Life

เมื่อเราสับสนระหว่างเวลาทำงานกับเวลาพัก ทำอย่างไรดีเราถึงจะบริหารชีวิตตัวเองได้ดีขึ้น

By: BAO January 25, 2021

เมื่อเทคโนโลยีทำให้เราสามารถทำงานนอกออฟฟิศได้ง่ายขึ้น เราสามารถทำงานได้จากทุกที ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ร้านอาหาร หรือ ร้านกาแฟ สิ่งที่ตามมา คือ เราอาจเกิดความสับสนระหว่างเวลาในการใช้ชีวิต และนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น ความเครียด ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน จนสุดท้ายราอาจเจอกับความล้มเหลวทั้งในเรื่อง Work และเรื่อง Life บทความนี้ UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนรู้จักวิธีการกำหนด work-life boundaries หรือ ขอบเขตระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถบริหารเวลาได้ดีขึ้น และเป็นผู้ชนะทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน


WORK-LIFE BOUNDARIES คืออะไร ?

ถ้าจะสรุปคอนเซ็ปท์ของ work-life boundaries ให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือการที่เราไม่เอาเวลาทำงานมาทำเรื่องส่วนตัว และไม่เอาเวลาทำเรื่องส่วนตัวมาทำงาน ซึ่งการกำหนด work-life boundaries ที่ชัดเจนก็มีงานวิจัยยืนยันด้วยว่า ส่งผลดีต่อการทำงานเหมือนกัน เช่น งานวิจัยของ เอลเลน เอินส์ท คอสเสก (Ellen Ernst Kossek) จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเพอร์ดู พบว่า การบริหาร work-life boundaries อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดความขัดแย้งในหน้าที่ (role conflict) และทำให้พนักงาน ทีม และองค์กร มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียด ป้องกันอาการหมดไฟ และเสริมแกร่งสุขภาพกายและใจอีกด้วย          

เวลาที่เราทำงานนอกออฟฟิศ เรายิ่งจำเป็นต้องมี work-life boundaries เพราะว่าเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย ทำให้เราทำงานข้างนอกได้ง่ายขึ้น บางทีเวลากินข้าว หรือ อยู่บนรถแท็กซี่เราก็อาจต้องหยิบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงาน และเมื่อไม่มีความชัดเจนว่าเวลาไหนควรสนใจงาน หรือ เวลาไหนควรสนใจชีวิต สุดท้ายเราอาจเกิดความไม่พอใจ ไม่มีกำลังใจในการทำงาน แย่ที่สุด เราอาจเกิดอาการหมดไฟในการทำงานไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นเราเลยอยากมาแนะนำวิธีการสร้าง work-life boundaries ซึ่งจะช่วยให้เราบริหารชีวิตได้ดีขึ้น และมีความสุขทั้งกับการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้นตามมา        


วิธีการสร้าง WORK-LIFE BOUNDARIES อย่างมีประสิทธิภาพ 

การสร้าง work-life boundaries ที่ดี ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น บริษัท หัวหน้า หรือ พนักงาน ทางบริษัทและหัวหน้าต้องมีนโยบายเรื่องเวลาในการทำงานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้พนักงานทุกคนเกิดความสับสน ส่วนพนักงานก็ต้องรู้ว่าเวลาไหรควรทำงาน และเวลาไหนควรพัก และทำหน้าที่ของตัวเองในแต่ละช่วงเวลาให้เต็มที่ด้วย เรามีวิธีตั้งขอบเขตในการทำงานมาฝากทุกคนกัน ลองดูว่าจะทำยังไงได้บ้าง เพื่อให้เกิดขอบเขตในการทำงานที่ชัดเจน

 

เข้าใจตัวเองก่อน

บางครั้งเราอาจต้องตามหาขีดจำกัดในการทำงานของตัวเองก่อน เพื่อให้เราสามารถกำหนดขอบเขตในการทำงานได้ ลองผลักตัวเองโดยการทำงานอย่างหนักสักหนึ่งสัปดาห์ แต่ในสัปดาห์นั้นต้องแบ่งเวลาให้กับคนอื่นด้วย เช่น เพื่อน หรือ คนในครอบครัว เมื่อเราลองทำแบบนั้นแล้ว เราอาจพบว่า เรานอนน้อยลง และต้องทำงานยาวขึ้น เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เราไม่มีสมาธิและทำงานได้ไม่เต็มที่ เราอาจต้องทำงานจนไม่มีเวลาให้คนอื่นดั่งที่หวัง แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนก็อย่าเพิ่งเครียดไป จดจำมันไว้ และปรับปรุงขอบเขตในการทำงานของตัวเองใหม่ในการทำงานสัปดาห์หน้า แต่ที่สำคัญ คือ พยายามรักษาความยืดหยุ่นเอาไว้ ขอบเขตของเราควรสามารถเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เราเจอในแต่ละสัปดาห์

 

สร้างขอบเขตกับคนอื่น

การทำงานในองค์กรที่คุยกันน้อย อาจมีข้อเสียเรื่องภาระงาน เพราะเราจะไม่รู้ว่าคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่ และคนอื่นจะไม่รู้ว่าเราทำอะไรอยู่เช่นกัน แม้เราจะมีงานล้นมือ เราอาจถูกสั่งงานเพิ่มก็ได้ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเราติดงาน ดังนั้น เราควรบอกคนอื่นว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่บ้าง และรู้จักปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นต้องทำบ้าง หลายคนคงคิดว่ามันอาจทำให้เราดูไม่สู้งาน และจะทำให้เราก้าวหน้าได้ช้า แต่การทำงานหนักก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะประสบความสำเร็จเสมอไป

 

จัดอันดับความสำคัญของงาน

การจัดลำดับความสำคัญของงานต่าง ๆ ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถแบ่งขอบเขตในการทำงานกับการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ลองทำลิสต์ที่แบ่งงานของเราออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ งานที่ต้องทำ (Do it) งานที่เลือนออกไปก่อนได้ (Defer it)  งานที่ควรให้คนอื่นทำแทน (Delegate it) และงานที่ไม่ควรทำ (Drop it) การทำแบบนี้จะช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น และแบ่งเวลาในการทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน

 

อย่าตอบเร็วเกินไป

ถ้าเวลาทำงาน เรามักเข้าสู่โหมด autopilot ตอบตกลงทุกครั้งที่มีคนเสนองานมาให้จนเป็นนิสัย เราแนะนำว่าให้ลองหยุดก่อนตอบรับงานจากคนอื่นดู เพราะการหยุดจะช่วยให้เรามีเวลาในการทบทวนตัวเอง และเพิ่มโอกาสที่เราจะเจอกับคำตอบที่ดีกว่ามากขึ้น ดังนั้น แทนที่จะตอบรับคนอื่นแบบไม่คิด ให้ลอง pause และคิดดูก่อนดีกว่า และถ้าเรารู้สึกไม่แน่ใจเรื่องตารางงาน เราอาจตอบกลับไปว่า งานนี้น่าสนใจ แต่ขอไปเช็คตารางงานก่อน แล้วจะตอบกลับในภายหลัง

 

พยายามรักษาขอบเขตเอาไว้

เมื่อเราแบ่งได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เวลาไหนควรทำงาน หรือ เวลาไหนควรพักผ่อน สิ่งที่เราควรทำควบคู่กันไปด้วย คือ การมีวินัย และแนวทางในการปฏิบัติตัวในแต่ละช่วงเวลา ยกตัวอย่างเช่น กำหนดว่าในวันหยุดสุดสัปดาห์จะปิดการแจ้งเตือนมือถือ แล้วจะเปิดใหม่อีกครั้งเมื่อถึงวันทำงาน เป็นต้น การทำแบบนี้จะช่วยให้งานไม่มากวนชีวิตเราในวันหยุด เราสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และมีแรงในการทำงานอย่างเต็มที่เมื่อถึงเวลาทำงาน

 

เตรียมรับมือกับแรงต้าน

เมื่อเราเริ่มสร้างกำแพงกับคนอื่นแล้ว คนอื่นอาจมองเราเปลี่ยนไป และเริ่มทำตัวแย่ ๆ ใส่เรา  สิ่งที่เราควรทำ คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับมัน พยายามรักษาขอบเขตเอาไว้ อย่าให้คนอื่นมาทำลายมันได้ ไม่เช่นนั้น เราจะทำงานได้อย่างไม่มีความสุข และไม่โปรดักทีฟ เราควรเคารพตัวเองให้มาก ๆ และคิดถึงคนอื่นให้น้อยลง รับมือกับปฏิกริยาของคนอื่นด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์ จะช่วยให้เราจัดกการกับปัญหานี้ได้ดีกว่าเดิม


Appendixs: 1 / 2 / 3

 

 

 

 

 

BAO
WRITER: BAO
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line