Entertainment

GARAGE: “ZWEED N’ ROLL” ทุกวันที่ได้เล่นดนตรีคือการเยียวยา เราจึงมีค่าด้วยเสียงดนตรี

By: april February 21, 2019

ในช่วงปีที่ผ่านมา ซีนอินดี้บ้านเราได้เห็นปกอัลบั้มแรกของ Zweed n’ Roll แม้จะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของวงหรือ Single ของพวกเขามาสักพักแล้ว แม้เพลงจะฮิตติดชาร์ตขนาดไหน เชื่อไหมว่าพวกเขายังไม่มีอัลบั้มแรกกันเลยด้วยซ้ำ (เพิ่งมามีกันเมื่อปีที่แล้วนี่แหละ) อัลบั้มแรกของพวกเขามาในปกที่แสนสะดุดตากับภาพที่ “พัด” นักร้องนำของวง ทอดแผ่นหลังอยู่บนกระโปรงรถ พร้อมสีหน้าพริ้ม ที่พอจะเดาออกว่ามันมาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์สีทองในมือ ในอัลบั้มบรรจุไปด้วยเพลง Mood หม่น ๆ จนเสียน้ำตากันไปบ้าง

เราอาจมองเพลงของพวกเขาเป็นเพลงเศร้าหนึ่งเพลง เป็นเพลงอกหัก ที่มันทิ่มแทงความรู้สึก ไม่ของคนแต่งก็ของคนฟังอย่างเราเองนี่แหละ ทว่าทุกเพลงที่ร้อยเรียงขึ้นมา ไม่ได้เป็นแค่ผลงานที่พวกเขาภูมิใจในความสามารถทางดนตรีเท่านั้น แต่ความภูมิใจของพวกเขามันอยู่ที่ผลงานเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เยียวยาทั้งตัวเขาและคนฟัง จนเป็นเพลงที่มีค่าในตัวเอง มาฟังเรื่องราวของพวกเขา ในการเรียงร้อยเรื่องราวออกมาให้ Impact กับคนฟัง

สมาชิกในวงได้แก่ พัด นักร้องนำ, ปูน กีต้าร์, มิน กีต้าร์, นิว เบส และ แทน กลอง นั่งเตรียมความพร้อมกันที่สวนชั้นล่างของร้าน ด้วยการอัดบุหรี่ตัวแล้วตัวเล่า พ่นควันขาวฟุ้งขึ้นไปในอากาศ ราวกลับต้องการปลดปล่อยความประหม่าทั้งหมดทิ้งไป เพื่อเตรียมตัวเล่น Live Session ให้กับรายการ Garage ของเรา เราจึงเลือกที่จะนั่งเก้าอี้อีกตัวที่ห่างออกไป เพื่อเว้นระยะห่างให้พวกเขาได้ผ่อนคลาย หยอกล้อ และใช้เวลาส่วนตัวให้เต็มที่

เมื่อถึงเวลาของ Live Session ในเพลง “Diary” เราได้ฟังพวกเขา Take แล้ว Take เล่า ด้วยความตั้งใจของพวกเขาที่ไม่อยากมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย แผลเล็กน้อยก็อาจเป็นที่สังเกตได้ สมาชิกในวงขอฟังเสียงที่เราอัด และจัดการเปลี่ยนที่นั่งให้ได้ที่ที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละคน เราเลยเพิ่มความผ่อนคลายให้มากขึ้นด้วยการพักกองประมาณสิบนาที พอกลับมาเล่นอีกครั้ง ทุกอย่างไหลลื่นไปด้วยดี

 

อัลบั้มแรกในปีที่ 6 ของวง

ปกอัลบั้มที่เราคุ้นเคยอย่างที่บอกไปข้างต้น นั่นคือภาพของ “พัด” นักร้องนำที่กำลังดื่มด่ำกับความเมามายของห้วงอารมณ์ ที่ปะทุขึ้นมาเหมือนแสงพลุสว่างวาบ และจากเบียร์เย็น ๆ ในแก้วพลาสติกที่มือข้างซ้าย ภาพนั้นเหมาะกับพลังของชื่ออัลบั้ม “I’m 20” ที่จริง ๆ แล้วมันมีชื่อเต็ม ๆ ว่า “I’m 20, It’s all the best I can do.” เป็นกึ่งชื่อเพลงกึ่งความในใจ เพราะนี่คืออัลบั้มที่พวกเขาเริ่มทำกันมาตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาอายุ 20 และมันก็คือที่สุดที่พวกเขาในวัย 20 จะทำได้แล้ว

ถึงจะเป็นอัลบั้มที่มาจากความถ่อมตัวกันตั้งแต่ชื่อ แต่เพลงของพวกเขาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามันเจ๋งขนาดไหน ด้วยเนื้อเพลงที่ใช้ภาษาแสนเรียบง่าย แต่ฉายภาพความสวยงามออกมาได้แสนชัดเจน ชัดมากพอกับความเจ็บปวดเช่นกัน


นั่นแหละ ตัวตนของพวกเขา เพลงแรก “ธันวาคม” ถูกปล่อยออกมาในปี 2012 แต่กว่าจะรวบรวมเพลงออกมาเป็นอัลบั้มที่พวกเราได้ฟังนี้ ใช้เวลาถึงหกปีกว่าจะเรียบร้อย มาฟังเหตุผลของพวกเขากันว่าทำไมถึงมี Gap ระหว่างเพลงแรกกับอัลบั้มแรกที่นานถึงหกปี

พัด: เราค่อนข้างทำงานกันช้า ตอนเริ่มทำวงกัน เราเรียนมหา’ลัยกันอยู่ด้วย แบ่งเวลาไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เราไม่ได้เร่งรีบกับมันด้วย ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่เป็น

นิว: วงไม่ค่อยมีเดดไลน์ด้วยครับ เราจัดการกันเอง กลายเป็นทุกอย่างไหลไป ทำให้โอกาสหลายอย่างหลุดลอยไปในช่วงนั้น แต่ผมว่ามันพอมันตกผลึก ตอนนี้เลยเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะออกอัลบั้มแรก

พอปล่อยสตูดิโออัลบั้มแรกที่รอคอยกันมานานไปแล้ว กระแสตอบรับเป็นไงบ้าง ?

พัด: ก็น่าพอใจ จริง ๆ มันเกินความคาดหมายไปเยอะอยู่

นิว: ดีฮะ มีคนถ่ายรูปปกอัลบั้มมา Cover สนุก ๆ กระแสตอบรับค่อนข้างดีกว่าที่คาดไว้ ทั้งยอดสั่งซีดี เสื้อ การเล่นในที่ใหม่ ๆ แฟนเพลงกลุ่มใหม่ บางคนเพิ่งมาดูเราครั้งแรกด้วยซ้ำ

อย่างที่เล่ามาว่า ช่วงนั้นทำเพลงกันแบบไม่รีบร้อน สบาย ๆ แล้วกว่าจะได้อัลบั้มนี้มา ชิลล์แค่ไหน เล่าให้ฟังหน่อย

นิว: ส่วนใหญ่การทำงานของ Zweed n’ Roll เกิดจากพัดครับ พัดจะแต่งคอร์ด แต่งเมโลดี้ แต่งเดโม่ อัดลงมือถือมาก่อนให้ทุกคนฟังกัน บางเพลงก็เนื้อหาต่างดาว ก็ต้องมาช่วยกันฟังว่ามันจะออกไปทางไหนได้บ้าง มาลุยกันในห้องซ้อมต่อ ให้ภาพมันกว้างขึ้น พัดทำงานง่ายขึ้น จบเพลงกันง่ายขึ้น

พอมีอัลบั้มแรก(ซะที)แล้วเนี่ย เราหันมาทุ่มเทกับดนตรีอย่างจริงจังกว่าตอนไม่มีมั้ย ?

นิว: ถือว่าเป็นอาชีพเราแล้ว เราก็จริงจัง ไม่อยากปล่อยไหลแล้ว เพราะวงดนตรีมันไปเร็วมาเร็ว เราเคยปล่อยไปช่วงนึงแล้ว เราเรียนรู้แล้วว่าปล่อยไป บางทีมันกลับมายาก เราเองโชคดีนะ ที่ปล่อยเพลงถูกที่ถูกเวลา

“ตอนซ้อมเรามาด้วยความขี้เกียจกันมากกว่า ครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงห้องซ้อม ซ้อมเสร็จรีบเลิก แต่เราก็รู้ประมาณนึงว่าเราต้องจริงจังกับส่วนไหนบ้าง”

– นิว Zweed n’ Roll –

เพลงเศร้าที่ถูกเล่ามาจากเรื่อง(จริง)

เหตุผลที่เพลงของพวกเขามัน Touching ความรู้สึกของคนฟังอย่างเรา ที่มันแตะเราได้มากขนาดนั้น อาจเป็นเพราะมันถูกแต่งมาจากเรื่องราวจริง ความรู้สึกจริง ที่ใครสักคนอยากมอบให้กัน มันจึงมีทั้งรักที่สุขแสนหวาน พาให้หัวใจพองโต เลือดสูบฉีดแรงอย่างไม่เคยเป็น และความทุกข์ขมขื่น ยามที่เราต้องหยิบยื่นความเจ็บปวดให้กันและกันด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา 

สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้เป็นเพียงความทรงจำที่สลับสับเปลี่ยนไปมาในแต่ละวัน แต่มันถูกนำมาเรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงด้วยฝีมือของ “พัด” เจ้าของเรื่องราวสุขทุกข์เหล่านั้น

พัด: ส่วนใหญ่จะเป็นบรรยากาศความรู้สึกของตอนนั้น อย่างตอนที่แต่งเพลงธันวาคม แต่งให้แฟนเก่าตอนครบรอบหนึ่งปี หรือว่า Always แต่งให้ตอนครบรอบสามปี เพลงอกหักก็คือแต่งให้ตอนเลิกกันอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ค่อย ๆ ไล่ไป

แต่เพลงเศร้าได้ถึงจุดขนาดนี้ เราต้องเป็นคนเสพติดความเศร้าหรือเปล่าถึงจะแต่งแล้ว Impact ?

พัด: จริง ๆ เราไม่ได้เป็นคนเศร้าตลอดเวลา เหมือนสิ่งที่มันสื่อออกไปจากตัวเรา กลายเป็นสิ่งที่เศร้าสำหรับคนฟัง ซึ่งเราพยายามทำเพลงที่ไม่ปิดกั้น

มิน: พัดพยายามให้มันเป็นปลายเปิด บางเพลงมันไม่ได้เศร้านะ แต่คนฟังก็มีตีความเป็นเพลงเศร้าบ้าง อันนี้แล้วแต่คน

พัด: อย่างเช่นเพลงธันวาคม เราแต่งเพลงจากชีวิตส่วนตัวเรา เราก็แอบใส่เข้าไปในเพลง เราเองก็ไม่ได้สื่อสารชัดขนาดนั้น คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนเจอเหมือนกัน น่าจะเข้าใจบ้าง

มิน: เราอยากมีเพลงแฮปปี้เหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ง่ายที่ถ่ายทอดออกมา เราไม่ได้มืออาชีพขนาดที่เขียนเพลงครึ่งชั่วโมงเสร็จ เราเองก็ต้องอินนิดนึง

นิว: ด้วยความที่เพลงมันเป็นเรื่องราวของพัด มันก็เลยจริงสำหรับพัด เราทุกคนมาขยายให้พัดอีกที ให้ภาพมันชัดเจนขึ้น มันยังไม่มีคนอื่นเริ่ม แต่คิดว่าต่อไปคงต้องเพิ่มมาบ้าง

ให้เพลงช่วยเยียวยา เรามีค่าเพราะดนตรี

คุยไปคุยมา เราพอเข้าใจแล้วว่า Mood ความเศร้า ความหม่น ที่มันปกคลุมเพลงของพวกเขา มันไม่ได้มาจากความตั้งใจบิ๊วคนฟังให้เศร้า ร้องไห้ แต่มันมาจากเรื่องราวปกติในชีวิตที่เราทุกคนต้องเจอ นั่นแหละนะ ชีวิตคนเรามันก็ขมอย่างนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ความขมทั่วไปที่เราได้เจอ มันจึงจับใจของเราได้มากที่สุด มากกว่าความผิดหวังยิ่งใหญ่ใด ๆ ทั้งนั้น

แต่ภายใต้รสขมปร่าของความเจ็บปวด พวกเขาใช้เพลงเป็นสิ่งเยียวยาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่พวกเขาได้เล่นดนตรี เขากลายเป็นตัวเอง ในเวอร์ชั่นที่ตัวเองชอบ เป็นตัวเองที่รู้สึกมีคุณค่าขึ้นมาเพราะเสียงดนตรี ความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบอื่นนอกจากน้ำตา มันช่วยให้พวกเขากลายเป็นคนที่เข้าใจคนที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน เช่นคนฟังอย่างพวกเรานี่แหละ 

นิว: ในโมเมนต์ที่เราได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง เราไม่ต้องพูด คนฟังสามารถเข้าใจบรรยากาศตรงนั้นได้ มันตื้นตันนะ

พัด: เราเล่นดนตรีออกไป เหมือนเราบำบัดตัวเองอย่างหนึ่ง ด้วยการระบายสิ่งที่อยากพูดออกไป พอเราได้พูดออกไปแล้ว มันก็จะมีคนฟังที่พูดแบบนี้ เหมือนที่เราส่งต่อให้ เขาก็เอาไปบำบัดต่ออีกที คิดว่าช่วย ๆ กันไปนะ

มิน: ตอนผมได้เล่นดนตรีรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น พอไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เล่นดนตรี ก็งง ๆ ว่าทำอะไรดีวะ

นิว: ตอนที่ทำอย่างอื่น การหาคุณค่าตัวเองในนั้น ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นดนตรี มันผลักดันเราแล้วยังช่วยคนอื่นได้อีก ดนตรีมันพาเราไป เราไม่ได้คิดว่าเราจะไปไหน มันจะพาเราไปหลาย ๆ ที่

พัด: บางเพลงตอนแต่ง เราไม่ได้แต่งมาเพื่อคนฟังเลย เราแต่งมาเพื่อคน ๆ คนเดียว มันบังเอิญตรงที่ เราทำเพลงกัน เราอยากให้คนอื่นฟังเพลงนี้ แบบอยากเอามาทำจริง ๆ

 

“มันแค่บรรยายความรักที่มีทั้งทุกข์และสุข เราเองก็อยากมีมันไปเรื่อย ๆ”

– พัด Zweed n’ Roll –

 

เพลงของพวกเขาจึงเป็นเหมือนบันทึกการเดินทางเล่มหนึ่ง บันทึกตั้งแต่ก้าวเดินไปบนความหอมหวาน ช่วงเวลาแห่งความสุข ไปจนถึงการล้มลง ความเจ็บปวด บาดแผลที่ยังคงย้ำเตือนถึงเรื่องราวนั้น ถูกบันทึกไว้ในอัลบั้ม “I’m 20”

หากในช่วงเวลาแสนเจ็บช้ำของคุณ ยังไม่อาจมีสิ่งไหนมาเยียวยาได้ ลองให้เพลงของพวกเขา เพลงที่เคยเยียวยาตัวเองมาแล้ว มาช่วยให้เราเรียนรู้และลุกขึ้นเดินต่อ เริ่มบทใหม่ของการเดินทาง ให้เราได้มีเรื่องราวในวันข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เข้าใจเรื่องราวทุกข์ปนสุขนี้มากขึ้น

สำหรับใครที่อยากติดตามผลงานของพวกเขา สามารถติดตามได้ที่ Fage Facebook: Zweed n’ Roll

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line