สายชิลจิบเบียร์ยามเย็นจะเข้าใจดีว่าการนั่งเอื่อยจนกว่าดนตรีสดของร้านจะขึ้นมันคุ้มค่ากับการรอคอยแค่ไหน เพราะดนตรีสดช่วยขับบรรยากาศมันไปสุดทาง หรือคอเพลงบางคนก็ชอบที่จะฟัง Live Music มากกว่า Track จากอัลบั้ม เพราะชอบที่จะเสพความดิบ ความมีชีวิต มากกว่าความเพอร์เฟ็กต์ของ Track จากห้องอัด วันนี้ UNLOCKMEN มาเปิดวาร์ปแชแนลยูทูปที่อัดแน่นด้วย Live Session เจ๋ง ๆ ให้ได้ฟังกันได้ทุกที่ทุกเวลา เผื่อวันนี้อยากจะนอนอยู่บ้านจิบเบียร์หน้าทีวี หรือโดนเคอร์ฟิวจากแม่กวางน้อยไม่ให้ออกท่องราตรี ก็ยังสามารถเสพดนตรีสดได้เหมือนมีวงมาเล่นข้าง ๆ BBC Radio 1 เริ่มด้วยช่องจากสื่อยักษ์ใหญ่ที่เราคงคุ้นหูกันดีอย่าง BBC หันมาหยิบจับด้าน Entertainment แล้วศิลปินที่ไหนล่ะจะไม่สนใจ เราจึงได้ดู Live Session ดี ๆ ในชื่อ The Live Lounge จากศิลปินมากหน้าหลายตาแบบไม่ขาดสาย มีทั้งโชว์ของศิลปินนั้น ๆ ที่เป็นเพลงของพวกเขาเอง และยังมี Cover เพลงจากศิลปินอื่นอีกด้วย ที่ถือเป็นไฮไลต์ของช่องนี้ เพราะเหมือนได้ให้ศิลปินมาปล่อยของ เล่นเพลง Cover ที่แตกต่างจากต้นฉบับแบบโคตรเจ๋ง Triple J
นับตั้งแต่ Rene Lacoste ติดสินใจปฏิวัติเสื้อสำหรับกีฬาเทนนิสจาก Tennis White ( เสื้อเชิ้ตขาวทำจากผ้ากำมะหยี่แบบหลวม ) กลายเป็นเสื้อจากผ้าฝ้ายปิเก้น้ำหนักเบา มาพร้อมกระดุมและปกคอเสื้อแบนราบที่เราเรียกกันติดปากว่า เสื้อโปโล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย เสื้อโปโลก็ลงยังคงรักษาเอกลักษณ์ความคลาสสิคของตัวเองไว้ได้เสมอมา จนกลายมาเป็นหนึ่งในรูปแบบการแต่งตัวของผู้ชายที่ได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน ด้วยเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดีเหมาะกับอากาศร้อน ๆ ในบ้านเรา เสื้อโปโล จึงมักเป็นไอเทมที่ทุกคนมักมีติดตู้ไว้เสมอ วันนี้ UNLOCKMEN ได้หยิบยกเหตุผลรวมถึงวิธีสวมใส่ เครื่องแต่งกายชนิดนี้อย่างเหมาะสม สำหรับช่วยให้คุณเพิ่มความเข้าใจก่อนจะหยิบมันออกมาจากตู้ เพื่อสวมใส่เข้ากับทุกสถานการณ์ #3 เหตุผลที่ทำให้เสื้อโปโลคลาสสิคตลอดกาล 1. สวมใส่สบาย คำจำกัดความสั้น ๆ แต่สำคัญสำหรับการเลือกเสื้อผ้าเพื่อสวมใส่ เสื้อโปโลเองสามารถตอบโจทย์ด้านนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวัสดุจากผ้าฝ้ายปิเก้ ที่ระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม สัดส่วนและการออกแบบมีจุดประสงค์ดังเดิมเพื่อใช้เล่นกีฬา ทำให้ไม่ว่าคุณจะนอนอ่านหนังสือ หรือ ใส่ล้างรถหน้าบ้าน เสื้อโปโลก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เสมอ 2. .ใคร ๆ ก็ใส่ได้ พื้นฐานสำคัญของเสื้อโปโลทุกยุคทุกสมัย คือ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนสนใจแฟชั่นหรือไม่ จะมีสัดส่วน สูง ยาว เข่า ดี หรือเตี้ย ล่ำ ดำ
การใช้ชีวิตบนโลกสุดท้าทายใบนี้ต้องใช้ ‘พลังงาน’ มากมายเป็นแรงขับเคลื่อน ต้องใช้ ‘passion’ แรงกล้าในการผลักดันตัวเอง ต้องใช้ ‘ความกล้า’ ขั้นสุดในการเผชิญทุกสิ่งที่ขวางหน้า และต้องมี ‘Positive thinking’ ที่จะช่วยเปลี่ยนพลังจากข้างในให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้ ทีมงาน UNLOCKMEN มีโอกาสได้พูดคุยกับชายที่มีทุกข้อที่กล่าวมาอย่างเหลือล้น และได้สัมผัสตัวตนทางความคิดของเขาในแบบที่เราไม่เคยรู้มาก่อน จนหายสงสัยไปเลยว่าทำไมชายที่ชื่อว่า ‘วู้ดดี้’ วุฒิธร มิลินทจินดา ถึงได้ทรงพลังขนาดนี้ ทรงพลังขนาดที่ว่า ทุกคนที่ได้อยู่รอบตัวของเค้า จะต้องซึมซับเอาพลังงานบวก เอาแรงบันดาลใจ เข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าถามว่าคุยกับใครแล้วถึงกับขนลุก พูดแบบไม่โอเวอร์เลยว่า การคุยกับคุณวู้ดดี้ ให้ความรู้สึกแบบนั้นได้จริง ๆ เรารู้จักคุณวู้ดดี้ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ‘Woody World’ เรียลลิตี้ทอล์กโชว์สุด exclusive ที่ออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 22.15 – 23.30 น. ทางช่อง Workpoint 23 รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นอย่าง Facebook และ YouTube นอกจากนี้ยังมีรายการสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นอย่าง ‘คนแปลงร่าง’ ส่วนงานนอกจอที่โดดเด่นก็คือการจัดเทศกาลดนตรี ‘S2O’ อีเว้นต์สุดมันส์วันสงกรานต์ที่ใครหลายคนเคยไป นั้นคือสิ่งที่ทุกคนมองเห็น แต่สิ่งที่เขาเป็นคืออะไร ? “ผมคือนักวิทยาศาสตร์” เรามาเยือนคุณวู้ดดี้ถึงโลกของเขา ที่ บริษัท วู้ดดี้เวิลด์ จำกัด อาณาจักรที่เขากับทีมงานสร้างสรรค์ผลงานออกสู่ภายนอก
จุดเริ่มต้นของบทความนี้เริ่มจากที่ UNLOCKMEN มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘หมวย และ ยิ้ม’ คู่รักนักท่องเที่ยวอารมณ์ดีจากเพจ LIFE with MUAY ในวงสนทนาตามประสาเพื่อนฝูง ว่าด้วยเรื่องโลเคชั่นแหล่งไลฟ์สไตล์ที่มันส์ ๆ และมีความจัดจ้านหลากหลาย ในกรุงเทพฯ นั้น มันยังมีที่อื่นให้ไปนอกจากโซนทองหล่อ – เอกมัย หรือเส้นเลียบด่วนอะไรแบบนี้หรือเปล่า ซึ่งมันก็พอเหมาะพอเจาะกับการที่ทั้งคู่ กำลังมีแผนจะไป Explore พิกัดไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ที่พวกเขาไปค้นพบมาว่าพื้นที่ซึ่งไม่ค่อยมีใครนึกอยากจะไปแฮงเอ้าท์ หรือไปทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากมีเหตุจำเป็นให้ต้องไปติดต่อธุระในศูนย์ราชการ หรือไปดูคอนเสิร์ต ไปงานอีเว้นท์ที่อิมแพค อย่างย่านแจ้งวัฒนะนั้น ยังมีอีกหลายพิกัด ซึ่งสามารถเป็นอีกทางเลือกให้ได้ไปใช้ชีวิตที่มีสีสันไม่แพ้ย่านใจกลางเมือง เหมาะสำหรับใครที่เบื่อกรุงเทพชั้นใน อยากออกไปเปิด Maps หาอะไรใหม่ ๆ ในพื้นที่ใหม่ ๆ ทำดูบ้าง ได้ยินแบบนี้เราก็ไม่รอช้า ออกตัวอย่างไวว่างานนี้ UNLOCKMEN ขอติดตาม LIFE with MUAY ไปตะลุยตามดูการใช้ชีวิตจัดจ้านที่ย่านแจ้งวัฒนะ ว่ามีโลเคชั่นไหนโดน ๆ มีกิจกรรมไหนที่น่าสนใจให้ทำกันบ้าง แต่ก่อนล้อหมุน สำหรับใครที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อ LIFE
สิ่งที่สม่ำเสมอพอ ๆ กับเพลงชาติไทยตอน 8 โมงเช้าของทุกวันก็คือ “น้องหนูของผู้ชายยืนตรงเคารพธงชาติ” ไม่ว่าวันฝนตก วันแดดออก วันไปทำงาน วันหยุดนักขัตฤกษ์วันไหน ๆ ก็ดูเหมือนว่าเจ้าน้องชายของเราจะตั้งตรงเด่ได้ไม่มีเว้น เหมือนเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่ห้ามพลาดแม้แต่วันเดียว เคยสงสัยไหมว่าอะไรทำให้มันแข็งโด่ได้ทุกวี่วันไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยได้ขนาดนี้? มันเกี่ยวกับอารมณ์ทางเพศหรือไม่? ปริศนาสุดน่าสงสัยนี้ UNLOCKMEN ชวนผู้ชายทุกคนมาไขข้อข้องใจไม่ให้ต้องมโนคำตอบอยู่คนเดียวอีกต่อไป ข้อสันนิษฐานเรื่องน้องน้อยของพวกเราตื่นตอนเช้ามีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณแล้ว คงจะเรียกได้ว่า “แข็งกันมาตั้งแต่รุ่นเพลโต” นักปรัชญาเขาก็ไม่ได้ขบคิดกันแต่เรื่องจริยศาสตร์ การเมือง สังคมเท่านั้น เขาคิดทุกเรื่องจนลามมาถึงน้องชายของพวกเราด้วย โดยชาวกรีกโบราณอธิบายว่าการที่น้องชายของเราแข็งตอนเช้าก็แสดงให้เห็นแล้วว่า “อวัยวะเพศชายมีจิตสำนึกของตัวมันเอง” โห! หรือไอ้ที่เห็นย่น ๆ ตรงหนังไข่จะเป็นเหมือนรอยหยักในสมองจริง ๆ วะเนี่ย? พอเรื่อยมาถึงยุคกลาง ยุคที่คริสตศาสนามีบทบาทสูงในสังคมตะวันตก การแข็งตัวของอวัยวะเพศในแต่ละเช้าของทุกวันก็ถูกพระในยุคกลางบอกว่า “มันคือการกบฏของร่างกายมนุษย์!” เพราะในยุคนั้นร่างกายมนุษย์ถูกควบคุมเบ็ดเสร็จโดยศาสนา ไม่ว่าจะการแต่งกาย การใช้ชีวิต ไปยันท่าทางที่ใช้ในการป่ามป๊ามกับผู้หญิง! ดังนั้นเจ้าหนูที่แข็งตอนเช้าจึงเป็นไม่กี่สิ่งที่ศาสนาคุมไม่ได้ ถึงมองว่านี่แหละคือการกบฏ ก่อนจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ โลกเราก็เดินทางมาสู่ยุคที่คนเชื่อวิทยาศาสตร์แบบสุดจิตสุดใจ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จึงมีน้ำหนักและความหมายกว่าคำตอบแบบอื่น ๆ โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกการแข็งตัวนี้ว่า Nocturnal penile tumescence (NPT) หรือภาวะองคชาตแข็งตัวขณะหลับ โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ที่วงการวิทยาศาสตร์ศึกษามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
สมัครเข้าบริษัทไหน ๆ เขาก็ยืนยันชัดเจนว่าเวลาทำงานต้อง 8 ชัวโมงเป๊ะ บวกกับเวลาพักกินข้าว 1 ชั่วโมง เท่ากับ 9 ชั่วโมงทำงานและพักที่ผู้ชายอย่างเราต้องใช้ไป แต่เคยสงสัยไหมว่าไอ้วิธีการทำงานด้วยสัดส่วนแบบนี้มันเวิร์คจริง ๆ หรือ? มันทำให้ประสิทธิภาพการทำงานพุ่งกระฉูดได้สุดจริงหรือเปล่า? UNLOCKMEN ประกาศตรงนี้เลยแล้วกันว่า “ไม่จริง!” แล้วมันต้องทำงานแบบไหนที่ผู้ชายอย่างเราจะได้งานอย่างจริงจัง? วิธีคิดเรื่องการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวันไม่ใช่แค่เป็นความคิดสุดล้าสมัย (ที่ใคร ๆ ก็ยังใช้อยู่) แต่ยังไม่ได้ผลการทำงานอย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ถ้าเราสงสัยว่า “อ้าว ถ้ามันไม่เวิร์คแล้วมันมีที่มาจากไหนล่ะ?” คำตอบที่จะมอบให้ก็ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมช่วง ค.ศ. 1750 ถึง ค.ศ. 1850 นู่นเลย กฎการทำงาน 8 ชั่วโมง ถูกกำหนดขึ้นมาเนื่องจาก แรงงานในโรงงานต้องทำงานห่ามรุ่งหามค่ำอย่างไม่เป็นธรรม การทำงาน 8 ชั่วโมงจึงถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อกำหนดการทำงานอย่างมีมนุษยธรรมมากขึ้น แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบันแต่อย่างใด พูดง่าย ๆ ว่าวิธีการทำงานที่คิดขึ้นเมื่อ 2-3 ร้อยปีก่อน นอกจากมันจะไม่เวิร์คแล้ว มันยังฉุดรั้งการทำงานของเราอีกด้วย โดยการศึกษาของบริษัท Draugiem Group
“ความสุขมันซื้อด้วยเงินไม่ได้หรอก” มีคนเคยพูดคำนี้ไว้เล่นทำเอาชาว UNLOCKMEN ที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินเลิกทะเยอทะยานเก็บ ถอดใจไปใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยสโลว์ไลฟ์ไหลไปเรื่อย ไม่สนเรื่องเงินแล้ว แต่นั่นอาจจะเป็นการเข้าใจผิด เพราะเราเชื่อว่าคนที่มองว่าเงินไม่ใช่สารัตถะของชีวิตก็ยังเคยใช้ซื้อความสุขใน 4 ข้อด้านล่างนี้ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ที่สำคัญนักวิจัยเขาออกมานั่งยัน นอนยัน ยืนยัน! ขอให้จ่ายให้ถูกกับ 4 เรื่องนี้ยังไงก็ไม่มีผิดหวัง 1. เปย์เงินซื้อเวลา ผลการศึกษาจากชาวอเมริกันกว่า 4,400 คนออกมาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เวลานี่แหละสร้างสุข! และเงินก็ซื้อเวลาได้นะยูวววว !” คนที่ใช้เงินเป็นส่วนใหญ่เขาเลยยอมใช้มันเพื่อซื้อเวลากลับมาจากเรื่องจุกจิก พิสูจน์แล้วว่าลงทุนไปสุขภาพจิตจะดีกว่าคนขี้เสียดาย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นการสั่งอาหารจากไลน์แมน จ้างแม่บ้าน จ้างเลขา จ้างอะไรก็จ้าง แล้วเอาเวลาที่ต้องเสียไปกับไปกับสิ่งเหล่านี้นอนชิลล์ทำอย่างอื่น คุ้มมาก! 2. เปย์กับประสบการณ์ชั้นยอด ถึง “สิ่งของ” จะอยู่ได้นานกว่า “ประสบการณ์” เพราะสสารไม่หายไป แต่นักจิตวิทยาเขาออกมายืนยันว่ามันใช้ไม่ได้กับเรื่องของการซื้อความสุข แรก ๆ อาจจะใช่ แต่พอนานเข้าเราก็ไม่คิดแบบนี้แล้ว เพราะจากตอนแรกที่เรามีความสุขกับการเป็นเจ้าของแต่พอเคยชินกับการมีมันทุกวันความสุขจะเริ่มจางหายไป นั่นอาจจะเป็นเหตุผลให้พวกเราขยันปรับเปลี่ยน gadget ไปเรื่อย ๆ ทั้งที่มันยังคงใช้ได้อยู่ กลับกันประสบการณ์ที่เราไปพบเจอถึงจะจับต้องไม่ได้ หากพอนานวันเข้าเราจะระลึกถึงมันบ่อย ๆ
ถ้าพูดถึงคำว่า “อีสาน” สำหรับผู้บ่าวเมืองหรือคนนอกพื้นที่อาจมองภาพไม่ค่อยออก นอกจากจะเข้าใจว่าเป็น ถิ่นเศรษฐกิจ ยินเสียงแคน แดนส้มตำ และเป็นพื้นที่แห้งแล้งตามที่หน้าบทเรียนบอกไว้ ทั้งที่ในความจริงอีสานมีมากกว่านั้นเยอะ โดยเฉพาะความเข้มข้นทางอุดมการณ์ งานศิลป์ กับวัฒนธรรมแสบ ๆ คัน ๆ เรื่องเพศที่เอามาตีแผ่ผ่านประเพณี เรียกได้ว่าความทะเล้นขี้เล่นเลยไม่เป็นรองใครเหมาะกับผู้บ่าว UNLOCKMEN ที่มีศิลปะความแสบมันส์ ลึก น่าสนใจ ชอบการแสดงความคิดเห็นและมีอารมณ์ดีเป็นที่ตั้งจะได้ไป challenge ประสบการณ์ใหม่ช่วงวันหยุด โดยสามารถเบิ่งเต็มตาได้ที่นิทรรศการ “อีสานสามัญ” นิทรรศการหมุนเวียนที่จัดขึ้นใจกลางกรุงเทพฯ ภายในห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 ของหอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ได้ ส่วนใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ลองดูภาพที่เราไปเก็บมาฝากเพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อน พุ่งตรงเข้าตะวันออกเฉียงเหนือที่ชั้น 9 เดินขึ้นบันไดเวียนมาตามทาง สิ่งที่เจอจะมีงานศิลปะหลายประเภท ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย Installation แล้ววิดีทัศน์ให้เราเดินไปได้ตลอดรายการไม่เบื่อ ที่สำคัญงานไม่ได้ลึกหรือ Abstact เกินกว่าจะเข้าใจ แต่สามารถนั่งมองและอ่านมันได้ยาวๆ หลายนาที ดินแตกบนผืนผ้าใบแลกเรื่องเล่าชาวอีสาน ภาพแม่เฒ่า พ่อเฒ่า บนผืนผ้าใบที่จัดเรียงตามแนวกำแพงด้วยสีหน้าเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึกถูกจับเล่ากับสีโทนน้ำตาลที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความระอุขอแดนอีสาน ขัดกับแอร์คอนดิชั่นเย็น ๆ ที่กำลังงานได้เป็นอย่างดี ถ้าบอกว่ามันต่างจากภาพวาดของศิลปินคนอื่น ๆ
หนุ่มก้ามปูที่มาพร้อมกล้ามเนื้ออันเพอร์เฟ็กต์ หนุ่ม Skinny หุ่นนายแบบ ขอให้หลบไปก่อน นาทีนี้หนุ่มหมีพุง หนา ๆ ใหญ่ ๆ ไหล่กว้าง ๆ กำลังเรียกคะแนนจากสาว ๆ แบบไม่ยั้ง สาว ๆ เองก็ดูจะชอบหนุ่มแนวนี้อยู่ไม่น้อย สำหรับกระแสที่มาแรงเมื่อไว ๆ นี้ก็คงเป็น “หนุ่มแดดดี้” ที่เราเคยพูดถึงไปแล้วในคอนเทนต์ “หนุ่มน้อยหลบไป หนุ่มใหญ่มาแรง “ล้วง 5 เหตุผล ทำไมสาว ๆ ชอบผู้ชายลุคแด๊ดดี้” กับแฮชแท็ก #แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ” แต่กระแสที่มาแรงไม่แพ้กันในตอนนี้คือ “หนุ่มหมี” ที่วันนี้ UNLOCKMEN จะพามาดูเหตุผลดี ๆ (ที่อยู่นอกเหนือปัจจัยอย่างหน้าหล่อและกระเป๋าหนัก) เฉพาะหนุ่มหมีเท่านั้นที่จะให้สาว ๆ ได้ แบบไหนถึงจะใช่หมี ? เดิมทีนิยามคำว่าหมีในฝั่งยุโรปจะหมายถึงหนุ่มตัวบึ้กแบบไม่เน้นกล้าม แต่ที่สำคัญคือต้องมีขนตามตัว ที่ทำให้ดูเหมือนหมีจริง ๆ นั่นเอง แต่สมัยนี้พอคำว่าหมีมันฮิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าจะให้นิยามคำว่าหมีตรง ๆ ก็คงยาก เพราะจริง ๆ ก็มีอยู่หลากหลายสไตล์ที่สามารถนับว่าเป็นหนุ่มหมีได้เหมือนกัน


