พระเจ้ามีหน้าตาแบบไหนกันนะ? คำว่าพระเจ้าสำหรับบางคนคือสิ่งนามธรรมไร้ตัวตน สำหรับบางคนคือผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง มีตัวตนอยู่จริง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แตกต่างกันไปตามแต่ละปัจเจก แต่ที่เหมือนกันคือ ทุกคนไม่รู้ว่าหน้าตาพระเจ้าเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าคนอื่นเคยสงสัยกันมั้ย แต่เราคือหนึ่งในคนที่สงสัย และมักจะถามตัวเองอยู่บ่อย ๆ ว่าถ้าพระเจ้ามีจริง หน้าตาของพระองค์จะเป็นเช่นไร ดีใจที่ในที่สุดก็มีคนสงสัยเหมือนเรา จากการสำรวจชาวอเมริกันคริสเตียนจำนวน 511 คน ทดลองให้พวกเขาจินตนาการใบหน้าของพระเจ้า และอธิบายลักษณะในความคิดออกมาให้นักสเก็ตภาพมืออาชีพวาดตาม จากนั้นนำใบหน้าทั้ง 511 คนมารวมกันให้กลายเป็นใบหน้าเดียว ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาปรากฎว่ามันดันละม้ายคล้ายกับ Elon Musk ผู้บริหารแห่ง Tesla และ SpaceX เสียอย่างนั้น! น่าสนใจที่ใบหน้าของพระเจ้ากลับดูทันสมัย อ่อนเยาว์ เหมือนคนธรรมดาในโลกปัจจุบัน ไร้ซึ่งหนวดเครายาวเฟิ้ม แตกต่างจากที่หลายคนได้ Stereotype เอาไว้ จากการศึกษาพบว่าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในใบหน้าของตัวเองจะมีส่วนคล้ายกับใบหน้าพระเจ้า นอกจากนั้นคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่จะเชื่อว่าพระเจ้านั้นอ่อนเยาว์ มีร่างกายและใบหน้าไม่เกินช่วงวัยกลางคน ชาวแอฟริกัน-อเมริกันส่วนใหญ่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นคนผิวสี ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองเปี่ยมด้วยเสน่ห์ มีรูปร่างหน้าตาดีเชื่อว่าพระเจ้านั้นก็จะหน้าตาดีและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ด้วยเช่นกัน ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมใบหน้าของพระเจ้าที่เฉลี่ยมาจากจินตนาการของคน 511 คนจึงคล้ายกับ Elon Musk ที่เป็นชายผิวขาว หน้าตาตามเกณฑ์ธรรมดา ไม่มีส่วนไหนโดดเด่น ศาสตราจารย์ Kurt Gray นักเขียนอาวุโส
“จิตวิญญาณของ Big Mountain คือความกวนตีนตั้งแต่ครั้งแรกอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าฉลองกันทั้งทีก็ฉลองให้เว่อร์ไปเลย มันก็เลยเป็นที่มาของสโลแกนปีนี้ว่ามันเว่อร์มาก” ประโยคนี้จากปากป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อมฟังผิวเผินดูคล้ายเป็นการเจาะจงพูดถึง Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 9 ที่กำลังจะกลับมามอบความสนุกให้พวกเราอีกครั้งช่วงปลายปีนี้ แต่เราเชื่อว่าป๋าเต็ดไม่ได้หมายถึงแค่มิวสิคเฟสติวัลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเท่านั้นที่เขาแอบใส่จิตวิญญาณบางอย่างเข้าไปในงาน แต่หมายรวมถึงการเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตมายาวนานจนพอจะเข้าใจว่าแก่นหรือจิตวิญญาณของคอนเสิร์ตแต่ละงานควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าจิตวิญญาณของ Big Mountain Music Festival คือความกวนตีน แล้วจิตวิญญาณของคอนเสิร์ตอื่น ๆ เป็นแบบไหน ? แล้วแก่นแท้ของการเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตคืออะไร ? เราว่าคงไม่มีใครตอบเราได้ดีเท่าป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อมอีกแล้ว รวมถึงประสบการณ์การจัดมิวสิคเฟสติวัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมากว่า 8 ครั้ง จะมีอะไรใน Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 9 ที่จะเว่อร์มากจนเราตกตะลึงได้อีก เมื่อความสงสัยทะลักล้น UNLOCKMEN ก็คงไม่อาจทนได้ บทสนทนากับป๋าเต็ดจึงเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับความตื่นเต้นในใจเรา Promoter Concert ไม่ใช่โปรโมเตอร์มวยนะ (โว้ย) “ผมเป็น Concert Promoter ในภาษาไทยคำว่า
LAND ROVER ค่ายรถยนต์หัวกะทิโดยเฉพาะในรูปแบบ Four-wheel Drive ยังคงมีแผนการพัฒนาพาหนะเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่ตลอด ล่าสุดพวกเขาได้เปิดตัวรถยนต์กู้ภัยสุดล้ำสำหรับใช้งานในหน่วยสภากาชาด โดยต่อยอดแนวคิดมาจากรถ Project Hero Concept เมื่อปี 2017 และเลือกจะยกเครื่องโมเดลรถ LAND ROVER DISCOVERY เพื่อดัดแปลงเป็นศูนย์บัญชาการช่วยชีวิตเคลื่อนที่ ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบรถช่วยชีวิตในอนาคตได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับค่ายผู้ผลิตรถอย่าง Jaguar Land Rover ในการร่วมมือกับสภากาชาด เพราะนับเป็นเวลากว่า 64 ปีแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาสนับสนุนรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือขนย้ายเวชภัณฑ์ผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุและสมบุกสมบันของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 1954 จนเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน Land Rover ก็ยังคงให้การสนับสนุนด้านพาหนะต่อสภากาชาดมาตลอด ด้วยการส่งรถยนต์กว่า 120 คัน ไปให้ศูนย์ช่วยเหลือในทุกซอกมุมโลก กระจายตัวไปมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ก่อนในปีที่ผ่านมาจะปล่อยโมเดลตัวอย่างรถยนต์กู้ภัยร่วมกับสภากาชาดของประเทศออสเตรีย ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของ LAND ROVER “CONCEPT HERO” ในปัจจุบัน DISCOVERY “CONCEPT HERO” 2018 ถูกสร้างและดัดแปลงขึ้นมา เพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานที่เข้าถึงได้ยาก รวมถึงเป็นรถช่วยเหลือหลักในการค้นหาผู้สูญหายจากกรณีต่าง ๆ ซึ่งรถรุ่น LAND ROVER DISCOVERY ก็เป็นคำตอบที่ใช่
หลังจากมีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ว่า Virgil Abloh ผู้กุมบังเหียนงานออกแบบเสื้อผ้าแผนก Menswaer จากห้องเสื้อสุดหรูอย่าง Louis Viutton กำลังมีแผนจะร่วมงานแบรนด์ Retail ยักษ์ใหญ่สัญชาติสวีเดนอย่าง IKEA เพื่อออกแบบสินค้าร่วมกันมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ความคืบหน้าล่าสุดตอนนี้พวกเขาได้เปิดตัว Pop-up Store ของ Virgil Abloh x IKEA แห่งแรกขึ้นเพื่อใช้แสดงงานที่อยู่ในคอลเลกชันล่าสุด “markerrad” โดยเป้าหมายแรกคือมหานครปารีส “STILL LOADING“ คือชื่อของ Pop-up Store แห่งแรกที่ Virgil Abloh และ Henrik Most ซึ่งเป็นทั้ง Creative Leader ของ IKEA และ Project Partner เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยเลือกจะแปลงโฉมไนท์คลับชื่อดังใจกลางเมืองปารีส Nuits Faives เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดง โดยคอนเซ็ปต์ของมันถูกเล่าจากปาก Virgil Abloh ว่า “เราพยายามจับกลุ่มคนที่ต้องการตกแต่งบ้าน โดยมีโจทย์ว่าต้องการบ้านที่มาจากตัวตนของตัวเองและมีความแตกต่างจากบ้านทั่วไป เพราะคนส่วนใหญ่มักเติบโตมาจากบ้านซึ่งมีสภาพแวดล้อมมาจากความคิดและความต้องของพ่อแม่หรือคนอื่น เราเลยตั้งใจออกแบบผลงานออกมาเพื่อเอาใจคนที่มองหาสิ่งใหม่ รับรองว่าทันทีที่เห็น ทุกคนจะอยากซื้อมันกลับบ้านในทันที “ ภายใน Pop-Up ประกอบไปด้วยชุดพรมสไตล์โมเดิร์นซึ่งเราเคยเห็นกันมาแล้ว แต่รอบนี้เราจะได้ทราบถึงเรทราคาของมันด้วย โดยพรมสีดำมาพร้อมกับคำว่า “GREY” ราคา 129
ปัจจุบันเม็ดเงินที่เกิดขึ้นจากวงการแฟชั่นในแต่ละปีมีมูลค่ามากมายมหาศาล ผลที่ตามมาคือการแข่งขันทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกแบรนด์ล้วนแต่ต้องการส่วนแบ่งอันหอมหวลด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่วันนี้เราจะเห็นแคมเปญโฆษณาเจ๋ง ๆ ถูกผลิตออกมาเต็มไปหมด รวมถึงการย้อนกลับมาพึ่งพารูปแบบดั้งเดิมอย่างการโฆษณาบนหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายกำลังตามกระแสดังกล่าวกันเป็นแถว ล่าสุดกับหน้าแรกของหนังสือพิมพ์อย่าง New York Post ก็ได้กลายเป็นเป้าหมายของ Kanye West เพื่อใช้เปิดตัวการกลับมาของรองเท้ายอดนิยม YEEZY BOOST 350 V2 “Triple White” โดยเขาได้ซื้อพื้นที่ทั้งหมดในหน้าหนึ่ง (Front Page Cover Wrap) เพื่อใส่วลีสำหรับแคมเปญรองเท้าอย่าง “We Love” ทั้งหมด 11 ภาษาวางเรียงกันก่อนจะปิดท้ายด้วยรูปใบปิดจาก Lookbook ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่ฉบับเดียวเพราะทาง Kanye West ได้เหมาลงโฆษณาแบบเดียวกันลงในหนังสือพิมพ์อีกหลายหัว ไม่ว่าจะเป็น The San Francisco Chronicle , Chicago Tribune , Los Angeles Times รวมถึงหัวต่างประเทศอย่าง Metro ก็โดนไปกับเขาด้วย สำหรับใครที่คุ้นเคยกับวงการ Media ดี
ในปี 2018 มี 30 มลรัฐในสหรัฐอเมริกาให้กัญชาทางการแพทย์เป็นเรื่องถูกกฎหมาย ซึ่งรัฐ Washington ทำมาตั้งแต่ปี 1998 และในจำนวนนี้มีอีก 9 รัฐสามารถใช้เพื่อการผ่อนคลายได้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ยังมีคนได้รับผลกระทบจากคดีเล็กน้อย เกี่ยวกับการครอบครองกัญชามาตั้งแต่ก่อนกฎหมายจะบังคับใช้ พวกเขาเลยมีประวัติส่วนตัวที่ไม่ขาวสะอาดจนทำให้ถูกจำกัดสิทธิในด้านต่าง ๆ มากมาย ด้วยเหตุนี้เองเมือง Seattle จึงมีความคิดริเริ่มการยกเลิกโทษเกี่ยวกับคดีความเกี่ยวกับกัญชาย้อนหลัง เพื่อให้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ในรายชื่อเหล่านั้นได้มีสิทธิมีเสียงในการใช้ชีวิตมากขึ้น Pete Holmes ทนายความของเมือง Seattle ผู้เสนอแนวความคิดดังกล่าวต่อศาลบอกว่า มีผู้คนประมาณ 400-500 คน ทั้งที่รับโทษไปแล้ว และกำลังถูกดำเนินคดีซึ่งเกี่ยวข้องกับกัญชา มีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่กับตัว และนั่นกลายเป็นสาเหตุให้พวกเขาถูกตัดสินผิด ๆ จากคนในสังคมจาก Criminal Record ไม่ว่าจะเป็นถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงาน ไปจนถึงผลกระทบต่อการยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือแม้กระทั่งโอกาสด้านการศึกษาในกรณีที่เป็นเยาวชน จึงเกิดความคิดเสนอการยกเลิกโทษดังกล่าวย้อนหลังให้ รวมถึงลบประวัติออกให้อีกด้วย แต่ทั้งนี้มีเงื่อนไขอยู่ว่าจะต้องเป็นคนที่คดีความเกิดขึ้นในช่วงปี 1996 – 2010 และเป็นกรณีที่โทษนั้นไม่หนักหนา หรือมีครอบครองไว้เพียงน้อยนิดเท่านั้น คดีความเกี่ยวกับกัญชามีผลกระทบกับประชากรทุกเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ในจำนวนคดีทั้งหมดสามารถแบ่งเชื้อชาติของผู้กระทำความผิดได้เป็น คนเอเชีย 3 % คนผิวสี 46% คนผิวขาว 46%
สำหรับหนุ่มสายแฟชั่นญี่ปุ่นคงไม่มีทางไม่รู้จัก BEAMS แบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายลำลองสำหรับผู้ชายและไลฟ์สไตล์ครีเอเตอร์แบรนด์ดัง สไตล์ญี่ปุ่นแนวคิด BASIC (เรียบง่าย) และ EXCITING (น่าตื่นเต้น) สำหรับคอลเลคชั่นฤดูกาล AW 18/19 นี้นั้นได้นำเสนอในธีม ‘NORTH IDENTITY’ หรือเอกลักษณ์ของชาวเหนือ โดยได้แรงบันดาลใจจากสไตล์สตรีทที่เกิดขึ้นในชนชั้นคนทำงานที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ อย่างเมืองแมนเชสเตอร์และลิเวอร์พูลช่วงปี 1990 ถึงปี 2000 ในคอลเลกชั่นนี้จะได้พบกับไอเท็มที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงความเป็นอังกฤษ อย่างเสื้อโอเวอร์โค้ท หมวกแก๊ปล่าสัตว์ ผ้าลายตาราง tartan และผ้าลายตาราง glen check จับคู่กับชุดกีฬาอย่างยูนิฟอร์มฟุตบอล และผสมผสานกับชุดทำงาน โดย BEAMS ได้เลือก 4 แนวคิดหลักที่มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษ ได้แก่ ชุดแบบดั้งเดิม ชุดกีฬา ชุดทำงาน และชุดทหาร พร้อมกับใส่ความสนุกสนานและการใช้งานได้จริงแบบ BEAMS ลงไป ออกมาเป็นคอลเลคชั่นที่เป็นสไตล์แปลกใหม่ BEAMS PLUS ‘All you need is IVY’ BEAMS
สำหรับสาวกมอเตอร์ไซค์คลาสสิกเรทโทรวันนี้ UNLOCKMEN จะพามาเจาะลึก 5 จุดเด่นของ “สตรีท สแครมเบลอร์” (Street Scrambler) รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสไตล์เรทโทร ที่มาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของความแข็งแกร่งและทนทาน พร้อมผจญภัยในทุกสถานการณ์ แต่ยังคงให้ความเท่ระดับไฮคลาส เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีรสนิยมหรูหรา แต่มีใจรักในการเดินทางในทุกสภาพถนนกัน คุณลักษณะสไตล์แอดเวนเจอร์ ไทรอัมพ์ “สตรีท สแครมเบลอร์” (Street Scrambler) โดดเด่นด้วยคุณลักษณะที่สามารถใช้งานได้ตรงตามเป้าหมาย ด้วยท่วงท่าการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสไตล์แอดเวนเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบตำแหน่งและความสูงของเบาะที่นั่งต่ำเพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ตามหลักสรีรศาสตร์การขึ้นคร่อมจึงทำให้ขับขี่ได้ง่ายและสนุก นอกจากนี้ยังมีแฮนด์บังคับอะลูมิเนียมปลายเรียวกว้าง หรูหราด้วยล้อแบบซี่ลวดด้านหน้าขนาด 19 นิ้ว รวมถึงท่อไอเสียคู่สแตนเลสอันงดงามให้เสียงและสไตล์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร พร้อมท่อเก็บเสียงสแตนเลสขัดเงาพร้อมกับแผ่นบังความร้อนสีดำที่ตัดกันอย่างมีสไตล์ ขุมพลังเครื่องยนต์บอนเนวิลล์แรงบิดสูง 900 ซีซี สำหรับ Street Scrambler นั้นมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์บอนเนวิลล์แรงบิดสูงขนาด 900 ซีซี พร้อมส่งกำลังขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลด้วยระบบเกียร์ 5 สปีดที่สามารถเปลี่ยนความเร็วได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะกับการใช้งานในเมืองและทางวิบากเป็นอย่างยิ่ง พร้อมมอบสมรรถนะการขับขี่ เสียงเฉพาะตัว รวมถึงประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจตลอดทุกการเดินทาง เทคโนโลยีที่เหนือระดับ มีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สนับสนุนผู้ขี่ให้รู้สึกมั่นใจขณะขับขี่ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็น ระบบ ABS ที่สั่งเปิดและปิดได้ด้วยคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หลังจากที่เคยปรากฏตัวมาแล้วครั้งหนึ่งบนจอเงินใน Spider-Man 3 แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างทำให้ซูเปอร์ฮีโร่มนุษย์แมงมุมฉบับ Tobey Maguire ภายใต้ชายคา Sony Pictures ไม่ได้ไปต่อ โดนตัดจบไว้แค่ภาค 3 ผู้ชมอย่างเราเหมือนโดนปล่อยเกาะ ลอยคออยู่กลางทะเล โดยที่ยังไม่ทันได้รู้จักกับตัวละครอย่าง Venom ดีพอ เวลาล่วงเลยมากว่า 11 ปี ในที่สุดเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมความยิ่งใหญ่ที่มากกว่าเดิม เนื่องจากคราวนี้ไม่ได้ปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบในภาพยนตร์เรื่องอื่น แต่ในฐานะตัวละครเอกในหนังเดี่ยวของตัวเอง ดังนั้นก่อนจะตีตั๋วเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ เรามาทำความรู้จักตัวละครนี้กันก่อนดีกว่า จะได้เต็มอิ่มกับอรรถรสของหนังโดยไม่ตกหล่นเรื่องข้อมูล ปรสิต Symbiote เจ้าปัญหา ถ้าจะอธิบายที่มาที่ไปของตัวละคร Venom ให้เข้าใจง่ายที่สุดคงต้องเริ่มจากทำความรู้จักเจ้าปรสิต Symbiote ซึ่งเป็นปรสิตที่มีต้นกำเนิดจากนอกโลก แต่ด้วยเหตุบางอย่างทำให้มันได้มาอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งเมื่อปรสิตเจ้าปัญหาตัวนี้ได้เข้าไปยึดครองร่างของใคร คน ๆ นั้นก็เปลี่ยนจากคนธรรมดากลายเป็น Venom ที่มาพร้อมพลังพิเศษทันที เมื่อการเป็น Venom ไม่เกี่ยวกับพลังพิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่ขึ้นอยู่กับว่าปรสิต Symbiote จะเข้าครอบครองร่างของใคร ดังนั้นในประวัติศาสตร์จักรวาล Marvel จึงมีผู้กลายร่างเป็น Venom มากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Spider-Man, Eddie Brock, Mac Gargan, Flash Thompson, Lee Price, Tel-Kar, Anne Weying, Patricia Robertson, Angelo Fortunato แต่ในภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายนี้จะเล่าเฉพาะ Venom ในร่างของ Eddie


