เชื่อว่าหนุ่ม ๆ อย่างเราทุกคนต้องมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองห่วย ไม่พัฒนาไปไหน ย่ำอยู่กับที่ และในช่วงเวลานั้นเปรียบเสมือนทางแยกในชีวิตที่ต้องเลือกว่าจะปลงหรือจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แน่นอนว่าถ้ามีไฟในชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง ทุกคนคงเลือกพัฒนาตัวเอง แต่หลังจากที่วางแผนไว้ดิบดีว่าจะเริ่มปรับปรุงพัฒนาตัวเองเรามักโดนคลื่นแห่งชีวิตจริงซัดจนเสียศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นการงานรัดตัว ครอบครัวที่ไม่เข้าใจ ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ทำให้แรงฮึดที่อยากจะพัฒนาตัวเองโดนวางกองไว้ราวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่าในห้องเก็บของ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นวนเวียนเป็นวัฏจักร การพัฒนาตัวเองที่คิดไว้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง นับวันไฟและความหวังก็ดับมอดลงไปเรื่อย ๆ หรือบางทีอาจจะถึงเวลาต้องยอมรับความจริงแล้วว่าตัวเองก็ได้แค่นี้ ? อย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวังขนาดนั้น อย่างน้อยก็ลองอ่านวิธีพัฒนาตัวเองแบบ The Kaizen Way ก่อน Don’t Dream Too Big เพราะความรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองมักจะมาเยือนเราอย่างกะทันหัน เป็นความที่รู้สึกที่แรงกล้าไฟลุกโชน ในสมองเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำจริง ๆ ก็พบว่ากำแพงความฝันที่วาดไว้นั้นมันสูงจนยากจะปีน และในเวลาไม่นานเราก็ร่วงลงสู่พื้นตามเดิม อีกหนึ่งเส้นทางที่เป็นอันตรายต่อการพัฒนาตัวเองคือการที่เรามักจะมองหา ‘ทางลัด’ ในชีวิตตลอดเวลา เราหวังว่าจะได้ทำงานน้อยกว่าเพื่อเงินที่มากกว่า เราทุ่มเวลาในการอ่านหนังสือหรือฟัง Podcast ของผู้ประสบความสำเร็จเพื่อจะเก็บเกี่ยวความรู้และมุ่งสู่ทางลัด ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าสักวันโชคจะเข้าข้างให้เราเจอทางลัดที่จะทำให้ชีวิตสบายกว่าคนทั่วไป ความอันตรายของมันคือการที่เรามัวแต่มองหาทางลัดตลอดเวลาจนในชีวิตจริงเราไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งหมายความว่าถ้าเราไม่เจอเส้นทางนั้น ชีวิตเราจะล้าหลังเสียยิ่งกว่าคนทั่วไปเสียอีก 1% Better Each Day by the Kaizen Ways ถ้าการฝันใหญ่เกินไป
ด้วยภาระหน้าที่มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเล่น เรื่องการใช้ชีวิต บ่อยครั้งที่ผู้ชายมักจะทุ่มพลังให้กับ ชีวิตทุกด้านอย่างเต็มที่ ลุยงานเครียดหามรุ่งหามค่ำ เชียร์บอลดึก ปาร์ตี้หนัก หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาเล่นเกมผ่อนคลายก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีอาการหัวร้อนติดลมเล่นต่อจนสว่างคาตา ยิ่งปาร์ตี้หนัก ๆ ดูบอลดึก ๆ แล้วต้องตื่นเช้าไปทำงานทั้งที่หน้าโทรม ๆ แบบนี้ไม่เวิร์คแน่ ซึ่งการใช้พลังอย่างหนักหน่วงแบบนี้เป็นประจำ เป็นต้นตอของปัญหาใบหน้าเหนื่อยโทรม ดูอ่อนล้า หมองคล้ำ ขนาดส่องกระจกเห็นหน้าตัวเองยังหดหู่ใจ แล้วนับประสาอะไร เมื่อต้อง ออกไปพบเจอผู้คนก็คงไม่วายที่จะถูกมองเหมือนคนหมดสง่าราศี ไร้เสน่ห์ เสียบุคลิก ส่งผลต่อความมั่นใจเข้าอย่างจัง และหลายครั้งที่ใบหน้าโทรมเหมือนซอมบี้ ที่ดูเหนื่อยล้า หมองคล้ำ ยังอาจทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่ไม่ควรปล่อยไว้ แต่จะให้ปรับพฤติกรรมเปลี่ยนวิถีชีวิตก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ทำได้คือหาทางออกให้ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยังคงสามารถใช้ไลฟ์สไตล์เต็มที่ โดยที่ยังมีใบหน้าดูดี เปล่งปลั่งกระจ่างใสเต็มไปด้วยพลัง พร้อมสแตนด์บายความหล่อรอรับโอกาสดี ๆ ที่มีเข้ามาในทุกสถานการณ์ The Men Expert Bible #4 by L’Oreal Men Expert ไบเบิลเสริมหล่อ Ep 4 ขอแนะนำขั้นตอนปลุกพลังฟื้นฟูผิวหน้าให้สดชื่นกระจ่างใส บอกลาหน้าโทรมเหนื่อยล้าไปได้เลย เริ่มต้นปลุกผิวด้วยการล้างหน้า:
ค่ำคืนวันศุกร์ หากรู้สึกว่าอยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่ได้อินกับการตะลอนหาบาร์ที่สาวแจ่ม เพื่อสนองค่ำคืน TGIF แล้วล่ะก็ ลองมองหาอะไรที่ดูรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างการนั่งจิบเบียร์เย็น ๆ ดนตรีดี ๆ มีช่วงเวลาให้พักได้นั่งคุยกับคนในโต๊ะ ในบรรยากาศที่เหมาะกับทั้งกินและดื่ม หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาอะไรแบบนั้นอยู่ UNLOCKMEN ขอแนะนำ The Sun Cafe & Bistro ร้านที่มีทั้งอาหารรสไทยแท้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายเมนู พร้อมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยของสะสมที่สูงทั้งมูลค่าทางเงินและทางใจ ถูกนำมาประกอบในร้านเป็นของตกแต่งได้อย่างลงตัว ในย่านเจริญกรุง เป็นอีกละแวกที่เราสามารถหาร้านอาหาร หรือคาเฟ่ได้แบบไม่ลำบากนัก ร้านนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งในร้านที่อยู่ที่ซอยเจริญกรุง 71 เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน สัมผัสแรกคือความอลังการของของตกแต่ง ที่อยู่บนผนังทุกด้านในร้าน แม้เราจะไม่ใช่นักสะสมก็พอจะรู้ว่าของเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของตกแต่งธรรมดา เพราะเจ้าของร้านเอง ก็เป็นหนึ่งใน Collector ตัวยง ที่มีของสะสมอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือของทุกชิ้นที่อยู่ในร้านนี้ ในร้านมีหลายมุมให้เลือกนั่งตามความพอใจ เพราะทุกมุมล้วนแต่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป แต่ทางร้านแอบกระซิบมาว่ามุมที่ฮิตที่สุดคงจะเป็นมุมผนังเปลือยโชว์อิฐเก่า ที่มีนาฬิกาโบราณตกแต่งอยู่ด้านบนด้วย นอกจากเรื่องบรรยากาศที่ถูกตกแต่งอย่างใส่ใจและไม่เหมือนใครแล้ว อาหารของที่นี่ก็ยังเป็นอีกสิ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด เพราะรสชาติเป็นรสชาติแบบที่คุ้นลิ้นคนไทยกันดี หลากหลายเมนูที่เป็นเมนูที่ไม่สามารถหาได้ที่อื่น เพราะเป็นเมนูเฉพาะของที่นี่ ที่ถูกคิดเมนูขึ้นมาใหม่ อย่าง “แกงเผ็ดไก่ย่าง” ที่เปลี่ยนจากเป็ดย่างที่เราคุ้นเคยเป็นไก่ย่างแทน พอเปลี่ยนวัตถุดิบแล้ว รสชาติก็ยังคงจัดจ้านอยู่เหมือนเดิม พระเอกของจานนี้ก็ยังคงอยู่ที่วัตถุดิบหลักอย่างไก่ย่าง แม้จะเป็นร้านที่ชาวต่างชาติมาแวะเวียนค่อนข้างบ่อย แต่รับรองว่ารสชาติยังคงถูกปากคนไทยแน่นอน
Nike เตรียมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการ Sneaker อีกครั้ง หลังมีข่าวออกมาว่าพวกเขาเตรียมแต่งตั้งประธานบริษัทของ AIR JORDAN คนใหม่แทนที่ Larry Miller ซึ่งจะขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งบอร์ดบริหารและที่ปรึกษาของแบรนด์แทน โดยการรับตำแหน่งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2019 ที่กำลังจะมาถึง และอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขึ้นในตลาดรองเท้า Sneakers ได้อย่างแน่นอน Nike ร่วงหล่นลงมาอยู่อันดับ 2 ในตลาดรองเท้าผ้าใบ โดยเสียตำแหน่งให้กับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Adidas ที่มีผลงานร้อนแรงตลอดทั้งปี ส่วน Air Jordan ก็มีส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียง 9.5% ของตลาดทั้งหมดเท่านั้น ทำให้พวกเริ่มมองหาทางออกที่สามารถทำให้การตลาดของพวกเขาแข็งแรงมากขึ้น และหวยก็มาตกที่ Craig Williams นักธุรกิจมากประสบการณ์ ที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย มารับไม้ต่อในการรีแบรนด์ให้สัญลักษณ์ Jump Man กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง Craig Williams มาพร้อมโปรไฟล์ยาวเป็นหางว่าว ก่อนหน้าในปี 2005 เขาเคยรับตำแหน่งรองประธานอาวุโสของ Coca Cola และตำแหน่งประธานของ McDonald’s รับผิดชอบดูแลการเติบโตของร้านมากกว่า 37,000 สาขาในกว่า 100 ประเทศ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านพลังงานนิวเคลียร์ของ
แว่วมาสักระยะแล้วเรื่องการนำ AI มาทำตำแหน่ง Hr คัดคนเข้าทำงาน เราเชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินอาจรู้สึกกลัวเพราะนับวันเจ้าปัญญาประดิษฐ์เริ่มจะมีอำนาจควบคุมเรามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการปรักปรำและเท่าทันระบบการหางานในโลกวันนี้ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป UNLOCKMEN จึงได้ติดตามและไขภาพมัว ๆ ที่คนอาจจะคิดไม่ออกว่าทำไมถึงต้องมีการใช้ AI เข้ามาทำหน้าที่นี้ และมันยุติธรรมกับมนุษย์อย่างเราไหม JUST EXTENSION ก่อนจะพารานอยด์กับอาชีพ ว่า Hr จะโดนขโมยงานไปอีกอาชีพหนึ่งแล้วเหรอ ขอให้งดแตกตื่นเพราะการนำ AI มาช่วยคัดกรองคนเข้าทำงาน เขาใช้มันเป็นแค่ส่วนขยายที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น เนื่องจากสุดท้ายแล้วความกดดันระหว่างคนสัมภาษณ์กับคนสมัคร หรือการใช้จิตวิทยาเข้าประกอบการทดสอบเพื่อคัดเลือกคนมันก็ยังจำเป็นอยู่ วิชาชีพของการเป็น Hr ก็ยังคงสำคัญกับองค์กรเสมอ แต่นั่นจะเป็นขั้นตอนในสเตปที่ 2-3 ไม่ใช่ขั้นตอนแรกถ้าหากบริษัทที่เราจะเข้าไปทำงานเขาใช้ปัญญาประดิษฐ์มาร่วมในการกรองคน… MATCH ME WITHOUT BIAS ในเมื่อ Hr เดิมก็ไม่ได้หายไปแล้วทำไมเราถึงต้องมี AI ซึ่งไร้หัวใจมาเป็นผู้ร่วมตัดสิน Resume ที่เรามุ่งมั่นทำแทบเป็นแทบตายด้วย ถ้าคุณกำลังตั้งคำถามนั้นตอนที่กำลังอ่านอยู่ นั่นแหละ คำตอบมันอยู่ตรงนั้น “ความไร้หัวใจมันจำเป็นกับการคัดกรอง” มนุษย์ละเอียดอ่อนเรื่องอารมณ์กับการให้คะแนนมากเกินไป เราให้แต้มกับบางอย่างที่ถูกใจ และตัดแต้มเมื่อเหม็นขี้หน้าหรือไม่ถูกชะตา และไม่ว่าคุณจะทำเช่นไรคุณจะไม่มีวันเอาตัวเองออกจากความ Bias โดยสัญชาตญาณของตัวเองได้
ถือว่าเปิดหัวได้สวยพอสมควรสำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์ AFF Suzuki Cup 2018 หรือ ASEAN Cup หลังจากถล่มสมันน้อยประจำกลุ่มอย่างทีมชาติติมอร์-เลสเต ไปถึง 7-0 ต่อด้วยยัดเยียดความปราชัยให้กับมหามิตรอินโดนีเซียในนัดต่อมา 4-2 เรียกได้ว่าคลายความกดดันไปได้พอสมควร AFF Suzuki Cup 2018 ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ของจริงบทแรกสำหรับกุนซือ Milovan Rajevac หลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อต้นปี 2017 ถึงแม้ที่การคุมทีมของกุนซือวัย 64 กะรัตที่ผ่านมา ทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ค่อนข้างน่าประทับใจ แต่ส่วนใหญ่คือนัดกระชับมิตรแทบทั้งสิ้น รายการนี้จึงเปรียบเสมือน ‘การลองของจริง’ ครั้งแรก AFF Suzuki Cup 2018 สำหรับรายการนี้ทีมชาติไทยและ Rajevac ไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากต้องได้แชมป์สถานเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเก้าอี้ของกุนซือชาวเซอร์เบียคนนี้จะร้อนทันทีเนื่องจากแฟนบอลส่วนใหญ่พร้อมจะนำเขาไปเปรียบเทียบกับ ‘ซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติไทยกุนซือคนก่อนหน้า ในยุคของซิโก้นั้นเขาสามารถพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึง 2 สมัยซ้อน ด้วยสไตล์การเล่นที่สวยงามและสามารถปลุกกระแสความนิยมฟุตบอลไทยขึ้นมาได้อีกครั้ง ดังนั้นถ้า Rajevac ไม่สามารถพาทีมชาติไทยคว้าถ้วยรายการนี้มาฝากแฟนบอลได้ เชื่อขนมกินได้เลยว่าเขาจะต้องโดนกระแสกดดันอย่างหนักแน่นอน แต่โจทย์ของ Rajevac นั้นดูจะยากกว่าของซิโก้อยู่นิดหน่อย เนื่องจากเขาเลือกที่จะไม่เรียกผู้เล่นคนสำคัญที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศมาร่วมทีมสู้ศึก AFF ครั้งนี้ การขาด กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา,
สารพัดจุดอ่อนของสาว ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีจุดไหนที่เล็ดลอดความซุกซนของหนุ่ม ๆ อย่างเราไปได้ ถึงอย่างนั้น สาว ๆ แต่ละคนก็มีจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป บางคนจะอ่อนไหวมากกับซอกคอ แต่กลับเฉย ๆ กับการโจมตีที่น้องสาวตรง ๆ ก็มี ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะลูกเล่นของเราอาจจะยังไม่ถูกจุดเลยยังไม่โดนใจ ร่างกายของสาว ๆ ช่างเป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่าสักแต่ทำตามความเคยชินแบบที่เคยทำแล้วได้ผลกับคนอื่น อาจจะไม่ได้ผลกับคนนี้ก็ได้แม้แต่จุดที่ดูจะสยิวที่สุดอย่าง Nipple ก็ตาม UNLOCKMEN แนะนำเทคนิคดี ๆ ที่หนุ่ม ๆ ควรรู้ไว้เกี่ยวกับ Nipple ของสาว ๆ เพื่อลบความเชื่อผิด ๆ และเติมลูกเล่นใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง อย่าทักเรื่องสี เพราะมันไม่เกี่ยวกับการใช้งาน! ความเชื่อผิด ๆ ประการแรกที่ควรจะเลิกคิดไปได้เลย เพราะสีอมชมพูที่เราเห็นใน AV ไม่ว่าจะส่วนไหน ทั้งหมดมันถูกแต่งแต้มสีมาเพื่อการถ่ายทำทั้งสิ้น พอเป็นชีวิตจริง หากเจอสาวคนไหนที่ Nipple สีคล้ำกว่าที่เราคุ้นเคย เรามักจะคิดว่าเป็นเพราะมักผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง แต่ความเป็นจริงแล้ว สีของ Nipple นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ความ Sensitive ที่เกิดจากการเสียดสีจากเสื้อผ้า
เพลงของ Cigarettes After Sex เป็นอันรู้กันว่าขึ้นชื่อเรื่องความฟุ้งเหมือนกับอยู่ในความฝัน กดปุ่ม Play เมื่อไหร่ เตรียมตัวล่องลอยกันได้เลย แต่จะดีแค่ไหนถ้าเสียงแห่งความฝันนั้นจะมาขับกล่อมเรากันแบบสด ๆ ด้วยบรรยากาศที่เหมือนอยู่ในความฝัน ในคอนเสิร์ต Cigarettes After Sex Asia Tour Live in Bangkok 2018 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จัดขึ้นที่ Moonstar Studio 8 โดยผู้จัด Teenage Dream Corporation ที่พาพวกเขากลับมาขับกล่อมแฟนเพลงชาวไทยกันอีกครั้ง สำหรับใครที่พลาดไปไม่ต้องเสียใจ UNLOCKMEN จะพามาดื่มด่ำบรรยากาศผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับเรา สิ่งขอชื่นชมเป็นอย่างแรกเลยคือโปรดักชั่นของงาน ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ เริ่มตั้งแต่การจัดเวทีที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้อยู่ใน Mood And Tone เดียวกับเพลง ทุกอย่างถูก Set ให้เป็นสีขาวดำ เพื่อให้ล้อไปกับ Theme หลักของทางวงที่ปกอัลบั้มหรือแม้แต่ EP ก็จะเป็นภาพขาวดำ ควันที่ลอยคลุ้งตลอดงาน ก็ยิ่งทำให้เหมือนเราได้ยืนฟังเพลงอยู่ในความฝันที่จริง ๆ ซึ่งเรามักจะจำภาพได้ไม่ชัดเจนนัก ส่วนเรื่อง Sound นั้น
‘ดาวเคราะห์สีน้ําเงิน’ คือชื่อเล่นของโลกเรา ซึ่งที่มาก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนไปกว่าการที่พื้นผิวของโลกกว่า 71% ถูกปกคลุมด้วยน้ำ ส่วนพื้นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่และเรารู้สึกว่ากว้างใหญ่มาก ๆ นั้นเป็นเพียงแค่ 29% เท่านั้น ‘แค่พื้นที่ 29% ยังไม่สามารถทำให้สะอาดได้เลย แล้วจะสนใจอะไรกับพื้นที่สีน้ำเงินอีก 71% ที่เหลือ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะทำให้มันสะอาด’ แต่เด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่คิดเช่นนั้น ย้อนไปเมื่อปี 2013 Boyan Slat เด็กหนุ่มจากเนเธอร์แลนด์ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 17 ปี ได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของเขาให้ชาวโลกได้รู้ด้วยการเปิดบริษัท The Ocean Cleanup จุดประสงค์เพื่อกำจัดขยะออกจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ในที่สุดหลังจากใช้เวลา 5 ปีในการระดมทุนและศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียด ในที่สุด Boyan และบริษัท The Ocean Cleanup ของเขาก็พร้อมสำหรับการทำภารกิจนี้ให้เป็นความจริงแล้ว ความฝันอันทะเยอทะยานของ Boyan ใช้เงินกว่า 20 ล้านเหรียญเพื่อเป้าหมายการกำจัดขยะจำนวน 1.8 ล้านล้านชิ้นออกจาก Great Pacific Garbage Patch ซึ่งเป็นบริเวณที่การไหลเวียนของน้ำมีลักษณะวน จึงทำให้เกิดการสะสมของขยะจำนวนมหาศาลในท้องน้ำระหว่าง California ยาวไปถึง Hawaii อ่าว San Francisco คือจุดเริ่มต้นของภารกิจนี้ก่อนที่จะค่อย ๆ


