ถ้าจะพูดว่าการออกกำลังกายกับผู้ชาย (บางคน) เป็นของคู่กันก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะในปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้ชายส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และการออกกำลังกายก็ไม่เพียงช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หากยังสร้างมัดกล้าม สร้างรูปร่างกำยำล่ำสัน และทำให้ผู้ชายหลายคนดูภูมิฐานขึ้นมาได้ แต่คงต้องบอกว่าสภาพแวดล้อมของฟิตเนสก็มีผลต่อการออกกำลังกายไม่น้อย เพราะฟิตเนสที่มีผู้คนพลุกพล่านและทัศนียภาพไม่เอื้ออำนวย อาจทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนไม่จดจ่อและจริงจังกับการออกกำลังมากเท่าที่ควร จะดีแค่ไหนถ้าพื้นที่ออกกำลังกายของหนุ่ม ๆ มีงานดีไซน์ที่ถูกยกระดับให้เอื้อประโยชน์แก่การออกกำลังกายและทำให้คุณจริงจังกับกิจกรรมเรียกเหงื่อมากยิ่งขึ้น VSHD Design นำสถาปัตยกรรมแนวบรูทัลลิสต์ (Brutalist) มาประยุกต์เข้ากับพื้นที่ออกกำลังกาย จนเกิดเป็น ‘WAREHOUSE GYM’ ฟิตเนสสุดคูลที่ใช้ดีไซน์เรขาคณิตเข้ามาเพิ่มความจริงจังให้กับการออกกำลังกายของหนุ่ม ๆ นี่เป็นฟิตเนสล่าสุดจากบริษัทฟิตเนสแวร์เฮ้าส์ยิม ตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในกรุงดูไบ การออกแบบภายในเน้นหนักรูปทรงเรขาคณิตและแพตเทิร์นเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบบรูทัลลิสต์ ไฮไลต์ของฟิตเนสแห่งนี้คือมีการจัดหาดีเจเข้ามาสปินแผ่นเพลงเจ๋ง ๆ พร้อมตกแต่งแสงไฟให้เหมือนไนต์คลับ เพื่อสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับการออกกำลังกาย VSHD Design ตั้งใจจะสร้างพื้นที่ออกกำลังกายให้มีกลิ่นอายเหมือนอยู่ในห้องใต้ดิน มอบความสงบ เป็นส่วนตัว และใช้งานดีไซน์เคร่งขรึมช่วยกระตุ้นให้ผู้ชายจริงจังกับการออกกำลังมากขึ้น ภายในโดดเด่นด้วยคาน เสา และผนังคอนกรีต พร้อมนำพาร์ติชั่นมากั้นเพื่อแบ่งโซนการออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ แทนที่จะใช้การดีไซน์เปิดโล่งเพื่อให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามา ทีมนักออกแบบกลับประดับประดาแสงไฟสปอตไลต์มุ่งเน้นไปยังอุปกรณ์ออกกำลังกาย หวังปลุกเร้าอารมณ์และสะท้อนภาพลักษณ์ของฟิตเนสดั้งเดิม ทั้งยังติดตั้งกระจกทรงกลมเพื่อให้เกิดพื้นที่ต่อเนื่องแบบ open plan ช่วยให้ผู้ออกกำลังกายรู้สึกว่าฟิตเนสแห่งนี้กว้างขวางและไม่อึดอัดคับแคบ WAREHOUSE GYM ยังเลือกใช้วัสดุและของตกแต่งท้องถิ่นจากส่วนประกอบของธรรมชาติ
ถ้าเอ่ยถึง ‘ความมั่นคงของชาติ’ เชื่อว่าผู้ชายหลายคนคงลำดับภาพทหารผู้กล้าขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรก ๆ แต่เมื่อสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงไป สงครามระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในรูปแบบการสู้รบในสมรภูมิเสมอไป หรืออาจไม่ดุเดือดเลือดพล่านเป็นวงกว้างเหมือนบางยุคสมัย วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาหนุ่ม ๆ ทุกคนมาสอดแนมฐานทัพทหารที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก สำรวจสถานที่ลึกลับที่คนธรรมดาอย่างเราไม่อาจเล็ดลอดเข้าไป เริ่มตั้งแต่ฐานทัพบนยอดเขาแสนอันตราย จนถึงฐานทัพใต้น้ำที่ไม่อาจมองเห็นได้จากมุมสูง Eareckson Air Station เมื่อปี 1970 ฐานทัพแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตรวจจับเรดาร์ขีปนาวุธ เป็นฐานทัพทหารที่ตั้งอยู่ 1,200 ไมล์ทางตะวันตกของ Anchorage ใน Alaska และห่างจากรัสเซียเพียง 200 ไมล์เท่านั้น ในปัจจุบัน Eareckson Air Station ยังถูกใช้งานเพื่อตรวจสอบน่านฟ้าของประเทศเกาหลีเหนือ และเป็นสถานีเติมเชื้อเพลิงฉุกเฉินแหล่งสำคัญของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ Kwajalein Atoll จากเกาะปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก กลายมาเป็นอีกหนึ่งฐานทัพของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Kwajalein Atoll เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล ประเทศเกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก ในอดีตที่นี่เป็นฐานทัพสำคัญสำหรับทดสอบระบบเรดาร์ สร้างขีปนาวุธ และพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันพื้นที่ 11 เกาะจากทั้งหมด 97 เกาะ
เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวของพ่อค้ายาชื่อก้องโลกอย่างเอสโคบาร์มาเป็นร้อยครั้ง หรือได้ยินว่าโคลอมเบียเป็นเมืองสุดโหดที่ผลิตยาเสพติดมากจนติดท็อป 10 เป็นสิบ ๆ หน แต่หากถามถึงชีวิตของชาวไร่ที่เป็นคนผลิตวัตถุดิบหลักที่ใช้ในสารเสพติดอย่างใบโคคาหรือกัญชากลับไม่ค่อยถูกพูดถึงนัก อาจเป็นเพราะเหตุผลหลาย ๆ อย่าง เช่น พวกเขาไม่เท่ พวกเขาไม่น่าสนใจพอจนต้องมารับรู้ถ้าเทียบกับชีวิตโลดโผนของพ่อค้ายา UNLOCKMEN นำเรื่องราวที่ถูกลืมมาเล่าให้ทุกคนได้สัมผัสถึงชีวิตชุมชนชาวไร่ในประเทศโคลอมเบียผ่านภาพถ่ายของตากล้องที่ลงไปอยู่ในชุมชน เพื่อสัมผัสถึงอีกแง่มุมว่ากลุ่มคนปลูกพืชสำหรับทำสารเสพติดมีความคิดอย่างไร พวกเขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่ และพวกเขาเป็นผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรงจริง ๆ หรือเปล่า เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Mads Nisson ช่างภาพชาวเดนมาร์กวัย 38 ปี ที่โด่งดังจากรางวัล World Press Photo of the Year ในปี 2015 และมีประวัติโชกโชนเกี่ยวกับภาพถ่ายสะท้อนสังคม ก่อนเขาจะเข้ามาถ่ายภาพชีวิตเกษตรกรผู้ผลิตใบยาสำหรับสารเสพติดในประเทศโคลอมเบีย Mads เคยได้รับการว่าจ้างจาก Nobel Peace Center ให้ถ่ายภาพประธานาธิบดีโคลอมเบีย Juan Manuel Santos ผู้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2016 เพราะเขาสามารถยุติสงครามนองเลือดของกลุ่มพ่อค้ายาติดอาวุธในโคลอมเบียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 52 ปี หลังจาก Mads ถ่ายภาพของผู้นำโคลอมเบียแล้วจึงเกิดความคิดว่าเขาต้องการเห็นมุมมองทั้งสองด้านของประเทศนี้ ไม่ใช่เพียงแค่มุมจากผู้นำมองลงสู่ประชาชนเท่านั้นแต่ต้องการเห็นความคิดและชีวิตของคนชายขอบด้วยเช่นกัน
พูดถึงเรื่อง Mindset หลายคนอาจยังไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจน ว่าตกลงแล้ว Mindset คือนิสัยที่ติดตัวเรามาหรือเปล่า
ถ้าความฝันคือ “สูตรสำเร็จ” ที่คนในยุคนี้ต้องการ ถ้า “ธุรกิจของตัวเอง” คือทางออกของอิสระการใช้ชีวิต เคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงยังมีคนคิดต่างจากเราและมีความสุขกับการเป็นลูกจ้าง ไม่ต้องลุกมาเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรไปจนเกษียณ ทำไมเวลาเราดูรายการญี่ปุ่น เรามักเห็นพนักงานมีอายุหรือคนหนุ่มสาวที่ทุ่มเทและตั้งใจทำงาน ทั้งที่เขาเป็นเพียงพนักงานตัวเล็ก ๆ แต่กลับมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุขจนทำให้เรารู้สึกอิจฉา คำตอบนี้เราได้มันมาหลังจากมีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ อาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่หลายคนรู้จักเธอในชื่อ “เกตุวดี Marumura” นี่ถือเป็นหนึ่งในคำถามที่ผุดขึ้นมาระหว่างพูดคุยกันช่วงสัมภาษณ์ยาว (ใครอยากดูฉบับเต็มรอติดตามได้) แต่เชื่อว่าประเด็นนี้ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ คิดว่าชาว UNLOCKMEN น่าจะอยากรู้เหมือนกัน เราเลยสรุปและนำมาแบ่งปันแล้วด้านล่าง แรงงานต่างชาติน้อยกว่า ดร. กฤตินี เริ่มประเด็นแรกด้วยเรื่องแรงงาน ชี้ปัจจัยความต่างเบื้องต้นว่า “สังคมญี่ปุ่นเขาไม่ได้มีแรงงานจากประเทศข้างเคียงมากเท่ากับไทย” นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่ทำงานตลอดสายพาน ตั้งแต่งานในโรงงานจนถึงงานนั่งโต๊ะ ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมด ดังนั้น เรื่องนี้คงต้องบอกว่าปัจจัยทางสังคมส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นเขาเป็นลูกจ้างด้วย ขณะที่ไทยอาจจะมีคนที่เข้ามาทำหน้าที่นี้ทดแทนได้ เพราะมีแรงงานจากประเทศข้างเคียงทั้งพม่า ลาว ฯลฯ ที่เข้ามาทำงานในไทยมากกว่า องค์กรทำงานเป็นทีมและร่วมแรงร่วมใจกัน ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงทุกข์กับการเป็นลูกจ้าง แต่ญี่ปุ่นกลับไม่ใช่อย่างนั้น? เหตุผลที่เราอยากอยู่เหนือคนอื่น อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากเติบโตไว ส่วนหนึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องขั้นบันไดการเติบโตที่จำเป็นจะต้องไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็ได้
หากคุณกำลังจิตตกจากตลาดหุ้น ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีเมื่อหุ้นตก เรามีคำตอบให้คุณ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกเมทัล ขาร็อก สายฮิปฮอป หรือไม่ว่าจะแนวไหน ก็ใช่ว่าจะฟังแบบตะบี้ตะบันหูกันตลอดเวลา มันก็มีบ้างที่ผู้ชายอกสามศอกอย่างเราจะโหยหาเพลงสบาย ๆ เพิ่มความรื่นรมย์ให้ชีวิต ผ่อนคลายจิตใจจากความเศร้า แต่! ไอ้เพลงชิล ๆ มันสร้างปัญหาให้บางคนเล็กน้อย เพราะบางทีความนุ่มนวลของซาวด์ก็เล่นเอาหนังตาหย่อน บางคนก็อาจจะมีเพลงเบา ๆ สไตล์นี้แยกเก็บเอาไว้เป็นเพลย์ลิสต์อยู่แล้ว แต่บางคนที่ไม่ได้คลุกคลีกับสายนี้ อาจจะมีจับต้นชนปลายไม่ถูกกันบ้าง วันนี้ UNLOCKMEN เลยอาสาเป็นตัวแทน แนะนำเพลงฟังใหม่ฟังง่าย จังหวะกลาง ๆ พอกล้อมแกล้ม โยกหัวตามได้ ให้หนุ่ม ๆ ได้เก็บไว้เปิดฟังในวันที่หัวใจต้องการความอ่อนโยน (แต่ยังไม่อยากนอน) 10/10 – Rex Orange County เพลงใหม่ฟังเพลิน ๆ จาก Rex Orange County ศิลปินอินดี้ป๊อปจากอังกฤษ ที่นำเอากลิ่นอายของดนตรีหลากหลายแนวมาผสมผสานในงานเพลง โดย 10/10 เป็นเพลงมองโลกในแง่บวก เกี่ยวกับคนที่ต้องการจะพัฒนาตัวเอง เพื่อให้เขาได้กลายเป็นผู้ชายที่ได้คะแนน 10/10 สักทีนั่นเอง Trouble Always
บางครั้งภาพยนตร์ก็ทำให้เราตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่มองข้ามไปหรือไม่เคยจะคิดถึงมาก่อน อย่างเช่นภาพยนตร์เรื่อง Joker (2019) กับเรื่องราวของอาเธอร์ เฟล็ก ชายผู้เต็มไปด้วยความทุกข์และไม่สามารถควบคุมการหัวเราะของตัวเองได้ จุดสนใจของเรานอกเหนือจากการแสดงที่เด็ดขาดกับเสียงหัวเราะร่วนที่ตราตรึงของ Joaquin Phoenix คือโรคหยุดหัวเราะไม่ได้ของ Joker กระตุ้นให้เราอยากทำความรู้จักกับอาการดังกล่าวให้มากขึ้น UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Pseudobulbar affect (PBA) หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอาการหยุดหัวเราะและหยุดร้องไห้ไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วคนที่มีอาการดังกล่าวเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้าง คนใกล้ชิดควรทำความเข้าใจและปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างไร ควบคุมการหัวเราะไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นโรคซึมเศร้า Pseudobulbar affect (PBA) เป็นความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้ดั่งใจ โดยสามารถแยกย่อยได้สามประเภทคือ กลุ่มคนที่ร้องไห้ไม่หยุด (Pathological crying) กลุ่มไม่สามารถควบคุมการหัวเราะของตัวเองได้ (Pathological laugher) และคนที่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งการหัวเราะและร้องไห้ (Pathological laugher and crying) ซึ่งกลุ่มที่เจอบ่อยสุดจากประวัติเข้ารับการรักษาคือกลุ่มที่หยุดร้องไห้ไม่ได้ เราจะต้องแยกให้ได้ก่อนว่ากลุ่มผู้มีอาการ PBA ทุกคนไม่ใช่ผู้ป่วยทางจิตหรือเป็นคนที่มีอาการโรคซึมเศร้า พวกเขาเพียงแค่ไม่สามารถควบคุมอาการหัวเราะและร้องไห้เท่านั้น เช่น คนไข้ไปหาหมอแล้วถูกถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ?” ยังไม่ทันตอบแต่กลับร้องไห้โฮใส่หมอทั้งที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจกับคำถามเลย คนไข้บางคนบอกว่าตัวเองไม่ได้ร้องไห้เพราะรู้สึกเศร้าหรือหดหู่จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เขาไม่สามารถควบคุมการร้องไห้ได้เท่านั้น กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงว่ามีอาการ PBA
‘ตลาดน้อย’ ถือเป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในอดีตที่นี่โดดเด่นด้วยธุรกิจเซียงกง ตลอดสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านจำหน่ายอะไหล่ ชิ้นส่วนประกอบ และเครื่องยนต์เก่าของรถที่ใช้แล้ว แม้ปัจจุบันธุรกิจประเภทนี้จะถูกลดความนิยมลง แต่เซียงกงก็ยังคงมีให้เห็นและถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของย่านตลาดน้อยแห่งนี้ นอกจากตลาดน้อยจะรวบรวมเสน่ห์เมืองเก่าและบรรยากาศที่แฝงกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนเอาไว้ ที่นี่ยังห้อมล้อมไปด้วยวิถีชีวิตของชาวจีนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน ขณะที่เรากำลังเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยของย่านนี้ ก็ต้องสะดุดตากับ ‘TAIGUAN CAFE’ ร้านกาแฟสไตล์จีนที่ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าโจ๋วซือกง เป็นคาเฟ่ที่ดีไซน์แบบร่วมสมัย และดึงดูดใจมากพอจะทำให้ก้าวเข้าไปแบบไม่ยั้งคิด TAIGUAN CAFE เปลี่ยนบ้านเก่าเก็บให้กลายเป็นคาเฟ่ร่วมสมัย จุดเริ่มต้นของ ‘TAIGUAN CAFE’ เกิดจากการนำบ้านจีนเก่าแก่อายุร่วม 200 ปี มารีโนเวตให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น แต่เดิมเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนจีนที่อพยพมาจากสิงคโปร์ เขาจึงสร้างบ้านให้เป็นทั้งที่พัก ลานจอดรถม้า และโกดังเก็บของ ด้วยแนวคิดที่อยากคงเสน่ห์ของความเก่าแก่เอาไว้ เจ้าของร้าน TAIGUAN CAFE จึงนำสไตล์ Modern Chinese เข้ามาตกแต่งตัวอาคาร แถมยังเหลือโครงสร้างเก่าอย่างประตูไม้อายุ 200 ปีไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนชื่อร้าน “TAIGUAN CAFE” ก็มาจากชื่อบ้านเดิม “ไทง้วนเอ้งกี่” ที่แปลว่าจุดกำเนิดรุ่นแรกของประเทศไทย ด้านหน้าของร้านดีไซน์ด้วยผนังสีขาว ยกโครงสร้างเป็นสองชั้นให้ดูเหมือนปราสาทเมืองจีน พร้อมประดับด้วยโคมไฟจีนสีแดงเด่น ส่วนภายในร้านเน้นใช้วัสดุไม้เป็นหลัก ดีไซน์ให้ดูอบอุ่นเหมือนบ้าน เพื่อให้เป็นจุดพบปะของเพื่อนฝูง เมนูเครื่องดื่มสุดครีเอตที่ถ่ายทอดรสชาติแบบจีนสมัยใหม่


