Entertainment

แด่วันวานที่ไม่อาจย้อนคืน ‘KEITH FLINT’ หัวหอกแห่ง THE PRODIGY ผู้มีความหวังและความฝันอันเปี่ยมล้น

By: april March 5, 2019

ทุกการจากไปสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่อยู่ข้างหลังเสมอ โดยเฉพาะการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของใครสักคน เพราะความสูญเสียแบบที่ไม่อาจย้อนคืนได้ มันทำให้เราทำได้เพียงระลึกถึงสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้เท่านั้น เช่นเดียวกับ Keith Flint ที่จากไปอย่างกะทันหัน ไม่มีเวลาให้ใครได้ตั้งตัวทัน ทั้งคนรอบตัวและแฟนเพลงทั่วโลก

เราคงไม่อยากเจาะจงลงไปว่า สาเหตุของการจากไปของเขาคืออะไร ขุดคุ้ยขึ้นมาก็ไม่น่าเป็นผลดีกับฝั่งไหน เราจึงขอพูดถึงเรื่องราวแสนพิเศษที่เขาได้ทิ้งไว้ให้กับวงการดนตรีและโลกใบนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงเขาอย่างนอบน้อมที่สุด

เราคงคุ้นเคยกับ Flint ในภาพลักษณ์สุดแสบ ทรงผมและสีสันแสนจะสะดุดตา ที่เห็นแล้วเป็นอันต้องเหลียวมอง ก่อนที่เขาจะมาอยู่ในภาพลักษณ์นี้ เขาเป็นเพียงเด็กน้อยที่ต้อง Suffer กับโรคประจำตัวอย่าง “Dyslexia” หรือโรคบกพร่องทางการอ่าน ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเขาอย่างมาก จนต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 15 มาทำอาชีพช่างซ่อมหลังคา

เขาเริ่มต้นการก้าวเข้ามาในวงการด้วยเรื่องสนุก ๆ ที่เขาเริ่มกับ Liam Howlett ในตอนที่ยังเป็นดีเจในคลับ เมื่อครั้งที่พบเจอกันครั้งแรก การพูดคุยอย่างออกรสเรื่องรสนิยมทางดนตรี พาให้บทสนทนาของทั้งคู่เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เรื่องราวในวันนั้นจบลงที่ Liam ทำ Mixtape ให้สำหรับ Flint ใช้ในโชว์

จนสุดท้ายความไปด้วยกันได้ทั้งในเรื่องมิตรภาพและการร่วมงาน ทำให้พวกเขาเริ่มก่อตั้งวงอิเล็กทรอนิกส์ The Prodigy ในปี 1990 ร่วมกับเพื่อน ๆ ของเขา รวมทั้ง Liam ที่มาเป็นมือคีย์บอร์ดและคนแต่งเพลงให้กับวง และการแจ้งเกิดกับ “Firestarter” ที่ทำให้วงทะยานขึ้นไปสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตใน UK

เมื่อชื่อเสียงเริ่มกระจายมากขึ้น พวกเขากวาดรางวัลจากหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น Brit Awards ในรางวัล Best British Dance Act และ MTV Video Music Awards รวมทั้งเข้าชิงรางวัล Grammy Award อีกถึงสองรางวัล จึงไม่แปลกใจที่พวกเขาจะได้เป็นวงแดนซ์วงแรก ที่ขึ้นเป็น Headline ในเวทีเทศกาลดนตรีระดับโลก Glastonbury เห็นได้ว่าชีวิตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีของเขาอยู่ในช่วงก่อนปี 2000 จึงทำให้วัยรุ่น 90’s นั้นอินกับพวกเขาเป็นพิเศษ​ ชื่อเสียงในวงการก็ตีคู่มากับ The Chemical Brothers และ Fatboy Slim แบบไม่ทิ้งกัน

“I’d spent years expressing myself with my body and suddenly I had the chance to express myself with my voice.”

การเริ่มต้นของเขา ไม่ได้เริ่มจากชีวิตที่สวยงามนัก ด้วยโรคประจำตัวที่บีบบังคับให้การใช้ชีวิตของเขายากขึ้น แต่มันไม่เคยขุดหลุมฝังเขาด้วยความรู้สึกของการเป็นคนโชคร้าย เขาผลักดันตัวเองให้ไปยืนในจุดที่ตัวเองใฝ่ฝัน ทั้งการเต้นที่เขาชื่นชอบ เขาพิสูจน์ตัวเองด้วยโชว์ของเขาเอง ก่อนที่จะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะนักร้องนำ เขาก็ทำมันได้ดีเช่นกัน

New York Times Post

เขาต้องต่อสู้กับ Mental Illness ด้วยความหวังทั้งหมดที่มี แต่การต่อสู้ครั้งนี้เขาไม่ต้องเผชิญมันอย่างเดียวดาย เขามีภรรยาที่แสนน่ารักอย่าง Mayumi Kai ผู้เป็นเหมือนทางสว่างให้กับเขาในตอนนั้น แม้จะต้องเลิกรากันไป บ้านหลังที่เขาอาศัยกับเธอในเมือง Essex ยังคงเป็นพื้นที่ของความทรงจำที่แสนพิเศษ และเป็นที่สุดท้ายของการเดินทางอันยาวนานของเขา

ความเสียใจของเราไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเขาเป็นศิลปิน ไม่ใช่เพราะในฐานะแฟนเพลง แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นกับใครสักคน ต่อจากนี้สิ่งที่พวกเราทำได้ คงจะเป็นการระลึกถึงเขาผ่านผลงานที่เขาทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้

Source: 12

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line