ภาพจำของพระมหากษัตริย์ที่เราเห็นในหนังสือหรือภาพยนตร์คงเป็นชายหน้าตาภูมิฐานนั่งเสวยสุขอยูบนบัลลังก์ แต่นั้นคงไม่ใช่พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของชาวไทยอย่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแน่ ภาพจำของพระองค์ท่านในหัวใจของเราชาวไทยคงเป็นการตรากตรำทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรอย่างเราอยู่อย่างร่มเย็น และสิ่งที่เราจำได้ว่าจะอยู่ข้างพระวรกายเสมอ สิ่งหนึ่งสิ่งนั้นที่ต้องคิดถึง UNLOCKMEN เชื่อว่าคงไม่พ้นกล้องถ่ายภาพ วันนี้ขอ UNLOCKMEN จึงขอพาชม นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดขึ้นที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่นำภาพ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาจัดแสดงไว้ถึง 200 รูป โดยมีทั้งที่เคยเผยแพร่และไม่เคยเผยแพร่โดยมีภัณฑารักษ์ คือ คุณนิติกร กรัยวิเชียร ภายในงานแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ช่วงของรัชกาล คือ ช่วงต้นรัชกาล จัดแสดงภาพถ่ายยุคขาว-ดำของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 พระราชโอรส พระราชธิดา ตั้งแต่วันพระราชสมภพและพระบรมวงศานุวงศ์ ช่วงกลางรัชกาล จัดแสดงภาพการทรงงาน ณ สถานที่และโครงการต่าง ๆ ทั้งด้านการเกษตร การชลประทาน การพัฒนาท้องถิ่น และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ ช่วงปลายรัชกาล จัดแสดงภาพครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ทัศนียภาพอันงดงามต่าง ๆ และสุนัขทรงเลี้ยง
เป็นที่รู้กันว่า สัตว์ปีก อย่างนกกระจอกเทศนั้นมี IQ ค่อนข้างที่จะต่ำ ซึ่งคุณเองก็สามารถสังเกตได้จากการที่มันมักจะมุดหัวหลบเข้าไปในอะไรสักอย่างเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะมันคิดว่า เมื่อมันมองไม่เห็นศัตรู ศัตรูก็มองไม่เห็นมันเช่นกัน ซึ่งพูดตรง ๆ เลยว่า มนุษย์เราที่เรียนจบ ป.6 มาเป็นอย่างน้อย คงไม่มีใครใช้หลักการ หรือมีความคิดแบบนี้เมื่อต้องหลบซ่อนตัวเองอย่างแน่นอน แต่ความบื้อนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งเลวร้ายเสมอไป ถ้ารู้จักนำมันมาประยุกต์ใช้ เช่นเดียวกับ Ostrich Pillow อุปกรณ์สุดเพี้ยนที่ต้องถูกใจคนชอบนอน หรือง่วงได้ทุกที่ทุกเวลา ที่คุณกำลังจะได้ทำความรู้จักกันในวันนี้ รับรองว่า งี่เง่าสุด ๆ จนคุณอาจจะมีความคิดที่อยากจะลองซื้อมาใช้งานดูก็ได้ Ostrich Pillow ที่ว่านี้ จริง ๆ แล้ว มันก็คือหน้ากากดี ๆ นี่แหละ แต่มันถูกออกแบบมาด้วยหลักการเดียวกับการซ่อนตัวของนกกระจอกเทศ ที่คิดว่าพอมุดหัวหลบเข้าไปที่ไหนสักแห่งแล้ว จะไม่มีใครเห็นมันเมื่อมันไม่เห็นใคร กลุ่มคนหัวใส่จึงใช้หลักการนี้มาประยุกต์ใช้กันคนที่ง่วงนอน หรือชอบนอนไปในทุกที่ แม้จะเป็นตอนกลางวัน หรือที่แจ้งก็ตาม การทำงาน Ostrich Pillow ที่เป็นหน้ากากนี้ ไม่มีอะไรมาก เพราะมันมีหน้าที่แค่ช่วยปกปิดดวงตาของคุณ ไม่ให้มีแสงสว่างใด ๆ เล็ดรอดเข้าไปถึงด้วยตาคุณ
JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่น เชิญชวนชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผ่านบทเพลงแห่งความคิดถึงเพื่อพ่อที่ถ่ายทอดความรู้สึกโดยศิลปินดังมากมายในรายการ JOOX Ribbon ตอนพิเศษ “รักพ่อ คิดถึงพ่อ ฟังเพลงของพ่อ” เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมสดุดีพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ออกอากาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ทาง JOOX LIVE ศิลปินคุณภาพที่อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาร่วมขับร้องในรายการ “รักพ่อ คิดถึงพ่อ ฟังเพลงของพ่อ” ได้แก่ มาเรียม B5, ฟิล์ม บงกช, ดิว อรุณพงศ์ และเก่ง ธชย พร้อมด้วยศิลปินที่นำเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อพ่อมาขับร้อง ได้แก่ เบสท์, โบ๊ท, ไอซ์ และแอน ศิลปินจากค่าย I AM และ True Fantasia ร่วมบรรเลงบทเพลงอันไพเราะโดยวงดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินรายการโดยทีม JOX นำโดย
ในวันที่พ่อได้จากลูกไป ใจพ่อคงไม่อยากให้ลูกมัวแต่เศร้าโศกเสียใจ และคงอยากเห็นลูกเข้มแข็งเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า แม้พ่อจะไม่ได้อยู่กับลูกแล้วในวันนี้ แต่คำสอนของพ่อ ที่พร่ำสอนสั่งด้วยความรัก ความห่วงใย ยังคงอยู่ในใจของลูกๆ ทุกคน ลูกขอน้อมรับคำสอนของพ่อมาเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต และปฏิบัติตาม เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต คำสอนของพ่อ “คนดี” “ ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ ” พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512 ลูกจะเป็น “คนดี” ตามที่พ่อสอน คือ คิดดี พูดดี ทำดี ส่งเสริมคนดี เพื่อให้พ่อได้ภูมิใจ คำสอนของพ่อ “การทำงาน” “ เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่
คำว่า Productivity นั้นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในวัยคนทำงาน จะรู้ดีว่าถ้าหากวัน ๆ หนึ่งผ่านไปโดยที่ไม่มีงาน หรือได้ผลลัพธ์จากการทำงานในวันนั้นเลยจะรู้สึกหดหู่แค่ไหน บางคนจึงพยายามทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ตลอดทั้งเพื่อที่จะให้งานเสร็จลุล่วงอย่างที่ตั้งใจ หรือวางแผนไว้ แต่ในความเป็นจริงมันมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้เปอร์เซ็นของ Work Productivity ในตัวเราลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมมันยังเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คน เป็น หรือ ทำอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวซะด้วย วันนี้เราจึงได้นำเอา 4 นิสัยในโลกออนไลน์ที่ถ้าหากคุณทำแล้ว จะลด Work Productivity ของคุณลงมาให้ดูกัน หากใครที่กำลังหาคำตอบชีวิตอยู่ว่า ทำไมถึงทำงานไม่ค่อยจะสำเร็จดั่งใจหมายสักที วันนี้เรามีคำตอบ และวิธีแก้ไขมาให้ได้ดูกัน ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า มันมีปัจจัยมากมายหลายสาเหตุที่จะทำให้ Work Productivity ของคุณนั้นลดลง แต่ในปัจจุบันนี้ สาเหตุของคนส่วนใหญ่จะเป็นนิสัยการใช้งานโลกออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่เป็น Internet นั่นแหละ ที่ทำให้พนักงาน หรือคนทำงานส่วนใหญ่ ไม่สามารถ Focus งานได้อย่างที่ควรจะเป็น โดยมีการแบ่งออกเป็น 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1#Browsing without a purpose หลายคนมีนิสัยชอบเปิดแท็บในหน้าเว็ป
รถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ซื้อรถมีแต่ลด จะว่าไปมันก็ไม่ผิดซะทีเดียว ยกเว้นว่าคุณจะรู้จักสะสมรถยนต์บางรุ่น บางปี ที่ยิ่งเก็บไว้นาน ยิ่งสามารถทำกำไรได้จากมูลค่าที่เพิ่มพูนมหาศาลของมัน UNLOCKMEN เคยยกตัวอย่างไปแล้วก็หลายรุ่น และวันนี้เราจะมาแนะนำรถ Vintage ที่น่าสนใจอีกรุ่น นั่นคือ Ferrari 250 GT/L Berlinetta Lusso by Scaglietti ที่สุดของตระกูล 250 GT ความพิเศษที่มาพร้อมมูลค่าซื้อขายปัจจุบันสูงถึง 66 ล้านบาท Ferrari 250 GT/L Berlinetta Lusso เป็นรถทรง GT 2 ที่นั่ง หน้ายาว ท้ายสั้น ซึ่งถูกจัดให้เป็น top of the line ของตระกูล มีความพิเศษกว่า 250 GT ทั้งหมด รวมถึงรุ่น 250 GT Berlinetta ปกติ ด้วยตัวถังที่กว้างกว่าแบบ Fastback และหรูหรากว่า ผลงานการออกแบบและผลิตร่วมกันระหว่าง Pininfarina และ
คุณคงเคยได้ยินใครหลายคนชอบพูดว่า ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำเพราะเหตุผลคือ “ไม่มีเวลา” สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องพัฒนาตัวเอง คุณก็จะต้องเคยได้ยินอีกนั่นแหละว่า “ไม่มีหรอก ไม่มีเวลา มีแต่มันไม่สำคัญมากพอ คุณเลยไม่หาทางจัดเวลาให้มัน” ในฐานะที่ตัวเองเป็นพนักงานประจำที่ขับรถไป-กลับที่ทำงานวันละ 100 km. ผมพบว่า “ผมไม่ได้มีประเด็นเรื่องไม่มีเวลา ผมรู้ว่าอะไรสำคัญสำหรับตัวเองและจัดเวลาให้มันได้ แต่สิ่งที่พบคือเวลาแต่ละวันก็ยังไม่พอที่จะเติมเต็มทุกด้านของชีวิตอยู่ดี” คำถามคือ “แล้วเราจะสร้างเวลาขึ้นมาเพิ่มเพื่อเติมเต็มชีวิตให้รอบด้านมากขึ้นได้ยังไง?” และนี่คือ 3 วิธีที่ผมใช้ และอยากจะเอามาแบ่งปันให้ฟังกันครับ 1. Kaizen (Continuous improvement) ทุกบริษัทญี่ปุ่นจะมีหลักการข้อหนึ่งที่ยึดถือกันเป็นสรณะเหมือนกันคือ Kaizen แปลเป็นไทยว่า “การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ผมใช้หลักการนี้กับชีวิตตัวเองเสมอ ถามว่าใช้ยังไง อันดับแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละวันคุณทำอะไรอยู่บ้าง เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรบ้างทั้งวัน คุณจะเห็นว่าตัวเองใช้เวลากับแต่ละเรื่องเยอะ-น้อยแค่ไหน จากจุดๆนั้นคุณจะสามารถหาวิธีปรับปรุงวิธีการใช้ชีวิตของคุณได้หลายอย่าง เช่น ลดเวลากิจกรรมบางอันได้ไหม ทำอะไรให้เร็วขึ้นได้บ้าง สร้างระบบ หาเครื่องมือช่วยได้รึเปล่า เป็นต้น เราโตขึ้นทุก ๆ ปีครับ ทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ มาก็มาก ยิ่งทำซ้ำมาก ยิ่งเชี่ยวชาญมาก คำถามคือ “จะเป็นไปได้ยังไงที่จะทำให้อะไรเร็วขึ้นบ้างไม่ได้เลย จะเป็นไปได้ยังไง?” 2. Outsourcing
ใครบอกความเท่ของแฟชั่นจะถูกจำกัดเอาไว้แค่ในเมืองหลวง ด้วยเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่หันไปลุยภูเขาแบบ Hiking กันมากขึ้น adidas อาจคิดว่า ทำไมเราไม่เอาแฟชั่นไปใส่ไว้ในนั้นซะเลยล่ะ? ว่าแล้วก็จับเอา Superstar ’80s อดีต low-top basketball shoes อันโด่งดังมาตั้งแต่ปี 1983 ผ่านยุคสมัยของ RUN D.M.C. มาแปลงโฉมใหม่ โดยใส่แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์การลุยป่าเข้าไป กลายเป็นดีไซน์รองเท้าที่เท่ ดูทนทานทั้งด้านฟังก์ชั่น และโทนสี เรียกว่าวัยรุ่นนิยมอะไร adidas Superstar จะตามไปคอยสนับสนุน มองแว้บแรก เราน่าจะเห็นรองเท้า sneaker คู่นี้เป็นรองเท้าสำหรับลุยป่า ไม่ว่าจะเป็น upper โทนสีเขียวเข้ม olive-green ที่ยั่วยวนชวนให้ออกไปย่ำยี ตัดกับ toe cap และ midsold สี off-white เสริมความเข้มแข็งด้วย heel tab สีแดง ดูร้อนแรงน่าผจญภัย แต่ถ้าดูให้ดี ๆ จะเห็นว่ามันถูกออกแบบจากพื้นฐานของ Superstar ’80s TR
สำหรับแฟน Microsoft ชาวไทยคงจะเคยได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับความยอดเยี่ยมของ Surface Book กันมาบ้างแล้วว่ามันเจ๋ง และน่าใช้งานขนาดไหน แต่น่าเสียดายที่ในบ้านเรานั้น ไม่มีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะมีก็แค่ Surface Pro แต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ดี และตอบสนองการใช้งานได้ไม่แพ้กัน แต่วันนี้ใครที่รอข่าวของ Surface Book กันอยู่อาจจะมีลุ้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะว่าทาง Microsoft เพิ่งทำการเปิดตัว Surface Book 2 ออกมาแล้ว ทำให้หลายคนนั่งลุ้นว่า ครั้งนี้จะมีการตีตลาดนำเข้ามาขายในไทยอย่างเป็นทางการรึเปล่า? วันนี้ UNLOCKMEN จึงนำเอาความสามารถ และความน่าใช้ของ Surface Book ตัวใหม่ล่าสุดนี้ มาให้ทุกคนได้ดูกัน รับรองว่า จะช่วยเพิ่มความกระสันอยากได้ให้มากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน https://youtu.be/HCYCvREMcCM ครั้งนี้ Microsoft ถือว่า จัดชุดใหญ่มาให้กันแฟน ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะ Surface Book 2 ตัวใหม่นี้ มีสเป็คที่เรียกได้ว่าโหดสุด ๆ เลยทีเดียว เพราะในรุ่น Top สุดนั้น


