จบสิ้นการรอคอยที่แสนยาวนาน วันนี้การร่วมมือกันของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านดีไซน์สวีเดน ‘Ikea’ กับ LA-based Streetwears Designer เจ้าของแบรนด์ STAMPD ‘Chris Stamp’ ก็ได้ฤกษ์ดี เปิดตัว ‘SPANST Limited Edition Collection’ ที่หมายมั่นปั้นมือออกมาสักที ซึ่งนี่ถือเป็นการก้าวข้าม comfort zone เดิมของ Ikea สู่เส้นทางสาย Street Lifestyle & Culture อย่างยอดเยี่ยม เพราะนอกจาก Furniture เท่ ๆ ที่ดูจะจับกลุ่มนัก Skateboard แล้ว ยังมีของแต่งบ้าน, Accessories และ Fashion Items สุดหล่อออกมาขายอย่างครบถ้วน ใครกำลังมีแผนจะแต่งบ้านใหม่ อยากได้อะไรที่เท่ ดิบ สะท้อนไลฟ์สไตล์ชาว Street ล่ะก็ ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดสมองอีกต่อไป เอาทุกชิ้นใน Collection นี้ไปวางได้เลย ยังไงก็ออกมาเท่แน่นอน Chris Stamp เป็น fashion designer ชื่อดัง
คงไม่ผิดอะไร ถ้าเราจะบอกว่าโลกธุรกิจทุกวันนี้ “แค่รีรอก็สายไป” เพราะมันก้าวกระโดดมาไกลจากยุคที่เริ่มด้วยเลข 1.0 จน พ.ศ. นี้ “4.0” กลายเป็นตัวเลขตัดเกรดว่าเราจะอยู่รอดหรือหายไป เนื่องจากโลกเดิมที่คาดเดาได้แปลงโฉมใหม่เป็นโลกที่อัดแน่นด้วยข้อมูล เรื่องราว กับความเปลี่ยนแปลงระดับวินาที! เจอคู่แข่งเดิมประเภทธุรกิจเดียวกันจ่อติดไม่พอ ดันไปเจอธุรกิจหน้าใหม่ที่ไม่คาดคิด cross สายมาแย่งลูกค้าหน้าตาเฉย พอสนามการค้าเลิกติดกรอบ นวัตกรรมล้ำหน้าขึ้นเรื่อย ๆ เกินกว่าจะใช้วิธีเก่า ๆ เอาชนะได้ คำถามที่ทุกคนสงสัยรวมถึงเราเองก็ด้วยคือ “ต้องทำยังไงเราถึงจะก้าวไป ON TOP เหนือตารางให้โลกจำจนคนพูดถึงแบบดาวค้างฟ้า ท่ามกลางการจุดพลุทางธุรกิจที่สว่างชั่วพริบตาก่อนดับไปอย่างรวดเร็วในยุคนี้ ?” UNLOCKMEN มีโอกาสไปเคาะประตูศูนย์บ่มผู้นำระดับสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในไทยและเอเชีย หรือ SEAC (South East Asia Center) ซึ่งปูพรมแดงไว้รอท่าพร้อมหลักสูตรใหม่สกัดความเป๊ะให้ทุกองค์กรสามารถไต่บันไดไปเทียบชั้น Google หรือ Amazon ได้แบบไม่ฝันไป เพียงใช้คีย์ไขความสำเร็จจากศูนย์กลางกระจายอำนาจเพียงหนึ่งเดียวปรับให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ “หมากธุรกิจมันเปลี่ยนแล้ว เมื่อเฟืองทุกตัวต้องเดิน ผู้นำก็ต้องเดิน!” MINDSET to be TOP OF MIND สิ่งที่น่าสนใจและสะกดใจเราระหว่างฟังคำบอกเล่าของ คุณอริญญา
ขึ้นชื่อว่าเป็นผลงานจาก Barbara Custom นัก Custom มอเตอร์ไซค์ต้องรู้จักความจี๊ดจ๊าดของงานออกแบบจากเจ้าสำนักแห่งเมืองปารีสเป็นอย่างดี แม้ผลงานของเค้าจะมีเพียงในรูปแบบของ Concept Idea แต่ก็ล้วนเป็นไอเดียที่รายละเอียดครบถ้วน สามารถเอาไป Custom ให้เป็นจริงได้ไม่ยาก ผลงานของ Barbara Custom มักถูกนำไปขึ้นปกนิตยสาร และเป็นที่พูดถึงของคนในวงการอยู่บ่อยครั้ง และนี่ก็คือผลงานล่าสุดที่น่าสนใจอีกชิ้น การเปลี่ยนมอเตอร์ไซค์คลาสสิคให้ดูราวกับเป็นรถคู่ใจสุดเท่คันต่อไปของ Batman นี่คือ BMW R80 Black Mamba แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ารถคันนี้พัฒนามาจากพื้นฐานของ BMW R80 ผลงานสุดคลาสสิคระดับ Iconic ขึ้นหิ้งของ BMW Motorrad มีจุดเด่นที่สังเกตได้ในรถตระกูล R-series คือเทคโนโลยี flat-twin airhead engine ซึ่งคล้ายกับเทคโนโลยี Boxer สูบนอนนั่นเอง รวมถึง single-sided swingarm สวิงอาร์มแขนเดี่ยว เป็นรุ่นพิมพ์นิยมที่มักถูกนำไป Custom เป็นแนว Scramble หรือ Cafe’ หรือทั้งสองสไตล์รวมกัน ไม่ว่าจะแต่งไปทางไหน ก็แน่นอนใจได้เลยว่ามันเท่ทุกคัน แต่ไม่มีคันไหนจะถูกแปลงโฉมให้ฉีกไปเป็นรถจากโลกอนาคตได้เท่า BMW
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายสายไฮเปอร์พูดน้ำไหลไฟดับ หรือเป็นผู้ชายช็อต ๆ พูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนเพิ่งตื่นนอนตลอดเวลา ปัญหาที่เหมือนกันก็คือพูดอะไรไปก็ไม่เคยมีใครเข้าใจนอกจากตัวคุณเอง มันอาจดูเป็นเรื่องตลกให้เพื่อนฮากระจายในความพูดไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อชีวิตถึงจุดจริงจังอย่างการสัมภาษณ์งาน การนำเสนองาน คงไม่มีใครมานั่งตลกกับคุณได้แน่ ๆ หรือแม้แต่บางครั้งมีไอเดียระดับมหากาฬแต่อธิบายออกมาเหลือแค่โครงงานเด็กปอสี่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ UNLOCKMEN จะมาแก้ปัญหานี้ไปพร้อมกันเพื่อไม่ให้แก๊งค์เพื่อนต้องหัวเราะใส่ หรือเจ้านายต้องไล่ไปทำงานใหม่ ทั้ง ๆ ที่เราก็โคตรจะตั้งใจพูดเลย! เตรียมประเด็นสำคัญไว้เป็นข้อ ๆ เรื่องมีอยู่สิบเล่าไปร้อย แต่ก็ยังไม่เข้าประเด็นสักที เพราะอุปสรรคของการสื่อสารสำหรับคนพูดไม่รู้เรื่องส่วนมากคือการพูดไม่เข้าประเด็น แม้ว่าบางคนพูดลื่นไหลเป็นสายน้ำ แต่กลายเป็นจับใจความอะไรไม่ได้เลย หากคุณจัดอยู่ในคนประเภทนั้น ลองกำหนดใจความสำคัญที่คุณอยากสื่อสารเอาไว้ในใจ “เป็นข้อ ๆ” เอาแต่ใจความเนื้อ ๆ เน้น ๆ โดยอาจจะเป็นประโยคสั้น ๆ ไม่ต้องบรรยายเป็นพารากราฟให้ปวดหัวทั้งคนฟังคนพูดอีกต่อไป มันจะช่วยประหยัดเวลามากกว่าการอธิบายอะไรยืดยาว ที่อธิบายไปคุณก็เข้าใจอยู่คนเดียว เรียงลำดับให้ดี ตอนเปิดอ่านหนังสือสักเล่ม เรามักจะเจอกับคำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง และข้อคิดปิดท้ายใช่มั้ย ? การพูดอธิบายอะไรสักอย่างมันก็ควรมีลำดับของมันเหมือนกัน หากคุณเป็นประเภทนึกอะไรออกก็พูด ขอให้ลองหันมาใช้เทคนิคนี้กันดู ค่อย ๆ คิดว่าอะไรมันมาก่อนมาหลัง ถ้าลำดับเองมันยากนัก เราขอแนะนำลำดับง่าย ๆ
เทรนด์ดีไซน์ก็ไม่ต่างอะไรกับเพลงและแฟชั่นที่ทุกอย่างมันจะวนกลับมาฮิตใหม่อยู่เสมอ ของสุดเชยในวันนั้นคือของโคตรเจ๋งในวันนี้ ผู้ชายอย่างเราเลยไม่อาจตัดสไตล์ไหนทิ้งได้เลยและยังจำเป็นต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ เพื่อให้งานของเราออกมาเกาะกระแสและขายได้นั่นเอง UNLOCKMEN จะพามาเกาะกระแสเทรนด์ดีไซน์ปี 2018 มาดูกันว่าผ่านมาหนึ่งไตรมาสของปีแล้วมีเทรนด์อะไรเข้ามาบ้างและอะไรที่จะยังคงอยู่ยาว ๆ ไปทั้งปี Gradient จริง ๆ เคยพูดถึงเทรนด์นี้ไปแล้วใน ทำความรู้จักกับ “Gradients” เทรนด์ดีไซน์มาแรงแห่งปี ละเลงสีแบบไม่ซ้ำใคร แต่จะมาอัปเดตภาพรวมให้ฟังเพราะเทรนด์นี้มันช่างมาแรงแบบหยุดไม่อยู่จริง ๆ แบรนด์ใหญ่หลาย ๆ แบรนด์ก็เริ่มเอาเทคนิคนี้มาใช้กับ Artwork ของตัวเอง อย่าง iPhone X ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจนที่หันมาจับเทคนิคนี้มาใช้และออกมาสวยสะดุดตาไม่ใช่น้อย จุดเด่นของมันก็คงจะเป็นการจับคู่สีได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องเลือกสีใดสีหนึ่ง หรือสีที่ใกล้เคียงกัน ก็สามารถทำให้งานออกมาสวยสะดุดตาได้ไม่แพ้กัน และก็สามารถแทรกมันเป็นสีของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น พื้นหลัง ส่วนประกอบ หรือแม้แต่ตัวหนังสือก็ทำได้ การพัฒนาของ LOGO โลโก้มักจะเป็นที่จดจำของผู้บริโภคเสมอ ความเป็นเอกลักษณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญของแบรนด์ที่ต้องให้โลโก้ติดตาผู้บริโภคให้ได้ และนึกถึงแบรนด์นี้ทุกครั้งที่ต้องการสินค้า แต่เมื่อกระแสของงานดีไซน์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โลโก้ที่แม้จะเคยเป็นที่ติดตาของคนรุ่นเก่ามานานก็ต้องเปลี่ยนไปเพื่อปรับตัวไปตามเทรนด์เพื่อกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น แม้ว่าโลโก้จะถูกลดทอนลง แต่สิ่งสำคัญคือมันเป็นที่จดจำง่ายขึ้น Flat ภาพจาก Page 1001 nights editions เมื่อความเรียบง่ายคือนิยามของ “น้อยแต่มาก” ภาพ Flat
หนุ่มคอเบียร์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็คงรู้สโลแกนการกินกันดีว่าถ้าอยากกระดกเครื่องดื่มยอดข้าวให้อร่อยมันต้อง “Love me, Love my foam” หรือกินเบียร์ต้องมีฟองขาวนุ่มประกบหน้าเครื่องดื่ม ถึงจะจุใจ ความครีมมี่ของฟองเบียร์ มันเป็นเสน่ห์รสชาติที่ลึกลับ นุ่มนวลและช่วยดึงรสชาติของเบียร์แก้วนั้นให้ออกมาโดดเด่น เพราะนอกจากฟองจะดึงกลิ่นออกมาให้สูดก่อนดื่มอย่างเต็มที่แล้ว สัมผัสของฟองที่เข้าริมฝีปากไปพร้อมกับเบียร์ยังเพิ่มความละมุนลื่นคอกว่าเดิมด้วย แต่ถ้าฟองแฟ่บหรือรินเท่าไหร่ก็ไม่ได้ฟองนุ่มละเอียดกระแทกคอล่ะจะทำไง ? เอาว่าแค่คนที่รินทิ้งไว้ยังไม่ได้กินทันทีอยากกลับมากินฟองเบียร์ใหม่ก็อดแล้ว Designer หัวใสเขาเลยหาทางคิด accessories เฉพาะสำหรับเสกฟองให้โปะนุ่มให้ฟินได้ไม่รู้จบกับนวัตกรรมนี้ที่เรียกว่า “Beer Foamer” Norm Architecture คือดีไซเนอร์ผู้ผลิต “Beer Foamer” นี้ขึ้น แม้งานหลักของที่นี่เป็นเรื่องการดีไซน์สถาปัตยกรรม แต่เบียร์มันเป็นเครื่องหมายสากลที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ พวกเขาก็เลยนึกสนุกคิดค้นมันขึ้นมา ดีไซน์มันเลยออกมาคูลไม่ไก่กา ใครถือไว้ใช้ก็น่าจะดูแมนดูเท่ วางในบ้านก็ยังดูเป็นของตกแต่งสุดล้ำดูไม่ขัดตา หลักการใช้ก็แค่แบ่งเบียร์ที่เรารินใส่แก้วเอามาใส่ Beer Foamer สักเล็กน้อยประมาณ 0.6 – 1.3 ซม. วัดจากฐานของเครื่อง (ไม่เยอะ ไม่เปลือง) แล้วค่อยเอาส่วนด้านบนที่เป็นเครื่องปั่นสีทองแดงสุดหรูมาปะกบปิดหมุนเกลียว จากนั้นกดปุ่มด้านบนให้เครื่องตีฟองอัตโนมัติมันทำงานสัก 20 วินาที เท่านั้นเราก็ได้ฟองโฟมรสเด็ดสุดนุ่มฟูสำหรับท็อปเบียร์จิบให้ชีวิตรีแล็กซ์ได้ทุกเวลา ไม่ใช่แค่รสเด็ดของฟองเบียร์ แต่ไอ้เครื่องนี้มันยังช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การดื่มแบบเดิม ๆ ให้สนุกขึ้นได้อีกด้วย
จบไปแล้วกับ 3 วันแห่งความสนุกของงานมันส์ ๆ เปียก ๆ Pepsi Present S20 Songkran Music Festival 2018 ที่ทำเอาผู้ชายอย่างเราสนุกและประทับใจกับเทศกาลดนตรีประเพณีประจำชาติ จนไม่อยากเก็บความเจ๋งไว้คนเดียวต้องมาบอกต่อกัน สำหรับคนที่พลาดโอกาสไปปีนี้ ขอบอกว่าครั้งต่อไปไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง นับตั้งแต่ S2O ได้อุบัติขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยงานครั้งนั้นประกอบไปด้วยไลน์อัพดีเจระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น DEAMAU5 , AFROJACK , KREWELLA เกิดกระแสตอบรับปลุกความคึกคักของงาน EDM เมืองไทยขึ้นแม้จะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ด้วยผลตอบรับที่ดี ทำให้มีการเดินหน้าจัดงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แน่นอนว่าทุกครั้งก็มีการพัฒนาปรับปรุงตัวงานให้ดียิ่งขึ้นเสมอ จนหลายคนตั้งตารออยากให้ S20 วนกลับมาอีกครั้ง สำหรับ S20 Songkran Music Festival 2018 ถือเป็นครั้งที่ 4 และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สร้างความประทับใจให้เราอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาแบบก้าวกระโดด จนรู้สึกว่าเมืองไทยสามารถจัดเทศกาลดนตรีเจ๋ง ๆ ระดับนานาชาติได้เหมือนกัน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ควรพลาดกดบัตรงานของปีหน้ามาไว้ในครอบครอง Production ไลน์อัพสุดยิ่งใหญ่และอัดแน่นด้วยคุณภาพ เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปในพื้นที่มากกว่า
UNLOCKMEN ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดมามากมายในช่วงที่ผ่านมา จนหลายคนอาจจะคิดว่าทำไมถึงหยิบประเด็นสเก็ตบอร์ดซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว ดูไม่ค่อยจะเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์คนไทยเสียเท่าไหร่ แต่วันนี้เรามีกลุ่มคนที่รวมตัวกันมากว่า 20 ปี เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และเป็น passion ส่งต่อเรื่องราว พร้อมสร้างวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ด ใช้เวลาบ่มเพาะตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มแถวหน้า แถมยังคอยผลักดันวงการสเก็ตบอร์ดไทยให้ก้าวไปไกลถึงระดับโลก ด้วยผลงาน mixtape รวมถึงบริษัทของตัวเอง “Preduce Skateboards” Preduce คือกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อจุดมุ่งหมายหนึ่งเดียว นั่นคือหัวใจที่รักกีฬาสเก็ตบอร์ด ก่อนจะสร้างตัวจนกลายเป็น Pro Skate ทีมอันดับต้น ๆ ของประเทศ พวกเขาถือว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดให้เปิดกว้าง และเป็นที่แพร่หลายสำหรับเด็กวัยรุ่นอีกด้วย แม้แต่คนที่อาจจะไม่เคยเล่นสเก็ตบอร์ดมาก่อน หากหลงใหลในวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์กระดาน 4 ล้อ ชื่อ Preduce จะต้องเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จะขอนำทุกท่านไปรู้จักกับพวกเขา รวมถึงเบื้องหลังวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดที่เราอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน หลังจากนัดคิวกันอยู่เนิ่นนาน เพราะสมาชิกแต่ละคนล้วนมีงานที่รัดตัว ต้องเดินไปทางไปโชว์ตามประเทศต่าง ๆ กว่าจะรวมตัวกันได้ครบจึงต้องใช้เวลาเกือบเดือน แต่หลังจากที่พวกเขาเคลียร์คิวได้ ก็รีบตอบตกลงคอนเฟิร์มนัดกับเรา ให้เดินทางไปพูดคุยกันที่ร้านสยามสแควร์ ก่อนที่จะชวนเราออกไปเล่นสเก็ตกันต่อยังสถานที่ประจำในช่วงบ่าย ทำให้บรรยากาศการพูดคุยในช่วงเช้าเป็นไปอย่างสบาย ก่อนที่จะเข้มข้นขึ้นพร้อมกับแสงแดดร้อน ๆ ในยามบ่ายวันนี้ ซึ่งคนที่ออกมาต้อนรับเราเป็นคนแรกพร้อมเปิดประตูร้านเชิญให้ทีมงานเข้ามานั่งระหว่างรอสมาชิกคนอื่น ๆ
มินิมอลสไตล์ยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในทุกยุคสมัย ในปัจจุบันที่วิถีชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงที่มาเร็วไปเร็ว สไตล์มินิมอลจึงยังเป็นเสน่ห์ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะด้านการแต่งตัว เพราะมักสร้างความสบายตาให้กับผู้พบเห็น และในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างลุคที่เรียบเท่ น่าค้นหา ให้กับผู้สวมใส่ได้อีก แนวทางเดียวแบรนด์แฟชั่นดังระดับโลกอย่าง ‘คาลวิน ไคลน์’ (CALVIN KLEIN) ที่ครั้งนี้ได้ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ในดีไซน์มินิมอล เปิดตัวนาฬิกา 4 รุ่น ที่ผสมผสานเส้นสายการออกแบบที่มีความทันสมัยสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และยังคงมาตรฐานการผลิตนาฬิกาตามแบบฉบับ Swiss Made จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการนาฬิกาที่สวมใส่ได้ทุกวันแต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับเรือนเวลาจาก ‘คาลวิน ไคลน์’ (CALVIN KLEIN) ดีไซน์ล่าสุดนั้น มี 4 รุ่นด้วยกัน เริ่มจาก CALVIN KLEIN Cheers ที่ชวนให้ระลึกถึงต้นกำเนิดของแบรนด์ซึ่งสะท้อนชีวิตในเมืองของชาวอเมริกัน ผ่านการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นขอบฟ้า สู่สายนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้เหมือนเครื่องประดับที่เข้ากันได้ดีกับทุกลุค ด้วยวัสดุสแตนเลสสตีลเนื้อดีรูปทรงเรขาคณิตที่ซ้อนทับกันในโทนสี PVD Gold และ PVD Pink Gold สื่อถึงความประณีตและพิถีพิถันของผู้ออกแบบ นำเสนอบนหน้าปัด 2 สี ได้แก่สีเงินและสีดำ อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา และสามารถกันน้ำได้ถึง 30


