Music

Next Cover, Same Mood 21 : ดูหนังเรื่องไหนต่อดี เมื่ออินกับเพลงในอัลบั้ม ‘เผ็ดซ์’ ของ BANGKOKCIAGA

By: GEESUCH October 20, 2025

EP ‘เผ็ดซ์’ ขนาดที่เอาไปเลย 4 แจ๊บครึ่ง ! โคตรจะเป็นอีพีที่เราเรียกว่า ‘เข้าใจง่าย ย่อยง่าย มันส์ง่าย’ ทุกอย่างถูกพรีเซนต์แบบโคตรจะซิมเปิ้ลแต่จิตวิญญาณเขาปรุงถูกสูตรมาก ๆ ทั้งการอะเรนจ์ รวมถึงเนื้อเพลงที่เล่าด้วย ผมอยากให้คุณมาลองเองว่ะ (ไทน์อินเฉย)

เป็นแฟนคลับ BANGKOKCIAGA ยุค EVE SIRI ตอนเรียนคลั่ง Slipnumb จัด ๆ เคยไปทำงานที่ PARADISEFEST ตอนวงเล่นที่ดาดฟ้าฟอร์จูน ทุกวันนี้มีพี่อีฟกับพี่อ้นกินข้าวด้วยทุกเย็นเพื่อให้กินข้าวอร่อยขึ้น จนอยากจะไปตามอาหารจีน OG เก็บคัมภัร์จากหมอโดมให้ครบ ที่เขียนมานี้ก็เพื่ออยากจะสรุปว่าอัลบั้มนี้คือการแปลงไฟล์ภาพจากวิถีชีวิตบางกอกเซียก้า-ให้กลายเป็นเรื่องราวผ่านเสียง ชาวบางกอกเซียก้าตัวจริงไม่ต้องพูดเยอะครับ เพราะได้พริกถั่วผมจบเลย (ไทน์อินอีกแล้ว) 


SONG : พริกถั่วผมจบ (Chili Beans I’m Done)

MOVIE : The Bear (2022) Cre. Christopher Storer

พาร์ทดนตรีคิดถึง Royal Blood + Muse จัดครับ ริฟคม ๆ หัวโยก พาร์ทริทึ่มเอะอะสาดแฉแบบเอาตาย เพลงนี้คือเข้าใจง่ายภาษาเดียวกันว่า ‘มันส์ดิวะน้อง !’ (ชอบคอรัสที่เหมือนพยายามเป็นเพลงซิมโฟนีร็อกที่แอบใส่มามากกก) ความรู้สึกมันร้อนสะใจเหมือนสูดเตี๋ยวเที่ยวเดียวหมด !

แต่พาร์ทเนื้อร้องทำให้คิดถึงภาพร้านป๊อก ๆ ในทุกร้านของคลิปในช่องบางกอกเซียก้า นี่คือเพลงบอกเล่า How To ป๊อก ๆ 101 ของคู่หู แต่งจากอินไซต์จัด ๆ ชาวบางกอกเซียก้าฟังแล้วคิดถึงภาพตาวาวของพี่อีฟ จังหวะค่อย ๆ เงยหน้าสะดุ้งยิ้มพร้อมคาราวะของพี่อ้นทันที 

เพลงอัตถชีวประวัติ (แบบโคตรสั้น) ก็เหมาะจะดูคู่กับซีรีส์เรื่องราวร้อน ๆ ชื่อ The Bear นั่งดูเรื่องราวของ Carmy Berzatto พ่อครัวระดับ 5 ดาวที่กลับมาบริหารร้านที่ใกล้จะเจ๊งของพี่ชายที่จากไป เนื้อหาความเศร้าอาจจะไม่ได้แมทช์กับเพลงขนาดนั้น แต่เอเนอร์จี้ร์ความร้อนแรงไม่แพ้กันแน่นอน ขอ Recommend ติดดาวให้ทุกเอพิโสด ผู้กำกับเหมือนโกรธที่อาหารอร่อยเกินไปเลยใส่ความแรงเข้ามาในซีรีส์


SONG : พริกเผ็ดซ์มั้ย

SERIES : The Way of the Hot & Spicy (2021) Cre. Keisuke Shibata

เชดโด้ววว ถ้าเป็นป๊อกป๊อกร้านที่ 2 เพลงนี้คือเติมอะไหล่แบบเครื่องครบ แล้วเพิ่มพริก (ที่ป้าเขาบอกเผ็ดนะลูก) อีกช้อน เพลงนี้ดนตรีเขามีนายจริงว่ะ ! เพลงนี้ก็อินไซต์อีกละ เอาคำพูดติดปากที่คู่หูชอบถามลุงกับป้าร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนปรุงว่า “พริกเผ็ดรึเปล่าครับ?” เอามาสะท้อนชีวิตที่ผ่นมาก็ได้ ตอนนี้ก็ด้วย ต่อให้รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะลองมันจะเผ็ดจนหน้ามืด ก็ควรจะลองเว้ย เพราะระหว่างทางเดี๋ยวสั่งข้าวผัดมาตัดเอาก็ได้

แนะนำดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่อง The Way of the Hot & Spicy ชื่อไทยว่า ‘วิถีเผ็ดแซ่บร้อน’ เล่าเรื่องของ Kenta Sarukawa เซลส์บริษัทขายเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง เขาเป็นยอดนักขายของสาขาโอซาก้า แต่บริษัทรู้สึกว่าหนุ่มคนนี้โตได้อีก เลยส่งไปสาขาโตเกียวเพื่อเป็นยอดเซลล์ ที่นั่น เขาได้เรียนรู้การเป็นพนักงานขายผ่านเมนูเผ็ด ๆ จากรุ่นพี่รุ่นน้องพนักงานที่รักการกินเผ็ดเป็นชีวิตจิตใจ (โคตรญี่ปุ่น) นี่คือซีรีส์ที่ตอบคำถามว่าคนกินเผ็ดกินเผ็ดไปทำไม บางครั้งมันอยู่ที่ปลายทางหลังเดินออกจากร้าน ความเผ็ดค่อย ๆ จาง แล้วลมตีหน้า เพื่อพบความงามของชีวิตบางอย่างนั่นล่ะ


SONG : 2คำคนอร์=เธอ (2 words Knorr = You)

MOVIE : Chef (2014) Dir. Jon Favreau

เอ้า ! ข้าวผัดตัดเผ็ดมาเสิร์ฟเฉย ไม่คิดว่าจะได้เจอเพลงว่าด้วยการตามหาใครสักคนที่จะไม่ทำให้เสียใจอีกจาก BANGKOKCIAGA อะเรนจ์ถูกใจคนโตมากับ Silly Fools และ Big Ass แน่นอน 

โห คือมันเป็น Pure Rock ในแบบที่ถ้าบอกว่าอัด Draft 1 แบบรายการ The First Take ของญี่ปุ่นละเอาเลยก็เชื่อนะ ไอเดียมันสดมาก ซาวด์ก็โคตรสดเหมือนไม่ฟิลเตอร์ รักอะเรนจ์การเปิดเสียงแตกกีตาร์ Dirty Sound นัวร์เป็นบรรยากาศห่อหุ้มเหมือนพวกเราต่างอยู่ในโดมของความหมองหม่นตลอดเวลา ในขณะที่จังหวะริทึ่มของกลองคือการก้าวเดินพยายามออกไปในที่ที่ดีกว่า แล้วเนื้อเพลงที่เปรียบชีวิตอันจืดจางรอใครสักคนมาปรุงมันงดงามมาก ๆ พออะเรนจ์ดนตรีดีขนาดนี้ เนื้อร้องในท่อน Chorus มันเมกเซนต์ฟังแล้วใจฟูไปหมด

“เธอคือคนอร์ของชีวิต เธอมาปรุงให้ไม่จืดจาด เวลาฉันล้มเธอคอยบอกทาง และนั่นคือเธอคือความนัวร์ของหัวใจฉัน” 

เพลงที่เหมาะจะเป็นซาวด์แทร็กของหนังเล็ก ๆ ในปี 2014 ชื่อตรงตัวว่า Chef  หนังว่าด้วยเรื่องของ Carl Casper เชฟที่ตัดสินใจซ่อมรถ Food Truck หลังจากที่ตกงานจากอาชีฟเชฟในภัตราคาร การที่อาหารพาเขาไปเจอผู้คนมากมาย มันเป็นสิ่งที่พยุงคาร์ลให้กลับมาเข้าใจชีวิต แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีแรงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง


SONG : ที่เหลือให้คุณมาลองดูเอง

MOVIE : Midnight Diner (2016) Cre. Yarō Abe

กลับมาเร่งเครื่องกันอีกดิ กับเพลงร็อกโยกหัวหลุด ที่เป็นการตอกย้ำปรัชญาของ BANGKOKCIAGA ว่าสิ่งที่พวกเขาเลือกกินนั้นพวกคุณต้องมาลองดูเองเว้ย เพราะความอร่อยของเราไม่เท่ากัน ไม่มีทางที่แจ๊บของคุณจะเท่ากับผม เพลงนี้มันบอกเราว่าอาหารสะท้อนตัวตนของคน ๆ นั้นด้วย เพราะฉะนั้น เอาจริงอยากเห็นพี่อ้นกับพี่อีฟเดินเข้า Midnight Diner แล้วขอเมนูสักเมนูจากคุณลุงเจ้าของร้านหลังเที่ยงคืนเหมือนกันนะ คงจะเป็นตอนที่สนุกไม่น้อย 


SONG : หมี่เหลือง

MOVIE : Crank (2006) Dir.Mark Neveldine, Brian Taylor

คิดไว้อยู่แล้วว่าเพลงปิด EP. ยังไงก็ต้องเอาสะใจไว้ก่อน แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอเพลงประจำสน.ตำรวจตรวจป๊อกป๊อก ที่จับคู่พร้อมจ่า PP’DREAMS จัดแรปให้เพลงมันระเบิด เอาจริงฟังเนื้อเพลง 2 รอบถึงจะเข้าใจ งงว่าทำไมมัน Abstract จังวะ เดี๋ยวป้าอยากช่วยเหลืออยู่ดี ๆ มาหมี่เหลือง อ๋อออ “หมี่เหลือง” เฉย โคตรปั่นขออนุญาตพิมพ์ 555 แทนวงเล็บหัวเราะ เพลงนี้ปล่อยหัวโล่ง ๆ แล้วเปิด Crank ดูได้เลยนะ หนังที่ร้อนที่สุดในชีวิตของเรา ดูแล้วเหนื่อยเหมือนวิ่ง Half Marathon สองรอบ เรื่องย่อคือ Chev ตัวเอกเป็นนักฆ่าที่ถูกคนร้ายฉีดเซรุ่มที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นทันทีเมื่ออะดรีนาลีนลดลง เพราะฉะนั้น Chev ก็ต้องตื่นตัวทำทุกกิจกรรมให้อะดรีนาลีนสูบฉีดตลอดเวลา วิ่งหมี่เหลืองไปทั่วเท่าที่จะทำได้ 


GEESUCH
WRITER: GEESUCH
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line