เหนื่อยล้าจากสิ่งรอบตัวในชีวิตที่รุมเร้า จนรู้สึกว่าไม่เหลือช่องว่างให้เราได้รู้สึกดีเลยในแต่ละวัน อย่าปล่อยให้เรื่องแย่ ๆ มาแย่งพื้นที่ความสุขที่เราควรจะมีในทุก ๆ วันไป ลองเติมความสุขให้ตัวเองด้วยเรื่องราวดี ๆ อย่างหนัง FEEL-GOOD 5 เรื่องที่ UNLOCKMEN อยากแนะนำให้หนุ่ม ๆ ได้ลองเปิดดูในช่วงเวลาที่ชีวิตมันตึงเสียเหลือเกิน มาเพิ่มความสุข เพิ่มอะไรดี ๆ ให้หัวใจได้กลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งเผื่อเราจะได้มองชีวิตในแง่ดีขึ้น อะไร ๆ อย่างอื่นอาจจะดีขึ้นตามไป Notting Hill (1999) Director : Roger Michell เรื่องราวอบอุ่นหัวใจของหนุ่มเชย ๆ ที่เป็นเพียงเจ้าของร้านหนังสือ ที่วันนึงกลับมีลูกค้าเป็นดาราสาวฮอลลีวูดที่ใคร ๆ ต่างก็หลงรักเธอ เขาเองก็เหมือนกัน แต่ใครจะคิดว่าเขาจะกลายเป็นคนที่ได้สานสัมพันธ์กับเธอจริง ๆ แต่การเป็นแฟนกับเซเลบฯมันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เขาคิด มาดูกันว่าสุดท้ายเรื่องราวที่เป็นเหมือนฝันของผู้ชายทั่วโลกจะกลายเป็นจริงได้หรือไม่ บรรยากาศในเรื่องที่ช่วยส่งให้เรื่องดูจริงและโรแมนติก การเดินเล่นในย่านตัวเมือง ตลาด นอนเล่นในสวน ยิ่งเติมเต็มความฝันให้ผู้ชายธรรมดา ๆ ทั้งโลก เพราะหนุ่ม ๆ ที่ไหนก็มักจะมีดาราสาวในฝันของตัวเองกันทั้งนั้น The Intern (2015)
เดินทางเข้าสู่ปีที่ 90 แล้วสำหรับ Mickey Mouse ตัวการ์ตูน Iconic ซึ่งแน่นอนว่าต้องเคยผ่านตาผู้ชายอย่างเรากันมาบ้างในวัยเด็ก แต่ที่สำคัญกว่าคือในวาระนี้ มีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 จิตวิญญาณลูกผู้ชาย หนึ่งคือ Vault by Vans และอีกหนึ่งคือ Disney โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านศิลปินชื่อดัง 4 คน แถมเลือกใช้รองเท้า Signature High-Top อย่าง Vans OG SK8- Hi LX เป็นโมเดลหลักอีกด้วย ไปดูกันว่าคอลเลกชันไหนของใครจะโดนใจกันบ้าง x John Van Hamersveld ขาใหญ่วงการกราฟิกดีไซน์ตั้งแต่ยุค 60’s ผู้เคยออกแบบปกอัลบั้มให้กับศิลปินในตำนานอย่าง Jimi Hendrix, The Rolling Stone และยังทำงานเกี่ยวกับแวดวงดนตรีอีกมากมาย เขาเป็นเหมือนตัวแทนกราฟิกตี้ของชาวแคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยผลงานที่โดดเด่นคือการใช้สีสันเป็นตัวแทนอารมณ์การแสดงออก ผสมผสานความสดใสของการเล่นเซิร์ฟและดนตรี งานออกแบบครั้งนี้เขาแสดงมันผ่านตัวการ์ตูน Mickey Mouse แทนกลุ่มคลื่นที่พวกเราคุ้นเคย x Mark
ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดของ American heavy metal band ชนิดเด็กแรกเกิดยังคุ้นชื่อ เส้นทางดนตรีคงไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่าชื่อของ Metallica อีกแล้ว เก๋ามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ตั้งแต่ปี 1981 ที่ดังเป็นพลุแตกจากผลงานอัลบั้มที่ 3 ‘Master of Puppets’ ถือเป็นหนึ่งใน 5 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคนั้นเลยก็ว่าได้ แต่นอกจากจะร้อนแรงทางรูหูแล้ว วันนี้ชาวคณะ Metallica ยังขยายตำนาน เอาความร้อนแรงหนักแน่นมาใส่ในขวดเหล้า ให้ชาวเราได้ลิ้มรสชาติหนัก ๆ ทางปากและลิ้นสัมผัสบ้าง ด้วยการเปิดตัว ‘Blackened American Whiskey’ เครื่องดื่มมีดีกรีใหม่ล่าสุด ซึ่งแฟนเพลงคงคุ้นกับชื่อนี้ดี เพราะเค้าตั้งตามชื่อ Single แรก และเป็น Single ที่ดังที่สุดจากอัลบั้มที่ 4 ‘…And Justice for All’ ในปี 1988 หลายคนอาจสงสัย ว่าอยู่ ๆ จากนักดนตรีจะโดดมาบ่มเหล้าเลยทันทีแล้วรสชาติมันจะดีหรือ ‘Blackened American Whiskey’ เป็นการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก Metallica กับ master distiller ‘Dave Pickerell’ เจ้าของ WhistlePig Rye Whiskey ที่โด่งดังในอเมริกา ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าการสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา
“การรู้จักตัวตนของเราเองคือจุดเริ่มต้นของความรอบรู้ทั้งหมด” อริสโตเติล นักปรัชญายุคกรีกโบราณเคยได้กล่าวเอาไว้ และถึงเวลาจะผ่านมานับพันปี แต่คำพูดของเขายังคงเป็นอะไรที่จริงแท้ แบบที่ผู้ชายยุคใหม่ผู้รักการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างเราปฏิเสธไม่ได้ เพราะการเป็นผู้ชายซึ่งเต็มที่กับชีวิตรอบด้าน ย่อมอยากจะไปให้สุดทางในทุกสิ่ง จะทำงานก็ต้องออกมาให้โดดเด่นที่สุด เรื่องการใช้ชีวิตก็ต้องเป็นชีวิตที่สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างที่สุด แต่พวกเราคงไม่อาจเต็มที่กับชีวิตทุกด้านได้อย่างแท้จริง หากเราไม่รู้ว่า “ตัวตนที่แท้จริงของเรา” คือใครกันแน่ แต่ถึงกระนั้น พวกเราอาจไม่จำเป็นต้องลงลึกเพื่อเข้าถึงตัวตน หรือเข้าถึงปรัชญาที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งอย่างที่อริสโตเติลกล่าว แต่เราก็สามารถเลือกมีชีวิตที่แปลกใหม่ แตกต่างและโดดเด่นในแบบของเราเองได้ ด้วยการค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ตามหาและค้นพบตัวตนของเราในทุก ๆ ย่างก้าวที่เราเดิน ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบตัวเองจากการได้ทำงานที่เราหลงใหล, ค้นพบตัวเองจากการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงไปกับกิจกรรมที่กระตุ้นให้เลือดสูบฉีด อะดรีนาลีหลั่งไหล หรืออาจเป็นการได้ค้นพบตัวเองจากการพักผ่อนที่ตอบสนองทุกความต้องการส่วนตัวของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ DISCOVER YOUR BASE, DISCOVER YOURSELF ด้วยเหตุนี้พื้นที่ชีวิตหรือที่อยู่อาศัย จึงเป็นอีกเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด เพราะพื้นที่ชีวิตที่เราใช้ทำงาน ใช้ชีวิตและใช้เพื่อการพักผ่อนคือปัจจัยหลักในการค้นพบตัวตนของเราได้อย่างชัดเจนและลุ่มลึกที่สุด และคงจะดี หากเราสามารถหาพื้นที่อยู่อาศัยที่กระตุ้นให้เราได้ค้นพบความแปลกใหม่ที่แตกต่าง ขับเคลื่อนให้เราโดดเด่น แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ได้โลดแล่นและเป็นตัวของตัวเอง จากพื้นฐานความเข้าใจนี้ THE BASE Sukhumvit 50 คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดย่านสุขุมวิทจากแสนสิริ จึงถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยแนวคิดที่ต้องการเป็นพื้นที่ซึ่งตอบโจทย์การค้นพบตัวเองให้ผู้ชายอย่างเราได้อย่างลงตัว จนสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่านี่คือพื้นที่ที่ Complete Your
ใจคนเรายากแท้หยั่งทำ ดูจะเป็น Cliche ที่ได้ยินกันมาตั้งแต่พระเจ้าเหาจนถึงตอนนี้ แต่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงได้เพราะมันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราทุกคน ชีวิตเราต้องเจอ Mind Game จากคนรอบตัว หรือแม้แต่ตัวเราเองที่ชอบเล่นเกมนี้กับคนอื่นอยู่เสมอ ลองเปลี่ยนชีวิตจริงมาดู Mind Game จากภาพยนตร์ที่ UNLOCKMEN อยากแนะนำกันบ้าง กับ PSYCHOLOGICAL THRILLER 5 เรื่อง ที่เราพยายามเลือกเรื่องที่ไม่ได้เป็นหนังกระแสหลักมากนักมาให้ได้ดูกัน ไม่งั้นคงเบื่อแย่ที่เปิดลิสต์หนังเว็บฯไหนก็มีแต่เรื่องเดิม ๆ บอกไว้ก่อนว่าลิสต์นี้เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนหนังกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นการจัดอันดับหนังดีใจดวงใจ ไม่ต้องน้อยใจไปหากหนังในใจของคุณไม่อยู่ในลิสต์นี้ Perfume: The Story of a Murderer (2006) Director : Tom Tykwer เรื่องราวของฆาตกรหนุ่มที่จบชีวิตลงด้วยโทษประหารที่สังคมมองว่ามันสมควรแก่การกระทำของเขาแล้ว Grenouille หนุ่มที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการรับกลิ่น และสัมผัสสุดพิเศษที่เขาได้มาเป็นเหมือนพรจากพระเจ้า แต่เขากลับนำมันมาใช้ในทางที่ผิด เมื่อวัตถุดิบในการทำน้ำหอมของเขานั้นพิสดารขึ้นไปเรื่อย ๆโดยพื้นหลังของเรื่องเกิดขึ้นในกรุงปารีส แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน้ำหอม แต่ภาพยนตร์จะเผยอีกด้านที่ไม่ได้สวยงามนักให้เราได้เห็นกัน The Killing of a Sacred Deer (2017) Director : Yorgos
ชีวิตยุ่งเหยิง คิดไอเดียดี ๆ ได้แล้วกลับลืม หาหุ้นหรือหาเหรียญ Crypto น่าสนใจพร้อมราคาในใจที่น่าเข้า บัญทึกค่าใช้จ่ายสารพัดจากทริป หรือแพลนนัดไว้ในหัวว่าจะทำนู่นนี่แต่ To Do List ดันหายไปจากความจำบ้างหรือเปล่า ลองนึกถึงว่าความยุ่งเหยิงเหล่านั้นเป็นเอกสารที่ไม่ได้จัดประเภทไว้ จะหาอะไรแต่ละครั้ง หาไม่เจอก็คงไม่แปลก แต่ถ้ามันถูกจัดระเบียบไว้เป็นอย่างดี เราจะหยิบมันขึ้นมาได้ภายในเวลาอันสั้น ลองหาทางออกให้ตัวเองด้วยวิธีง่าย ๆ กันดีกว่า ด้วยการจดโน้ต วิธีง่าย ๆ แบบนี้นี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Manual จดบนกระดาษจริง หรือจะจดในสมาร์ทโฟนที่เป็นทุกอย่างให้เราแล้วก็ได้ทั้งนั้น UNLOCKMEN จะพาไปดูถึงข้อดีของมันและเทคนิคการจดโน้ตให้เป็นนิสัย เชื่อเถอะว่าพอได้ลองแล้ว ชีวิตเราจะง่ายและเป็นระเบียบขึ้นเยอะ การจดโน้ตไม่ใช่แค่เรื่องของการเตือนความจำ จดเบอร์โทรศัพท์ หรือข้อความที่คนอื่นฝากไว้เท่านั้น แต่มันมีประโยชน์กับเรามากกว่าที่คิด มันช่วยให้เราพัฒนาการฟัง คิด มองภาพให้ออก และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาตามที่เราเข้าใจ เพราะว่าเราไม่อาจจดจำทุกอย่างในชีวิตไว้ในหัวของเราเพียงอย่างเดียว วันไหนแฮงก์ วันไหนทำงานจนจะร่วงหน้าคอมพ์ฯ มันคงได้เกิด Human Error กันบ้าง และเราคงไม่เสี่ยงที่จะเอาข้อมูลสำคัญไว้ในสมองที่ต้องแบกภาระเยอะแยะเป็นทุนเดิมกันอยู่แล้วใช่มั้ย ? ลองใช้การจดโน้ต มาจัดระเบียบชีวิตของเรา เรื่องสำคัญที่ต้องทำ
ในช่วงวันฝนตกแถมรถยังติดคงเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดอยู่แล้วสำหรับผู้ชายแบบเรา แต่ถ้าดันซวยเกิดเครื่องยนต์ดับแบตหมดท่ามกลางสายฝนแล้วละก็คงเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกที่ต้องตามช่างมาช่วยจั๊มแบตในสถานการณ์แบบนั้น แต่ปัญหานี้จะกลายเป็นเรื่องเล็กในทันทีถ้าคุณมีอุปกรณ์อย่าง NOCO : Genius Boost ติดรถเอาไว้ NOCO : Genius Boost เป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบพกพามาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยเฉพาะของ NOCO ที่ป้องกันการเกิดประกายไฟระหว่างใช้งานรวมถึงป้องกันกระแสไฟย้อนกลับขั้วและที่สำคัญคือป้องกันน้ำได้ ทำให้หมดกังวลแม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจเพราะถึงคุณเป็นผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยกับการจั๊มแบตเตอรี่รถยนต์ก็สามารถใช้งานได้สบาย ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย NOCO ยังออกแบบให้ Genius Boost มีถึง 5 รุ่นซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีความเหมาะสมกับขนาดของแบตเตอรี่และเครื่องยนต์ของรถรุ่นนั้น ๆ อีกด้วยโดยไล่ตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตรไปจนถึง 10 ลิตรเลยทีเดียว นอกจากนั้นทุกรุ่นยังมีฟังก์ชันการใช้งานเสริมไม่ว่าจะเป็นไฟฉายในกรณีรถเสียเวลากลางคืน หรือการทำหน้าที่เป็น Power Bank สำหรับชาร์จ Smartphones , กล้อง GoPro หรือหูฟัง Wireless ก็ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำงานเล็กก็ได้งานใหญ่ก็ดี ครบเครื่องในหนึ่งเดียว ต้องบอกว่าหมดยุคพกสายจั๊มแบตแล้ว ต่อไปแม้เราจะพบเจอปัญหาแบตเตอรี่หมดไม่ว่าที่ไหนสถานการณ์ใด ก็สามารถเอาตัวรอดผ่านไปง่าย ๆ ด้วย NOCO : Genius Boost หมดปัญหาต้องรอขอความช่วยเหลือที่แสนยากเย็นเหมือนที่เคยผ่านมาเสียที
EQ Silver Arrow เป็นคอนเซ็ปต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล่าสุดจาก Mercedes-Benz ผลงานชิ้นโบว์แดงของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบอย่าง Gordon Wagener ที่มาพร้อมกับกับนวัตกรรมแห่งอนาคตอัดแน่นไว้เต็มคัน ซึ่งความแตกต่างและล้ำหน้าของมันทำให้เราเชื่อว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนจะกล้าปฏิเสธการได้เป็นเจ้าของอย่างแน่นอน Electric Car จากค่ายรถยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์คันนี้เปิดตัวเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาใน Monterey Car Week แคลิฟอร์เนีย โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้เกียรติกับรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกของปี 1937 อย่าง Mercedes W125 ซึ่งถ่ายทอดต้นแบบการพัฒนารถยนต์ที่นั่งเดียวมาสู่ปัจจุบัน EQ Silver Arrow คันนี้มาพร้อมกับขุมพลัง 750 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าขนาด 80 กิโลวัตต์ ซึ่งถูกพัฒนาให้เสียงเบาสวนทางกับความแรงของเครื่องยนต์ แต่เสริมฟังก์ชันสำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบความดุดัน ด้วยระบบการขับแบบ Sport และ Sport+ สามารถปล่อยเสียงเครื่องยนต์ให้ดุดันสนั่นหูแบบ Mercedes-AMG V8 หรือ Formular 1 ได้โดยสามารถทำระยะการวิ่งได้ประมาณ 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้ง ดีไซน์ภายนอก EQ Silver Arrow มาพร้อมรูปทรงคล่องตัวด้วยความยาวตั้งแต่หัวจรดท้ายเพียง 5.3 เมตร ในเฉดสี Alubeam Silver รูปทรงโค้งมนที่จะสร้าง Aerodynamic ซึ่งจะช่วยเสริมสมรรถนะทั้งในด้านการทำความเร็วและระบบเบรก
อาจเป็นเพราะการเริ่มต้นด้วยความเข้าใจของศิลปินหรืออาจเป็นเพราะความคิดแบบเหมารวมของผู้คนในสังคมไทยที่ว่า งานศิลปะและศิลปินเป็นสิ่งที่แปลกแยกไปจากสังคม ไม่ได้มาซึ่งประโยชน์อะไรต่อผู้ใดเลยนอกจากศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้การชื่นชมและเข้าใจผลงานศิลปะกลายเป็นเรื่องไกลตัว จับต้องได้ยาก และดูจะห่างไกลจากชีวิตอันเร่งรีบของคนทั่วไปซะเหลือเกิน การชื่นชมงานศิลปะจึงเป็นเรื่องของบุคคลที่มีเวลาและมีทรัพย์สินมากจนเหลือกินเหลือใช้แล้ว ความคิดในลักษณะนี้อาจเป็นความคิดที่ถูกต้องในด้านหนึ่ง เพราะหากเปรียบเทียบเป็นสินค้าแล้ว ผลงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงหรือจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ มักถูกซื้อขายให้กับผู้ที่มีฐานะดีในราคาที่สูง ไม่ต่างจากการจ่ายค่าบูชาพระเครื่องชื่อดังที่การซื้อขายแต่ละครั้งก็เป็นข่าวให้พูดถึงกันไป แต่สิ่งที่เป็นข่าวมักเป็นจำนวนหลักตัวเลขของราคาซะมากกว่า น้อยครั้งหรือแทบจะไม่เคยปรากฏว่าสื่อได้นำเสนอเนื้อหาสาระอันเป็นแก่นของผลงานราคาแพง ทำให้ผู้ที่มีฐานะปานกลางหรือผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตนเองต่างลงความเห็นกันอยู่ในใจว่าพวกเขาไม่มีโอกาสครอบครองงานศิลปะดีๆ จากศิลปินชั้นเยี่ยมเหล่านั้น ประเทศไทยมีศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพิ่มขึ้นทุกวัน มีสถาบันที่ให้การเรียนการสอนศิลปะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่แทบจะนับจำนวนสถานที่ฝึกสอนและจำนวนคนเรียนได้เป็นรายบุคคล การสนับสนุนให้ผู้คนเกิดการรับรู้ก็มีมากขึ้น แต่อย่าพึ่งพูดถึงการสะสมผลงานศิลปะเลย แม้แต่การไปชื่นชมผลงานศิลปะตามแหล่งที่จัดนิทรรศการต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากการเดินทางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามปกติก็ยังเป็นกิจกรรมลำดับท้าย ๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะเลือกทำ หรืออาจไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำไป ทำให้แนวคิดที่ว่า เรื่องศิลปะเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับชีวิต กลายเป็นเรื่องจริง! หากมองในเชิงธุรกิจแล้ว ให้ศิลปะเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่มีละคร เกมโชว์ และสิ่งบันเทิงต่าง ๆ เป็นคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ศิลปะคงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่ไม่น้อย หากแข่งขันภายใต้วิธีการเดียวกัน เพราะในขณะที่คู่แข่งมีทุน มีเทคนิค มีรูปแบบเนื้อหาที่ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ผู้ชมยังได้ตื่นตาตื่นใจกับดารานักร้องหน้าตาหล่อสวย หัวเราะสนุกสนานกับบรรดาสารพัดตลก เร้าใจไปกับเกมโชว์ต่าง ๆ แม้แต่ร่วมลุ้นรางวัลที่สามารถมีส่วนร่วมได้ด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อแต่งตัวออกจากบ้านแล้วเดินทางไปหอศิลป์แห่งหนึ่งเพื่อชมงานศิลปะของศิลปิน เราอาจรู้สึกว่าโอกาสที่ศิลปะจะเข้าถึงจิตใจของผู้คนในสังคมดูจะมีน้อย แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า เป็นโอกาสดีที่ศิลปะยังจะมีโอกาสได้เติบโตอีกมาก เพราะยังมีการตั้งคำถามว่าศิลปะคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และจะเข้าใจศิลปะได้อย่างไร


