สมัยนี้ใครก็สามารถกลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ไม่ยาก ขอแค่มีไอเดียกับกล้องวิดีโอไว้ใช้สำหรับบันทึกภาพของตัวเองมาโพสต์ลงไปใน YouTube คุณก็อาจจะกลายมาเป็นป๊อปสตาร์ดังชั่วข้ามคืน เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มหน้าตี๋ท่าทางกวนโอ๊ยคนนี้ Rich Chigga ที่อยู่ดี ๆ ก็แจ้งเกิดดังเป็นพลุแตกบนหน้าสื่อโชเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแร็ปเปอร์ที่มีผลงานน่าจับตามองคนหนึ่ง และกำลังไต่เต้าอยู่ในวงการเพลงสหรัฐอเมริกา โดยเขาใช้เวลาเพียง 18 เดือนเท่านั้นเพื่อยกระดับตัวเองมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร Rich Chigga มีชื่อจริง ๆ ว่า Brian Imanuel เกิดในเมือง Jakarta ประเทศ Indonesia ซึ่งเขาเริ่มเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กเมื่อปี 2010 ตอนอายุแค่ 11 ขวบ โดยที่ตัวเขาเองก็เป็นเหมือนเด็กปกติทั่วไปที่พยายามเล่นพิเรนทร์โพสต์รูปภาพตัดต่อตลก ๆ ล้อเลียนมากมาย ตัวอย่างเช่นรูปที่เขาตัดต่อตัวเองไปยืนข้างประธานาธิบดี Barack Obama พร้อมสวมเสื้อฮู้ด Nigga ก่อนที่ในเวลาต่อมา Brian จะเริ่มทำคลิปวิดีโอตลกแนว dark comedic ซึ่งเขาได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านจาก YouTube นับว่าเป็นเด็กที่มีความพยายามอย่างมาก ไม่ให้อุปสรรคต่าง ๆ มาปิดกั้นความสามารถ จนกระทั่งมีเพื่อนแนะนำให้เขารู้จักกับเพลง Thrift Shop ของ Macklemore
ปัญหานอนไม่หลับดูเป็นหาเล็กปะติ๋วเมื่อเทียบกับปัญหาใหญ่ ๆ หลาย ๆ ปัญหาในชีวิต แต่ในทางกลับกันการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็สร้างความเหนื่อยล้าสะสมและกลายปัญหาชีวิตที่ใหญ่ระดับโลกขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว ออกกำลังกายก็แล้ว ปรับอาหารการกินก็แล้ว ทำอย่างไรก็ไม่เวิร์คกับเขาสักที วันนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เขาบอกว่านี่คือวิธีที่โคตรดีในการจะช่วยให้คุณนอนหลับ… งานวิจัยพบโคตรวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้นอนหลับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยไม่ต้องพึ่งวิธีอย่างการกินกล้วยหรือดื่มนมอีกต่อไป! นักวิทยาศาสตร์จาก Northwestern University เชื่อว่าการมีแพลนสำหรับวันพรุ่งนี้จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ยาวนานขึ้น แถมการนอนของคุณก็จะมีคุณภาพมากขึ้นด้วย การมีแพลนสำหรับวันต่อไปของชีวิตเนี่ยนะ? จะเป็นไปได้ได้ยังไง? ผลการวิจัยครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Sleep, Science, and Practice. โดยนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการที่คนเรามีจุดมุ่งหมายหรือมีเป้าหมายต่อไปในชีวิตมันกลายเป็นยานอนหลับชั้นดี โดยไม่ต้องใช้ตัวยาทางเคมีจริง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว งานวิจัยครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 823 คน โดยนำมาตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา ผลออกมาว่ามีคนร้อยละ 63 ที่รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาช่างมีความหมาย และคนร้อยละ 63 นี่เองที่เผชิญกับอาการนอนไม่หลับน้อยกว่า ทุกคนก็อาจจะสงสัยเหมือนที่ UNLOCKMEN สงสัยว่า ‘ความหมายของชีวิต’ มันคืออะไรกันแน่ มันวัดจากอะไร ผู้ทำการวิจัยเขาก็ไม่ปล่อยให้เราต้องปวดหัวคิดไปเอง เขานิยามเอาไว้ว่า ‘ความหมายของชีวิต’ มันคือการที่คนคนหนึ่งรู้สึกดีเมื่อพวกเขาคิดถึงอะไรที่พวกเขาได้ทำมันในอดีต และรู้สึกดีเมื่อพวกเขาคิดถึงสิ่งที่พวกเขาอยากทำในอนาคต ผลการทดลองจึงมาจบลงตรงที่ว่าใครสักคนหนึ่งจะนอนหลับได้เต็มตาก็ต่อเมื่อเรารู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังเสียเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ หรือมัวแต่คอยกังวลกับอดีตว่าอะไรที่เรายังทำไม่สำเร็จ ดังนั้นถ้าเรารู้สึกว่าเป้าหมายชีวิตมันยิ่งใหญ่เกินไปกว่าจะทำสำเร็จได้เราคงไม่ได้นอนหลับเต็มตาเสียที UNLOCKMEN ก็เชื่อว่าการที่เราคิดถึงเป้าหมายในแต่ละวันไว้และมุ่งทำมันให้สำเร็จ
ความอาลัยที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังคงไม่จางหายไป เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนตลอดมา และที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดีได้ถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะพระองค์ท่าน จึงไม่แปลกที่ตลอดเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมจะมีนิทรรศการที่ทำให้เราน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชออกมาไม่ขาดสาย และ โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ การจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการดี ๆ ที่ชาว UNLOCKMEN ไม่ควรพลาด ด้วยชื่อที่ฟังครั้งแล้วอาจชวนให้ย้อนกลับไปอ่านใหม่ หรือขอฟังอีกที ยิ่งทำให้โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ ดูน่าสนใจขึ้นหลายเท่า โดยโครงการนี้เป็นการจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เพื่อเป็นตัวแทนคนไทยทั้งชาติในการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในงานชาว UNLOCKMEN จะตื่นตาตื่นใจไปกับการรวบรวมเอาผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๑๑๒ ชิ้น ซึ่งสรุปสาระพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ด้วยความศรัทธาอันหาที่สุดมิได้ โดยมี แนวคิด รูปแบบ เทคนิค และวิธีการ ที่หลากหลายจนไม่อาจวางสายตาลงได้ สำหรับการแสดงจะแบ่งการแสดงงานออกเป็น ๔
แม้ความเสียใจยังคงอยู่ในจิตใจของชาวไทยทั้งปวง แต่ถ้าพ่อบอกเราได้ พ่อคงบอกเราว่า ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป และเราในฐานะลูกที่ดี ก็ต้องไม่ลืมที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพ่อ มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ร่วมแรง ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างชาติของเราให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไป ทีมงาน UNLOCKMEN ขอน้อมนำพระบรมราโชวาท เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน มาเผยแพร่ เพื่อปลุกพลังและสติของผองเพื่อน ให้ลุกกลับมาตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติอย่างสูงสุด พระบรมราโชวาท เกี่ยวกับเรื่อง “การทำงาน” ”การทำงานใด ๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งเป้าหมาย ขอบเขต และหลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้สามารถปฏิบัติมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้โดยตรง และ ถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกัน และขจัดความล่าช้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่า ทุกอย่างได้อย่างสิ้นเชิง” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 17 กรกฎาคม 2530 ลูกจะรู้จักการตั้งเป้าหมายและแผนการในการทำงาน เพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ ”เมื่อมีโอกาส และมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริง ๆ นั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่
เชื่อว่าตากล้องสำนัก Sony หลายคนคงกำลังเฝ้ารอข่าวความคืบหน้าของสินค้าเรือธงใหม่จากค่าย หลังจากเปิดตัว a9 ไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ Sony a7 III และ Sony a7R III ข่าวดีคือตอนนี้เรามี official spec ของ a7R III ที่เพิ่งจะประกาศในประเทศจีนออกมาแล้ว อย่าให้ Body ภายนอกที่โดยรวมยังดูคล้ายเดิมหลอกเอาได้ เพราะภายในของ a7R III นั้น เหมือนเชิญร่างทรงรุ่นใหญ่จาก a9 มาประทับไว้เพียบ เรียกว่ามีการอัพเกรดสำคัญ ๆ มากมายที่ทำให้เราตัดสินใจไม่ยากเลย ถ้าจะต้องซื้อกล้องเพิ่มอีกตัว เพราะด้วย product positioning ยังไงราคาเปิดก็ถูกกว่า a9 แน่นอน แต่พร้อมสำหรับการใช้งานระดับโปรมากขึ้น โดยเฉพาะจุดเด่นง่าย ๆ ที่อัพเกรดได้ถูกใจก็คือเรื่องความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น 2 เท่า จาก NP-FW50 ที่คนใช้ Sony alpha ทุกคนรู้ว่าหมดเร็วมาก มาเป็น NP-FZ100 และเพิ่มช่องใส่
ดนตรีถือเป็นอีกหนึ่งพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดช จนได้รับพระราชสมัญญาว่า “อัครศิลปิน” โดยพระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในเรื่องดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์วัย และเริ่มเรียนดนตรีเมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา ขณะประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดชทรงเลือกเรียนการเป่าแซกโซโฟน วิชาการดนตรี การเขียนโน้ต และการบรรเลงดนตรีสากลต่าง ๆ ในแนวดนตรีคลาสสิค ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะสามารถทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลากหลายชนิด นอกจากนั้น พระองค์ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เพลงด้วยตนเองเมื่อมีพระชนมพรรษาได้ 18 พรรษา ซึ่งคือทำนองเพลง “แสงเทียน” เป็นเพลงพระราชนิพนธ์แรก จนกระทั่งถึงปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดลุยเดชทรงมีเพลงพระราชนิพนธ์รวมทั้งสิ้น 48 เพลง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระอัฉริยะภาพของพระองค์ท่าน วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำเพลย์ลิสต์เพลงพระราชนิพนธ์มาให้สถิตอยู่ในดวงใจของชาวไทยทุกคน แสงเทียน https://www.youtube.com/watch?v=VadBrjU1ye0 “แสงเทียน” เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2498 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระอนุชาธิราชได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทำนองและคอร์ดบางตอน จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้น ต่อมา ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรก พ.ศ.2490 และใน พ.ศ.2496 นางสาวสดใส วานิชวัฒนา ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ลมหนาว https://www.youtube.com/watch?v=iN_XczyZgS4 “ลมหนาว” เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 19 ทรงพระราชนิพนธ์ใน
เหลืออีกวันเดียวเท่านั้น ก็จะถึงวันที่พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินคงไม่สามารถกลั้นน้ำตาจากความโศกเศร้าอาลัยเอาไว้ได้ กับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ผู้คนทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย ต่างก็ต้องพร้อมใจกันถวายความอาลัยครั้งสุดท้ายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่ง ซึ่งหากใครที่วางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปที่พระราชพิธีไว้ในตอนแรก แต่มีเหตุให้ไม่สามารถเดินทางไปได้ทัน หรือด้วยเหตุสุดวิสัยอื่นใดก็ตาม รวมไปถึงพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดที่แม้จะไปร่วมพิถีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลองที่จัดสร้างขึ้นในแต่ละจังหวัดแล้ว แต่เราเชื่อว่ายังไงพี่น้องชาวไทยทุกคน ก็ยังอยากที่จะติดตามการถ่ายทอดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างใกล้ชิด โดยช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 นี้ ได้ถูกเตรียมการเอาไว้อีกหลายช่องทาง เพื่อประชาชนชาวไทยให้ติดตาม โดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ดำเนินการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมและรับฟังบรรยากาศจากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ดังนี้ สื่อโทรทัศน์ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดไปยังสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง และสถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ NBT World และ Thai TV TGN Global Network ส่งสัญญาณเผยแพร่ภาพและเสียงไปยัง 177 ประเทศทั่วโลก สื่อวิทยุ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เป็นแม่ข่ายถ่ายทอดสดไปสถานีวิทยุทั่วประเทศกว่า 5,000 สถานี
ตลอดระยะเวลา 1 ปีแห่งการสูญเสีย ที่เราทุกคนล้วนแต่ต้องพยายามลุกเดินและก้าวต่อไป คงไม่ใช่แค่เพียงผมคนเดียวที่รำลึกถึงพระองค์ท่าน เพราะยิ่งเข็มเวลาเดินผ่านมาไกลเท่าไหร่ พวกเราทุกคนล้วนได้รับการตอกย้ำชัดเจนมากขึ้น กับทุก ๆ สิ่งที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนเสมอมา ตลอดเวลา 70 ปีที่พระองค์ทรงงานอย่างหนัก ไม่เพียงแต่เป็นพ่อของแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังได้ให้ชีวิตและคิดการณ์ไกลในความเป็นอยู่ของคนไทยทุกคน ทรงพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นก็เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มีชีวิตที่ดีขึ้น สุขสบายมากขึ้น แม้ว่าในแต่ละพื้นที่ที่พระองค์เสด็จไปล้วนแล้วแต่เป็นพื้นที่ทุรกันดารก็ตาม แม้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อก่อน ก็คงไม่ได้อำนวยสะดวกและง่ายต่อการใช้งานแบบทุกวันนี้ แต่พระองค์ก็ทรงมีอุปกรณ์ทรงงานส่วนพระองค์ติดตัวอยู่เสมอ UNLOCKMEN จึงขอพูดถึง 5 อุปกรณ์ทรงงานส่วนพระองค์ที่เมื่อเราเห็น จะได้ย้ำเตือนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชนเสมอมา วิทยุสื่อสาร อีกหนึ่งความคุ้นตา ที่เรามักจะเห็นพระองค์ท่านพกพาเครื่องวิทยุสื่อสารติดตัวไปในพื้นที่ทุรกันดารอยู่เสมอ พระองค์ไม่เพียงแต่พกพาและใช้สื่อสารขณะทอดพระเนตรประชากรเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงมีพระอัจฉริยะภาพทางด้านการสื่อสารอีกด้วย โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีควอไซท์ส่วนพระองค์คือ VR 009 ที่ทรงช่วยพระราชทานคำแนะนำ เกี่ยวกับเครือข่ายวิทยุสื่อสารให้อยู่บ่อยครั้ง แม้กระทั่งเหตุการณ์ช่วยเหลือศูนย์สายลมให้เข้าถึงเหตุวาตภัยที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อปี 2539 พระองค์ท่านก็ทรงติดต่อเข้ามา เพื่อแนะนำวิธีที่ถูกต้องให้อาสาสมัครในการออกไปช่วยเหลือประชาชน แผนที่ ทุกครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จฯ เยี่ยมราษฏร สิ่งที่เรามักเห็นอยู่ในพระหัตถ์ของท่านอยู่เสมอคงเป็น “แผนที่” ที่พระองค์ใช้ทรงงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแห่งหนใดในประเทศไทย โดยแผนที่ฉบับนั้นเรียกว่า “แผนที่มาตราส่วน 1
นับตั้งแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ชาวไทยทั้งแผ่นดินก็ตกอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า เราล้วนมีวิธีการจัดการความโศกเศร้าที่แตกต่างกันไป บ้างก็เลือกน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้รู้สึกว่าพระองค์ท่านยังประทับอยู่ในใจเราเสมอ แต่ แจม-เจกิตาน์ โตนิติ บัณฑิตสาวจากรั้วจามจุรี เลือกการลงมือทำด้วยการร่วมถวายงานครั้งสุดท้ายอย่างสมเกียรติ ในการเป็นจิตอาสาปั้นประติมากรรมประดับพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่๙ โดยผู้รับผิดชอบหลักในการปั้นประติมากรรมครั้งนี้คือ สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของศิลปะไทย ได้เปิดรับสมัครจิตอาสาช่วยงาน ผู้ที่สมัครจะต้องผ่านการคัดเลือก และทดสอบฝีมือก่อน มีคนให้ความสนใจสมัครเป็นจำนวนมาก และแจมก็เป็นหนึ่งในจิตอาสาที่ได้เข้าร่วมปั้นหุ่นต้นแบบ เพื่อนำไปใช้เป็นแม่พิมพ์หล่องานปั้น หรือประติมากรรมประดับตกแต่งรอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้วนเป็นต้องใช้ความละเอียดประณีตทุกขั้นตอน เรามีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับเจกิตาน์ โตนิติ หรือ แจม เกี่ยวกับการร่วมเป็นจิตอาสาและเบื้องหลังงานรังสรรค์ศิลป์แห่งการประดับพระเมรุมาศ เจกิตาน์ โตนิติ หรือ แจม เรียนจบจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ เอกประติมากรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชอบวาดนู่นนี่ตั้งแต่เด็ก สนใจรูปภาพสีสัน เลยเลือกเรียนศิลปะ ส่วนประติมากรรมพึ่งมาชอบตอนที่ได้ลองทำจริงในการเรียนในมหาวิทยาลัยช่วงปี 1 เลยค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่กับสิ่งที่ได้ลงมือลงแรง ได้ขยับ มันสนุกดีเลยเลือกเรียนเป็นเอกประติมากรรม ตอนปี 3 พูดถึงการเริ่มต้นเรียนด้านศิลปะหน่อยว่ามีที่มาอย่างไร ที่บ้านให้การสนับสนุนดีมาก อยากให้เราเรียนในสิ่งที่มีความสุขตลอด เพียงแค่เขาขอให้เราตั้งใจทำ สิ่งที่ชอบให้ดีที่สุด ให้กำลังใจในเวลาท้อตลอดมา ล่าสุดมีโอกาสได้เข้ามาเป็นช่างจิตอาสาในการทำงานศิลป์ประดับพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.๙ ฝ่ายประติมากรรม


