ผู้ชายแมน ๆ อย่างเราชอบคิดอยู่ในหัวว่า การรักใครสักคนนั้น “การกระทำสำคัญที่สุด” ยิ่งเรารักใครมาก เราก็ยิ่งอยากทำให้เขามาก วิธีคิดแบบนี้ UNLOCKMEN ว่าก็ไม่ผิดอะไร แต่หลายครั้งทุ่มเทการกระทำไปเต็มหมื่น แต่ปากหนัก ไม่พูด ไม่สื่อสารอะไรให้สาวข้างกายรู้เลยว่าเราโคตรรักโคตรห่วง บางทีผู้หญิงเขาก็น้อยใจบ้างเหมือนกัน ดังนั้นเพื่อให้การกระทำที่เราจัดเต็มไม่สูญเปล่า ลองกำความลับ 5 สิ่งที่ผู้หญิงอยากได้ยินนี้ไปกระซิบให้เธอฟังบ่อย ๆ รับรองว่าจะไม่เสียใจแน่นอน “ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตผมดีขึ้น” ใคร ๆ ก็อยากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตอีกคนดีขึ้น ดังนั้นถ้าสาว ๆ ได้ยินจากปากคุณว่าการที่เธอเดินเข้ามาในชีวิตคุณแล้วมันทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นอย่างไรบ้าง รับรองเลยว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นกับคุณหลายสิบระดับ กฎสำคัญคืออย่าโกหก! เพราะเธอจะรู้ทันทีว่าที่คุณพูดมันไม่จริง ดังนั้นลองทบทวนดูว่าตั้งแต่มีผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต แล้วมีอะไรดีขึ้นบ้าง แล้วขอบคุณเธออย่างจริงใจ ให้เธอรับรู้ว่าคุณเห็นค่าของเธอ เพราะมันไม่ใช่แค่เธอจะรู้สึกดีเท่านั้น คุณเองก็จะได้ทบทวนอย่างจริงจังด้วยว่าการมีความรักดี ๆ อยู่กับตัวมันดีแค่ไหน และต้องรักษามันเอาไว้อย่าให้หลุดมือ “ผมไม่มีทางทำ…ได้ถ้าไม่มีคุณข้าง ๆ “ แม้ผู้ชายอย่างเราจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ด้วยตัวเองตัวคนเดียว แต่ก็หลายครั้งที่พอมีคนข้างกายแล้วเราทำมันได้ในแบบที่เราไม่คาดคิดมาก่อน อย่าเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว กระซิบบอกสาวข้างกายหน่อยว่าพอมีเธอข้าง ๆ นั้นทำให้คุณทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้แบบมหัศจรรย์แค่ไหน ไม่ต้องเป็นคำพูดที่หวานมาก เอาแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย
การเป็นคน cool มันต้องเป็นแบบไหน ? ต้องเท่ ดูดี มีสไตล์เหนือกว่าใคร ๆ ? หรือว่าจริง ๆ แล้วมันควรมาจากข้างในมากกว่า ? นานาจิตตังครับเรื่องนี้ คำตอบในใจของเราจะเป็นอย่างไรคงไม่มีผิดมีถูก และการเป็นคนคูล ๆ ก็ไม่ได้มีความตายตัวในเรื่องรูปแบบ แต่อย่าปฏิเสธเลยครับว่าเราไม่ต้องการการยอมรับจากสังคมเลยสักนิด มาสโลว์ (Maslow) นักจิตวิทยาชั้นครูที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของทฤษฎีในวงกว้าง จัดลำดับขั้นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไว้ดังนี้ ความต้องการทางด้านร่างกาย ความต้องการความปลอดภัย ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ ความต้องการการยอมรับนับถือ ความต้องการบรรลุศักยภาพสูงสุดแห่งตน ที่เราเน้นตัวหนาที่ข้อ 4 ก็เพื่อจะย้ำว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมและต้องการการยอมรับอยู่ในใจ และถ้าเราต้องการที่จะให้ผู้อื่นยอมรับในตัวเราแบบยั่งยืนก็ต้องเป็นสิ่งที่มาจากข้างในมากกว่าเปลือกนอกที่ไม่จีรัง ทีมงาน UNLOCKMEN มีวิธีที่จะทำให้พวกเรากลายเป็นผู้ชายแบบคูล ๆ ด้วยจิตใจที่จะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำในสถานการณ์ต่าง ๆ มาให้ลองอ่านเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเอง แล้วจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเราก็เท่ได้แบบไม่ต้องพยายาม เท่ในที่ทำงาน น้ำใจน้อยนิดมหาศาล: แน่นอนว่าคนเราย่อมนึกถึงตัวเองก่อน แต่การมีน้ำใจก็ทำให้เรารู้สึกเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ จะให้ดีต้องจริงใจและไม่ยัดเยียด ลองสังเกตดู เชื่อว่าในออฟฟิศคุณน่าจะมีเพื่อนร่วมงานอยู่คนหนึ่งที่มักจะมีลูกอมหรือขนมวางไว้ที่โต๊ะทำงานเสมอ บางคนก็เขียนโน้ตแปะไว้ว่า “หยิบกินได้เลย” แหม่ อย่าบอกว่าคุณไม่เคยเดินไปหยิบซักเม็ดสองเม็ด ไอ้น้ำใจเล็กน้อยนี่แหละคือการสร้างมิตรภาพที่ดีแบบไม่ยัดเยียด
นับเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ผู้ชายอย่างเราจะต้องพบเจอผู้คนหลากหลายประเภท เราเลือกไม่ได้ว่า “เฮ้ย วันนี้กูอารมณ์ไม่ดีเลยว่ะ ขอเจอแต่คนที่ทำให้ชีวิตมีพลังบวกแล้วกัน” (เออ ถ้าขอได้ก็ดีสิ) แต่เพราะชีวิตไม่ได้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาคอยคุ้มหัว เราถึงต้องคุ้มครองตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเจอคนแบบที่โคตรเต็มไปด้วยพลังลบ แล้วเราจะดีลกับเขาอย่างไร ? เพื่อไม่ให้เราสติแตกไปด้วย ยิ่งในที่ทำงานหรือบรรยากาศแห่งการเจรจาธุรกิจแล้วด้วยจะปล่อยให้พลังลบ ๆ มามีบทบาทต่อชีวิตไม่ได้เด็ดขาด! อย่าหลวมตัวไปในประเด็นที่เขาสร้างเป็นอันขาด ขึ้นชื่อว่า NEGATIVE PEOPLE แล้ว ดูเหมือนว่าพี่แกจะมีความสามารถในการทำประเด็นต่าง ๆ ในโลก ไม่ว่าประเด็นนั้นจะดูมีความเป็นไปได้ว่าจะดีงามแค่ไหนให้กลายเป็นเรื่องเลวร้ายได้ในทันตา และต่อให้พลังบวกในใจเรายังเต็มเปี่ยมพร้อมจะไฝว้กับพี่แกแค่ไหน แกก็จะยกเหตุผลแห่งพลังลบทั้งล้านแปดมาเพื่อถกเถียงกับเราได้อยู่ดี ดังนั้นอย่าหลวมตัวลงไปเวลาเขาพยายามโต้ตอบด้วยพลังลบของเขา ให้เราเฉย ๆ นิ่ง ๆ ยิ้ม ๆ ไป ฟังเขาแบบฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเพลิน ๆ ทำใจให้สบายแล้วเตรียมรับมือกับเขาในระดับต่อไปดีกว่า ยิงคำถามรัว ๆ “แล้วด้านดีของมันล่ะ ?” แม้เขาจะมีความสามารถพิเศษในการพูดถึงคน สัตว์ สิ่งของในแง่ลบตลอดเวลา แต่ถ้าเจอการยิงคำถามให้ต้องตอบตรง ๆ เข้าไป บุคคลแห่งพลังลบก็ต้องนิ่งคิดเพื่อตอบคำถามกันบ้าง ดังนั้นหลังจากที่เขาประเคนสารพัดเหตุผลแห่งพลังลบเพื่อดีเบตหักล้างเรารัว ๆ แล้ว พอเขาพูดจบปุ๊ป ให้เรายิ้มและถามเขาด้วยความสุภาพว่า “แล้วด้านดีของประเด็นนี้ล่ะครับ
ต้องยอมรับว่า URBAN MEN หลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ พนักงานออฟฟิศ หรือฟรีแลนซ์ ต่างคนต่างมีเป้าหมายปลายทางเดียวกัน นั่นคือความสำเร็จทั้ง 2 ด้าน ทั้งการงาน และการใช้ชีวิต เลยใส่เต็มที่กับทุกกิจกรรม ทำงานดึก ปาร์ตี้หนัก เชียร์บอลทีมรักยันเช้า แม้กระทั่งออกท่องเที่ยวก็ยังลุยสมบุกสมบันจนสุดทาง จึงไม่แปลกที่จะต้องเผชิญกับปัจจัยที่ส่งผลให้ต้องเผชิญชีวิตหมอง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด พักผ่อนน้อย โดนแสงแดดทำร้าย จากชีวิตที่เคยสดใสกลายเป็นต้องหมองหม่น ห่างไกลจากความสดชื่นแจ่มใสไปซะอย่างนั้น แต่จะปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ UNLOCKMEN จึงอยากขออาสานำเอาวิธีคลายความหมองในชีวิตให้หายไป เอามาแนะนำให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายได้นำเอาไปปฏิบัติตาม รับรองว่าจากนี้ไปไม่ว่าจะใช้ชีวิตระห่ำ หรือโดนความเครียดกระหน่ำแค่ไหน ยังไงความสดใสก็ไม่มีห่างหายไปจากชีวิตแน่นอน BREATH เริ่มต้นบอกลาชีวิตหมอง ๆ ได้ ง่าย ๆ อย่างการหายใจ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากเสียจนหลายคนมองข้ามไป เผลอหายใจตื้น ๆ ถี่ ๆ กันจนติดเป็นนิสัย ซึ่งการหายใจแบบนี้ยิ่งเป็นการเพิ่มความเครียด สร้างอารมณ์หมองให้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีเราอยากให้ลองฝึกวิธีหายใจเสียใหม่ให้เคยชิน กับวิธีของ Dr. Andrew Weil
สำหรับคนที่ยังใช่แฟนพันธ์แท้ Vans ตัวจริงมากนัก แต่เริ่มจะสนใจ หรืออยากจะมี Vans ไว้สวมใส่เสริมสไตล์ Street Culture ให้แน่นขึ้น นอกจากโมเดลลวดลายปกติที่หลายคนคุ้นตากันแล้ว เราอยากแนะนำรองเท้าลายตารางหมากรุกของ Vans ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงปลายของยุค 70 บนรองเท้ารุ่น Style#48 หลังจากที่ Steve Van Doren บุตรชายของหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Vans ได้สังเกตเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังวาดลวดลายตารางหมากรุกลงบนขอบรองเท้าด้านข้าง ทาง Van Doren จึงได้ปรึกษากับทางดีไซน์เนอร์เพื่อนำลวดลายดังกล่าวมาออกแบบบนชิ้นส่วนหน้าผ้าซึ่งใช้ผ้าใบในการออกแบบ โดยที่ลวดลายดังกล่าวถูกนำมาวางจำหน่ายในช่วงสิบปีให้หลังบนรองเท้า Slip-On รุ่น Checkerboard ซึ่งรองเท้ารุ่นดังกล่าวได้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกผ่านการสวมใส่โดยตัวละครที่มีชื่อว่า Jeff Spicoli ซึ่งนำแสดงโดย ณอน เพนน์ ในภาพยนตร์เรื่อง Fast Times at Ridgemont High จนทำให้เกิดเป็นกระแสที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกับรองเท้ารุ่นนี้ ทางดีไซน์เนอร์จึงได้คิดค้นการออกแบบลวดลายตารางหมากรุกให้มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บนชิ้นส่วนต่างๆของรองเท้าเพื่อนำไปใช้กับรองเท้ารุ่นต่างๆ สำหรับรองเท้ารุ่น Authentic ใช้ลวดลายตารางหมากรุกที่มีขนาดต่างกันถึงสามขนาด มาออกแบบลงบนชิ้นส่วนต่างๆของตัวรองเท้า โดยการใช้ลวดลายตารางหมากรุกขนาดเล็กเป็นส่วนประกอบในบริเวณขอบด้านบนโดยรอบ ในขณะที่รุ่น Sk8-Hi และ
วันที่ BMW เปิดตัว M2 ออกสู่สายตาประชาชนครั้งแรก หลายสื่อที่ได้ทดลองขับต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือรถ BMW ที่ให้อารมณ์การขับขี่สนุกที่สุดคันหนึ่งในตระกูล M แม้จะไม่แรงเท่า M3, M4 หรือ M5 แต่นั่นน่าจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ที่ทาง BMW M Devision ตั้งใจเอาไว้มากกว่า และอย่างที่เรารู้ว่า BMW User นั้นเป็นกลุ่มคนที่มี Passion ในการขับขี่สูงมาก เมื่อ BMW M โมเดลอื่น ๆ มีรุ่นอัพเกรดที่สมรรถนะสูงขึ้นไปอีก เช่น M3 CSL, M4 GTS และล่าสุดกับ M4 Competition Package ทำให้แฟน ๆ M2 เฝ้ารอ ภาวนาให้มี M2 ในเวอร์ชั่นแรงกว่า มันส์กว่า เสียงอ้อนวอนนั้นได้เป็นจริงแล้วใน BMW M2 Competition แค่ M2
ลืมจักรยานสีแดงของพี่เสก โลโซ ไปก่อน ตอนนี้เป็นที่รู้กันในกลุ่มสาย Hype ว่าจักรยาน BMX สุดเก๋าในยุคนี้ ต้องหลีกทางให้ Dior Homme x Bogarde เจ้าแห่งจักรยาน BMX สำหรับวัยรุ่นเสื้อชายฝรั่งเศส ซึ่งช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทาง High Fashion เพิ่งจะจับมือกับจักรยานสาย Street Culture เปิดตัวโมเดล Collaboration แบบ Limited ที่ดีไซน์ภายใต้อิทธิพลจากยุค 90s เปิดตัวในงาน Sole DXB ประเทศ Dubai และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี วันนี้ Dior Homme x Bogarde ดูท่าจะติดใจกันและกัน เปิดตัวผลงานการ Collab ครั้งใหม่ หรูหราไฉไลยิ่งกว่าเดิม Dior Homme x Bogarde Gold BMX คันนี้เป็นการรวม Luxury Brand กับ
“รถรุ่นนี้น่าจะเพิ่มตรงนี้ รถรุ่นนั้นน่าจะเพิ่มส่วนนั้น” ปกติคนที่มีรถยนต์วิ่งอยู่ในเส้นเลือดมักจะมีความคิดนี้อยู่ในหัวตลอดเวลา ติดอย่างเดียวแค่ว่า เราไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Memminger ค่ายรถสัญชาติเยอรมันที่ถนัดงานปั้น VW Beetle มาตั้งแต่ยุค 1992 ตัดสินใจสร้าง High-performance Beetle ในอุดมคติสุดเท่ขึ้นมาเอง แทนที่จะเฝ้ารอให้ทาง VW ผลิตขึ้นมาเอง และดูจากรูปทรงแล้ว ต้องบอกว่านี่คือ Beetle สำหรับผู้ชายอย่างแท้จริง Memminger สร้าง Roadster 2.7 ขึ้นมาใหม่จากพื้นฐานของ VW Beetle Classic ที่ในอดีตเคยยิ่งใหญ่ตั้งแต่ยุคสงครามโลกปี 1938 โปรเจคดี ๆ จากผู้นำ Nazi ‘Adolf Hitler’ และประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงปี ’60-’65s และทำยอดขายไปได้มากกว่า 21 ล้านคันในปี 1992 แต่สำหรับ Beetle ยุค Modern ที่ออกจะเป็นรถทรงน่ารัก มากกว่าจะมีความเท่ดุดันหรือคลาสสิคสำหรับผู้ชายอย่างพวกเรา ยังไม่นับเรื่อง Diesel Scam ที่ทำให้ VW
เชื่อว่าผู้ชายชาว UNLOCKMEN หลายคน ต่างก็มีพื้นที่ส่วนตัวในบ้าน หรือคอนโดเอาไว้พักผ่อน ปาร์ตี้ สังสรรค์ ชวนเพื่อนฝูง นัดหญิงมาเยี่ยมเยียน Man Cave แห่งนี้อยู่เสมอ แต่ในหลายครั้งด้วยโลเคชั่นเดิม ๆ ที่มี ก็อาจทำให้อารมณ์ความสนุกนั้นดูจำเจจนเกินไป แต่พอเหมาะพอดีกับการที่เราได้ไอเท็มใหม่มาทดลองใช้ และภูมิใจนำเสนอให้เป็นอีกหนึ่ง Toy for Boys สุดเจ๋งประจำ Man Cave ด้วยความมั่นใจว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ที่หลากหลายให้กับ Man Cave เท่ ๆ ของเราโดยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงเล่นใหญ่ ตกแต่งห้องใหม่ให้เปลืองงบก้อนโตโดยใช่เหตุ ซึ่งไอเท็มที่เราพูดถึงนั่นก็คือ ‘Philips HUE’ หลอดไฟอัจฉริยะเปลี่ยนสีได้ที่จะมาสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้กับ Man Cave ด้วยอานุภาพของสีสันที่ช่วยบิ้วอารมณ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะสวีทหวานโรแมนติก สนุกสุดเหวี่ยง หรืออารมณ์อื่น ๆ ก็สั่งได้ดั่งใจ เหมือนดั่งที่ ปาโบล ปีกัสโซ (Pablo Picasso) จิตรกรเอกของโลกผู้ล่วงลับ เคยกล่าวถึงอิทธิพลของสี ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์มนุษย์ เอาไว้ว่า “Colors, like


