บางครั้งความล้มเหลวนั้นเกิดจากการที่คุณให้เวลากับสิ่งที่คุณทำไม่เพียงพอ แต่ในทางกลับกัน บางครั้ง เวลาก็อาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป มีหลายคนกล่าวเอาไว้ว่า การทุ่มเทเวลา ทุ่มเทความตั้งใจไปกับสิ่งที่ตนกำลังทำเท่านั้น ถึงจะทำให้ความสำเร็จผลิดอกออกผล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้ามมันไป และมัวแต่ใช้เวลา ใช้ความตั้งใจ จนลืมไปว่า สมอง ต่างหากที่เป็นตัวแปรสำคัญ เพราะถ้าหากคุณไร้ซึ่งพลังสมองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไอเดีย การคิด การคำนวณ การวางแผน ทุกอย่างจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และทำให้คุณล้มเหลวในที่สุด Got a big goal? Shift your focus to managing your energy and the time crisis will solve itself. เราทุกคนล้วนใช้พลังงานไปโดยไม่รู้ตัวสำหรับการพยายามที่จะประหยัดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต แต่พวกเรากลับมองข้ามถึงการเติมพลังงานให้กับสมองไปอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้น ทางที่ดีเราควรจะลองหันมาใช้วิธีใหม่ ๆ และใช้เวลาที่เรากลัวจะเสียมันไปนักหนามาพัฒนาสมองของเราให้มีพลังแทน จริงหรือเปล่าคุณลองคิดดูเองก็ได้ว่า ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเราก็พยายามมองหา และคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำทุกอย่างได้รวดเร็วที่สุด คิดหาวิธีการต่าง ๆ มากมายเพื่อให้การกระทำต่าง ๆ
ผู้ชายอย่างเราในฐานะที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยคงไม่มีใครที่ไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับแนวทางพระราชดำริเรื่องความพอเพียง แต่ความพอเพียงไม่ได้เป็นเพียงพระราชดำริที่น้อมนำมาใช้กับชีวิตเพียงด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังน้อมนำมาใช้ได้กับทุกด้านในชีวิต กับนิทรรศการ ‘พระราชาในดวงใจ’ ก็เช่นกัน โดยเฉพาะ ‘ห้องหมายเลข ๙’ห้องที่ไม่ควรพลาดมาชม เพราะเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดผ่านพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและวัตถุล้ำค่าที่หาชมได้ยากยิ่ง แต่มูลค่าของสิ่งของหายากเหล่านี้ไม่สำคัญเท่าคุณค่าที่ทำให้รำลึกถึงพระเมตตาแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN ได้รับเกียรติจากคุณศักดิ์ชัย กาย ศิลปินและบรรณาธิการบริหาร ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Lips ซึ่งเป็นผู้รวบรวมของมากมูลค่า แต่ทรงคุณค่ายิ่งกว่านี้ไว้ด้วยกัน ห้องหมายเลข ๙ กับคอนเซ็ปต์ Gallery & Library เรื่องราวที่บอกเล่าผ่านทางสายตาแต่ส่งตรงไปถึงความรู้สึก โดยคุณศักดิ์ชัยได้ให้คำอธิบายของคอนเซ็ปต์นี้ว่า “การเล่าเรื่องก็จะนึกถึงหนังสือ และภาพก็นึกถึงกล้อง ผมจึงอยากจำลองให้ห้องแห่งนี้เป็นทั้ง Gallery และ Library ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย พอคนเห็นก็เข้าใจได้เลย ไม่ต้องตีความ เพราะเชื่อว่าทุกคนก็จะรู้สึกเหมือนกัน” ทุกสิ่งละอันพันละน้อยแต่มากด้วยคุณค่ามหาศาลที่เราเห็นในห้องหมายเลข ๙ นี้จึงล้วนมีความหมายที่ศิลปินอยากจะถ่ายทอดและสื่อสารกับผู้ที่เข้ามาชมทุกท่าน ซึ่งคุณศักดิ์ชัยก็ได้เล่าให้ฟังต่อว่าคอนเซ็ปต์และรูปแบบของห้องที่ได้จัดทำเป็นรูปวงรีรูปทรงของดวงตา และตู้จัดแสดงตรงกลางดวงตาคือหมายเลขเก้าไทย เพื่อสื่อถึง สายพระเนตรแห่งความเมตตา นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าใครที่ย่างกรายเข้ามาในนิทรรศการนี้ก็ย่อมสัมผัสได้ถึงสายพระเนตรแห่งพระเมตตาของในหลวงรัชกาลที่ 9 “ห้องวงรีที่ล้อมรอบไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ ทำให้ในทุก ๆ ฝีก้าวที่คุณเดินอยู่ในห้องนี้ คุณก็จะสัมผัสได้ว่าท่านทรงทอดพระเนตรเราอยู่ พระองค์ท่านไม่ได้จากไปไหนเลย
แม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีการถ่ายภาพจะก้าวหน้า วิ่งไกลขนาดไหน กล้องดั้งเดิมอย่างพวกกล้องฟิล์มก็ยังดังสวนกระแสไม่มีเปลี่ยน เพราะคนส่วนใหญ่ตามหาเอามาเก็บสะสมหรือเอามาใช้งานกันอยู่ดี ด้วยวัสดุบอดี้ที่คงทนกว่ากล้องปัจจุบัน และเสน่ห์ของภาพ ที่ไม่ว่าจะเบลอหรือโบเก้กลางคืนก็เท่ น่าหลงใหล ถ้าพูดถึงข้อดีก็มีแทบครบทุกข้อ แต่ติดอยู่แค่ว่าเทคโนโลยีฟิล์มเริ่มถดถอยไปเรื่อย ๆ ด้วยคุณภาพที่เริ่มไม่เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน และการหาชื้อฟิล์มถ่ายก็ดูยาก ราคาแพงและวุ่นวายมากขึ้น ทำให้คาดว่าไม่นานกล้องพวกนี้อาจตายจากไปจริง ๆ ในที่สุด ล่าสุด UNLOCKMEN ได้เจอเทคโนโลยีสุดเจ๋งที่จะช่วยปลุกชีพกล้องฟิล์มรุ่นเก่า ๆ ให้กลับมาโลดแล่นเป็นกล้องดิจิทัลแบบง่าย ๆ ต่ออายุการใช้งานให้ยาวนานและทันยุคทันสมัยมากขึ้น ลองมาดูกัน อุปกรณ์สุดเจ๋ง I’m Back จะมอบชีวิตใหม่ให้กับกล้องรุ่นเก่าของเรา โดยเป็นการผสมผสานการทำงานแบบเก่า ๆ ของเลนส์แอนาล็อกเข้ากับพลังดิจิทัลของ Raspberry pi Zero ช่วยเสริมฟีเจอร์การทำงานที่ไม่ธรรมดาในตัว โดย I’m Back ตัวนี้จะช่วยให้กล้องรองรับการถ่ายวีดีโอได้ด้วยที่ความละเอียดสูงสุดแบบ UHD (2880*2160) ที่ 24 fps, QHD (2560*1440) ที่ 30 fps, 1080P ที่ 60 fps และด้านการถ่ายภาพนิ่งจะเป็นเซนเซอร์
ถ้าพูดถึงแฟชั่น เรานึกถึงแบรนด์ฝรั่งเศส ถ้าพูดถึงรถยนต์ เรานึกถึงประเทศเยอรมนี ในด้านงาน Craft ของสินค้า กระบวนการผลิต และความสวยงาม ประเทศไทยของเรานั้นถือว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้ใครในโลก เรามีของดี จากวัตถุดิบที่ดี แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ในระดับ OTOP หรือสินค้าพื้นบ้าน ในขณะที่เรานั่งมองสิ่งเหล่านั้นจนชิน แบรนด์ฝรั่งต่างชาติ ต่างขวนขวายเอาของดี ไอเดียสินค้าจักสานของไทยไปปรับเปลี่ยน สร้างมูลค่าให้แบรนด์เหล่านั้นกันเป็นว่าเล่น เพียงเพราะเราขาดการทำ branding ที่ดี ขาดการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเหล่านั้น แต่ข่าวดีคือตอนนี้เราได้รู้จักกับ StartUp น้องใหม่ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศบนเวทีการประกวดมาแล้วมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การผลักดันให้สินค้างาน Craft ของไทย มีการออกแบบที่ทันสมัย มี branding ที่ดี รวมถึงการทำ packaging ที่สร้างมูลค่าได้มากมายทวีคูณ จักสานไทยสู่ตลาดสากล website น้องใหม่ในนาม VT THAI หรือวิถีไทย เกิดขึ้นริเริ่มด้วยคุณจิรโรจน์ ได้มีโอกาสเดินทางไปตามต่างจังหวัดของไทยในแต่ละพื้นที่ซึ่งเห็นว่างานจักสานของไทยนั้นเป็นงานฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีความสวยงาม มีคุณค่าและใช้เวลาในการทำ หากแต่ราคาของมันนั้นช่างสวนทางกับมูลค่าและคุณค่าที่ควรจะเป็น นอกจากนั้นยังได้เห็นถึงปัญหาในด้านต่าง ๆ อาทิ การออกแบบสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หรือความรู้ในด้านภาษาต่างประเทศ ไปจนถึงการทำการตลาด ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการที่จะผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดสากล
Mercedes-Benz มี AMG BMW มี M Performance Volvo มี ……. เมื่อก่อนคงไม่มีใครนึกออกว่าตัวแรงของค่ายรถสัญชาติ Swedish ชื่ออะไร แต่ตั้งแต่ Volvo คิดใหม่ทำใหม่ นอกจากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรถตระกูล 90 ล่าสุดยังเผยโฉมรถใหม่จากป้ายยี่ห้อที่แยกค่ายกันอย่างชัดเจน เพื่อการทำตลาดที่คล่องตัวมากกว่า ภายใต้ชื่อ Polestar 1 รถ Hybrid มากแรงม้า ที่ผู้ผลิตบอกว่ามันคือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้น้ำมันเป็นตัวเสริมเฉย ๆ ในอดีต ชื่อ Polestar เป็นรหัสสำหรับ Volvo ตัวแรง ที่เป็น In-house tuning department ตั้งแต่ปี 1996 จากเดิมที่ได้ออกสื่อผ่านทางป้ายท้ายรถ Volvo วันนี้ Polestar โบกมือลา Volvo เพื่อสร้างรถในแบบของตัวเอง และวันนี้ก็ได้เวลาเปิดตัวไปอย่างสวยงาม The Polestar 1 high performance hybrid
“ชีวิตจะดี ถ้าเรามองโลกในแง่ดีนะนาย” คำพูดโคตรง่าย ที่ง่ายเฉพาะในหนัง หรือง่ายต่อเมื่อเราเป็นฝ่ายพูดปลอบใจใครสักคน “ชีวิตกูแม่งแย่ ไม่มีอะไรดี ไม่มาเป็นกู มึงไม่รู้หรอกว่าแม่งรู้สึกยังไง” คำพูดโคตรง่าย ที่ง่ายในชีวิตจริง ง่ายเมื่อเราเป็นฝ่ายเจอปัญหา อันที่จริงแล้ว การมองโลกในแง่ร้าย ดูจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า เพราะมันได้ถูกฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ การมองโลกในแง่ร้าย เป็นหนึ่งในสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่สำคัญของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อเจอเสียงหลอน ๆ กลางป่า บรรพบุรุษของเราก็จะเตรียมรบหรือหาที่หลบซ่อน เมื่อเจอท่าทีว่าจะมีภัยธรรมชาติ บรรพบุรุษของเราก็เตรียมหาทางเอาตัวรอด สมอง จึงพาเราไปหมกมุ่นอยู่ในการมองโลกแง่ร้ายอยู่เสมอ ถ้างั้นการมองโลกในแง่ร้าย ก็ไม่แย่ซะทีเดียว? ในยุคที่ต้องเอาตัวรอดจากธรรมชาติ ก็คงต้องตอบว่าใช่ แต่ในชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน การมองโลกในแง่ร้าย นอกจากจะดึงดูดพลังงานลบเข้าหาตัวแล้ว ยังมีงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าเป็นการค่อย ๆ ทำร้ายสุขภาพร่างกายโดยไม่รู้ตัว ต่อให้ไม่พูดออกมา ความเครียด ความหดหู่จากการคิดเรื่องร้าย ๆ ในหัว ก็สามารถทำร้ายให้ร่างกายทรุดโทรมได้เช่นเดียวกัน และที่สำคัญ งานวิจัยจาก University of Michigan สรุปว่า คนที่มองโลกในแง่ร้าย มักจะมีอายุขัยสั้นกว่าคนมองโลกในแง่ดี (ดังนั้นเกลียดใครหนักมาก ก็จงยุยงให้มันเครียดเข้าไว้ มันอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 50
นี่คงเป็นอีกครั้งที่เรากำลังจะพูดถึงรถที่โดนใจผู้ชายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความสวย หรือสมรรถนะในการขับขี่ของรถตระกูล M จากค่ายรถยักษ์ใหญ่ BMW แต่ถึงแม้คนทั่วไปจะรู้ว่ารถที่มีตรา ///M ติดอยู่นั้น จะไม่ใช่รถในระดับธรรมดาทั่วไป แต่เป็นรถที่มีความพิเศษทั้งภายใน และภายนอก จนถึงขึ้นที่หากรถ BMW คันไหนเปิดฝากระโปรงขึ้นมาแล้วมีคำว่า M Power ติดอยู่บนฝาเครื่อง ก็สามารถการันตีถึงความเจ๋งของมันได้ตั้งแต่ยังไม่ต้องบิดกุญแจ Start เครื่องกันเลยทีเดียว เพราะกว่าที่รถในตระกูล M จะออกมาให้คนทั่วไปได้เป็นเจ้าของได้นั้น มันต้องผ่านการทดสอบสุดโหด และยาวนาน บนเส้นทางที่ท้าทายสมรรถนะรถแบบสุด ๆ อย่างสนาม Nurburgring จนมั่นใจแน่นอนแล้วว่า รถที่มีตรา ///M ติดอยู่นี้ มี DNA ของรถแข่งในสนามอยู่ชัดเจน เครื่องยนต์ต้องแรง ช่วงล่างต้องแน่น เบรคได้มั่นใจไร้ปัญหาเข้าขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นรถที่ Perfect จึงค่อยวางจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วโลก โดยรถที่มีตราสัญลักษณ์ M อันเลื่องชื่อนี้ ถูกพัฒนามาตั้งแต่สมัยอดีตกาล และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ M1 และ BMW 3.0 CSL ซึ่งเป็นรถต้นตระกูล M
ทำไมคนบางคนถึงกลายเป็นคนที่มั่งคั่งร่ำรวยจนเราโคตรอิจฉา ในขณะที่ทำไมอีกหลายคนถึงเป็นได้แค่คนธรรมดาทั่วไป? หลายครั้งที่เราตั้งคำถามนี้กับตัวเอง แต่รู้หรือไม่ว่าการเป็นคนมั่งคั่งร่ำรวยบางครั้งก็ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยอย่างที่เราเข้าใจ แต่คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินนั้นมีนิสัยที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น นิสัยเหล่านี้ก็ไม่ใช่นิสัยที่พิเศษจนเกินความสามารถคนธรรมดาอย่างเรา แต่เป็นนิสัยที่เราสามารถเอามาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน อยู่ที่ว่าเราจะอยากทำมันหรือเปล่า ถ้าสนใจ UNLOCKMEN ก็เอา 5 นิสัยที่คนมั่งคั่งระดับโลกมาเสนอให้คุณลองพิจารณาดูแล้ว ค้นหาแพสชั่นในการทำงาน คนมั่งคั่งร่ำรวยระดับโลกมักร่ำรวยมาจากการมีบริษัท การเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง ผู้ประกอบการเหล่านี้ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันหมดก็คือมีแพสชั่นในสิ่งที่พวกเขาทำ แม้งานที่พวกเขาทำจะน่าเบื่อแค่ไหน แต่มันเป็นกระบวนการหนึ่งในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่พวกเขาก็จะทำมันอย่างมีความหลงใหลไม่หยุดหย่อนเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด ไม่ใช่แค่ดีพอผ่าน ๆ เงินไม่ใช่ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถ้าถามคนที่รวยระดับโลกว่าสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคืออะไร คำตอบที่เราได้ยินจะไม่ใช่การมีเงินล้นมือ (ถึงแม้ว่าเขาจะมีมากอยู่แล้วก็เถอะ) เพราะเงินเป็นเพียงตัวขับเคลื่อนรองลงมา สิ่งที่พวกเขาอยากมีคือการขับเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งโซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังก้องโลกดู เขาไม่ได้ต้องการเงิน แต่เขาต้องการเปลี่ยนวิธีสื่อสารของคนในโลกต่างหาก! โฟกัส! คนที่ประสบความสำเร็จหรือคนที่ร่ำรวยระดับโลกมักมีความสามารถในการโฟกัสไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนกว่าพวกเขาจะแก้มันให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ต่างจากคนอื่น ๆ ที่อาจจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อันไหนพอทำไม่ได้ก็ปล่อยให้หลุดมือไป ลองเสี่ยงดู คนรวยจำนวนมากไม่ได้เกิดมาพร้อมทางเดินที่ปูให้เขาด้วยความมั่นคงเสมอไป ยังมีเศรษฐีระดับโลกจำนวนมากที่เติบโตจากการไม่มีอะไรก่อนจะกลายมาเป็นคนร่ำรวยอย่างที่เป็นทุกวันนี้ การลงไปเสี่ยงหรืออยู่ในสภาวะที่เราอาจจะต้องแลกกับหลายสิ่งที่มีอยู่ในมือหลายครั้งก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราเติบโตขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน อย่ากลัวความล้มเหลว คนจำนวนมากกลัวความล้มเหลว พวกเขากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวนั้นและกังวลว่าความล้มเหลวนั้นจะทำให้ชีวิตพวกเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดี แต่คนที่มั่งคั่งร่ำรวยมักทำตรงกันข้าม พวกเขายอมรับความล้มเหลวของตัวเอง และมักมาแยกองค์ประกอบของมันเป็นส่วน ๆ ว่าพวกเขาทำอะไรผิดพลาดตรงไหน ดังนั้นการยอมรับและประเมิณความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ทำได้ยากแต่สำคัญที่คนร่ำรวยมักทำอยู่เสมอ อ่านดูแล้ว UNLOCKMEN
หลังจากไม่ได้มีเรื่องราวของ A Girl We Love มาฝากชาว UNLOCKMEN กันสักระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ทีมงานจึงขอนำเรื่องสวย ๆ งาม ๆ มาอัพเดทเรื่องราวของผู้หญิงเก่งอีกหนึ่งคนที่ไม่เอาเรื่องกำแพงเชื้อชาติมาเป็นตัวปิดกั้นความสามารถจนก้าวขึ้นมาเป็นซุปเปอร์โมเดลที่กำลังโด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกในปัจจุบัน หากหนุ่ม ๆ คนไหนเคยชมแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในจาก Victoria Secret ก็คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตา สาวจีนคาแรคเตอร์โดดเด่นที่สามารถเดินตีคู่กับนางแบบผมบลอนด์ได้อย่างไม่เคอะเขิน เธอคือชาวเอเชียคนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร American Vogue และเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้เป็นพรีเซนเตอร์เครื่องสำอางใหญ่ยักษ์ของโลกอย่าง Estée Lauder เธอผู้นี้มีชื่อว่า Liu Wen เส้นทางการเป็นนางแบบของ Liu Wen ถือว่าไม่ง่ายดายหนัก เพราะกว่าเธอจะก้าวขึ้นมาสู่แคทวอล์กได้นั้น เธอต้องรอนแรมเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากจะประเทศจีนตั้งแต่อายุ 18 เพื่อตามความฝัน ต้องใช้เวลาอย่างยาวนานกว่าที่ Liu Wen จะได้รับโอกาส เพราะเธอถูกปฎิเสธงานอย่างมากมายนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอก็ไม่เคยถอดใจคิดล้มเลิกฝันที่อยากจะเป็นนางแบบ ก่อนที่จะมีโอกาสได้ขึ้นโชว์ของ Burberry ที่งาน Milan Fashion Week ในปี 2008 จากนั้นสปอร์ตไลท์ทุกดวงก็พุ่งมาจับจ้องที่เธอ จนกระทั่ง Liu Wen


