Entertainment

CHESTER BENNINGTON : เรื่องราวชีวิตทั้งดีและร้าย ของผู้ชายที่เป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน

By: HYENA July 22, 2017

ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของ Chester Bennington นักร้องนำวง Nu Metal ระดับโลกอย่าง LINKIN PARK ด้วยวัยเพียง 41 ปี ทั้งที่เพิ่งจะออกเพลงใหม่มาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอยู่หมาด ๆ ยังคงทำให้กลุ่มแฟน รวมไปถึงคนฟังเพลงทั่วโลกเสียใจกับการจากไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีอายุช่วง 20 ปลาย ๆ ด้วยแล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าแทบทุกคนได้โตขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้อง และเนื้อเพลงที่มีความหมายเท่ ๆ ของนักร้องนำผู้ล่วงลับคนนี้

ในขณะที่ทุกคนยังคงเสียดาย และหวังว่าข่าวการฆ่าตัวตายของเขาจะเป็นเพียงข่าวลือ รวมไปถึงคนบางกลุ่มที่ถึงขั้นหลั่งน้ำตาทันทีที่ได้ยินข่าว พร้อมกับสวดภาวนาให้กับผู้ชายที่ชื่อว่า Chester Bennington ไปสู่สุขคติอย่างสงบ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคิดว่า ต่อไปนี้คงไม่มีเสียงร้องแบบนี้ให้ฟังกันอีกต่อไปแล้ว ก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี

หากเป็นแฟนเพลง หรือ คนที่รู้ถึงประวัติ และเรื่องราวของ Chester Bennington คงจะรู้ว่าทำไมจึงมีผู้คนมากมาย ต้องหลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของผู้ชายคนนี้ ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่เกิดกันคนละทวีป วันนี้เราจะมาร่วมรำลึกถึงนักร้องนำผู้ที่เพิ่งจะกลายเป็นตำนานไปตลอดกาลคนนี้ ด้วยเรื่องราวดี ๆ ที่ยังคงหลงเหลือไว้ ให้เราสามารถนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเราได้ เช่นเดียวกับเนื้อเพลงที่เขาได้เขียน และร้องออกมาให้เราได้ฟังกันตลอดช่วงเวลาเกือบ 18 ปี ที่ผ่านมา ไปพร้อม ๆ กัน

Chester Bennington เกิดวันที่ 20 มี.ค. 1976  ที่ Phoenix, Arizona USA อย่างที่เรารู้กันดีว่า เขาเป็นทั้งนักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง และเป็นสมาชิกของวง Nu Metal ชั้นนำของโลกอย่าง LINKIN PARK นอกจากนี้ยังมีวงของตัวเองอีกวงหนึ่งชื่อว่า Dead by Sunrise แยกออกมาในปี 2005  และเมื่อปี 2013 เขาได้ไปทำหน้าที่นักร้องนำให้กับวงที่เขาชื่นชอบในวัยเด็ก และใฝ่ฝันว่าอยากเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง นั่นก็คือ Stone Temple Pilots อีกด้วย

ฟังดูเหมือนชีวิตของ Chester Bennington จะถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างในตัวเขาที่ถูกความดำมืดกลืนกินไป ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็ก Chester เคยเล่าให้ฟังว่าตัวเขาต้องประสบปัญหาชีวิตหลาย ๆ อย่าง พ่อ แม่ หย่าร้างกันตอนเขา 11 ขวบ ด้วยความต้องการที่จะหลบหนีปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้า ตัวเขาเองจึงเริ่มก้าวเข้าสู่วงจรยาเสพติดตั้งแต่อายุเพียงแค่ 13 ปี ไม่ว่าจะเป็น กัญชา,โคเคน, ฝิ่น, แอมเฟตามีน หรือแม้กระทั้ง LSD เขาก็เคยเสพมาแล้วทั้งนั้น

นอกจากเรื่องราวของยาเสพติด  Chester ยังมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอีกด้วย หลายคนอาจจะมองว่า Chester ไม่น่าฆ่าตัวตายเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตามที่มีกระแสดราม่ากันอยู่ในโลกออนไลน์ หรือแม้แต่คนที่บอกว่า ฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออก ป่วยทำไมไม่ไปหาหมอ หรือพล่ามบอกว่าตัวเองก็เคยมีปัญหาชีวิตหนัก ๆ มา แต่ก็ผ่านมาได้ แถมยังไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายสักครั้งด้วย

เราอยากจะบอกให้คุณรู้เอาไว้อย่างหนึ่งว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้น มันเป็นอาการป่วย และบกพร่องทางความรู้สึก ที่เกิดจากการหลั่งสารเคมีในสมองมีความผิดปกติ ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า หดหู่ ทุกข์ทรมานจนแทบไม่อยากมีชีวิตต่อไป

ถ้าคุณบอกว่า คุณก็เคยเจอเรื่องหนักสุดในชีวิตมาเหมือนกัน แต่ก็ยังผ่านมันมาได้ เราอยากให้ลองคิดดูดี ๆ อีกครั้ง และเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า รวมถึง Chester ต้องประสบ และต้องต่อสู้กับความเฮงซวยเหล่านี้มาตลอดระยะเวลา 17-18 ปี ได้แล้ว เพราะเราเองคิดว่า ไม่ว่าใครก็ตาม ถึงแม้จะไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่หากต้องมาเจอกับเรื่องหนัก ๆ ที่ก่อเกิดเป็นบาดแผลในจิตใจ สร้างความทุกข์ระทมให้กับความรู้สึกต่อเนื่องแทบทุกวันเป็นเวลาเกือบ 20 ปี บางวูบของความคิดก็อาจจะอยากลาโลกนี้ไปให้พ้น ๆ เหมือนกันก็ได้

อีกหนึ่งปมความเจ็บปวดในใจของ Chester ยังคงเป็นเรื่องราวที่ย้อนไปในสมัยที่เขายังเป็นเด็ก ซึ่งเขาต้องเจอกับเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศจากเพื่อนผู้ชายรุ่นพี่ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขาทำได้เพียงเก็บเรื่องราวเลวร้ายเอาไว้กับตัว เพราะไม่กล้าพอที่จะเล่าให้ใครฟัง เพราะกลัวถูกหาว่าเป็นเกย์ หรือแม้แต่ถูกหาว่ากุเรื่องโกหกขึ้นมาเอง

กับมรสุมมากมายในชีวิตที่โถมกระหน่ำเข้ามา เราเชื่อว่าบางคนคงไม่อาจฝืนทนฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จมีชีวิตรอดมาจนถึงวัย 41  ปี ด้วยซ้ำ แต่สำหรับ Chester เขาคือ คนที่พยายามจะเผชิญหน้า และเปลี่ยนแปลงสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมา ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ โดยการปล่อยเรื่องราวความทุกข์ใจออกมาเป็นบทเพลง

นอกจากนี้เขายังเป็นที่รักของเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมวง LINKIN PARK ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาแล้วรอบโลก อย่างที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือการเป็นกำลังใจ และการให้ความช่วยเหลือในตอนที่ Chester ตัดสินใจเข้าบำบัดอาการติดยาเสพติด และอาการติดสุรา ซึ่งเพื่อนทุกคนในวงพยายามจะชักนำพาเขาไปในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอยู่ตลอดมา

Mike Shinoda เพื่อนคนสนิท และสมาชิกในวง LINKIN PARK เคยพูดถึงปัญหาของ Chester เอาไว้ด้วยความเป็นห่วงว่า “เมื่อ Chester มีปัญหาบางอย่าง พวกเราทุกคนจะกระโดดเข้าไปช่วยเขาทันที และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ นั่นคงพอจะทำให้ทุกคนรู้ว่า Chester เป็นคนดี และเป็นสิ่งที่วิเศษมากแค่ไหนสำหรับพวกเรา”

“พวกเราโชคดีมาก ที่วงของเราเต็มไปด้วยคนที่ตรงไปตรงมา และแต่ละคนก็ผ่านอะไรมาเยอะ ดังนั้น เราจึงพร้อมที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน เราสนุกด้วยกัน ทำสิ่งที่พวกเรารักไปด้วยกัน ทุก ๆ วันพวกเรารักในสิ่งที่พวกเราได้ทำลงไป ความสัมพันธ์แบบนี้พวกเราจะไม่มีวันโยนมันทิ้งไปแน่นอน”

ครั้งหนึ่งที่ Chester มีอาการบาดเจ็บที่เข่าในปี 2015 สมาชิกของวง LINKIN PARK ทุกคน ลงความเห็นว่าพวกเขาจะยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตซึ่งจะต้องสูญเสียรายได้มหาศาล แต่เพื่อแลกกับการที่ให้ Chester ได้พักผ่อนรักษาตัว และรับการผ่าตัด พวกเขาก็เต็มใจทำมันเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากความรักที่คนรอบข้างมีต่อเขาแล้ว สำหรับแฟนเพลงเนื้อเพลงที่เขียนโดย Chester หลายต่อหลายเพลง ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่จะต้องเผชิญเรื่องราวแย่ ๆ ผ่านพ้นมันไปได้ ซึ่งเนื้อเพลงเหล่านั้นเกิดขึ้นจากประสบการณ์ และความรู้สึกเลวร้ายในชีวิต ที่เขาต้องทนต่อสู้กับมันมาตลอดที่ผ่านมา

เขาสามารถเปลี่ยนความทุกข์ทรมาน ให้กลายเป็นแรงผลักดันของตัวเองเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า เนื้อเพลงของเขายังเป็นสิ่งที่ใช้สื่อสารกับคนที่กำลังเผชิญปัญหาในชีวิตเช่นเดียวกับเขา เพื่อให้รู้ว่ายังมีคนที่เข้าใจ มีคนที่เป็นเหมือนคุณ และเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกัน

แม้ว่าภายในจิตใจของเขาจะกักเก็บความโศกเศร้า และเรื่องเลวร้ายเอาไว้มากมาย แต่สิ่งที่เขาได้มอบให้กับคนอื่น กลับกลายเป็นสิ่งที่มีแต่ความสุข ยกตัวอย่างเช่น งานการกุศล และการเปิดกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ ร่วมกับเพื่อน ๆ ในวงของเขา และในปี 2004 ครั้งที่ประเทศไทยเราประสบกับคลื่นยักษ์ Tsunami ที่ภาคใต้  Chester Bennington ได้เดินทางมาที่จังหวัด ภูเก็ต ด้วยตัวเอง เพื่อนำเงินที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนั้นด้วย

“พวกเราได้ก่อตั้งกองทุนที่มีชื่อว่า Music For Relief ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยเงินบริจาคที่เราได้รับมา โดยเราจะนำเงินบริจาคนี้มาทำการสร้างบ้านเรือน สร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ และ สร้างธุรกิจที่หายไปให้กลับมาอีกครั้ง แทนที่ของเดิมที่ถูกพังไปจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ Tsunami เพื่อที่คนท้องถิ่นจะได้กลับมามีชีวิตที่ปกติ มีงานทำ มีบ้านอยู่”

“มันยังช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ นักท่องเที่ยวก็จะกลับมาเที่ยวอีกครั้ง เด็ก ๆ จะได้อยู่กับครอบครัวที่ดูแลเขาได้ และชีวิตของพวกเขาจะได้เป็นปกติเหมือนเดิม ที่สำคัญคือ ทุกคนจะได้กลับมามีความสุข ผมจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งแน่นอน อาจจะเป็นฤดูร้อนปีหน้า มาหาความสุขให้ตัวเอง พูดคุยกับผู้คน และคงจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ผมประทับใจมากแน่นอน”

นี่คือสิ่งที่ Chester Bennington เคยกล่าวเอาไว้ แต่ทว่าต่อไปจากนี้  Chester Bennington คงจะไม่ได้กลับมาเยือนภูเก็ต และเห็นสิ่งที่เขาได้ช่วยเหลือคนท้องถิ่นแถวนั้น และประเทศไทยไว้อีกแล้ว…

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอของเขา ยังถูกคนนำไปพูดถึงต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะการนำเอาเรื่องนี้ไปผูกกับ Chris Cornell เพื่อนซี้รุ่นพี่ และเป็นคนที่เขายกย่องให้เป็น Idol ซึ่งเสียชีวิตจากการผูกคอตายก่อนหน้า Chester เพียง 2 เดือน ทั้งนี้ก็เพราะว่าวันที่ Chester ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองนั้น คือเป็นวันคล้ายวันเกิดของ Chris Cornell นั่นเอง

แต่จะว่าไปแล้ว การฆ่าตัวตายของ Chester ก็ดูจะมีสัญญาณเตือนมาบ้าง จากคำบอกเล่าของ Mike Shinoda ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่าถึงที่มาของซิงเกิ้ลใหม่ก่อนหน้านี้อย่าง Heavy โดย Mike เล่าว่า

“Chester เดินเข้ามา แล้วผมก็ถามเขาว่าสบายดีไหม? เขาตอบกลับมาว่าสบายดี” จากนั้นเราก็นั่งดื่มกันสักพัก จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า ฉันรู้ว่าฉันต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง จริง ๆ แล้วฉันไม่โอเคเลย มันมีหลายอย่างเกิดขึ้น มันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าฉันจมลงไปอยู่ใต้น้ำ”

เขาพูดกับ Mike ต่อไปว่า “มันเหมือนกับฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาใส่แบบไม่หยุดหย่อน มันบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่มันเป็นความรู้สึกที่หนักชิบหายเลยว่ะ” ทั้งหมดนี้ มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับเนื้อร้องของวง LINKIN PARK ที่ส่วนใหญ่มักจะมีเนื้อหาค่อนข้างหม่น และมืดมัว คล้ายกับอารมณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

แถม Chester เอง ก็ยังเคยบอกว่า เพลงทุกเพลงที่เขียนขึ้นมานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัว เขาจะไม่เขียนเนื้อเพลงในสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสกับตัวเองมาก่อน เพราะเนื้อเพลงมันจะออกมาได้ไม่ถึงอารมณ์อย่างที่เขาตั้งใจ หรือเขียนไว้ตามแบบฉบับของเขา นอกจากเนื้อหาที่เขาพยายามสื่อสารผ่านเนื้อเพลงออกมาให้กับคนทั้งโลกได้รู้ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ บรรณาธิการนิตยสาร Kerrang! ได้โพสเอาไว้ใน Instagram เกี่ยวกับการตายของ Chester Bennington อีกด้วย

James McMahon บอกว่า “ผมโกรธ โกรธตัวเอง และ โกรธทุกคน เช้าวันนี้คนมากมายกำลังเจ็บปวดใจ และร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของ Chester Bennington รวมไปถึงระบายความรู้สึกเศร้าที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ใครสักคนฟัง และหวังว่าการรับฟังจากใครสักคนจะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจ และความเศร้าของพวกเขาได้”

“เช่นเดียวกับที่ Chester Bennington ได้ทำไปแล้ว แต่ไม่เคยมีใครรับฟังเขาเลย วันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา วง LINKIN PARK จัดงานปาร์ตี้ โดย Chester ขึ้นไปร้องเพลง 2-3 เพลง คู่กับเปียโน ยอมรับว่าผมไม่ใช่แฟนตัวยงของพวกเขา แต่ผมก็เคารพพวกเขาเสมอ การร้องของ Chester ดูสบาย ๆ มันเป็นการแสดงที่ผ่อนคลาย และยอดเยี่ยมมาก”

“แต่พอถึงช่วงเวลา ถาม-ตอบ ช่วงนั้นเองที่ Chester เริ่มระบายสิ่งที่เก็บอยู่ในใจมาแสนนานต่อหน้าคนดูทั้งหลาย รวมถึงตัวผมเองด้วย เขาบอกเขาเคยมีความคิดจะฆ่าตัวตาย มันไม่ใช่ความคิดที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เขากำลังแสดงออกถึงความเจ็บปวดให้กับฝูงชนได้เห็น เขาบอกมันมาแบบตรง ๆ แต่โคตรแม่งเอ้ย! คนมากมายได้ยินแต่ไม่มีใครสนใจ ส่วนตัวผม ได้แต่ถามตัวเองว่า ผมพอจะทำอะไรได้บ้าง? แต่เขาเป็นคนดัง เป็น Rock Star และผมไม่มีทางได้เบอร์โทรศัพท์เขาง่าย ๆ หรือจะกล้าโทรไปพูดกับเขาว่า ‘เฮ้ Chester นายโอเครึเปล่า? นายยังมีฉันนะ…”

“แต่แล้ว 4 เดือนให้หลังเขาก็ลงมือ ก่อนหน้านี้ผมไม่เข้าใจกับคนที่บอกว่า โลกของเขามันพังไปแล้ว ทุกอย่างมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันฟังดูเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ การเห็นใจคนเหล่านี้ รวมไปถึงความคิดของคนเหล่านี้นั้นมันไม่เท่เลยสำหรับผม แต่ตอนนี้ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ถ้าใครมีความรู้สึกทุกข์ทรมานอยู่ จงพูดมันออกมา ระบายสิ่งที่เก็บเอาไว้อย่าให้มันกัดกินจิตใจคุณอยู่คนเดียว และเมื่อมีคนระบายอะไรที่หนักหนาออกมา คุณจะต้องตั้งใจรับฟังมัน  เราช่วยพวกเขาได้ เราต้องรับฟัง”

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวประวัติชีวิตคร่าว ๆ ที่มีทั้งเรื่องราวทั้งดี และ ร้าย ซึ่ง Chester Bennington ก็พยายามต่อสู้มันมาอย่างยาวนานแล้ว นอกจากนี้เขายังได้นำสิ่งที่คอยกัดกินจิตใจของตัวเอง มาเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแรงผลักดันในการสร้างผลงานออกมาจนกลายเป็นคนที่คนรู้จักไปทั่วโลก

ดังนั้นเราจึงมีความเชื่อว่า คนอย่าง Chester Bennington ไม่ใช่คนที่อ่อนแอจนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะเขาได้พยายามต่อสู้กับมันมาตลอดระยะเวลาเหล่านั้น เพียงแต่ว่าวันนี้ อาจจะเป็นวันที่เขาอ่อนล้า และบาดแผลที่ผ่านการต่อสู้มานานหลายปี มันคงเกินที่จะรักษาเยียวยาให้หายได้ เขาจึงเลือกที่จะขอนอนพักไปเงียบ ๆ ตลอดกาล เหลือไว้เพียงผลงานและความทรงจำดี ๆ ให้เราได้ระลึกถึงเขาตลอดไป

 

SOURCE  SOURCE1  SOURCE2

HYENA
WRITER: HYENA
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line