MUSIC

ทำความรู้จักกับ LO-FI MUSIC ดำดิ่งไปกับบีทนุ่มลึก ในวันที่ความไม่เพอร์เฟ็กต์คือคำตอบของความชิลล์

By: april June 13, 2018

ช่วงนี้เปิดเพลงฟังในเว็บยักษ์ใหญ่อย่าง Youtube เราคงพอคุ้นหูคุ้นตากับ Channel ที่มีเพลงพวก Chill Out, Lo-Fi Hip hop, Lo-Fi Music ที่เป็นเพลงสุดชิลความยาวนับชั่วโมง ที่ไม่มีเนื้อเพลงโผล่มาแม้แต่คำเดียว หลายคนเอาไว้ฟังตอนทำงาน ทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิ เปิดคลอทิ้งไว้ให้เราดำดิ่งลงไปในบีทนุ่มลึกของมัน UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาทำความรู้จักกับ ดนตรี Lo-Fi ที่นอกจากความชิลล์ของมันแล้ว มันมีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เรา Relax เหลือเกินในตอนที่กดปุ่ม Play

แกะรอย Lo-Fi Music มันคืออะไรกันแน่ ?

เมื่อเทคโนโลยีก้าวไกลไปมากขึ้นทุกวัน ของวงการเพลงก็ด้วย ที่เรามี Platform การฟังเพลงที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่แผ่นเสียง เทป แผ่นซีดี จนมาหยุดที่ Music Streaming ในยุคนี้ และอาจจะมีอะไรล้ำ ๆ ก้าวไกลไปกว่านี้ก็ได้ แค่ Platform ยังก้าวกระโดดไปไกลขนาดนี้ คุณภาพของการทำเพลงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยิ่งเทคโนโลยีการทำเพลงไปไกลเท่าไหร่ เรายิ่งทำให้เพลงมีคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นในห้องอัด แทบไม่มีเสียงอื่นแทรก เสียงลมจากการร้องของนักร้อง เสียง Noise ที่เป็นเสน่ห์ของแผ่นเสียง ได้ถูกตัดทิ้งและจางหายไปในวันที่เราพัฒนาคุณภาพการทำเพลงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเป็น Hi-Fidelity หรือ Hi-Fi ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง

ที่เล่ามาซะกว้างไกล คือจะบอกว่า Lo-Fi Music มันอยู่ตรงข้ามกับ Hi-Fi นั่นแหละ หมายความว่า มันคือดนตรีที่ถูกอัดด้วยเครื่องมือคุณภาพไม่เจ๋งนัก ด้วยเทคโลยีที่จำกัดในสมัยก่อนด้วย ด้วยความที่เครื่องมือทำเพลงสมัยก่อนราคาไม่ใช่ว่าจะเอื้อมถึงกันได้ทุกคนด้วย นักดนตรีและคนทำเพลงหลาย ๆ คนจึงเลือกใช้ของที่ราคาถูกลงมาหน่อย แต่คุณภาพมันก็ด้อยลงมาตามราคานั่นแหละ เลยทำให้เพลงในช่วงนั้นกลายเป็นเพลงที่ความถี่ต่ำ มิติน้อย มีเสียงรบกวนเต็มไปหมด ซึ่งทำให้มันกลายเป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกดิบเอามาก ๆ และเต็มไปด้วยความไม่เพอร์เฟ็กต์เต็มไปหมด

ทำไมมันถึงกลับมาฮิต ?

ก่อนหน้านั้นดนตรี Lo-Fi ที่ถือกำเนิดมาด้วยความไม่ได้ตั้งใจ ได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในหลายแนวเพลง แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็น Indie ที่นิยมให้ความดิบของเพลงมาเป็นจุดเด่น ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมือน Lo-Fi ที่เราได้ฟังกันในช่วงปีสองปีนี้ เพราะที่เราได้ฟังช่วงนี้คือ Lo-Fi Hip Hop ที่มีบีทนุ่มลึก และยังคงได้ยินดนตรีที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาด้วย ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้มีแค่ Hip-Hop อย่างเดียว แต่ยังมีกลิ่นอายของ Blues, Jazz เข้ามาเพิ่มความนุ่มลึกให้กับเพลงอีกด้วย แต่เป็นเวอร์ชั่นบีทบาง ๆ ไม่ได้มีมิติอะไรมาก แถมยังมีเสียง Noise เข้ามาแทรก แต่มันกลับเป็นอะไรที่เข้ากันเหมือน Cookie and Cream เอามาก ๆ ก็เพราะเพลงและแฟชั่นมันเป็นอะไรที่วนกลับมาเสมอนั่นแหละ

อีกอย่างคือ ในวันที่เราไปไกลกับเพลงคุณภาพเยี่ยมอย่าง Hi-Fi จนมันตันแล้ว ทุกอย่างเพอร์เฟ็กต์ไปหมดแล้วสำหรับตอนนี้ เราเลยหันกลับมาหาอะไรที่มันไม่เพอร์เฟ็กต์ดูบ้าง เพราะความไม่เพอร์เฟ็กต์มีเสน่ห์ในตัวมันเองอย่างปฏิเสธไม่ได้ มันคงเป็นความรู้สึกแปลก ๆ ดีเหมือนกันที่เราจะได้ฟังเพลง Lo-Fi บน Gadgets ที่รองรับ Hi-Fi แบบเต็มตัว

ถ้าจะให้ดี แนะนำให้ฟังช่วงทำงาน อ่านหนังสือ หรือตอนก่อนนอน เพื่อ Relax ตัวเองในช่วงที่ต้องการสมาธิและความผ่อนคลายนั่นเอง หากใครที่ยังไม่ได้ลองฟังแบบตั้งใจกับมัน  เตรียมหูฟังของคุณให้พร้อม และเตรียมตัวเตรียมใจที่จะจมดิ่งลงไปในบีทนุ่มลึก ที่แม้ไม่ได้มีมิติทางดนตรีมากนัก แต่ในมิติของ Feeling เราจะจมลงไปกับมันแบบหาทางออกไม่เจอเลยล่ะ

คลิปนี้เป็นตัวอย่างของการทำเพลง Lo-Fi ตามชื่อคลิปนั่นแหละ แต่ความพิเศษคือเราจะได้เห็นตั้งแต่ขั้นตอนการทำเพลง ซึ่งเราจะเห็นภาพมากขึ้นว่า Lo-Fi มันมีที่มายังไง ทำไมถึงทำให้รู้สึกหลงใหลในความนุ่มลึกแม้เพลงจะไม่ได้มีมิติอะไรมากนัก

fantompower – don’t think about tomorrow.

Sleepless nights Lo-Fi Hip Hop – ChilledCow

Jinsang – Solitude

Engelwood – Boardwalk Bumps

.anxious. – sunday morning

Fall In Love – Fantastic Music

Letskey – Memories

CoryaYo – It’s a Blue World

linanthem – floral gardens

amphee – handsome tokyo boy

ลองเติมความชิลล์ให้กับตัวเองด้วยเพลง Lo-Fi กันสักวันละชั่วโมง เปิดทิ้งไว้เฉย ๆ ก็ยังได้ ให้ร่างกายได้รีแลกซ์จากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน เอนตัวลงบนหมอนนุ่ม ๆ หรือจะยืนสูบบุหรี่ริมระเบียง ให้บรรยากาศในตอนที่ท้องฟ้าปิดสนิทช่วยรีแลกซ์เราอีกทางก็ยังได้

SOURCE

april
WRITER: april
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line