เมื่อเราพูดถึงรองเท้าบู้ทแน่นอนว่าชื่อแรก ๆ ที่แว้บเข้ามาในหัวก็คือ Timberland รองเท้าบู้ทสุดทนทานที่มีดีไซน์กระชากใจ สามารถใส่ใช้งาน หรือเป็นรองเท้าแฟชั่นได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะรองเท้ารุ่น Yellow Boots ที่โดดเด่นจนเป็นไอคอนที่ใคร ๆ หลายคนต้องมีไว้ครอบครองในตู้รองเท้า เนื่องจากทีมงาน UNLOCKMEN เกิดความสนใจในตัวแบรนด์ จึงได้ไปทำการค้นคว้าข้อมูลประวัติของแบรนด์ Timberland มาเล่าสู่กันฟังให้ทุกท่านได้อ่านกันแบบเพลิน ๆ ย้อนกลับไปในปี 1952 นาย Nathan Swartz ได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัทรองเท้า Abington เพื่อเริ่มต้นธุรกิจผลิตรองเท้าบู้ทซึ่งตัวเขามองเห็นศักยภาพที่ก้าวมาทำเงินได้ โดยเริ่มแรกเขาตัดสินใจซื้อหุ้นเพียงครึ่งเดียวก่อน เพื่อดูว่าธุรกิจจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้ขนาดไหน ซึ่งธุรกิจของพวกเขาก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง 10 ปีต่อมาพวกเขาได้นำเทคโนโลยี injection-molding มาใช้กับรองเท้าบู้ทของพวกเขา เนื่องจากสภาพอากาศในเมืองที่มีหิมะตกอยู่เป็นประจำ และรองเท้าบู้ทส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยกันน้ำ จึงเป็นไอเดียให้พวกเขาออกแบบรองเท้าบู้ทที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถกันน้ำได้ในขณะเดียวกันก็ยังป้องกันความเย็นได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ทำให้รองเท้าจาก Abington เป็นที่นิยมในท้องถิ่น แต่เพื่อเป็นการเปิดตลาดให้กว้างไกลยิ่งขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจย้ายบริษัทไปยัง New Hampshire ในปี 1969 เพื่อเพิ่มขนาดสเกลการผลิตให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทเป็น Timberland ในเวลาถัดมา Timberland ต้องการจะเป็นบริษัทผลิตรองเท้าที่สามารถทำรองเท้าบู้ทออกมาในลักษณะหลากหลาย
ในชีวิตประจำวันสิ่งที่ขาดไม่ได้คงหนีไม่พ้นการพกพาและใช้งานสมาร์ทโฟนในการเข้าถึงโซเซียลเน็ตเวิร์ค ที่กินเวลาชีวิตในแต่ละวันไปแทบจะ 1 ส่วน 3 ก็ว่าได้ ใครที่จะเถียงเราว่าไม่จริง ไม่เป็นแบบนั้นสักหน่อย เราก็ขอดีใจด้วยที่คุณไม่ติดมันมากจนเกินไป เพราะคนส่วนใหญ่ยังเสพติด จนถึงขั้นไม่เป็นอันทำอะไรเลยก็มี ซึ่งตลอดเวลามีหลายงานวิจัยสนับสนุนว่าการเสพติดโลกออนไลน์มากเกินไป จะทำให้เวลาในชีวิตของคุณสูญหายไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกทั้งอาจโจมตีและทำร้ายสุขภาพร่างกายผู้ใช้แบบไม่ทันได้ตั้งตัวอีก อย่างเช่นปัญหาด้านสายตา ฯลฯ UNLOCKMEN จึงอยากจะแนะนำตัวช่วยดี ๆ อีกสักครั้งกับ Thrive แอปฯ ที่จะช่วยให้คุณตัดขาดจากโลกออนไลน์ชั่วคราว จริง ๆ แอปพลิเคชั่นตัวช่วยให้เราไม่เสพติดโลกออนไลน์มากเกินไปมีในเลือกใช้เยอะแยะมากมาย แต่ตัวแอปพลิเคชั่น Thrive ที่เรากำลังจะแนะนำ เป็นตัวที่ Arianna Huffington จับมือกับ Samsung พัฒนาตัวแอปพลิเคชั่นขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งานที่ (ควรรู้ตัว) ว่าเสพติดเข้าซะแล้ว ได้หยุดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบชั่วคราว พร้อมแจ้งให้เพื่อน ๆ โดยรอบได้รับรู้ด้วยว่างดติดต่อในช่วงเวลานี้ชั่วคราว โดยหลักการทำงานของมันจะคล้าย ๆ กับ Do Not Disturb ที่มีอยู่บนตัวเครื่อง Android กันอยู่แล้ว เช่น เราสามารถตั้งเวลาจะเปิดหรือปิดตัวแอปพลิเคชั่นที่เราต้องการได้ รวมถึงตั้งค่ารายชื่อที่เราต้องการแจ้งเตือนไปหาคนเหล่านั้นให้รับรู้ได้ แต่ฟีเจอร์ที่เหนือกว่าแอปฯ อื่น
สมัยนี้ใครก็สามารถกลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ไม่ยาก ขอแค่มีไอเดียกับกล้องวิดีโอไว้ใช้สำหรับบันทึกภาพของตัวเองมาโพสต์ลงไปใน YouTube คุณก็อาจจะกลายมาเป็นป๊อปสตาร์ดังชั่วข้ามคืน เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มหน้าตี๋ท่าทางกวนโอ๊ยคนนี้ Rich Chigga ที่อยู่ดี ๆ ก็แจ้งเกิดดังเป็นพลุแตกบนหน้าสื่อโชเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแร็ปเปอร์ที่มีผลงานน่าจับตามองคนหนึ่ง และกำลังไต่เต้าอยู่ในวงการเพลงสหรัฐอเมริกา โดยเขาใช้เวลาเพียง 18 เดือนเท่านั้นเพื่อยกระดับตัวเองมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร Rich Chigga มีชื่อจริง ๆ ว่า Brian Imanuel เกิดในเมือง Jakarta ประเทศ Indonesia ซึ่งเขาเริ่มเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อปี 2010 ตอนอายุแค่ 11 ขวบ โดยที่ตัวเขาเองก็เป็นเหมือนเด็กปกติทั่วไปที่พยายามเล่นพิเรนทร์โพสต์รูปภาพตัดต่อตลก ๆ ล้อเลียนมากมาย ตัวอย่างเช่นรูปที่เขาตัดต่อตัวเองไปยืนข้างประธานาธิบดี Barack Obama พร้อมสวมเสื้อฮู้ด Nigga ก่อนที่ในเวลาต่อมา Brian จะเริ่มทำคลิปวิดีโอตลกแนว dark comedic ซึ่งเขาได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านจาก YouTube นับว่าเป็นเด็กที่มีความพยายามอย่างมาก ไม่ให้อุปสรรคต่าง ๆ มาปิดกั้นความสามารถ จนกระทั่งมีเพื่อนแนะนำให้เขารู้จักกับเพลง Thrift Shop ของ Macklemore
ปัญหานอนไม่หลับดูเป็นหาเล็กปะติ๋วเมื่อเทียบกับปัญหาใหญ่ ๆ หลาย ๆ ปัญหาในชีวิต แต่ในทางกลับกันการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็สร้างความเหนื่อยล้าสะสมและกลายปัญหาชีวิตที่ใหญ่ระดับโลกขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว ออกกำลังกายก็แล้ว ปรับอาหารการกินก็แล้ว ทำอย่างไรก็ไม่เวิร์คกับเขาสักที วันนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เขาบอกว่านี่คือวิธีที่โคตรดีในการจะช่วยให้คุณนอนหลับ… งานวิจัยพบโคตรวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้นอนหลับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยไม่ต้องพึ่งวิธีอย่างการกินกล้วยหรือดื่มนมอีกต่อไป! นักวิทยาศาสตร์จาก Northwestern University เชื่อว่าการมีแพลนสำหรับวันพรุ่งนี้จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ยาวนานขึ้น แถมการนอนของคุณก็จะมีคุณภาพมากขึ้นด้วย การมีแพลนสำหรับวันต่อไปของชีวิตเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ได้ยังไง? ผลการวิจัยครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Sleep, Science, and Practice. โดยนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการที่คนเรามีจุดมุ่งหมายหรือมีเป้าหมายต่อไปในชีวิตมันกลายเป็นยานอนหลับชั้นดี โดยไม่ต้องใช้ตัวยาทางเคมีจริง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว งานวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 823 คน โดยนำมาตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา ผลออกมาว่ามีคนร้อยละ 63 ที่รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาช่างมีความหมาย และคนร้อยละ 63 นี่เองที่เผชิญกับอาการนอนไม่หลับน้อยกว่า ทุกคนก็อาจจะสงสัยเหมือนที่ UNLOCKMEN สงสัยว่า ‘ความหมายของชีวิต’ มันคืออะไรกันแน่ มันวัดจากอะไร ผู้ทำการวิจัยเขาก็ไม่ปล่อยให้เราต้องปวดหัวคิดไปเอง เขานิยามเอาไว้ว่า ‘ความหมายของชีวิต’ มันคือการที่คนคนหนึ่งรู้สึกดีเมื่อพวกเขาคิดถึงอะไรที่พวกเขาได้ทำมันในอดีต และรู้สึกดีเมื่อพวกเขาคิดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากทำในอนาคต ผลการทดลองจึงมาจบลงตรงที่ว่าใครสักคนหนึ่งจะนอนหลับได้เต็มตาก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังเสียเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ หรือมัวแต่คอยกังวลกับอดีตว่าอะไรที่เรายังทำไม่สำเร็จ ดังนั้นถ้าเรารู้สึกว่าเป้าหมายชีวิตมันยิ่งใหญ่เกินไปกว่าจะทำสำเร็จได้เราคงไม่ได้นอนหลับเต็มตาเสียที UNLOCKMEN ก็เชื่อว่าการที่เราคิดถึงเป้าหมายในแต่ละวันไว้และมุ่งทำมันให้สำเร็จ
ความอาลัยที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังคงไม่จางหายไป เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนตลอดมา และที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดีได้ถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะพระองค์ท่าน จึงไม่แปลกที่ตลอดเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมจะมีนิทรรศการที่ทำให้เราน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชออกมาไม่ขาดสาย และ โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ การจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการดี ๆ ที่ชาว UNLOCKMEN ไม่ควรพลาด ด้วยชื่อที่ฟังครั้งแล้วอาจชวนให้ย้อนกลับไปอ่านใหม่ หรือขอฟังอีกที ยิ่งทำให้โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ ดูน่าสนใจขึ้นหลายเท่า โดยโครงการนี้เป็นการจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เพื่อเป็นตัวแทนคนไทยทั้งชาติในการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในงานชาว UNLOCKMEN จะตื่นตาตื่นใจไปกับการรวบรวมเอาผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๑๑๒ ชิ้น ซึ่งสรุปสาระพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ด้วยความศรัทธาอันหาที่สุดมิได้ โดยมี แนวคิด รูปแบบ เทคนิค และวิธีการ ที่หลากหลายจนไม่อาจวางสายตาลงได้ สำหรับการแสดงจะแบ่งการแสดงงานออกเป็น ๔
แม้ความเสียใจยังคงอยู่ในจิตใจของชาวไทยทั้งปวง แต่ถ้าพ่อบอกเราได้ พ่อคงบอกเราว่า ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป และเราในฐานะลูกที่ดี ก็ต้องไม่ลืมที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพ่อ มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ร่วมแรง ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างชาติของเราให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไป ทีมงาน UNLOCKMEN ขอน้อมนำพระบรมราโชวาท เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน มาเผยแพร่ เพื่อปลุกพลังและสติของผองเพื่อน ให้ลุกกลับมาตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติอย่างสูงสุด พระบรมราโชวาท เกี่ยวกับเรื่อง “การทำงาน” ”การทำงานใด ๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งเป้าหมาย ขอบเขต และหลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้สามารถปฏิบัติมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้โดยตรง และ ถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกัน และขจัดความล่าช้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่า ทุกอย่างได้อย่างสิ้นเชิง” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 17 กรกฎาคม 2530 ลูกจะรู้จักการตั้งเป้าหมายและแผนการในการทำงาน เพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ ”เมื่อมีโอกาส และมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริง ๆ นั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่
เชื่อว่าตากล้องสำนัก Sony หลายคนคงกำลังเฝ้ารอข่าวความคืบหน้าของสินค้าเรือธงใหม่จากค่าย หลังจากเปิดตัว a9 ไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ Sony a7 III และ Sony a7R III ข่าวดีคือตอนนี้เรามี official spec ของ a7R III ที่เพิ่งจะประกาศในประเทศจีนออกมาแล้ว อย่าให้ Body ภายนอกที่โดยรวมยังดูคล้ายเดิมหลอกเอาได้ เพราะภายในของ a7R III นั้น เหมือนเชิญร่างทรงรุ่นใหญ่จาก a9 มาประทับไว้เพียบ เรียกว่ามีการอัพเกรดสำคัญ ๆ มากมายที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ยากเลย ถ้าจะต้องซื้อกล้องเพิ่มอีกตัว เพราะด้วย product positioning ยังไงราคาเปิดก็ถูกกว่า a9 แน่นอน แต่พร้อมสำหรับการใช้งานระดับโปรมากขึ้น โดยเฉพาะจุดเด่นง่าย ๆ ที่อัพเกรดได้ถูกใจก็คือเรื่องความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น 2 เท่า จาก NP-FW50 ที่คนใช้ Sony alpha ทุกคนรู้ว่าหมดเร็วมาก มาเป็น NP-FZ100 และเพิ่มช่องใส่
ดนตรีถือเป็นอีกหนึ่งพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดช จนได้รับพระราชสมัญญาว่า “อัครศิลปิน” โดยพระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในเรื่องดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์วัย และเริ่มเรียนดนตรีเมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดชทรงเลือกเรียนการเป่าแซกโซโฟน วิชาการดนตรี การเขียนโน้ต และการบรรเลงดนตรีสากลต่าง ๆ ในแนวดนตรีคลาสสิค ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะสามารถทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลากหลายชนิด นอกจากนั้น พระองค์ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เพลงด้วยตนเองเมื่อมีพระชนมพรรษาได้ 18 พรรษา ซึ่งคือทำนองเพลง “แสงเทียน” เป็นเพลงพระราชนิพนธ์แรก จนกระทั่งถึงปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดชทรงมีเพลงพระราชนิพนธ์รวมทั้งสิ้น 48 เพลง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระอัฉริยะภาพของพระองค์ท่าน วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำเพลย์ลิสต์เพลงพระราชนิพนธ์มาให้สถิตอยู่ในดวงใจของชาวไทยทุกคน แสงเทียน “แสงเทียน” เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2498 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระอนุชาธิราชได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทำนองและคอร์ดบางตอน จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้น ต่อมา ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรก พ.ศ.2490 และใน พ.ศ.2496 นางสาวสดใส วานิชวัฒนา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ลมหนาว “ลมหนาว” เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 19 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2497
เหลืออีกวันเดียวเท่านั้น ก็จะถึงวันที่พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินคงไม่สามารถกลั้นน้ำตาจากความโศกเศร้าอาลัยเอาไว้ได้ กับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ผู้คนทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย ต่างก็ต้องพร้อมใจกันถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่ง ซึ่งหากใครที่วางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปที่พระราชพิธีไว้ในตอนแรก แต่มีเหตุให้ไม่สามารถเดินทางไปได้ทัน หรือด้วยเหตุสุดวิสัยอื่นใดก็ตาม รวมไปถึงพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดที่แม้จะไปร่วมพิถีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลองที่จัดสร้างขึ้นในแต่ละจังหวัดแล้ว แต่เราเชื่อว่ายังไงพี่น้องชาวไทยทุกคน ก็ยังอยากที่จะติดตามการถ่ายทอดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างใกล้ชิด โดยช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 นี้ ได้ถูกเตรียมการเอาไว้อีกหลายช่องทาง เพื่อประชาชนชาวไทยให้ติดตาม โดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ดำเนินการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมและรับฟังบรรยากาศจากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ดังนี้ สื่อโทรทัศน์ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง และสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ NBT World และ Thai TV TGN Global Network ส่งสัญญาณเผยแพร่ภาพและเสียงไปยัง 177 ประเทศทั่วโลก สื่อวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสดไปสถานีวิทยุทั่วประเทศกว่า 5,000 สถานี


