Entertainment

GARAGE MUSIC: “ไม่คาดหวังเเล้วมันสนุกกว่า” GYM AND SWIM กับการวิ่งเล่นบนทางที่เลือกเอง

By: nipatn September 14, 2018

หลายคนอาจจะเล่นดนตรีด้วยจุดมุ่งหมายคล้าย ๆ กัน มันน่าจะเริ่มมาจากการชอบฟังเพลง ชอบจนคิดว่าเราควรเป็นคนสร้างสรรค์มันเองได้ หลายคนเริ่มต้นมันด้วยการทุ่มพลังเพื่อความฝันในเส้นทางนี้ บางคนไปถึงฝัน บางคนก็ล้มเลิกตามกาลเวลา เราอยากบอกว่าความพยายามมันไม่ทำร้ายใคร เเละอย่าพยายามมากไปจนหลงลืมความสนุกหรือความรักในสิ่งที่ทำ

UNLOCKMEN ได้มาพูดคุยกับกลุ่มนักดนตรีที่เริ่มต้นทุกอย่างจากความสนุก เเละรักในสิ่งที่ทำ จนวันนี้มันเริ่มออกดอกออกผลที่ดีตามเวลาสมควร ขอแนะนำให้รู้จักกับ  GYM AND SWIM วงดนตรี Pop ที่รวมเอาความสนุกของดนตรีหลากหลายเเนวเข้าด้วยกัน เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะคุ้นหูกับเพลง “Octopussy” หรือ “Yuuwahuu” ตอนนี้เราได้ยินมาว่าพวกเขากำลังจะมีเพลงใหม่ เเละพวกเขายังเริ่มทัวร์เล่นคอนเสิร์ตไปตามหลาย ๆ ที่ทั่วเอเชียอีกด้วย

 ไปพูดคุยทำความรู้จักกับ GYM AND SWIM ตามหาที่มาของความสนุกสนาน ว่ามี Passion อะไรถึงทำเพลงออกมาได้น่ารัก น่าฟังขนาดนี้

GYM AND SWIM ประกอบไปด้วย เฉลิม : ร้องนำ, ปกป้อง : ซินธ์ เเละ กีต้าร์, เติร์ก : กีต้าร์ , ฮ็อป : เบส เเละ ซินธ์, มัดหมี่ : กลอง

มารวมตัวกันได้ยังไง ? คำถามที่เราคิดว่ามันโคตรธรรมดาเเต่เราก็ยังคิดว่าหลาย ๆ คนคงยังอยากรู้

เฉลิม : มันเกิดจากที่รู้จักกันผ่านโลกโซเชียลมีเดีย ตอนเเรกก็ไม่ได้กะจะรวมตัวอะไรกัน เหมือนบังเอิญว่ามันต้องมาทำเพลงด้วยกันสนุก ๆ  พอดีรู้จักกับเติร์กอยู่ก็เลยชวนเติร์ก เเละเติร์กก็ไปชวนป้องเพราะรู้จักกัน มันเริ่มจากการพูดคุยกันเรื่องวงเกาหลีเกิร์ลกรุ๊ปส่งรูปสาว ๆ หากัน แบ่งกันดูนานมากเเล้ว

ป้อง : มันเลยเป็นที่มาของคำว่า GYM AND SWIM : K POP

เฉลิม : เราค่อย ๆ รวบรวม คนรู้จักมาช่วยทำ ไม่ได้กะว่าจะเป็นเเบนด์จริงจัง เพราะเเต่ละคนมีวงของตัวเองกันอยู่เเล้ว เเต่พอได้ทำจริง ๆ เเล้วมันสนุก มันมีอะไรที่อยากต่อยอดไปอีก ตอนนั้นไม่มีมือเบสด้วย ก็เลยอยากหามือเบสจริงจัง ก็เลยได้พี่ฮ็อปมาช่วย ซึ่งเดิมพี่ฮ็อปเนี่ยเล่นเบสให้ป้องในวง plastic plastic อยู่เเล้ว

ทุก ๆ วงล้วนมีเเนวทางของตัวเอง GYM AND SWIM ดูไม่ค่อยเหมือนวงอื่น ๆ ในไทยเลย อยากรู้ว่าได้เเรงบันดาลใจ หรือมีเเนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานแบบไหน ถึงออกมาเป็น GYM AND SWIM แบบที่เราคุ้นเคยตอนนี้

เฉลิม : คือเราไม่ได้คิดว่าซาวด์มันต่างจากวงอื่น เราว่ามันก็เป็นปกตินะ อาจจะเป็นด้วยวิธีการเล่นมั้งที่มันต่างจากคนอื่น ก็คือเราห่วยกว่าวงอื่น ๆ เค้า มันก็เลยดูต่าง เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นวงที่ทำอะไรฉีกเเนว เหมือนกับว่าตอนทำเพลง เราก็คุยกันว่าชอบอะไรแบบไหน จะทำยังไง เราก็จะเอาเพลงที่เราชอบ ๆ มาโยนแบ่งกันฟัง เหมือนเราชอบ Tropical Pop เราชอบความสนุกสนานของมัน เราอยากมีเพลงที่เล่นสดแล้วคนโยกตามได้ เป็นการผสมผสานว่าเเต่ละคนถนัดด้านไหน

ป้อง : มันจะผสม Synth Pop, Electro Pop

เฉลิม : เเต่มันจะเป็นดนตรีที่มี Synth ยืนพื้นหน่อย เเต่ไม่ได้จะเน้น Synth อะไรขนาดนั้น มันก็เลยถูกจัดในหมวดหมู่ยากนิดนึง

เติร์ก : สุดท้ายเเล้วมันยืนพื้นที่ Pop นั้นแหละ เเค่เเต่งเติมกลิ่นของนี่นั่นเข้าไปให้สนุกและน่าสนใจขึ้น

สิ่งที่เราจะถามวงดนตรีวงอื่น ๆ อยู่เสมอคือ หน้าที่ของเเต่ละคนตอนทำเพลงเป็นยังไงบ้าง เราว่าส่วนนี้สำคัญมาก เพราะการที่เพลง เพลงนึงจะออกมา พวกคุณทำอะไรยังกันบ้าง

เฉลิม : เริ่มจากนัดกันมาให้ตรงเวลาเเล้วก็ไม่ค่อยตรง คือเราไม่ใช่วงที่จะมานั่งเเจมในห้องซ้อมอะไรแบบนั้น ส่วนใหญ่มันเริ่มจากป้องขึ้นโครงดนตรีมาประมาณนึง อาจจะเป็นเมโลดี้ เป็นดนตรีลูป หรืออาจจะร้องไกด์เมโลดี้มาสักท่อนนึง เเล้วเราก็จะมาดูกันว่าอันนี้เวิร์คไหม อันไหนใช้ได้ก็จะเอามาขยายกันต่อให้มันกลายเป็นเพลง ก็คือการเพิ่มท่อนต่าง ๆ ขึ้นมา

การทำวงดนตรีในประเทศไทยคือมีส่วนน้อยมากที่วงดนตรีในบ้านเราจะทำเพลงภาษาอังกฤษ ทำไม GYM AND SWIM ถึงเลือกที่จะสื่อสารด้วย ภาษาอังกฤษ 

เฉลิม : เพราะในตอนทำวงเเรก ๆ เนี่ย ทุกคนมีวงของตัวเองกันอยู่เเล้ว เเละเป็นเพลงภาษาไทย อาจจะมีเเค่วงของเติร์กที่เป็นเพลงภาษาอังกฤษ  พอดีกับดนตรีที่พวกเราช่วยกันทำ ภาษาอังกฤษมันร้องง่ายกว่า เพราะมันไม่มีบังคับเรื่องวรรณยุกต์ เรารู้สึกว่าอยากให้เพลงมันเป็นเพลงที่เน้นเรื่องการสร้างเมโลดี้ให้มันไหลลื่น เเละบางทีคำไทยมันค่อนข้างลงยาก เราอยากจะเล่าเรื่องที่มันไม่เป็นแบบ 1, 2, 3 มาก มันอาจจะเป็นเรื่องที่โดดไปโดดมา หรืออะไรที่ไม่ต้องชัดเจนว่าเราพูดถึงอะไรอยู่ก็ได้

ในอนาคตมีแผนจะทำเพลงไทยบ้างไหม

เฉลิม : ไม่มี ๆ เหมือนเรามาทางนี้เเล้วเราไม่อยากให้เพลงมันโดดไปโดดมา เเล้วมันก็ชินกับการทำทางนี้เเล้วด้วย เเละเรามองว่าคนไทยไม่มีปัญหากับเนื้อเพลงภาษาอังกฤษอะไรขนาดนั้น ไม่มีเลยด้วยซ้ำ

คิดว่าแฟนเพลงของวงเป็นคนกลุ่มไหน

เฉลิม : เอาจริง ๆ นะ เรามองว่าแฟนเพลงของเรา เราจะได้จากการที่เค้าบังเอิญผ่านมาเจอ ผ่านมาฟัง มันก็เป็นข้อพิสูจน์บางอย่างว่าเราไม่จำเป็นต้องทำเพลงแบบที่ใคร ๆ เขาทำกันก็ได้ คือทำอะไรก็ได้เลย คือถ้าเค้ารู้สึกว่าเค้าชอบ เค้าจะเข้ามาเอง เราว่าคนฟัง GYM ไม่ใช่คนฟังเพลงยาก เพลงลึกเลยนะ เราว่าเค้าคือทุกเพศทุกวัยเเละฟังเพลงทั่วไปเลยนะ

เราชื่อว่าความฝันของหลาย ๆ คนที่มีวงดนตรีก็คือการไปทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ เราเห็นว่า GYM AND SWIM ไปเล่น Music Festival ที่เมืองนอกบ่อยมาก วงเริ่มต้นการไปทัวร์ตามประเทศอื่นได้ยังไง

เฉลิม : มันเป็นเรื่องของค่ายเค้ามี  Contact ให้เราประมาณนึงอยู่ด้วยแหละ งานเเรกของเราไปทัวร์ญี่ปุ่น ตอนนั้นทำอัลบั้มเสร็จเราก็ไปเล่นกัน ตามไลฟ์เฮ้าส์ เราก็หน้าใหม่ด้วย ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ตอนนี้ก็ยังใหม่นะ พอที่โน่นเขาได้ฟังเพลงของพวกเราแล้วชอบขึ้นมา เราก็เลยมีโอกาสได้ไปต่อ ผลตอบรับมันก็โอเค พอเริ่มจากที่นึงเเล้ว มันก็มีอีกที่นึงสนใจ เลยได้ไปเล่นหลาย ๆ ที่จากนั้นมา

เเล้วงาน Festival ใหญ่ ๆ ล่าสุดไปเล่นมามีงานไหนบ้าง

เฉลิม : ล่าสุดปีที่เเล้วก็ Clockenflap คืองานนี้มาแบบด่วนมาก เราต้องไปเล่นเดือนพฤศจิกายน เเต่เรารู้ตัวตอนตุลาคม ตอนนั้นก็ตอบตกลงเลย เพราะเราเห็นไลน์อัพที่มาเล่นในงานมีแต่เจ๋ง ๆ ทั้งนั้น ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า “ของมันต้องไป” เราคิดเเค่ว่าได้ดูวงอื่น ๆ ในงานก็คุ้มเเล้ว นี่เราได้เป็นส่วนนึงของงานอีกยิ่งดีใหญ่

พอไปจริง ๆ เราได้ไปเห็นวิธีการจัดการของงานระดับโลก ทำให้เราได้รู้ว่าเค้าทำงานกันยังไง ตอนนั้นพวกเราดูเด็กน้อยสุดเลยในงาน เเต่เค้าดูเเลเราดีมาก เหมือนว่าทุก ๆ วงมีความสำคัญเท่ากัน เเล้วก็เราเล่นช่วงบ่ายสอง ก็คิดนะว่าจะมีคนมาดูไหม เพราะเวลามันแปลกมาก เเละเราไม่ใช่วง Headline เเต่พอไปถึงมันกลายเป็นว่าคนค่อย ๆ เดินมาดูพวกเราเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายมันเต็มเวทีเเล้วล้นออกไปข้างนอกเลย

คือมันเป็นอะไรที่ไม่ได้คาดไว้เลยว่าคนมันจะเยอะขนาดนี้ เเล้วเค้าร้องเพลงพวกเราได้ด้วยอีก พวกเราก็งงปนดีใจว่าเค้าไปฟังมาจากไหน น่าสนใจมาก

นักดูคอนเสิร์ตที่ไทย กับที่ประเทศอื่นเเตกต่างกันมากไหม

เฉลิม : มันมีความต่างอยู่นะ คนไทยเป็นคน Enjoy ง่าย คนไทยจะมองเราเป็นเพื่อนเวลาดูคอนเสิร์ต มันก็จะมีความเป็นกันเองอยู่ เเต่ถ้าเป็นต่างชาติก็ขึ้นอยู่กับประเทศไหนด้วย อย่างญี่ปุ่นเนี่ย เค้าจะโฟกัสกับการดูโชว์ เค้าจะตั้งใจดูมาก ๆ พอจบเพลงก็ตบมือ เวลาเราพูดอะไรบนเวทีเค้าจะตั้งใจฟังมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราก็พูดไม่รู้เรื่อง เค้าก็ฟังเราพูดไม่รู้เรื่องนะ หรือถ้าอย่างไต้หวันเนี่ย โหสนุกไปหมด ทำอะไรก็ใส่เต็มที่

มัดหมี่ :  สนุกกว่าพวกเราเล่นอีก

ฮ็อป : ป้องเคยพูดว่า ไต้หวันเค้าชอบเพลงพวกเรา มากกว่าพวกเราชอบเพลงตัวเองอีก

เฉลิม : คือคนที่มาดู มันดูเป็นคนเท่ ๆ เเต่งตัวจัด ๆ เราก็ไม่คิดว่าเค้าจะมาสนุกเฮฮาขนาดนั้น พอถึงเวลาแบบโห พวกเท่ ๆ นี่แหละสนุกสุดเลย ล่าสุดที่เกาหลีเนี่ยก็คล้าย ๆ กันเค้าก็จะสนุก ๆ แบบน่ารัก

ในโลกแห่งความจริงเราต้องหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยความฝัน การเล่นดนตรีจึงเป็นเหมือนงานอดิเรกของใครหลายคน เเล้วตอนนี้ทุกคนทำอาชีพอะไรกันบ้าง

เฉลิม : อย่างพี่ฮ็อปเนี่ยทำธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของโรงงาน ส่วนมัดหมี่ กับ เติร์ก เป็นนักกฎหมาย ป้องเนี่ยทำงานด้านดนตรีอย่างเดียว งานเพลงโฆษณาอะไรว่าไป ส่วนเราก็ทำเพลงอย่างเดียว ตอนนี้ก็มี 3 วงเเล้ว ก็มี Gym And Swim  มี Seal Pillow เเละตอนนี้ก็โปรดิวซ์ให้กับอีกวง ยังไม่บอกละกันรอเปิดตัว 

เเล้วทำงานประจำทุกคน ถ้าวันนึงงานโชว์เยอะมาก จะเลือกออกมาทำดนตรีเต็มตัวไหม

เฉลิม : ล่าสุดมีคนนึงพร้อมจะลาออกอยู่เเล้ว ไม่รู้เค้าคิดอะไรอยู่ ฮ่า ๆ เเต่จริง ๆ ทุกคนไม่มีเเพลนจะสละงานส่วนตัวหรอก คือเราคิดว่า GYM มันยังไม่ถึงจุดที่ว่าไปทัวร์เป็นเดือน สองเดือน ขนาดนั้น ทุกวันนี้ตอนรับงานเราก็ดูจากตารางชีวิตของตัวเอง ให้มันไม่เบียดเบียนชีวิตที่เราทำอยู่

ฮ็อป : จริง ๆ มุมมองในการทำวงของพวกเรามันไม่เหมือนวงอื่นๆ

เฉลิม : เราว่าตอนนี้หลายวงน่าจะคิดคล้าย ๆ เรา คือเราอยากนำเสนอสิ่งที่เราสนใจหรืออยากทำ เเต่เรื่องงานเล่นเนี่ยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

เติร์ก : จริง ๆ เเล้ววงแบบนี้มีเยอะนะ แบบล่าสุดเราไปเล่นเกาหลีกับวง ADOY วงนี้ก็ทำงานประจำกัน มือเบสของวงก็ทำงานเกี่ยวกับ IT

เฉลิม : จริง ๆ พอเจอวงเมืองนอกเยอะ ๆ ก็ช่วยล้างพวกภาพจำว่าวงเมืองนอกเค้าเล่นดนตรีเป็นอาชีพได้ดีเลยนะ หรือภาพที่คิดว่าทำวงอยู่เมืองไทยเเม่งกากว่ะ เพราะพอได้รู้จักพวกวงต่างชาติ คือดนตรีของเค้ามันเลี้ยงตัวเองไม่ได้หนักกว่าบ้านเราอีกนะ เค้าก็ลำบากเหมือนกัน เเม้กระทั่งญี่ปุ่นที่คนมองว่าตลาดดนตรีบ้านเค้าใหญ่มาก บางวงนี่ตอนกลางวันทำงานร้านอาหาร กลางคืนเล่นดนตรี ทุกชาติเป็นแบบนี้เหมือนกัน

เราก็เลยมองว่าประเทศเราไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีจุดด้อยแบบนั้น เราก็เลยยอมรับในจุดที่วงส่วนใหญ่เค้าเป็นกัน วันนึงถ้ามันโตขึ้นในแบบที่เราเอาดนตรีมาทำเป็นอาชีพได้ วันนั้นก็คงต้องมาคุยกันอีกทีนึง เเต่วันนี้มันไม่ใช่ ก็เลยคิดว่าที่อยู่ตอนนี้ก็โอเคอยู่

เราคิดว่าการขึ้นโชว์ครั้งเเรกของทุก ๆ วงน่าจะออกมาวายป่วงไม่แพ้กัน โชว์เเรกของ GYM ยังไงบ้าง 

มัดหมี่ : ตอนนั้นลาดกระบังงานอาร์ตมันส์ ตอนนั้นยังไม่มีพี่ฮ็อป

เฉลิม : คือตอนนั้นเหมือนมันเพิ่งรวมตัวกันได้ประมาณเดือนนึง เเละยังไม่รู้เลยว่าจะเล่นอะไรกัน เพลง Octopussy ยังเป็นภาษาไทย

ป้อง : เราไปขอเค้าเล่นนะ

เฉลิม : คือเพลงยังเป็นภาษาไทยตอนนั้นเหมือนเป็นวงตลก ๆ คือเเค่อยากลองไปเล่นจริง ๆ ว่าเป็นยังไง ตอนหลังเราเลยมานั่งคุยเเนวทางที่ชัดเจนของวงให้มันโอเคก่อนดีกว่า เเล้วก็หามือเบสจริงจัง มีโชว์นึงไม่มีมือเบสด้วยตอนนั้น เล่นกันแบบฮามาก

เเล้วงานที่ประทับใจที่สุดเท่าที่ได้เล่นมา

เฉลิม : ล่าสุดเราชอบ Wake Up ที่เจียอี (chiayi) ตอนนั้นฝนตกเยอะ เราก็ชินว่าคนมาดูเจอฝนมันก็ต้องหลบ คิดว่าโชว์มันโดนเลื่อนเเน่ ๆ เพราะฝนตกหนัก

เติร์ก : พอเพลงเเรกเนี่ยมันครึ้ม คนก็แบบเอาละ

เฉลิม : เราคิดว่าฝนตกละคนจะหาย ทำไปทำมาคนเริ่มมาเยอะเรื่อย ๆ บางคนไม่มีเสื้อกันฝนด้วย ยืนตัวเปล่า เปียกเป็นเปียกเลย เหมือนเราเห็นเค้าสนุก เราก็เต็มที่เลยเหมือนกัน สุดท้ายมันมีนี่ด้วย Circle – Pit  วิ่งเป็นวงกลมแบบเหมือนเราเป็นวง Rock เราไม่เคยเจอคนดูที่เล่นอะไรแบบนี้เลย พอมาเห็นปุ๊บเราแบบเออคนดูวงเราสนุกได้ขนาดนี้

“มันประทับใจตรงที่ไม่ว่าเราจะเล่นอะไรกับคนดูคือเค้าเอาหมด เล่นหมดขนาดเล่นเพลงใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยฟังเค้าก็สนุกคือแบบวันนั้นสนุกมาก”

คิดว่าวงการเพลงไทยตอนนี้เป็นไงบ้างในสายตาของคนเล่นดนตรีแบบพวกคุณ

เฉลิม : เราว่ามันเฟื่องฟูนะ น่าสนุกอยู่ เพราะเราอยากฟังเพลงเเนวไหน ในไทยมันมีหมดเลยนะ ถ้ามองตอนนี้ทั้งกระเเสหลัก เเละอินดี้ มันมีหมด หรือฮิปฮ็อปที่หายไปช่วงนึง ตอนนี้มันก็กลับมา R&B ก็กลับมา คือมันสามารถหาทุกแนวฟังได้หมดจริง ๆ  เเละเป็นช่วงที่วงเกิดขึ้นเยอะมาก ซึ่งในเเง่ของคนทำเพลงมันดีนะ เเต่ในเเง่ของธุรกิจเนี่ยมันก็ตามกลไก ธุรกิจมันก็เหมือนเดิม เค้าก็ต้องใช้วงที่ขายได้ก่อนอยู่เเล้ว พวกวงเล็ก ๆ ก็ยังต้องพยายาม คือมันก็ยังมีร้านที่เค้าสามารถไปเล่นได้อยู่ ร้านที่เค้าพร้อมสนับสนุนวงอินดี้มันยังมีอยู่ มันมีอะไรเกิดขึ้นเสมอ เเต่มันบูมมากมั้ย มันก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น

จริง ๆ มันเกี่ยวหมดนะ เรื่องการคมนาคม เรื่องการเมือง เพราะอย่างไต้หวันเนี่ย รัฐบาลเค้ามีงบสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรีแบบจริงจังกว่าบ้านเราเยอะ

ฮ็อป : เค้ามีงบสำหรับซีนศิลปะ

เฉลิม : เค้ามองว่าซีนเนี่ยมันคือศิลปะ เเละมองว่าเค้าสามารถผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสนใจได้ ก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับนั้นเลย

เติร์ก : จำได้ว่าได้คุยกับ Sunset Rollercoaster เค้าเขียนโปรเจคว่าจะทำอัลบั้มเต็มยื่นรัฐบาลเลย เเล้วรัฐบาลก็ให้เงินมาก้อนนึง เเล้วเค้าก็เอาไปทำเพลง เเละไปทัวร์

เฉลิม : คือไทยเนี่ยตลาดเพลงใหญ่มากนะเราว่า มันอันดับสองรองจากญี่ปุ่นเลยนะในซีนอินดี้  เเต่ว่ามันไม่ได้ถูกผลักดันขนาดนั้น เราเคยคุยกับชาวต่างชาติเวลาเราไปเล่น เค้ารู้จักวงไทยหลายวงนะไม่ใช่เเค่วงเรา เเต่เหมือนบ้านเรามันยังไม่มีการจัดการอะไรบางอย่าง เพื่อดันไอ้ซีนนี่จริง ๆ 

เติร์ก : ก็เหมือนตอนนี้รัฐบาลของเราเค้าไม่ได้สนับสนุนศิลปะอะไรขนาดนั้น เค้าอาจจะไปสนับสุนทางด้านอื่นมากกว่า จริง ๆ เเล้วศิลปะเนี่ยมันอยู่กับทุก ๆ คนนะมันต้องพัฒนากันไปรึเปล่าวะ

เฉลิม : อย่างเวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือไปเล่นที่ญี่ปุ่น เเล้วเราก็อยากดูวงท้องถิ่นเค้านะว่าเป็นไงบ้าง เราว่าชาวต่างชาติก็น่าจะรู้สึกแบบนั้น

เติร์ก : คือรัฐบาลไปมองว่าดนตรีหรือศิลปะเนี่ยเป็นเรื่องแบบ….. ไม่พูดเเล้วกัน

เฉลิม : เราว่าประเทศเรามันถึงเวลาที่จะต้องมี live house จากทุนของรัฐได้เเล้ว เพราะต่างประเทศเป็นแบบนี้ มันคือพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนสามารถใช้ได้จริง เรามองว่ามันไม่ได้ใช้เงินเยอะมากนะ และมันเป็นพื้นที่ที่เวิร์คสำหรับคนทำเพลง ตอนนี้มีร้านที่มาจ้างวงไปเล่นอยู่เเล้ว แต่นอกจากงานจ้างมันต้องมีงานโชว์เคสให้วงเล็ก ๆ ที่อยากเล่นมีพื้นที่ได้เเสดงความสามารถด้วย

ไอ้สิ่งนี่เนี่ย นอกจากมันคือไลฟ์เฮ้าส์ มันคือสัญลักษณ์ที่เเสดงออกว่าไอ้ซีนเนี่ยมันมีอยู่จริง มันควรจะเกิดขึ้น ลองจินตนาการภาพว่ามีคนเดินผ่านหน้าไลฟ์เฮ้าส์ เเล้วดูได้ว่าวันนี้มีวงอะไรน่าสนใจ ก็เข้าไปรอดู มันควรจะเป็นอย่างนั้นได้เเล้ว ถ้าไอ้สิ่งนี้เกิดขึ้น มันก็จะขยายไปสิ่งอื่นได้ด้วย อย่างที่เราบอกว่าสิ่งนี้มันมีอยู่เเต่มันเหมือนกระจัดกระจาย มันเลยเหมือนไม่มีอยู่จริง

ฮ็อป : อย่างที่เราไปเล่นที่เกาหลี ไลฟ์เฮ้าส์มันเป็นส่วนกลางของรัฐ เวลาใครจะจัดงานมันก็จะได้ราคาถูกหรือเเทบจะฟรีเลยด้วยซ้ำ คือต้นทุนถูก ค่าบัตรก็ถูกตาม มันก็เลยเปิดโอกาสให้หลาย ๆ คนสามารถดูวงดนตรีดี ๆ จากประเทศอื่นได้ง่าย ๆ

เฉลิม : มันอาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ในอนาคตก็ได้ พวกเราหวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น

เเล้วสิ่งที่ยากที่สุดในการทำวงดนตรีคืออะไร

เฉลิม : ทำเพลงนี่แหละ

ป้อง : ขอเเค่นัดกันเเล้วมาตรงเวลาก็พอเเล้วล่ะ

เฉลิม : มันก็ยากนะการทำเพลง เเต่มันก็เป็นสิ่งที่สนุกที่สุดของการทำวงดนตรี คิดว่าทุกวงน่าจะคล้าย ๆ กัน ยากตอนคิด ตอนทำ แต่พอเสร็จเเล้วก็สนุกมีความสุข ไอ้ส่วนที่มันยากเรามีคนช่วย อย่างเช่นการโปรโมทเรามีค่ายคอยดูเเล เราคิดว่าถ้าพวกเราต้องโปรโมตเอง ติดต่อหาสถานที่เล่นเอง วันนี้พวกเราคงไม่ได้ไปเล่นที่ไหนหรอก  จริง ๆ คือส่วนที่มันยากเรามีค่ายจัดการให้

ปัญหาของศิลปินอินดี้หลาย ๆ วงคือพอเริ่มมีชื่อเสียง ปัญหาที่ตามมาคือ เราควรสังกัดค่ายไหม บางคนก็มองว่าเราทำเองได้จะมีค่ายทำไม บางคนก็มองว่ามีค่ายมีคนช่วยจัดการเรื่องอื่น ๆ ให้น่าจะดี พวกคุณมองว่าการมีค่ายเพลงสำคัญไหม

เฉลิม : เเล้วเเต่วง

ฮ็อป : เรามองแบบนี้ดีกว่า คือจะพูดทุกครั้งเวลามีคนถามคำถามนี้ ว่ามันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน อยู่ที่ว่าใครเห็นข้อดีของอันไหนมากกว่ากัน

เฉลิม : รวมไปถึงการเลือกค่ายอยู่นะ มันไม่ใช่แบบค่ายเล็กไม่ดี ค่ายใหญ่ดีกว่า เราต้องเลือกค่ายให้เหมาะกับเรามากกว่า

“ทุกวันนี้ค่ายกับค่ายเค้าคุยกันนะ เเนะนำกันว่าวงนี้ดีเหมาะกับค่ายนี้ วงนี้ดีเหมาะกับค่ายคุณนะ มันไม่ใช่การมาหวงของกันเเล้ว”

ฮ็อป : ทุกวันนี้ค่ายมองว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์มากกว่านะ มันคือการส่งต่อโอกาสซึ่งกันเเละกัน

เฉลิม : ทุกวันนี้มันคือข้อดีตรงที่ค่ายระดับกลางเกือบใหญ่เนี่ย คุยกันว่ามีอะไรน่าสนใจก็สนับสนุนกัน ไม่มีความรู้สึกว่าต้องมาเเข่งกันเเล้ว

ฮ็อป : ยกตัวอย่างวงเราก็ได้ เราอยู่ Parinam Music ตอนเเรก ๆ ก็คุยกันว่าเราจะอยู่หรือไม่อยู่ดี เเต่พออยู่ไปจริง ๆ แล้ว ก็มีเรื่องยาก ๆ หลายเรื่องที่เราไม่ต้องยุ่งเลย ยกตัวอย่างจัดคิวเล่นหรือเเค่เช็กว่าใครว่างวันไหน ถ้าให้เราทำกันเองรับรองว่าไม่มีใครทำแน่นอน

เฉลิม : เอาจริง เเค่ไปเล่นต่างประเทศเนี่ย ถ้าไม่มีค่ายนี้ก็ตายเลยนะ พวกเราคงไม่ได้ไปไหนกันหรอก

ฮ็อป : อย่างเรื่องพาร์ทเนอร์ที่ต่างประเทศ พวกเราโชคดีตรงเรามีพี่ปูม (ผู้บริหารค่าย Parinam Music) พี่ปูมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนละกันที่มีคอนเนคชั่นโอเคขนาดนี้

เฉลิม : คือพี่ปูมเค้าไม่ได้ทำเเต่ค่ายเพลง เค้าทำ Event Concert ด้วย แกเลยรู้จักคนและโอกาสทั่ว ๆ เอเชียไปจนถึงหลาย ๆประเทศ เราเลยได้โอกาสตรงนี้มา

ฮ็อป : ด้วยสิ่งที่พี่ปูมทำเนี่ย มันเหมาะกับวงเราพอดี ตอนนี้เราก็เลยโอเคกับการอยู่ค่าย

เฉลิม : เหมือนเราคุยตั้งเเต่เเรกเเล้วว่าวงต้องการแบบนี้ เเล้วค่ายโอเคตรงกัน อย่างเช่นเรื่องของการทำเพลง ค่ายไม่ได้มาบอกว่าต้องทำแบบนี้ ๆ คือกลายเป็นเรามาสั่งค่ายว่าเราจะเอาแบบนี้ ๆ

GYM AND SWIM มีแผนอะไรต่อในอนาคต

เฉลิม : ทำอัลบั้มแหละ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทำอัลบั้มเต็มอัลบั้มใหม่ เรื่องงานโชว์ตอนนี้พวกเราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่พอไม่ตั้งความหวัง พวกเรากลับได้เจออะไร ๆ ที่มันแปลกประหลาด น่าสนุกดี เหมือนอะไรเข้ามาเราก็ทำหมด

ฮ็อป : ทุกปีเนี่ยเราก็จะมีเป้าหมายว่าเราจะไปเล่นต่างประเทศ แต่ปีนี้ก็ต้องทำอัลบั้มสองให้เสร็จก่อน

เฉลิม : ตอนนี้เหมือนเรามีแผนว่าจะไปทัวร์ทวีปอื่นด้วย เรามองมันเป็นการไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ  ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน ซึ่งมันน่าจะเจ็บตัวด้วยซ้ำ เเต่ถือว่าคุ้ม เพราะการได้เจอกับอะไรใหม่ ๆ จะได้รู้ว่าสังคมวงดนตรีฝั่งยุโรปเค้าเป็นยังไง เเล้วเค้าตอบรับพวกเรายังไงบ้าง เหมือนมันต้องไปให้รู้ เเต่ตอนนี้โชคดีนะเพราะศิลปินไทยที่ดัง ๆ อย่างน้องภูมิ (phum viphurit) เค้าเปิดตลาดไว้เเล้ว ตลาดน่าจะดีขึ้น ฝรั่งเค้าน่าจะคุ้นชินกับวงไทยมากขึ้น

ฝากถึงหลาย ๆ คนที่อยากเริ่มทำเพลงหน่อย

เฉลิม : ทำเลย ทำอะไรออกมาก็ได้ จริง ๆ ทำไปเลย ยุคนี้มันเป็นยุคที่คนหาอะไรใหม่ ๆ ฟังตลอดเวลา เรารู้สึกว่าเด็กรุ่นใหม่เวลาประกวดดนตรีหรือทำเพลง มันยังออกมาเหมือนยุคเก่า ๆ อยู่ เด็กยุคนี้ฟังเพลงเยอะเเละกว้างนะ เเต่พอทำเพลงหรือไปประกวดมันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างครอบไว้ เหมือนมันมีกรอบอะไรไม่รู้ เรารู้สึกว่าเด็ก ๆ ควรทำเพลงเอาสนุกไปเลย ยิ่งเด็กยิ่งสนุกไว้ก่อนได้ อย่าเพิ่งไปสนเรื่องจะมีคนฟังมั้ย จะได้เข้าชาร์ตไหม เอาจริง ๆ มันไม่มีความสำคัญกับงานเลย

ยิ่งเราไปกังวลมันจะยิ่งไปผิดทาง บางคนทำเพลงดีมาก ฟังเองชอบ เพื่อนชอบ พอไปส่งวิทยุวิทยุไม่เปิด วิวไม่ขึ้น ไม่เข้าชาร์ตเพลง อาจจะรู้สึกท้อเเท้เหมือนเพลงเราไม่เวิร์กหรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เกี่ยว

เติร์ก : อันนี้อยากเสริม คือเราเจอวงที่ไปทัวร์ด้วยกันหลาย ๆ วงที่ทำเพลงมาตั้งเเต่เด็ก ๆ เเต่มาดังเอาตอน 30 เเล้วอะไรแบบนั้นมันก็มี

เฉลิม : คือบางคนคาดหวังมากไง พอปล่อยเพลงเเรกไม่เปรี้ยงก็ท้อซะเเล้ว คิดว่ามาผิดทาง คืออย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรเร็วเกินไป บางทีมันอาจจะใช้เวลานานหน่อย เราว่ามันไม่มีอะไรสำเร็จตายตัว เพลงมันเป็นอะไรที่คนฟังเรื่อย ๆ ซึ่งมันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะมีคนมารู้จักเรา เเละฟังเรามากขึ้น เเค่มันเร็วหรือช้าเเค่นั้นเอง

สรุปก็คือทำไปเถอะ เดี๋ยวผลงานมันจะพาเราไปเอง

สุดท้ายเเล้ว ๆ ฝากผลงานหน่อย 

เฉลิม : ไม่มีอะไรให้ฝากเลย คือตอนนี้เราจะมีเพลงใหม่ ไม่รู้ว่าตอนบทสัมภาษณ์ออกไปเพลงเราจะออกรึยังนะ จะมี MV ตัวเเรกของวงซึ่งเราไม่เคยมี MV เลย ตัวนี้ตัวเเรก ยังไงก็ขอฝากตรงนี้ละกัน สนุกแน่นอน

เป้าหมายของการเริ่มทำอะไรบางอย่างของเเต่ละคนล้วนต่างกัน GYM AND SWIM  คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการเป็นนักสร้างสรรค์ที่มองข้ามเป้าหมายไปเลย เพราะไอ้สิ่งที่ทำอยู่มันโคตรจะสนุกอยู่แล้ว การได้ออกไปเล่นดนตรี  ออกไปทัวร์ต่างประเทศ การที่มีคนชอบเพลงแบบที่เราชอบ

ความสุขที่เกิดจากการทำสิ่งที่รัก มันจะช่วยทำให้เรามีไฟที่จะทำสิ่งเหล่านี้ต่อไป ความสุขที่จะมาหล่อเลี้ยงชีวิตอันเเสนน่าเบื่อวันต่อวันของเรา เรายังเชื่อในการพยายามทำสิ่งที่รัก เราเชื่อว่ามันจะทำให้เรามีความสุข เเละเราก็ยังเชื่อว่าความพยายามมันไม่ทำร้ายใคร ดีกับตัวเอง ดีกับคนที่ให้โอกาส พยายามอย่างเต็มที่ อย่าละทิ้งความฝัน เเละอย่าลืมที่จะทำมันต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ UNLOCKMEN ขอเอาใจช่วย

nipatn
WRITER: nipatn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line