“รู้ไหมก่อนหน้านี้พี่ได้เงินเดือนแค่ 9,000 เราน่ะสบายแล้ว เงินเดือนตั้ง 15,000” เราเชื่อว่าชาว MILLENNIAL ที่เกิดมาในวันที่ความไฮเทคมากมายรายล้อม คงอยากเถียงแทบขาดใจกับคำสบประมาทบางอย่างของรุ่นพี่ยุคก่อน ทั้งคำกล่าวหาเรื่องความอดทน วุฒิภาวะการทำงาน หรือที่ร้ายกาจกว่านั้นคือเรื่องการจัดการเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ว่าเป็น Generation แห่งความฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินไม่เป็น เพราะทุกวันนี้ชาว MILLENNIAL จำนวนไม่น้อยกำลัง Run The World ด้วยการเป็นนักช้อปขาใหญ่ของตลาด ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่มีอายุนอกช่วงระหว่าง พ.ศ. 2524 และ พ.ศ. 2539 เราขอให้คุณเปิดใจมาอาบน้ำเย็น รับความต่างเผชิญหน้าเพื่อสร้างความเข้าใจกับปัญหาหนี้สินของเหล่ารุ่นน้องที่อาบ “น้ำเย็น” มาทีหลังจาก 6 เหตุผลเหล่านี้ แล้วคุณจะรู้ว่าชีวิตของพวกเขามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่ต่างจาก “น้ำร้อน” ที่คุณอาบมาก่อนที่ก็ไม่ง่ายเช่นกัน ส่วนชาว MILLENNIAL ถ้าคุณได้อ่านแล้ว จะออกมาให้ความเห็นหลังอ่านจบก็ได้ว่าสิ่งที่คุณเจอมันเป็นแบบนี้จริงไหม ผู้เขียนหวังว่านี่จะเป็นพื้นที่ปะทะทางความคิดเพื่อความเข้าใจ เพราะ “เงิน” ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในยุคไหนก็ตาม เด็กที่เกิดในยุคข้าวยากหมากแพง ตั้งแต่เกิดมา ชาว MILLENNIAL แทบไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่า
ในบ้านเรา การพิมพ์อะไรมั่ว ๆ บนโลกออนไลน์ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่นัก แต่สำหรับในต่างประเทศที่ซีเรียสในเรื่องผลกระทบจากการ Post อะไรมั่ว ๆ นั้นถือว่าจริงจังและรุนแรงมาก ไม่มีตัวอย่างไหนจะอธิบายความอันตรายของ Social Media ได้ดีเท่ากรณีของ Elon Musk แล้ว หลังโดนลงดาบจาก Securities and Exchange Commission (SEC) ปรับเงินจำนวนมากถึง $20,000,000 (660 ล้านบาท) และลาออกจากการเป็น Chairman ในบอร์ดบริหาร Tesla เป็นเวลา 3 ปี ทั้งหมดเป็นผลพวงจากการ Tweet แบบไม่คิดหน้าหลังเพียงครั้งเดียว “Sorry pedo guy, you really did ask for it,” ชื่อของ Elon Musk น่าจะถูกนำไปใช้เป็นตัวอย่างกรณีศึกษาด้าน Management Study ได้ดีมาก ในมุมนึง Musk เป็นเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ราวกับ
“THE FIRST STEP IS THE HARDEST.” ก้าวแรกยากที่สุด ยังเป็นประโยคที่ใช้ได้จริงกับคนที่อยู่ในทุกวงการเพราะไม่ว่าพวกเราจะแตกต่างกันแค่ไหน สุดท้ายเราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเดียวกันคือการตัดสินใจเพื่อ “เลือก” ที่จะ “ทำ” หรือ “ไม่ทำ” อะไรบางอย่างเสมอ เช่นเดียวกับการตัดสินใจสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนฝันไว้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงเพราะต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากมากมายโดยเฉพาะเรื่องการเงิน ครั้งนี้ UNLOCKMEN ขอชวนทุกท่านมาร่วมพูดคุยกับกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญต่อการทำธุรกิจของเราทุกคนอย่างธนาคาร ที่ล่าสุดสามารถคว้าความสำเร็จระดับโลกในวงการธนาคารมาครองจากการสร้างสรรค์ “Start Biz” นวัตกรรมแอปพลิเคชันชวนทึ่ง! ล้างระบบการทำธุรกรรมจากปึกเอกสารมาใช้ลายเซ็นแค่ลายเซ็นเดียวลงบน iPad (อย่าเซ็นเยอะ กลัวนิ้วล็อก) ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แต่เกิดจากความกล้า บ้าพลัง ใส่ใจลูกค้า และกัดไม่ปล่อยของทีมงาน ซึ่งก่อตัวขึ้นจากแนวคิดที่เราทุกคนต้องหลงรัก นี่คือโฉมหน้าของเสาหลักทีมผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ทางการเงินครั้งแรกในระดับโลกที่เรามีโอกาสร่วมพูดคุยด้วยทั้ง 5 คน ทีมที่รวมตัวกันจากต่างฝ่ายเพื่อร่วมงานด้วยคอนเซปต์ Agile และสร้างความสำเร็จระดับโลกที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ในครั้งนี้จาก SCB 1. คุณอาทิตย์ ศรีอัมพร (ตี้) – Commercial Banking Solutions Team 2. คุณบุณณพัฒน์ แก้วสถิตย์ (จอม)
“สวนสัตว์ดุสิต” หรือที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ เรียกติดปากมาตลอดชีวิตว่า “เขาดิน” กำลังจะปิดตัวลงในวันพรุ่งนี้ (30 กันยายน 2561) หลังจากที่ยืนหยัดอยู่คู่การเติบโตของเด็กผู้ชาย (และเด็กผู้หญิง) มาหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่แต่บางเสี้ยวของความทรงจำวัยเด็กย่อมมีภาพสวนสัตว์ใจกลางเมืองอย่างเขาดินผุดพรายขึ้นมาด้วยไม่มากก็น้อย ถ้าเขาดินเป็นคน อายุ 80 ก็หมายถึงวันวัยที่ร่วงโรยสู่วัยชราและพรุ่งนี้จะเป็นลมหายใจสุดท้ายที่เรายังพอมีโอกาสได้เจอกัน การจากกันครั้งนี้แม้จะทำให้ใครหลายคนอดใจหายไม่ได้ แต่ไม่ต่างจากการต้องพลัดพรากจากทุกสิ่ง ไม่ว่าคน สัตว์ สิ่งของที่เรารักจะจากไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะอยู่กับเราไปเสมอคือการเลือกจดจำสิ่งที่เรารักเหล่านั้นในมุมที่สวยงาม หรือต่อให้ไม่สวยงามแต่ก็เป็นมุมที่เราอยากจดจำ UNLOCKMEN จึงอยากร่วมโบกมืออำลาเขาดิน ในฐานะสวนสัตว์ที่เติบโตมาพร้อม ๆ กันในรูปแบบของเราเอง เรามั่นใจว่าช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมามีคนเลือกพูดถึงเขาดินทั้งในฐานะประวัติศาสตร์ ทั้งในฐานะความผูกพัน ทั้งในฐานะการให้ความรู้เรื่องสัตว์ จนทุกคนน่าจะเต็มอิ่มกับข้อมูลและข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้น UNLOCKMEN ขอร่วมร่ำลาเขาดินในแบบของเราด้วย “กาลครั้งหนึ่ง…เขาดิน” เรื่องเล่าที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปในความทรงจำและความรู้สึกว่าเราเลือกจดจำเขาดินไว้ในใจต่อจากนี้อย่างไร ร่วมด้วยรูปภาพสัตว์โลกตัวน้อยหลากชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขาดินที่เราคงอดคิดถึงพวกมันไม่ได้อีกนานแสนนาน กาลครั้งหนึ่ง…เขาดิน: กาลครั้งหนึ่งเราเคยตื่นเต้นกับสัตว์สารพัดชนิด ค่าง 5 สีสองตัวในรูปเหม่อมองเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่อยู่อีกฟากของกรงด้วยความรู้สึกแบบไหน เราก็ไม่อาจคาดเดาได้ แต่ความรู้สึกของเด็กชายอีกฟากกรงที่อยู่ไม่ไกลจากเรานักคือสิ่งที่เราสัมผัสได้อย่างแจ่มชัด น้องผู้ชายกระตุกมือแม่ซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่ค่าง 5 สีสองตัวนี้หาเหาให้กัน หยอกล้อกัน หรือขยับตัวไปมา
เปิดหน้า Interface ของแอปฯ Music Streaming ขึ้นมา ฟังเพลงอื่นได้สักพัก พอถึงเพลงโปรด เป็นต้องรีบกด Repeat ให้มันเล่นวนอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่อยากจะกดเลื่อนเพลงหนีไปแม้แต่นิดเดียว เชื่อว่าคอเพลงหลายคนเคยมีอาการแบบนี้แน่นอน และอาจจะไม่ได้เป็นแค่เพลงสองเพลง แต่เป็นมาหลายเพลง ค่อย ๆ ผลัดเปลี่ยนไปว่าวันนี้อยากฟังเพลงอะไร แล้วก็จะฟังมันไปทั้งวัน หรือสัปดาห์ก็มี UNLOCKMEN จะชวนมาไขคำตอบ ว่าทำไมคนเราถึงชอบเพลง ๆ นึงมากพอที่จะฟังเพลงนั้นซ้ำ ๆ ได้ตลอด พร้อมทางออกสำหรับหาเพลงใหม่ ๆ ฟังล้างหูกันบ้าง อาการมันเป็นยังไง ? อาการนี้มันจะกำเริบอยู่เสมอ เวลาเราเกิดติดใจเพลงไหนมาก ๆ จนอยากจะฟังมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะฟังติดกันในทันที วนไปซ้ำ ๆ หรือจะเป็นการฟังสลับไปมา แต่วันนึงนับแล้วก็ฟังเพลงนี้มาหลายรอบแล้วเหมือนกัน จนรู้สึกว่าหากขาดเพลงนี้ไปมันจะเหงาแปลก ๆ เหมือนอะไรบางอย่างหายไป จนต้องเปิดเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งจนได้ และนั่นหมายความว่า วันนั้นเราก็ได้ฟังเพลงนี้ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้ว อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพราะมันคือ Earworm ของเพลงฮิตที่ติดหูคนทั่วโลกอย่าง Gangnam Style, My Humps, Bon Bon หรือเพลงประมาณนี้ที่ไปไหนก็ต้องได้ยิน มันวนเวียนอยู่ในหัวของเราทั้งวัน
ขับรถตอนกลางคืนทีไร ถ้าไม่มีเพื่อนรู้ใจนั่งข้าง ๆ เป็นต้องปิดปากกลั้นหาวกันตลอด เปิดวิทยุฟังก็เบื่อเพลงที่ไม่ถูกใจเอาเสียเลย ลองเป็น PLAYLIST NIGHT DRIVE จากเรา ที่คัดเพลงฟังสบายแต่ไม่หน่วงจนชวนหลับไว้ให้ถึง 20 เพลงจุใจ ถึงจุดหมายปลายทางกันแบบไม่ต้องจอดนอนข้างทาง แต่ถ้าง่วงมากเราขอแนะนำให้จอดนอนก่อนจะปลอดภัยกว่า ใครที่สะดวกฟังบน Spotify เราจัด Playlist ไว้ให้ Follow ไว้ฟังกันง่าย ๆ เหมือนเดิม hellogoodbye – I’ll Keep On Following You Appleby – Like U Sean Sison – Tonight Chet Faker – To Me Peach Pit – Drop The Guillotine Glass Animals – Gooey LANY –
ไม่รู้ว่าบุรุษที่ชื่อว่า Kanye West หนึ่งวันมีเวลากี่ชั่วโมงกันแน่ หลังจากปีนี้ปล่อยโปรเจคทั้งงาน Collabs และงานส่วนตัวออกมาถี่ตลอดทั้งปี ทั้งในส่วนของงานแฟชั่น อีเวนท์ รวมไปถึงการทำโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินต่าง ๆ จนแฟนทั้งหลายคิดว่าคงอดเห็นงานเพลงของตัวเค้าไปแล้วเป็นแน่แท้ ล่าสุดเจ้าตัวพึ่งปล่อย Hint ผ่านโพสต์ในอินสตาแกรมเพื่อชี้ชัดไม่มีกั๊กว่า Kanye กำลังเตรียมปล่อยสตูดิโออัลบั้มที่ 9 ในชีวิตออกมาในวันที่ 29 : 09 : 18 โดยจะใช้ชื่อว่า YANDHI ตลอดปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองเลยก็ว่าได้สำหรับ Kanye West ไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับ Streetwears อย่างรองเท้าตระกูล YEEZY ซึ่งจะ Restock ครั้งใหญ่เร็วนี้ ไปจนถึงการรับตำแหน่ง Creative Director งานอีเวนท์ให้กับ PornHub แถมช่วงกลางปียังปล่อยอัลบั้มอย่าง “YE” ไหนจะงานเบื้องหลังโปรดิวเซอร์ของค่ายที่ตัวเขาเป็นเจ้าของซึ่งรู้จักกันในนาม G.O.O.D Music ให้กับศิลปินอย่าง Kid Cudi (Kid see Ghost) และ Pusha T (DAYTONA) พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลอย่าง XTCY และล่าสุด
กลับมาอีกครั้งสำหรับการร่วมมือกันระหว่างโคตรแบรนด์สตรีทอย่าง Supreme และเจ้าพ่อแบรนด์กีฬาอย่าง NIKE หลังทั้งสองได้ปล่อย Collaboration ชุดล่าสุดออกมาให้เราได้ยลโฉมกันในชุด SUPREME x NIKE FW2018 Collection ซึ่งคงจะถูกใจเหล่าแฟนเดนตายที่หลงใหลใน Vintage Sportswear ไม่มากก็น้อย เพราะผลงานชุดล่าสุดนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นเสื้อผ้ายุค 90’s ที่อัดแน่นเอาไว้เต็มเปี่ยม Retro 90’s Styles จุดเด่นของคอลเลกชันคือการดึงเอาเสน่ห์ของเสื้อผ้า Vintage Sportswear ย้อนยุคให้กลับมาโลดแล่นอยู่บนรันเวย์แฟชั่นยุคปัจจุบันอีกครั้งตามกระแสนิยม ไม่ว่าจะเป็น Jacket, Vest, Hooded Sweatshirt, Crewneck, Jacquard Polo ไม่เพียงแค่นั้น Nike ยังหยิบเอา Retro Swoosh ดั้งเดิมของแบรนด์ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี 1978 กลับมาอีกครั้ง เมื่อทั้งสองอย่างมารวมกันทำให้เสื้อผ้า Collection นี้ทวีคูณความคลาสสิกขึ้นเป็นเท่าตัว ถ่ายทอดผ่าน 4 โทนสีหลักได้แก่ Maroon, Yellow, Navy และ Black ซึ่งแต่ละชุดจะออกมาถูกใจผู้ชายอย่างเราแค่ไหนไปดูกัน Work Jacket
“ย้อนเวลา” พูดถึงประเด็นนี้ทีไรเชื่อว่ามนุษย์ร้อยทั้งร้อยต้องเคยใฝ่ฝันให้ตัวเองย้อนเวลาได้สักครั้งในชีวิต บ้างก็เพื่อกลับไปเจอคนในอดีตที่จากเราไปแล้วไกลแสนไกล บ้างก็หวังว่าถ้ากลับไปเปลี่ยนบางอย่างได้ บางอย่างที่เลวร้ายอาจไม่เกิดตามมา เราล้วนแต่จินตนาการเรื่องการย้อนเวลาไปในรูปแบบของเราไว้มากมาย แต่น้อยครั้งเหลือเกินที่เราจะคิดถึงผลกระทบของการฝืนกฎแห่งกาลเวลา และหนัง 5 เรื่องต่อไปนี้จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเวลาที่สำคัญที่สุดของมนุษย์อย่างเราอาจเป็น “ปัจจุบัน” ไม่ใช่อดีต หรืออนาคต รวมถึงทำให้เราตระหนักได้ว่าการไหลไปตามกาลเวลาตามปกติแต่รู้เท่าทันมันนั่นแหละคือสิ่งที่ล้ำค่าเท่าที่มนุษย์อย่างเราจะได้รับแล้ว About Time จะดีแค่ไหนถ้าเรากลายเป็นผู้ชายที่ได้รับมรดกตกทอดพิเศษจากปู่ สู่พ่อ มาถึงเรา โดยมรดกตกทอดพิเศษที่ว่าก็คือ “การย้อนเวลา” ได้ และแน่นอนว่าทิม เลค ตัวเอกของเรื่องก็เลือกที่จะย้อนกลับไปแก้ไขรายละเอียดที่ผิดพลาดให้ตัวเองและคนที่เขารักเสมอ ๆ บางเรื่องย้อนเพียงรอบเดียวก็แก้ได้หมด ในขณะที่บางเรื่องก็ต้องแก้แล้วแก้อีกกว่าจะได้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบ ชีวิตของการย้อนเวลาดำเนินต่อไปแบบเหมือนจะราบรื่น จนวันหนึ่งเขาเองตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขทุกอย่างเพื่อทุกคนได้ เพราะเมื่อมีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนมันสร้างผลกระทบต่ออีกสิ่งหนึ่งเสมอ ประเด็นดูจะหนักหน่วง แต่ About Time เป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ชวนอมยิ้มกับทุกความรักสุดละมุน ไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่เป็นความรักในครอบครัว จนจะทำให้เราระลึกได้ว่าความสุขเรียบง่ายอย่างการได้เดินเคียงข้างพ่อในวันฟ้าสดใสนั้นมันดีเพียงใด The Curious Case of Benjamin Button เราล้วนเติบโตตามหลักการหมุนของเข็มนาฬิกาอย่างปกติสุข เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นทารกก่อนจะแก่ลง ๆ ร่วงโรยเหี่ยวเฉาตายลงไป แต่กับ Benjamin Button เขากลับมีชีวิตแบบทวนเข็มนาฬิกา เติบโตมาด้วยโรคร้ายบางอย่างที่สาปให้เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยความร่วงโรย แก่หงำเหงือก


