Guide

MANCAVE: LENNON’S เริงรสวิสกี้ เคล้าดนตรีจากไวนิล เมามายวิวบาร์ลับย้อนยุคกลางใจเมือง

By: G-NEAK August 16, 2019

‘ดนตรี’ เกิดจากจังหวะ ท่วงทำนอง และคำร้องที่ผนวกรวมกันจนเกิดเป็น ‘เครื่องมือ’ ที่มนุษย์ใช้เพื่อระบายความทุกข์ บำบัดความกังวล หรือแม้แต่บันดาลความสุขของบางคน แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าดนตรีนั้นสอดแทรกอยู่ในแทบทุกอณูชีวิตของผู้ชายเราเสมอ

บางครั้งดนตรีอาจทำให้คุณดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ปัจจุบัน บ้างก็พาเตลิดไปยังอนาคตและยั้งคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิด แต่สำหรับ LENNON’S บาร์เหล้าย้อนยุคแห่งนี้ ดนตรีเปรียบดั่งขุมพลังมหาศาลที่มีอำนาจมากพอจะพาคนเคลื่อนย้ายและย้อนเวลาไปยังอดีต

เสียงเพลงเก่าแก่จากเครื่องเล่นโบราณกำลังพาเหล่าสุภาพบุรุษกลับไปยังยุค 70s ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคเฟื่องฟูที่สุดของดนตรีอีกครั้ง

LENNON’S – ROSEWOOD BANGKOK

แวบแรกที่ก้าวออกจากลิฟต์ราวกับหลุดเข้ามาอีกโลกที่ไม่คุ้นตา แต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ยืนคิดอยู่สักพักก็พอนึกออกว่าแท้ที่จริงแล้วเราย้อนกลับมายังยุค 70s อันเป็นยุคที่แผ่นเสียงไวนิลและเทปคาสเซ็ทกำลังรุ่งเรือง

ตามตู้เก่าถูกประดับประดาด้วยแผ่นไวนิลกว่า 6,000 แผ่น เข้าแถวเรียงรายและรอต้อนรับเราตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน แล้วคาดว่าบาร์แห่งนี้คงเป็นคลังเสียงระดับพรีเมียม ที่รวมคอลเลกชันไวนิลไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย

ความรักในดนตรี และ NOSTALGIA แห่งยุค 70s

ด้วยฝีมือของบริษัทออกแบบภายในชื่อดังระดับโลกอย่าง AvroKO ช่วยรังสรรค์พื้นที่เล็ก ๆ ของย่านเพลินจิตให้กลายบาร์เหล้าสุดเท่ควบช็อปไวนิลทรงเสน่ห์น่าหลงใหล LENNON’S ถูกดัดแปลงให้เป็นช็อปเล็ก ๆ ที่หนุ่ม ๆ ผู้หลงรักเสียงดนตรีสามารถมาเลือกชอปแผ่นเสียงไวนิลและเทปคาสเซ็ทได้ตามชอบ

การตกแต่งร้านเน้นหนักวัสดุไม้ หินอ่อน และชูความโดดเด่นของโคมระย้าที่ได้แรงบันดาลใจจากแผ่นเพลง สะท้อนความเป็น art deco แห่งยุค 70s ทั้งรูปร่างโคมไฟหรือแม้แต่แชนเดอเลียร์ที่ห้อยอยู่หน้าบาร์เหล้า เรียกได้ว่าถอดแบบห้องอัดสตูดิโอที่ออสเตรียสมัย 70s มาได้อย่างแนบเนียน

นอกจากโซนบาร์เหล้า ยังมีโซนชมวิวตึกระฟ้าที่เชื่อมกับบันไดวนขึ้นยังเลานจ์สูบซิการ์ พื้นที่ว่างเปล่าถูกเนรมิตให้ดูหรูหราแต่ก็ซ่อนกลิ่นอายความร่วมสมัยเอาไว้ ในตู้มี pre-embargo cigars หรือซิการ์หายากจากประเทศคิวบามาประดับประดาและเพิ่มเสน่ห์ให้เลานจ์แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา บรรยากาศที่อบอวลด้วยแสงสลัวและม่านควันซิการ์ ถ้าได้วินเทจไวน์หรือวิสกี้มาช่วยเพิ่มอรรถรสสักแก้วก็คงดีไม่น้อยเลยละครับ

พอลงจากบันไดวนก็เตรียมมุ่งหน้าสู่โซนฟังดนตรีที่ dedicated ให้หนุ่ม ๆ ผู้หลงรักเสียงเพลงโดยเฉพาะ ตัวผนังด้านหลังถูกดีไซน์มาเพื่อรองรับจังหวะดนตรีอะคูสติก ทำให้โซนนี้เป็นโซนที่เหมาะกับผู้ชายสายเพลงเป็นที่สุด

ความพิเศษของ LENNON’S คือตั้งแต่วันอังคารถึงวันเสาร์จะมีดีเจมาคอยสปินแผ่นไวนิล เพื่อให้คงความเป็นแอนะล็อกแห่งยุค 70s โดยปราศจากการเล่นเพลงแบบดิจิทัล แถมยังใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบ magnetic ของ Nottingham ผสมกับเครื่องขยายเสียงของ McIntosh และลำโพงของ Hobart ที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ รับรู้ ซึมซาบ และดำดิ่งลงไปกับท่วงทำนองของดนตรีได้มากกว่าเดิม

เมามายเหนือระดับกับค็อกเทลลุ่มลึก

ค็อกเทลที่เป็นซิกเนเจอร์ของ LENNON’S ได้แรงบันดาลใจมาจากบทเพลงและตัวศิลปิน ซึ่งจะถูกแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ Blues & Jazz, Pop & Rock และ Woodstock เหล้าที่นี่จึงมีความหมายมากกว่าแค่ความเมามาย

RAVI SHANKAR (430.-)

เริ่มแก้วแรกด้วยบทเพลง Tabla Solo In Jhaptal ของ Ravi Shankar ศิลปิน instrument ผู้โด่งดังของอินเดีย ซึ่งเป็นแก้วที่ขายดีที่สุดและถูกใจหนุ่ม ๆ คอเอเชียเป็นอย่างดี

ความเข้มข้นจากการนำมะม่วงไป sous vide กับ whisky ในอุณหภูมิ 60 องศาร่วมสองชั่วโมง ผสม spiced syrup ที่ให้กลิ่นโป๊ยกั๊กและอบเชย เติมรสเปรี้ยวหวานด้วยน้ำมะนาวและเลมอน เพียงเท่านี้ก็ยากแล้วที่จะจินตนาการถึงรสชาติอันสลับซับซ้อนของแก้วนี้

เมื่อเขย่าส่วนผสมทั้งหมดรวมกัน ไข่ขาวพาสเจอร์ไรซ์ก็จะเกิดฟองโฟมนุ่ม ก่อนจะเสิร์ฟลงในแก้ว kimura และเหยาะผงขมิ้นเพื่อชูกลิ่นเครื่องเทศตามแบบฉบับอินเดียปิดท้าย

JIMI HENDRIX (500.-)

ตามมาด้วยเพลง Purple Haze ของ Jimi Hendrix มือกีตาร์ที่เกิดมาพร้อม magic fingers ด้วยชื่อเพลงที่เป็นสีม่วงจึงนำไซรัปอัญชันมาหยอกเย้ากับเคมีของมะนาว ใช้ตัวเบสเป็น gin และ prosecco

ทันทีที่ผสมเหล้าเติมเปลือกและน้ำมะนาวลงไป อัญชันสีน้ำเงินเข้มก็จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงทันใด ทั้งยังใช้อุปกรณ์เพิ่มเลเยอร์ที่ทำให้ค็อกเทลแก้วนี้เกิดพรายฟองราวกับเป็นแชมเปญแก้วหรูที่ซ่อนความหมายสุดลึกซึ้งเอาไว้

B.B KING (390.-)

ค็อกเทลแก้วนี้บอกเล่าความหมายของเพลง The Sky Is Crying ของ B.B King ที่ถ่ายทอดน้ำตาของหญิงสาวร่ำไห้ท่ามกลางสายฝน ได้ gin เป็นตัวเบสพร้อมสมทบด้วย aquavit และเติมกลิ่นหอมของ sakura vermouth ลงไป

มี beetroot powder โปะด้านนอกขอบแก้ว เมื่อดื่มจากสองฝั่งของแก้วจึงมอบรสชาติที่ต่างกัน แถมยังใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับบีทรูทที่ให้รสชาติเค็มปนเปรี้ยวสื่อถึงหยดน้ำตาของหญิงสาว นอกจากค็อกเทลสุดเข้มข้น แก้วนี้ก็ทำให้เรารู้สึกว่ามีขนมหวานให้ขบเคี้ยวช่วยสร่างเมาอยู่ในนั้นด้วย

RED HOT CHILLI PEPPERS (430.-)

บทเพลง Dreams Of A Samurai ของ Red Hot Chili Peppers ก็ถูกนำมารังสรรค์เป็นค็อกเทลแก้วเยี่ยมในบาร์แห่งนี้ด้วย แก้วนี้ใช้ whisky กับ gin เป็นตัวเบส ซ่อนกลิ่นอายซามูไรของญี่ปุ่นด้วย yuzu sake และใบชิโสะ เติมกลิ่นหอมหวานอีกทีด้วยลิ้นจี่ ก่อนจะใส่ aquafaba หรือน้ำถั่วชิกพีเพื่อให้ค็อกเทลแก้วนี้เกิดฟองนุ่มละมุนลิ้น

MICHAEL JACKSON (450.-)

อัดค็อกเทลไปหลายดีกรีกำลังเริ่มกรึ่ม ๆ ก็มี Thriller ของ Michael Jackson มาตั้งอยู่ตรงหน้า และเราคงไม่พลาดที่จะลิ้มชิมรสค็อกเทลที่ได้ inspired มาจากราชาเพลงป๊อปตลอดกาลคนนี้

ส่วนผสมหลักของแก้วนี้คือ dark spirit blend และเหล้าอิตาลีอย่าง amaro เสิร์ฟในแก้ว tiki ที่ลักพาตัวเราไปเยี่ยมชมศิลปะหมู่เกาะสไตล์โพลินิเซียนชั่วขณะ เพียงอึกแรกก็รับรู้ได้ถึงความ fruity จากผลไม้ในเขตเมืองร้อน ทั้งมะม่วง เสาวรส และสับปะรดที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว

OLD TIME NEGRONI (2,200.-)

ตบท้ายความเมามายก่อนกลับบ้านด้วยวินเทจค็อกเทลยุค pre-prohibition ที่เชื่อว่าคงไม่มีบาร์แห่งใดกล้าเอามาเปิดขาย แต่ LENNON’S นำมันมาสร้างสรรค์ค็อกเทลให้ผู้ชายได้ดื่มกัน แก้วนี้ใช้เหล้า campari ปี 1960 มาผสมกับความเข้มของ gin เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

หนักแน่นด้วย vermouth ที่นำไวน์ไปหมักบ่มกับเครื่องเทศร่วม 60 ปี ทำให้ไวน์กลิ่นไวน์เก่าถูกพัฒนาขึ้นมาให้แปลกใหม่ เมื่อเทค็อกเทลจากความสูงก็จะช่วยเปิดรสชาติและกลิ่นที่ซ่อนอยู่หลายสิบปีให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง

คงมีบางวันที่ผู้ชายเราโหยหาเพลงเก่า ความรู้สึกเก่า ๆ หรือแม้แต่รสเหล้าเก่า ๆ ที่ไม่ได้ถูกดัดแปลงและพัฒนาจนเกินความเป็นสุราเมรัย แล้วเราเชื่อว่า LENNON’S แห่งนี้ก็เป็นบาร์อีกที่ที่จะพาหนุ่ม ๆ ย้อนกลับไปหวนรำลึกถึงวันวาน และมอบประสบการณ์การดื่มค็อกเทลย้อนยุคที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหน

 

Location: ชั้น 30 โรงแรม Rosewood Bangkok เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

Open: 7.00 PM – 12.00 AM

Contact: 02-080-0088

Facebook: LENNON’S

 

PHOTOGRAPHER: Warynthorn Buratachwatanasiri

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line