedes-AMG GT 43 ที่ยังคงรูปลักษณ์ 4-Door Coupe เหมือนเดิม ลดความร้อนแรงลงนิดหน่อย แต่ก็ลดราคาลงมาเป็นตัว Entry Level ให้คนส่วนใหญ่สัมผัสได้ง่ายขึ้น
หลังมีทั้งข่าวลือถูกปล่อยออกมามากมาย สำหรับสุดยอดโปรเจคไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกคันล่าสุดของค่าย Hennessey Performance Engineering ตอนนี้ Venom F5 ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นมากขึ้นนับตั้งแต่มีการเปิดตัว First Look ในงาน THE GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW พร้อมป่าวประกาศว่ารถคันนี้จะวิ่งได้ถึง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และการทดสอบบน V-MAX speed-tracking ก็ยืนยันว่า Top Speed ของ Venom F5 คันนี้ ณ ปัจจุบันคือ 301 mph (484 km/h) Venom F5 มีเป้าหมายที่ถูกวางไว้ชัดเจนด้วยคำว่า Hit The 300 คือต้องทำความเร็วให้ได้มากกว่า 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และจากการร่วมมือของ Shell และ Pennzoil ก็สามารถผลักดันให้ Hennessey Venom F5 สามารถเร่งความเร็วทะลุไปถึง 301 mph ได้จริง ทำความเร็ว
รถยนต์ SUV ต้นแบบจากนิสสัน ครอสโมชัน (Xmotion) ที่สะท้อนแนวคิดของการออกแบบในอนาคตของรถยนต์เอนกประสงค์ต้นแบบที่สานต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของนิสสันในกลุ่มครอสโอเวอร์ และรถยนต์อเนกประสงค์ เปิดตัวครั้งแรกในโลกในงาน 2018 North American International Auto Show ที่จัดขึ้น ณ เมืองดีทรอยท์ ประเทศสหรัญอเมริกา โดยผสมผสานวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นและความประณีตศิลป์แบบดั้งเดิม กับการออกแบบสไตล์อเมริกัน และเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ทั้งนี้รถยนต์เอนกประสงค์ ครอสโมชัน (Xmotion) จะมีทั้งหมด 6 ที่นั่ง จัดแบ่งเป็นแบบ 3 แถว สำหรับแนวคิดของ “ครอสโมชัน” เราเน้นการแสดงพลังและความแข็งแรงของนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ซึ่งความดุดันและทรงพลังนี้เป็นองค์ประกอบที่รวมอยู่กับความประณีตและนุ่มนวลแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ดีไซน์ภายนอกของ “ครอสโมชัน” ผสานแนวคิดแบบตะวันตก และแบบตะวันออกเข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นผ่านเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะรวมถึงศิลปะยุคดิจิทัล และประณีตศิลป์แบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น หากมองแบบผิวเผิน “ครอสโมชัน” อาจดูเหมือนจะมีดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่ายธรรมดา แต่เมื่อพิจารณาเพิ่มเติม จะเห็นรายละเอียดที่ซับซ้อนมากมายที่ทำให้ “ครอสโมชัน” เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นที่เร้าใจ เพื่อส่งสัญญาณถึงทิศทางการออกแบบรถยนต์ของนิสสันในอนาคต รถยนต์ต้นแบบ “ครอสโมชัน” ได้มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ดูสวยงามและปราดเปรียว
ในอดีตเราจะเห็นเทคโนโลยีอาวุธทางทหารเจ๋ง ๆ จากฝั่งอเมริกาเป็นหลัก แต่ปัจจุบันไม่มีอะไรที่กองทัพจีนทำไม่ได้ หรือในกรณีนี้ อาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ เมื่อมีการเปิดเผยอาวุธลับชิ้นใหม่ที่ไฉไลหนักมาก นั่นคือปืน Laser Assault Rifle แบบ 15mm caliber หรือขนาดลำกล้อง 15 มิล นั่นเอง แต่ความเจ๋งของมันก็อย่างที่ชื่อบอก มันไม่ได้ใช้ยิงกระสุน แต่มันใช้ยิง Laser จากระยะไกล และอันตรายของมันนั้นถือว่าโหดสุดในรุ่นเลยทีเดียว ZKZM-500 Laser Assault Rifle ขนาด 15 mm caliber กระบอกนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เหมือนกับ item ที่เราเห็นในภาพยนตร์ Sci-Fi กำลังถูกเตรียมส่งเข้าประจำใช้งานในกองทัพจีน น้ำหนัก หน้าตา และขนาด จะดูคล้ายกับ AK-47 ปล่อยพลังงานความร้อนสูงระดับที่สามารถเผาเสื้อผ้าให้ลุกเป็นไฟได้ในเสี้ยววินาที และถ้าส่องไปที่เนื้อมนุษย์ ก็จะทะลุเป็นรูได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผาไหม้ให้ศัตรูดำเป็นตอตะโกในไม่กี่วินาทีได้ หรือจะใช้ระเบิดรถถังก็สามารถเจาะเกราะเข้าไปจุดระเบิดจากถังน้ำมันได้จากระยะไกลเกือบ 1 กิโลเมตร “เหยื่อจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าถูกยิงจากทางไหน และความบาดเจ็บจะรุนแรงแบบสุด ๆ ไปเลย” หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวอย่างภาคภูมิ
ผ่านไปแล้วสำหรับ Apple Special Event 2018 หรืองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าประจำปีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple Inc ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Steve Jobs Theater แคลิฟอร์เนียโดยปีนี้ทาง CEO ของแบรนด์อย่าง Tim Cook ก็นำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาเปิดตัวมากมายแต่แน่นอนที่ผู้ชายสายอัปเดตอย่างเราน่าจะติดตามมากที่สุดคงจะไม่พ้น iPhone XS, iPhone XS Max ที่เป็นตัวพัฒนามาจาก iPhone X และ iPhone XR ซึ่งจะมาเป็นทางเลือกให้สาวกสายประหยัดงบ โดยเราจะสรุปให้หนุ่ม ๆ ได้เข้าใจง่าย ๆ ตามเลยนี้ จะได้มีข้อมูลพร้อมก่อนตัดสินใจคว้า gadgets ที่เปิดตัวได้อย่างน่าดึงดูดใจไม่เบา ไม่ก็เตรียมใจซื้อให้สาว (อันนี้ตัวใครตัวมันนะ) iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นอัพเกรดของ iPhone X iPhone XS มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS MAX
ปี 2000-2011 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง FORD และ Harley Davidson เคยร่วมมือกันผลิตรถกระบะออกมาโดยใช้รถโมเดลรุ่น Ford F-150 เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ภายนอกได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Harley Davidson Fat-Boy ซึ่งในเวลานั้นรูปลักษณ์ดุดันของมันทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชายที่ชื่นชอบ Premium Truck หลังจากหายไปนานกว่า 8 ปี วันนี้ Harley Davidson ก็อยากจะหวนคืนมันให้กลับมาอีกครั้งในปี 2019 ที่จะมาถึง วนมาครบรอบวันเกิด 115 ปี ยักษ์ใหญ่ของวงการ 2 ล้ออย่าง Harley Davidson พวกเขามีความคิดจะจัดแสดงพาหนะทั้งหมดที่เคยผลิตมาในพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Milwaukee, รัฐ Wisconsin ที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือ Ford F-150 Harley Davidson Edition ทว่ารถโมเดล F-150 ในครั้งนี้จะไม่ได้ถูกผลิตโดย Ford แต่ได้รับความร่วมมือกับ Tuscany Motor Co บริษัทผู้เชี่ยวชาญการผลิตรถยนต์
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาสำหรับชาวเอเชีย 18th Asian Games Jakarta Palembang 2018 หรือ กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา และเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย ที่แข่งขันกันไปเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม – 2 กันยายนที่ผ่านมา ทีมงาน UNLOCKMEN ขอแสดงความชื่นชม และให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทย ที่สามารถช่วยกันคว้ามาได้ 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน 46 เหรียญทองแดง จบที่อันดับ 12 ของตารางเหรียญรางวัลรวม นอกจากผลงานของนักกีฬาไทยแล้ว ในเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดนี้ยังมีเรื่องที่น่ายินดีของชาวเอเชียด้วยกันก็คือ มีการทำลายสถิติโลกถึง 5 รายการ และทาบสถิติโลกอีก 1 รายการ โดยทีมยิงธนูจากเกาหลีใต้สามารถทำลายสถิติโลกได้ 2 อีเวนต์ ส่วนนักยิงเป้าบินทีมชาติไต้หวันก็สามารถทำลายสถิติโลกในประเภท Trap ทีมผสม ขณะที่ Yang K. จากไต้หวันก็ยิงได้ทาบสถิติโลกที่ 48 คะแนนในรอบชิงชนะเลิศ ประเภท Trap ชายเดี่ยว ด้าน
สิ่งที่เราจะพูดถึงวันนี้คือเรื่องจริง คุณไม่ได้อยู่ในภาพยนตร์หรือนวนิยายไซไฟโลกอนาคตแต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริง เป็นเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ ในโลกของเราภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ที่ต้องมีคำเตือนไว้ก่อนแบบนี้เพราะเจ้านี่มันล้ำจริง ๆ ชื่อของมันคือ ‘The Hyperlight Aeros’ The Hyperlight Aeros อธิบายแบบกระชับให้เข้าใจง่าย มันคือคอนเซ็ปต์ยานพาหนะสะเทินน้ำสะเทินบก สามารถเดินทางได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดินปกติ บินขึ้นไปบนท้องฟ้า หรือแม้กระทั่งแปลงร่างกลายเป็นเรือดำน้ำขนาดย่อมก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรง เรียกได้ว่านี่คือพาหนะแห่งโลกอนาคตอย่างแท้จริง ต้องชื่นชมในความทะเยอทะยานและแนวคิดของ Lee Rosario ที่ดูเหมือนว่าเขากำลังเปลี่ยนจินตนาการแห่งโลกอนาคตในภาพยนตร์มาสู่ยานพาหนะชีวิตจริง The Hyperlight Aeros ผสมผสานโครงสร้างของเครื่องบิน เรือ และเรือดำน้ำให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางอย่างอิสระไม่เหมือนใคร ด้านหลังติดตั้งเครื่องยนต์โรลสรอยซ์ไฮบริดไฟฟ้าเจ็ทพร้อมตัวยึดใบพัดด้านหน้าให้เสถียรเพื่อช่วยให้ลอยตัวเหนือเมฆได้อย่างลื่นไหลและปราศจากเสียง แรงขับจะถูกส่งมาจากไอเสียด้านหลังซึ่งขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์เดียวกัน นอกจากนั้นยังมีระบบ Blowhole ไว้ควบคุมความเสถียรและปริมาณน้ำยามอยู่ใต้ท้องทะเล ส่วนโครงสร้างภายในก็ออกแบบมาให้สามารถทนต่อแรงดันน้ำได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่า The Hyperlight Aeros จะไม่มีหน้าต่างแต่ส่วนพื้นผิวของมันเป็นเหมือนจอทีวีที่มาพร้อมกล้อง ทำให้สามารถสอดส่องดูสิ่งรอบ ๆ ได้ เรียกว่าล้ำสุด ๆ ไปเลย ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ คร่าว ๆ ดังนี้ เพดานบินสูงสุดอยู่ที่ 20,000 ฟุต สามารถดำน้ำได้ลึกสุด
SSC North America ผู้ก่อตั้ง Shelby Supercar เอาใจเหล่าชายผู้รักความเร็วด้วยการเปิดตัว Hypercar โปรเจคใหม่ของทางค่ายในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2018 โดยใช้ชื่อว่า SSC TUATARA หลังจากที่ก่อนหน้านี้เรียกน้ำย่อยด้วยการปล่อยภาพเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นขุมพลัง และเงา Silhouette ตัวรถคร่าว ๆ ให้เราเดากันเล่น ๆ ว่าจะออกมารูปร่างหน้าตาแบบไหน SSC ได้เปิดเผยสเปครถบางส่วนออกมาแล้วโดย SSC Tuatara แรงจัดสะใจด้วยเครื่องยนต์ขนาด 5.9-liter V8 Twin-Turbocharged ให้พลัง 1,750 แรงม้า กรณีใช้เชื้อเพลิง E85 (1,350 เมื่อใช้เชื้อเพลิงค่าออกเทน 91) โดยส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหลัง สั่งงานโดยชุดเกียร์อัตโนมัติ 7-speeds ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทำความเร็วตั้งแต่ 0- 100 กิโลเมตรได้ในกี่วินาที แต่ SSC ก็เคลมว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดแบบหยุดไม่อยู่ถึง 480 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้แน่นอน อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือค่าสัมประสิทธิ์ในการสร้างแรงต้านอากาศในระบบ Aerodynamic ของ
ในชีวิตผู้ชายอย่างเรา ๆ นอกจากครอบครัว มิตรสหาย และคนข้างกายแล้ว สิ่งที่เป็นของคู่กายที่สุดแสนจะหวงแหนนั้นก็คือรถยนต์ ยานพาหนะคู่ใจที่พาเราไปได้ในทุกที่ ยิ่งร่วมทางกันตลอดแบบนี้ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาทุกจุด รวมถึงทำให้รถคันโปรดของเราหล่อสุด ๆ หากไก่งามเพราะขน คนหล่อเพราะแต่ง รถคันแรงของเราก็เท่ขึ้นได้เหมือนกัน นอกจากการโมดิฟายด์ให้ได้สมรรถนะที่ต้องการ การเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก โดยเฉพาะสีรถก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างสีสันให้กับการขับขี่ เปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางไม่ให้ซ้ำซากจำเจ สร้างความ unique ให้กับรถคันโปรด และบ่งบอกสไตล์ของเราได้ ซึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชอบสร้างสรรค์ความเท่ในเรื่องของสีสันให้กับรถคันโปรดก็คือการแร๊ป (Wrap) อันที่จริงข้อดีของการทำ “car wrap” หรือ การติดสติกเกอร์หุ้มรถยนต์นั้นมีอยู่หลายอย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแตกต่าง บ่งบอกสไตล์ของตัวเรา ด้วยสีสันที่การทำสีรถปกติไม่สามารถทำได้ หรือถ้าจะทำลวดลายก็แค่ปริ๊นท์อิงค์เจ็ทลงบนฟิล์ม หรือไดคัทก็ได้ เวลาในการติดตั้งก็น้อยกว่าการทำสีค่อนข้างมาก ใช้เวลาแค่ 2-3 วันก็เท่ได้ตามต้องการ แถมยังช่วยห่อหุ้มปกป้องสีรถจากทั้งรังสียูวี สะเก็ดหิน และรอยขีดข่วนได้ พอถึงเวลาอยากจะเปลี่ยนฟีลก็สามารถลอกออกได้ง่ายโดยสีรถเดิมยังคงอยู่ ทำให้มีประโยชน์ทางอ้อมก็คือมีราคาขายต่อที่ดีกว่าการเปลี่ยนสีรถจริง สำหรับขั้นตอนของการ car wrap นั้น เริ่มจากการเลือกสีสันที่โดนใจ เห็นแล้วใช่เลย จากนั้นก็หาตัวแทนติดตั้งที่น่าเชื่อถือและเชื่อมือได้ มีความปลอดภัย มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย


