Sapiosexual หรือการหลงรักคนที่สมอง กลายเป็นคำฮิตขึ้นมาชั่วข้ามคืน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร เพราะถ้ามีคนที่หลงรักคนอื่นที่หน้าตา มีคนที่หลงรักคนอื่นที่เป็นคนดี การที่เราหลงรักคนอื่นเพราะเขาเป็นคนฉลาด เป็นปัญญาชน เป็นอินเทอเลคชวล ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ต่างกัน แต่ผู้ชายอย่างเราที่หน้าไม่หล่อ แถมไม่ฉลาด (คิดเอาเอง) จะกระชากใจสาว ๆ Sapiosexual ที่คลั่งไคล้คนฉลาดแทบลงไปกราบกรานได้อย่างไร UNLOCKMEN ไม่ปล่อยให้ผู้ชายอย่างคุณต้องเคว้งคว้างท่ามกลางสมรภูมิทางปัญญาครั้งนี้ เพราะเรามีเทคนิคดี ๆ มาฝากผู้ชายที่สนใจสาว Sapiosexual อย่างคุณกัน สะกดคำให้ถูก เพราะคนไทยวัดระดับการศึกษาจากการสะกดคำ ไม่ว่าคุณจะจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก สักกี่สิบใบ ไม่ว่าคุณจะเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของประเทศ เป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นท่านนายกฯ หรือเป็นพลเอกที่ยึดอำนาจมา ทุกอย่างจะสูญสิ้นความหมาย ถ้าคุณสะกดคำผิด! สาว ๆ Sapiosexual ให้ความสำคัญกับการสะกดคำ การเลือกใช้คำ จะมา “ตะเอง ๆ รักซ์ตะเองน่ะค่ะ” เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ ต้องสติแตกจนอาจเลิกคุยกับคุณไปในทันที เพราะระดับการศึกษาของคนประเทศนี้บางครั้งก็ตัดสินกันที่การสะกดคำนี่เอง พาไปเดทในสถานที่เชิงพัฒนาสติปัญญา ถ้าไปที่ธรรมดาก็ถือว่าเป็นคนธรรมดาเกินไป การไปเดทกับสาว Sapiosexual ที่กรี๊ดให้กับคนฉลาดก็ต้องพาไปที่คนฉลาดเขาชอบไปกัน
จากความสำเร็จของ “รอยัล โอ๊ค ฟรอสต์ โกลด์” (Royal Oak Frosted Gold) เวอร์ชั่นสำหรับเวิร์กกิ้งวูแมน ที่เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจเมื่อพฤศจิกายน 2016 ก็ถึงคราวที่ โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) ส่งผ่านประณีตศิลป์อันแสนท้าทายให้กับเหล่าสุภาพบุรุษสุดเนี้ยบกันบ้าง กับเรือนเวลา “รอยัล โอ๊ค ฟรอสต์ โกลด์ ลิมิเต็ด อิดิชั่น” ล่าสุด บนตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 41 มิลลิเมตร จับคู่สายนาฬิกาวัสดุเดียวกับตัวเรือน โดดเด่นด้วยดีเทลระยิบระยับดุจประกายจากเพชร ผลลัพธ์ล้ำค่าด้วย “ฟลอเรนทีน เทคนิค” (Florentine technique) โดยการตีเนื้อทองด้วยสลักหัวเพชรลงบนพื้นผิวตัวเรือนและสายนาฬิกาเพื่อให้เกิดรอยประทับขนาดเล็ก เทคนิคเก่าแก่ที่นิยมใช้ในการออกแบบจิวเวลรีแบบดั้งเดิม ก่อนต่อยอดสู่ความตื่นเต้นครั้งใหม่ของเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซได้อย่างลงตัว คงลุคที่เฉียบขาดด้วยพื้นหน้าปัดสีน้ำเงินในลวดลายกรองด์ ตาปิสเซอรี่ (Grande Tapisserie) พร้อมด้วยกระจกฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ และเข็มบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสง ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 3120 กันน้ำลึก 50 เมตร ผลิตจำกัดเพียง
หลังจากที่แบรนด์ Ferrari ได้เปิดตัว track-only “FXX-K” ตัวแรงสุดโหดไปแล้วในช่วงปลายปี 2014 และได้รับคำชื่นชมจากผู้คนมากมาย ทั้งบรรดาแฟน Ferrari เอง รวมไปถึงคนที่สนใจในเรื่องนวัตกรรมยานยนต์ เนื่องจากความล้ำหน้าทางด้านเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่ง Ferrari รีดให้มีพละกำลังสูงถึง 1,036 แรงม้า จึงเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะคอยดูการเปิดตัวครั้งต่อไปของ Ferrari ว่า จะมีอะไรพัฒนาไปจากครั้งก่อนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแรง หรือเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ทาง Ferrari ได้ออกมากล่าวถึงผลงานที่น่าประทับใจ นั่นก็คือรถ “FXX-K” Hybrid Supercar จากม้าลำพองในขณะนั้น ให้กับผู้ที่รับชมการเปิดตัวรถใหม่ในครั้งนั้นเอาไว้ว่า “Ferrari FXX-K เป็นการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการจับเอานวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับ ประสบการณ์การขับขี่ และนี่คือ Hypercar ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก” 2 ปีต่อมา Ferrari ก็ได้พัฒนา “FXX-K” ขึ้นใหม่ จนกลายเป็น “FXX-K EVO” แน่นอนว่า มันจะต้องมีอะไรที่ดีขึ้น และถูกแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลวันปล่อยผีอย่าง “ฮาโลวีน” เริ่มได้รับความนิยมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับในข้อหนึ่งว่าคนไทยรับเอาค่านิยมต่างชาติเข้ามาค่อนข้างเยอะ ซึ่งดูเหมือนในช่วงปีหลัง ๆ มานี้เด็กยุคใหม่จะรู้สึกอินกับเทศกาลนี้พอสมควร เพราะหากดูตามร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงชื่อดังมากมายล้วนจัดงานเฉลิมฉลองราวกับว่ามันเป็นวันหยุดสำคัญวันหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากความสนุก รื่นเริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในวันฮาโลวีน ไฮไลท์ที่เป็นจุดเด่นทำให้วันปล่อยผีเป็นที่ชื่นชอบในหมู่วัยรุ่นน่าจะมาจากการที่เราและผองเพื่อนสามารถแต่งตัวคอสเพลย์ประหลาด ๆ ได้อย่างที่ชีวิตปกติไม่มีโอกาส จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งวันที่แก๊งค์เพื่อนชอบนัดรวมตัวกันเพื่อออกมาสังสรรค์ ปาร์ตี้ สมชื่อวันปล่อยผี จริง ๆ สำหรับหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN ที่ปกติแล้วก็ไม่ได้ชื่นชอบการแต่งตัวคอสเพลย์สักเท่าไหร่ แต่ปีนี้ดันโดนกลุ่มเพื่อน ๆ นัดรวมปาร์ตี้ หรือมีเหตุอันจำเป็นจนต้องไปร่วมกิจกรรมความบันเทิงนี้อย่างไม่สมยอม ซึ่งไอ้ครั้นจะไปแบบธรรมดาแต่งตัวแบบปกติก็ดูไม่ค่อยให้ความร่วมมือ กลายเป็นแกะดำ หรือจะแต่งหน้าผีก็ไม่ใช่ทางอีก วันนี้เราจึงนำไอเดียการแต่งคอสเพลย์ในวันฮาโลวีนสำหรับผู้ชายสายขี้เกียจ แต่ outfit ออกมาโดดเด่นในงานอย่างแน่นอน Patrick Bateman Patrick Bateman คือตัวละครโรคจิตจากภาพยนตร์เรื่อง American Psycho ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเป็นผีอย่างไร โดยอันที่จริงแล้วในต่างประเทศวันฮาโลวีนไม่ได้จำกัดเฉพาะการแต่งตัวผีเพียงอย่างเดียว ดังนั้นหากเราจะแต่งคอสเพลย์สไตล์โรคจิตก็ได้เช่นกัน สิ่งที่ต้องเตรียม : เสื้อสูทแบบ Double Breasted สไตล์ 80s สี Navy
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะได้มีโอกาสพูดคุยกับ เจสัน เพทรี่ (Jason Petrie) นักออกแบบ ที่ทำงานสร้างสรรค์รองเท้าบาสเกตบอลร่วมกับซูเปอร์สตาร์อย่างเลอบรอน เจมส์ (LeBron James) มานานกว่าหนึ่งทศวรรษ ถึงจุดเด่นของรองเท้าบาสเกตบอลตระกูลเลอบรอนรุ่นล่าสุด ซึ่งรวมถึงการเลือกใช้นวัตกรรมเส้นใยไนกี้แบทเทิลนิต (Nike BattleKnit) ที่ช่วยเสริมให้รองเท้าบาสเกตบอลเลอบรอน 15 โดดเด่นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยเพทรี่กับเจมส์ได้ร่วมพัฒนารองเท้าบาสเกตบอลตระกูลเลอบรอนหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นเลอบรอน 7 (LEBRON 7) รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ตระกูลเลอบรอนโซลเยอร์ (LEBRON Soldier series) และยังคงพัฒนาสุดยอดรองเท้าบาสเกตบอลตระกูลเลอบรอนมาถึงรุ่นที่ 15 (LEBRON 15) ที่พวกเขาก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น รองเท้าบาสเกตบอลตระกูลเลอบรอนออกวางจำหน่ายมาจนถึงรุ่นที่ 15 แล้ว มีกฎในการสร้างสรรค์ใดบ้างที่คุณต้องปฏิบัติตามอย่าเคร่งครัด และมีกฎข้อใดหรือไม่ที่คุณเลิกให้ความสำคัญไปแล้ว? เรามีกฎสำคัญในการสร้างสรรค์ 3 ข้อ ได้แก่ 1. “ทำให้เท้ามั่นคงเพื่อเอื้อต่อการกระโดด – Lock me down so I can fly” ซึ่งเป็นคำขอของเลอบรอนโดยตรง 2. “ลดการบาดเจ็บได้ – Protect me
หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้นล้วนมีที่มาที่ไป ไม่เว้นแม้แต่แนวเพลง เทรนด์การแต่งกาย วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เช่น ทำไมบางคนถึงมีความรู้สึกคุ้นเคยกับเพลง Grunge อย่างไร้เหตุผล? แต่พอมานึกดี ๆ จึงมารู้ว่า เพราะเราเติบโตขึ้นมาในช่วงยุค 90s ที่ถึงแม้ว่า เราไม่ได้ตั้งใจจะฟัง แต่ด้วยกระแส และเทรนด์ในช่วงนั้น มันประโคมกระหน่ำทั้งเพลงและการแต่งกายให้เราซึมซับเข้าไปอย่างไม่ทันรู้ตัว ดังนั้น วันนี้เราจึงเอาเทรนด์ทั้งดนตรี และแฟชั่นในยุคทองของแต่ละเทรนด์มาให้กับชาว UNLOCKMEN ที่เกิดในทุกยุคทุกสมัยได้เข้าใจ เทรนด์ของคนที่โตมาในยุคสมัยที่แตกต่างกันดู 1960s : British Invasion, Hippies, Woodstock หากคิดถึงแฟชั่นการฟังเพลง และสไตล์การแต่งตัวของศิลปินในช่วงทศวรรษที่ 1960 แน่นอนว่า ทุกคนต้องมุ่งไปที่ Iconic แห่งยุคอย่าง Janis Joplin และ Jimi Hendrix อย่างแน่นอน ในช่วงยุค 1960 ถือเป็นช่วงเวลาที่แฟชั่นการแต่งกาย และดนตรี ได้หลอมรวมกายเป็นหนึ่งเดียว ดนตรี และวิธีชีวิต Hippies ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในยุคนั้น เช่น
ผู้ชายอย่างเราถ้าพูดถึงเรื่องสุขภาพทางเพศ แล้วไม่พูดถึง Orgasm ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือศูนย์รวมความสุขที่ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจของเราแข็งแรง แต่เราเคยสงสัยไหมว่าคนประเทศนี้กับคนประเทศนั้นเขา Orgasm เหมือนกันหรือเปล่า หรือใครจะเด็ดกว่าใคร (นี่เรากำลังพูดถึง Orgasm นะไม่ใช่เรื่องอื่น) แต่โชคดีที่ไม่ได้มีแค่เราที่สงสัยเรื่อง Orgasm จากคนหลากหลายประเทศทั่วโลก เพราะมีคนเขาสงสัยเรื่อง Orgasm ของคนจากหลายประเทศเหมือนกันกับเรา แต่เขาไม่ได้สงสัยเปล่า ทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจจริง ๆ ขึ้นมา การสำรวจครั้งนี้สำรวจผู้คน 2,200 คน จากหลายประเทศทั่วโลกเกี่ยวกับการ Orgasm หรือการถึงจุดสุดยอดของพวกเขา โดยคำถามก็จะเป็นรายละเอียด เช่น คุณ Orgasm บ่อยแค่ไหน คุณส่งเสียงออกมาดังแค่ไหนเมื่อ Orgasm จนได้ผลการสำรวจออกมา คนนอร์เวย์ Orgasm มากที่สุด อาจจะเป็นเพราะอากาศอันหนาวเหน็บของแถบนั้นที่ทำให้ชาวนอร์เวย์ต้องหากิจกรรมเข้าจังหวะทำยามเหน็บหนาวเสียจนกลายเป็นคนประเทศที่ Orgasm มากที่สุด โดย 35% ของชาวนอร์เวย์เปิดเผยว่าตัวเอง Orgasm อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง แต่โดยเฉลี่ยแล้ว Orgasm ของคนหลายประเทศอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ คนชิลี อิตาลี และสเปนมี
คิดว่าหลายคนคงได้เห็นนาฬิกา Smart Watch กันมากมายหลายรุ่นกันอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ไม่ว่านาฬิกาแบรนด์ไหนก็เริ่มหันหน้าพัฒนาออกมาอยู่เนือง ๆ เสมอ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังทำงานได้ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเป็นหลักอยู่ดี จนไม่นานมานี้มีการเปิดตัวของ Apple Watch 3 ที่กำลังเริ่มนำเทคโนโลยี eSIM สำหรับการใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อกับสมาร์ทโฟนเข้ามาลุยในตลาด Smart Watch บ้างแล้ว ทางฝั่ง Android Wear 2.0 ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพราะล่าสุด Huawei ได้เปิดตัว Huawei Watch 2 Pro ที่ใช้งานเทคโนโลยี eSIM ได้เช่นเดียวกัน ตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าการปรับตัวของ Huawei ตั้งแต่สมาร์ทโฟน P9 เป็นต้นมา ได้สร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้ในตลาดเป็นอย่างสูง เพราะกระแสส่งต่อมาจนถึงปัจจุบันแบบไม่มีตก อย่างการเปิดตัว Huawei Watch 2 Pro ตัวล่าสุดก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะทาง Huawei ได้พัฒนาให้นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นนี้ สามารถใส่ซิมได้เหมือนมือถือทั่วไปและยังสามารถใช้งาน เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนอีกด้วย จากเดิมที่ตัวซิมการด์มีขนาดค่อนข้างใหญ่เกินตัวนาฬิกา ทำให้เสียพื้นที่ในการใช้งานไปเกินกว่าครึ่ง ทำให้หลายแบรนด์เริ่มหันมาแก้เกมด้วยการใช้เทคโนโลยีแบบ eSIM แทน
โรคมะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่พบได้ในที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละเชื้อชาติและภูมิประเทศ ในเอเชียจะพบได้ประมาณ 18-26 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และในรายงานล่าสุดปี พ.ศ. 2553-2555 พบว่าโรคมะเร็งเต้านมเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในหญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และแน่นอนว่าต้องมีอัตราการเสียชีวิตและอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ข้อมูลอ้างอิง : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี) BRCA1 และ BRCA2 เป็นกลุ่มยีนที่สร้างโปรตีนช่วยซ่อมแซม DNA จึงมีบทบาทช่วยให้ DNA ในเซลล์มีความเสถียร เมื่อมีการกลายพันธุ์ (Mutation) ของยีน BRCA จะส่งผลให้เซลล์มีโอกาสเกิดความผิดปกติของพันธุกรรมได้สูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่การกลายเป็นมะเร็ง โดยพบว่าการกลายพันธุ์ของยีน BRCA มีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและรังไข่แบบถ่ายทอดทางพันธุกรรม ดร. พงศธรณ์ ไชยทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) กล่าวว่า สำหรับโอกาสที่จะเกิดเป็นโรคมะเร็งเต้านมในคนปกติมีประมาณ 12% (120 คนในประชากร 1,000 คน)


