One Piece เป็นการ์ตูนอีกหนึ่งเรื่องที่อยู่คู่กับนิตยสาร Shonen Jump และผู้อ่านมาอย่างยาวนาน การ์ตูนที่ว่าด้วยโจรสลัดและการผจญภัยในท้องทะเลอันกว้างใหญ่โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา One Piece มีอายุครบ 21 ขวบเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่าจะผ่านวัยบรรลุนิติภาวะมาแล้วกว่า 1 ปี แต่ One Piece ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบง่าย ๆ แถมเนื้อเรื่องช่วงนี้ยังกลับมาเข้มข้นแบบสุด ๆ ชนิดที่ว่าพลาดไม่สักตอนเดียว อย่างไรก็ตามวันเกิดอายุ 21 ปีมาเยือนทั้งทีก็ต้องมีอะไรมาฝากแฟน ๆ หน่อย ซึ่ง อ.เออิจิโระ โอดะผู้เขียนก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ล่าสุด อ.ได้เปิดเผยออกมาว่าในตอนนี้เนื้อเรื่องดำเนินมาแล้วกว่า 80% ดังนั้นตอนจบที่แฟน ๆ หลายคนรอคอย บางคนตั้งธงไว้ด้วยซ้ำว่าการได้อ่าน One Piece ตอนจบคือ Bucket List ที่ต้องทำให้สำเร็จคงใกล้มาถึงแล้ว (คาดการณ์กันว่าคงอีกประมาณ 7-10 ปี ถึงจะฟังดูไม่ใกล้เคียงกับคำว่าเร็ว ๆ นี้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่รู้เลยว่ามันจะจบเมื่อไร) วันนี้ผู้เขียนในฐานะที่เป็นโอตาคุคนหนึ่งและติดตาม One
ลมหายใจเข้าออกของผู้ชายขั้นสุดอย่างพวกเรานอกจากการใช้ชีวิตแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องงาน การทำงานคือหลอดเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและความฝันของเราให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่เพียงเท่านั้นหนังสือ The Brain and the Meaning of Life ที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยายังระบุไว้ว่า “การทำงานคือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มนุษย์รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า” เวลา 1 ใน 3 ของชีวิต Urban Men อย่างเราจึงใช้ไปกับการทำงานในแต่ละวัน เพราะการทำงานทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า และตอบสนองความก้าวหน้าแบบบ้าพลังสุด ๆ ของเราได้อย่างเต็มสูบ แต่การก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว โดยหลงลืมด้านอื่น ๆ ของชีวิตไป อาจทำให้ชีวิตขาดความสมดุลได้ เหมือนที่ Heather Schuck นักธุรกิจและ CEO กล่าวไว้ว่า “การทำงานจะไม่มีวันทำให้คุณมีความสุขได้อย่างแท้จริง จนกว่าคุณจะมีความสุขกับชีวิตเสียก่อน” “Life Well Balanced” หรือการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ระหว่างการทำงานอย่างเต็มที่และการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่จึงเป็นเรื่องที่ผู้ชายผู้แสนบ้าคลั่งกับการงานอย่างเรา ๆ ต้องให้ความสำคัญกับมันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะความรู้สึกสมดุล ผ่อนคลายและมีความสุขในชีวิตเท่านั้น แต่งานวิจัยชื่อว่า Worked to Death: The Relationships of
หากพูดถึงการ workout ในแง่ของการส่งเสริมบุคลิกภาพนั้น จะเห็นได้ว่าบางท่านไม่ค่อยเน้นการออกกำลังกายช่วงล่างเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับช่วงขา อาจเป็นเพราะอยากให้ร่างกายช่วงบนดูดี ร่างเป็น V-shape ก็เลยไม่ค่อยใส่ใจกับขาที่พาเราไปสู่จุดหมายเท่าไหร่นัก อันที่จริงแล้วการมีกล้ามเนื้อขาสวยงาม และมีขนาดที่เหมาะสม จะทำให้เราดูสมส่วนไปทั่วร่าง ดูดีกว่าการที่ตัวใหญ่แต่ขาเล็ก ส่วนในเรื่องประสิทธิภาพที่ส่งผลกับร่างกายนั้นยิ่งกินขาด เพราะการมีช่วงขาที่แข็งแรงจะทำให้เราทรงตัวได้มั่นคงกว่า เดินเหินได้คล่องตัว และวิ่งได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ยิ่งใครที่เป็นสายวิ่งยิ่งต้องการขาที่แกร่ง เพื่อไปสู่เส้นชัยได้ไกลกว่า แบบนี้ต้องลุยหนักกับช่วงล่างกันหน่อยแล้ว ถ้าไม่รู้ว่าเริ่มต้นอย่างไรดี UNLOCKMEN มีวิธีการฟิตกล้ามขาของ BJ Gaddour อดีต fitness director ชื่อดังมาฝากกัน รับรองว่ารากฐานของคุณจะมั่นคงขึ้น 1. Squat มันส์ทุกวัน ท่า squat ถือเป็นท่าพื้นฐานของการออกกำลังกายช่วงล่าง และเพื่อผลการฝึกที่ดีที่สุด ก็ควรจะทำมันทุกวันมันส์สุด ๆ ไปเลย โดยพยายามทำท่านี้ให้หลากหลาย และทำให้ได้มากที่สุดด้วยท่าทางที่ถูกต้อง เราแนะนำให้ใช้ดัมบ์เบลล์ หรือบาร์เบลล์ไปด้วย ฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง (จ-พ-ศ) ส่วนวันอื่นให้ใช้แต่น้ำหนักตัวเรา ฝึกครั้งละประมาณ 5-10 นาที โดยวันที่ใช้อุปกรณ์ฟรีเวทนั้น ควรฝึกด้วยน้ำหนัก และจำนวนครั้งที่สลับกัน
อีกหนึ่งความคลาสสิกที่หยิบเอามาฟังได้ตลอดกับเพลงจากวงอังกฤษ ที่จะมีเอกลักษณ์ของเขาเองจนเกิดเป็นคำเฉพาะที่เรียกกันว่า “Britpop” เราอาจคุ้นเคยกับรุ่นใหญ่อย่าง Pulp, Elastica, Blur, Oasis, The Smiths อะไรทำนองนั้น แต่วันนี้เราขอหยิบยก Britpop ที่เป็นยุคใหม่ขึ้นมาหน่อย อาจจะมีเพลงเก่าปะปนไปบ้าง เพราะเราเข้าใจดีว่าชาว Britpop มักจะคุ้นเคยกับเพลงจากวงรุ่นใหญ่มากกว่า มาฟังเพลงรุ่นใหญ่ที่ฮิตกันสุด ๆ ช่วงแรก และฟังเพลงจากวงอังกฤษในยุคถัดมาในช่วงหลังที่เจ๋งไม่แพ้กัน สำหรับ Britpop รุ่นใหญ่เจอกันในคอนเทนต์หน้า สำหรับใครที่สะดวกฟังใน Spotify เราจัด Playlist มาให้แล้ว Supergrass – Alright มาเริ่มกันด้วยเพลงนี้ จากอัลบั้มเดบิวต์ที่ทำให้พวกเขาดังเปรี้ยงขึ้นมา ที่กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตในหลายที่โดยเฉพาะในอังกฤษเอง Suede – Metal Mickey เพลงจากอัลบั้มเดบิวต์ชื่อเดียวกันกับชื่อวง ซึ่งเพลงนี้ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมายในบริตอะวอร์ด และเป็นอีกเพลงที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของ Britpop ได้แบบชัดเจน Oasis – Supersonic คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก กับวงระดับตำนานอย่าง Oasis ที่เพลงฮิตมากมายของพวกเขา สามารถแทรกตัวเข้าไปได้แทบจะในทุก Playlist เลยด้วยซ้ำ Blur – Parklife Oasis มาแล้ว
ว่ากันด้วยเรื่อง sex ของชายหนุ่มอย่างเราที่บอกเล่ากันได้ไม่รู้จบ คงเป็นเพราะธรรมชาติของมนุษยชาติที่ต้องดำรงเผ่าพันธุ์ ความต้องการทางเพศนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ ทว่าความถี่ของการถึงจุดสุดยอดนั้นคงแล้วแต่เลเวลความจัดจ้าน รวมถึงโอกาสที่จะได้ประกอบกามกิจของแต่ละคน คำถามจึงมีอยู่ว่า “ต้องเสร็จบ่อยแค่ไหนถึงจะดี ?” หนุ่ม ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีคู่หรืออยู่คนเดียว ผลการศึกษาที่ได้รับการโพสต์ใน Journal Of Sexual Medicine บอกไว้ว่า เราควรมี sex อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์ถึงจะดีต่อสุขภาพ โดยจากผลสำรวจกลุ่มเป้าหมาย 2,267 คน พบว่า ผู้ที่ทำการบ้านอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้การหลั่งสาร homocysteine (โฮโมซีสทีน) น้อยลง ซึ่งสารที่เกิดจากการย่อยสลายของอาหารประเภทโปรตีนนี้ ถ้ามีมากเกินไปก็จะทำลายหลอดเลือด และเพิ่มอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม การที่เราจะมีสุขภาพดีในภาพรวมได้ นอกจากการมี sex เพื่อหัวใจและจิตใจที่แข็งแรงขึ้นแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองให้ครบทุกด้าน ทานอาหารให้เหมาะสม รวมถึงออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะยิ่งช่วยให้กิจกรรมบนเตียงของคุณยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก แล้วสำหรับคนที่ไม่มีใคร อยากเสร็จเพื่อสุขภาพบ้าง ต้อง “โลกสวยด้วยมือเรา” บ่อยแค่ไหน ? ไม่ใช่เรื่องน่าอายหากหนุ่มโสดจะช่วยตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นการระบายออกที่จบได้แบบไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จาก Harvard University ได้สำรวจและบันทึกพฤติกรรมของผู้ชายกว่า 32,000 คน เกี่ยวกับการช่วยตัวเองของแต่ละคน
ข้อดีของระบบออนไลน์คือการที่เราสามารถเก็บข้อมูลมาประมวลผลในรูปแบบของตัวเลขได้ ซึ่งน่าจะทำให้เป็นเรื่องการสำหรับนักจดสถิติต่าง ๆ อย่างเช่นเรื่องที่เรากำลังจะนำมาเสนอนี้ เมื่อ Instagram โชว์สถิติตัวเลขของการ Hashtag # รองเท้าสนีกเกอร์ที่ได้รับความสนใจและถูกโพสต์มากที่สุดบนแพลตฟอร์ม Instagram แม้ว่าจะดูเหมือนในรอบปีที่ผ่านรองเท้าจากค่ายดังอย่าง Nike จะได้รับความนิยมมากกว่า แต่ทว่ากลับมีเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมากเมื่อไม่มีรองเท้าจากแบรนด์ Swoosh ติดอันดับ 1 ถึง 5 ด้วยซ้ำ ซึ่ง UNLOCKMEN ต้องของบอก่อนว่าลิสต์ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดและส่งผลถึงความนิยม เพราะการโพสต์แล้วติด Hashtag # นั้นอาจจะเป็นการโพสต์ขายสินค้าหรือแคมเปญโฆษณาก็เป็นได้ #1 adidas NMD แม้ว่าในปัจจุบันรองเท้า NMD จะไม่ได้การเป็นแรร์ไอเทมชนิดต้องไปต่อแถวแย่งกันซื้ออีกเหมือนสมัยก่อน แต่ทว่าบนโลกออนไลน์ รองเท้ารุ่นดังกล่าวก็ยังฮอตฮิต โดยมีการติด Hashtag รวมกันมากกว่า 5,709,871 ครั้งในปีที่ผ่านมา #2 adidas Yeezy 350 ตอนแรก UNLOCKMEN คิดว่ารองเท้าโมเดล Yeezy 350 จะต้องเข้าวินมาเป็นอันดับ 1 แต่ยังดีที่ไม่พลิกโผไปไกล เพราะด้วยจำนวนครั้งที่ถูกติดแท็กมากกว่า 4,198,238 ครั้ง ก็ถือว่าเป็นตัวเลขความนิยมที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมสำหรับรองเท้าจากฝีมือของ
ความเครียดที่เคยตามเราเหมือนเงาไปทุกที่ มันไม่ได้ทิ้งไว้เพียงแค่ความตึงเครียดของความคิดเท่านั้น แต่หลายครั้งมันส่งผลมาถึงกายภาพของเราอีกด้วย ในรูปแบบของความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือแม้แต่ความปวดเมื่อย เป็นอีกหนึ่งร่องรอยที่ความเครียดได้ทิ้งเอาไว้บนร่างกายของเรา ความปวดเมื่อยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มันไปโผล่ได้ในทุกที่ที่มันอยากไปนั่นแหละ ความซวยจะตกอยู่ที่ใครได้ นอกจากเรานี่แหละ ที่ต้องแบกทั้งความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจเอาไว้ด้วยกัน แค่ฟังก็เจ็บปวดแล้ว แต่เราจะทนอยู่กับความปวดเมื่อยแบบนั้นไปทำไม UNLOCKMEN อยากแนะนำนวัตกรรมเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้เราหายปวดเมื่อยได้ง่าย ๆ เหมือนมีหมอนวดส่วนตัว (หมอนวดแบบ Literally ไม่ใช่นวดปู๋แต่อย่างใด) ที่ไปกับเราได้ทุกที่ มาดูกันว่ามันคืออะไร Masseuse In Your Wallet! หยิบครีมแก้ปวดกล้ามเนื้อขึ้นมานวดก็เลอะเทอะ กลิ่นแรง คนรอบข้างได้มองกันเป็นแถบแน่ ๆ เก้าอี้นวด เครื่องนวด ก็ไม่ใช่ของที่อยู่ในขนาดที่พกพาได้แบบไม่ขัดเขิน ลองนี่กันหนุ่ม ๆ “Cardlax” มันก็คือเครื่องนวดนี่แหละ แต่มันมาในขนาดพอ ๆ กันนามบัตร เพียง 4.7 mm ประมาณบัตรเครดิตสามใบซ้อนกัน บางซะจนเราเอาใส่ไว้ในกระเป๋าตังได้สบายบรื๋อ นอกจากจะพกพาง่ายแล้ว เวลาหยิบขึ้นมาใช้ช่วยให้ไม่เคอะเขิน ด้วยจุดเด่นที่ขนาดมันเล็กน่ารัก ไม่ว่าจะเมื่อยล้าจากการนั่งทำงาน ขับรถ กิจวัตรประจำวัน
‘แชร์ลูกโซ่’ คำ ๆ นี้อยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ถ้าพูดถึงจุดกำเนิดคงต้องย้อนไปเมื่อพ.ศ.2520 กับคดี ‘แชร์แม่ชม้อย’ ซึ่งกวาดเงินไปมากกว่า 4 พันล้านบาท ด้วยจำนวนเงินมหาศาลนี้เองทำให้แชร์ลูกโซ่ไม่เคยหายไปไหน อาจจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนวิธีการ แต่ปลายทางสุดท้ายก็ไม่ต่างกัน และปัจจัยสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยในแชร์ลูกโซ่นั่นคือ ‘ความโลภ’ แน่นอนว่าความโลภเป็นสิ่งสากล ดังนั้นขบวนการแชร์ลูกโซ่จึงไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ได้เกิดจากการหลอกคนจนเท่านั้น คนรวยเองก็ตกเป็นเหยื่อของความโลภไม่ต่างกัน วันนี้ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับ Billionaire Boys Club บริษัทแชร์ลูกโซ่ที่สามารถเสกเงินพันล้านขึ้นมาได้ในพริบตา อื้อฉาวจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันซึ่งกำลังเข้าโรงฉายอยู่ในตอนนี้ Joseph Henry Gamsky เรื่องราวการฉ้อฉลบันลือโลกนี้เริ่มต้นจากชายชื่อ Joseph Henry Gamsky หรือ Joe Hunt นักลงทุนชาวอเมริกันในยุค 80 เขาฉลาดเป็นกรด ทะเยอทะยาน และเชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูง เรียกว่าเขามีคุณสมบัติและลักษณะนิสัยที่คนจะประสบความสำเร็จควรมี (ผู้เขียนคิดว่า Joe Hunt และ Jordan Belfort หมาป่าแห่ง Wall Street ที่เรื่องราวของเขาเคยถูกนำมาทำหนังเป็นภาพยนตร์เช่นกันในชื่อ The Wolf
เมื่อความสัมพันธ์มันไม่ราบรื่นมากไป ปรับจูนกันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจ ก็อาจถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันแบบทางใครทางมัน แม้ว่าการเลิกกันนั้นมันจะโคตรแย่ แต่ถ้าความรักไม่แท้อีกต่อไป ก็คงต้องตัดใจทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ยากที่ของการบอกเลิกก็คือวิธีการ มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ส่วนใหญ่มักจะจบไม่สวย เพราะฉะนั้น เราในฐานะที่เป็นผู้ชาย ส่วนเธอก็เป็นคนที่รักกันมา ก็คงต้องใช้วิธีที่เข้าท่าหน่อย ทีมงาน UNLOCKMEN มีวิธีบอกเลิกแบบแมน ๆ มาแนะนำ อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ทั้งคู่ได้แยกยายกันก้าวต่อไปข้างหน้า บอกเลิกกันต่อหน้า เป็นลูกผู้ชายหน่อย ห้ามหลบหน้า หนีหาย แชทไปบอกเลิก หรือฝากเพื่อนไปร่ำลา เราไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ตอนขอเป็นแฟนยังขอต่อหน้าเลย การบอกเลิกแบบต่อหน้ากันถือเป็นการแสดงความเคารพ(อดีต)แฟนของคุณ ยืดอกแบบแมน ๆ แล้วพูดออกไปอย่างสุภาพ ถ้าคิดมาแล้วว่ามันจะดีกับทั้งสองฝ่าย ก็คุยกันซึ้ง ๆ หน้าไปเลย หาโลเคชั่นเหมาะ ๆ อย่ามองข้ามสถานที่บอกเลิก เพื่อให้เกียรติซึ่งกันและกัน ป้องกันสายตาของคนอื่นในที่สาธารณะ และควรเป็นที่ค่อนข่างส่วนตัว เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน คุณคงไม่อยากให้การบอกเลิกครั้งนี้วุ่นวายราวกับระเบิดลงท่ามกลางฝูงชน ขณะเดียวกันก็อย่าบอกเลิกกันในห้องนอนเลย เดี๋ยวจะได้คืนดีกันบนเตียง ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้นก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ แต่อย่าสร้างความอับอายให้กับเธอเป็นอันขาด หาจังหวะที่เหมาะสม ที่จริงแล้วการเลิกกัน จังหวะไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น แต่ต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสม


