ถ้าพูดถึง British Cool Culture แม้จะอยู่คนละซีกโลกกับบ้านเรา แต่ก็คงคงปฎิเสธไม่ได้ว่าในเมืองไทยมีกลุ่มคนที่เป็น “ตัวจริง” ซึ่งชื่นชอบในวัฒนธรรมเท่ๆ แบบอังกฤษอยู่มาก และก็ไม่ได้ชอบแค่ผิวๆ ซะด้วย พวกเขารู้ลึกรู้จริง และทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตัวเองรักสุดชีวิต Bell’s Whisky ในฐานะวิสกี้แท้จากอังกฤษ ตัวจริงเรื่องคุณภาพมาตั้งแต่ ค.ศ. 1825 อยากส่งผ่านสปิริตแบบอังกฤษตัวจริง และ Celebrateให้กับความเป็นคนจริงที่มีอยู่ในตัวคุณจึงได้จัดงาน Bell’s Presents Be Real : Chiang Mai Festival งานนี้ได้รวมเอากลุ่ม Biker แห่งเชียงใหม่ที่หลงไหลในความเท่แบบ 2 ล้อสไตล์อังกฤษอย่างกลุ่ม Triumph และกลุ่ม Vespa ไว้ครบครัน นำทีมโดย BritBike Chiangmai, SpeedDog และ Truxton R สายเหนือ และเมื่อคนจริงมารวมตัวกันจึงไม่ใช่แค่ความมันส์แบบผิวๆ ตลอดงานทั้ง 2 วันจึงเต็มไปด้วยความสนุกกับประสบการณ์สุดเข้มข้นที่ลงลึกถึงแก่นแท้ความเป็นอังกฤษ กิจกรรมในวันงานเริ่มต้นด้วยขบวนแรลลี่ที่เหล่าคนจริงนำเอามอเตอร์ไซค์สุดรักออกมาขับไปด้วยกันรอบเมือง ใครอยากเห็น Vespa รุ่นจี๊ดๆ หรือ
เราเชื่อว่าปัญหาหน้าจอแตกเป็นอะไรที่สุดแสนจะน่าเบื่อสำหรับผู้ใช้สมารท์โฟนในปัจจุบัน เพราะถ้าย้อนกลับไปราว ๆ 10 ปีก่อน หากคุณจะทำหน้าจอโทรศัพท์แตกนั้นต้องมาจากการกระแทกอย่างรุนแรงเท่านั้น ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าไปมากเท่าไหร่ โทรศัพท์แบบจอสัมผัสก็มีขนาดกว้างใหญ่ขึ้นตามมาเท่านั้น ซึ่งหากพูดในเรื่องการใช้งานแล้วต้องถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แต่ในอีกแง่หนึ่งคือเรื่องความปลอดภัยที่นับวันจะยิ่งเปราะบางมากขึ้นเท่านั้น โดย iSmash บริษัทผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการซ่อมโทรศัพท์สมารท์โฟนของประเทศในเครือสหราชอาณาจักร ได้ทำการเก็บข้อมูลลูกค้าที่ส่งซ่อม แล้วคำนวณว่าคนส่วนใหญ่มักจะทำหน้าจอแตกเมื่อผ่านการใช้งานไปจำนวน 105 วัน (iPhone) เท่ากับว่าคนเราจะมีอายุการใช้งานโทรศัพท์เพียง 3 เดือนเศษเท่านั้นก่อนที่จะทำหน้าจอแตก ดังนั้นใครใกล้จะครบ 3 เดือนกว่า หรือเพิ่งทำ iPhone ตกแตกไปก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะซื้อ iPhone X พร้อมเปิดแพ็คเกจกับ Truemove H จะช่วยประหยัดค่าเครื่องได้สูงสุดถึง 10,500 บาท พูดง่าย ๆ คือสามารถเป็นเจ้าของ เครื่อง iPhone X รุ่น 64 GB ได้ในราคาเริ่มต้นถูกสุด ๆ เพียง 30,500 บาทเท่านั้น ใครที่ซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจ 4G+ FUN Unlimited จาก TrueMove H นอกจากจะได้
ศิลปิน นักร้อง ถือเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของผู้ชายเราอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นในยุค 90s ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนพยายามลอกเลียนสไตล์จากฮีโร่แห่งยุคอย่าง Kurt Cobain จนเกิดเป็นกรันทจ์สไตล์ขึ้นมาจวบจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันเราจะไม่ได้มีสไตล์ที่แปลกแหวกแนวขึ้นมาเป็นชื่อเรียก เท่ ๆ อีกต่อไป แต่นักร้อง นักดนตรี ก็ยังมีส่วนสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนุ่ม ๆ ทั่วโลกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น UNLOCKMEN จึงนำการจัดสำรวจของ GQ ที่เขาได้รวบรวมนักดนตรีที่โดดเด่นในเรื่องของสไตล์ประจำปี 2017 จนไม่ควรพลาดที่จะไปติดตาม Drake ปัจจุบันเราแทบจะลืมภาพฮิปฮอฟใส่เสื้อตัวใหญ่ กางเกงหลุดก้นไปได้เลย เพราะพวกเขาหันมาแต่งตัวให้เหมาะสมกับตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรายของ Drake ที่พยายามหาสไตล์ใหม่ ๆ อยู่สม่ำเสมอ ไม่ปิดกั้นตัวเองจากแนวทางใดแนวทางหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ดูเหมือนเขาจะอินกับการแต่งตัวแบบ sportwear อีกทั้งเมื่อต้องปรับลุคเป็น formal ตัวของ Drake ก็มีวิธีการเลือกชุดสูทที่เหมาะกับตัวเขาเอง ที่ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นฮิปฮอฟอยู่ไม่ได้เนี้ยบคุณชายจนเกินไป Instragam : champagnepapi Jared Leto เป็นหนึ่งคนที่ UNLOCKMEN ชื่นชอบมาก ๆ สำหรับ นักดนตรียุคใหม่ เนื่องจากเขามีสไตล์ที่จัดจ้านชัดเจน แม้ว่าหากเราดูในรายละเอียดแล้วตัวของ
ในโลกปัจจุบันนี้ ทุกอย่างได้ถูกเทคโนโลยีเข้าครอบงำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อผ้า ที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone ได้ด้วย ถึงอย่างไรก็ตามในวันนี้ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อนั้นก็ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ด้วยการร่วมมือจากผู้นำทางด้านแฟชั่นการแต่งกาย และผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดอย่าง Levi’s และ Google กับเสื้อยีนส์สุดพิเศษที่พวกเขาได้เปิดตัวออกมา และบอกว่า มันสามารถ Connect กับ Smartphone เพื่อใช้งานบน Application ได้ ตอนนี้เรามาดูกันว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง? โดยเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวนี้ มีความพิเศษจากการที่คุณสามารถควบคุมการทำงานบางอย่างบน Smartphone ได้ โดย Google ได้ทำการออกแบบ และสร้างเส้นใยที่ไวต่อการสัมผัสขึ้น จากนั้นก็ทำการทอมันเข้าไปในเนื้อผ้าของเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ และที่สำคัญที่สุดก็คือ มันจะไม่หลุดออกไปแม้เวลาที่คุณนำไปซักในเครื่องซักผ้า เส้นในแบบพิเศษนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็นชุดข้อมูลที่สามารถรับ-ส่งสัญญาณ Bluetooth ไปยัง Smartphone ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนเพลงที่คุณกำลังฟังผ่าน Smartphone ได้โดยการลูบที่แขนเสื้อเท่านั้น!! นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้คำสั่ง Play – Pause หรือ Stop ได้โดยการสัมผัสบริเวณแขนเสื้อ และสามารถสั่งเปิด – ปิด
ช่วงนี้เราอาจจะเห็นแบรนด์รถยนต์หลายแบรนด์เริ่มลงมือผลิตรถไฟฟ้ากันอย่างตูมตาม ซึ่งไม่เพียงแต่รถยนต์เท่านั้นนะครับ เพราะว่าฝั่งมอเตอร์ไซค์ก็เริ่มเตรียมบุกตลาดด้วยเช่นกัน โดยรอบนี้ทาง Honda ไม่ยอมน้อยหน้าใครที่ไหน เตรียมเปิดตัว Honda Riding Assist Motorcycle รถมอเตอร์ไซค์สุดล้ำที่สามารถทรงตัวได้เอง โดยกำลังเตรียมจะเปิดตัวในงาน Tokyo Motor Show ครั้งที่ 45 นี้ Riding Assist-e จะเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และมีความสามารถในการ Self-Balancing ที่จะทรงตัวได้ในความเร็วต่ำ หรือแม้แต่จอดนิ่ง ๆ ก็ไม่ต้องลงขาตั้ง (ต้องเปิดสวิทช์การทำงานฟังก์ชั่นนี้ไว้ด้วย) โดยมีคอนเซ็ปท์อย่างเป็นทางการว่า “Enjoying The Freedom of Mobility” (ความสนุกสนานในการเคลื่อนที่อย่างอิสระ) และ “A Carbon-Free Society” (สังคมไร้มลพิษ) เพื่อต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มากขึ้นและยังรักโลกมากขึ้นอีกด้วย โดยตัวรถจะเป็น (AI) ที่ออกแนวกึ่ง ๆอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มากกว่า นอกเหนือจากความสามารถด้านการทรงตัวและพลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังมีการออกแบบตัวรถไม่ว่าจะเป็นเฟรมรถหรือสวิงอาร์มก็ถูกได้รับการออกแบบมาอย่างดี พร้อมระบบเบรค Nissin และระบบกันสะเทือนแบบลิงค์แอสซิสที่เชื่อมต่อกัน คันเร่งจะเป็นระบบไฟฟ้าและติดตั้ง LED รอบคัน ซึ่งเรายังไม่มีราคาหรือรายละเอียดตัวเครื่องยนต์อย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ UNLOCKMEN เคยนำเสนอบทความเกี่ยวกับเครื่องแปลภาษาแบบทันใจมาก็หลากหลายตัวแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะช่วยเพิ่มประโยชน์ให้แก่ใครที่ติดขัดหรือเป็นปัญหาด้านภาษา อย่างเช่นคนที่เดินทางบ่อย ๆ และใช้การสื่อสารเป็นหลัก ซึ่งแต่ละครั้งแต่ละตัวที่เราพยายามนำเสมอมา ก็ล้วนแต่ยังไม่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือบางทีก็ไม่สามารถใช้ได้เต็มที่แบบตอนที่โฆษณา ตอนนี้ปัญหาที่พบเจอมาเกี่ยวกับอุปกรณ์แปลภาษากำลังจะสิ้นสุดแล้วครับ เพราะว่าตอนนี้ทาง Google เตรียมวางจำหน่ายหูฟังไร้สายอัจฉริยะ ที่กำลังจะล้มทุกตัวในตลาดตอนนี้ ซึ่งจะเจ๋งและน่าสนใจขนาดไหน มาดูกัน Google ได้เปิดตัวหูฟังไร้สายอัจฉริยะ “Pixel Bugs” ที่สามารถรองรับภาษาใช้งานได้มากถึง 40 ภาษาในปัจจุบัน (คาดว่าอนาคตจะเพิ่มอีก) โดยตัวสายของหูฟังเป็นแบบสายถักและมีโลโก้สัญลักษณ์ G ทำงานคู่กับ Pixel Phone โดยหลักการทำงานของมันแค่ผู้ใช้แตะค้างบริเวณหูฟังด้านขวา ตัวระบบจะทำการเปิด Google Assistant ขึ้นมาให้เราเรียกใช้แปลภาษา และเมื่อพูดเสร็จ Google Assistant จะแปลเป็นอีกภาษาที่สั่งไว้ให้ผ่านลำโพงของ Pixel โดยการตอบกลับก็สามารถพูดได้ผ่าน Pixel และก็จะถูกแปลออกมาผ่านทาง Pixel Buds เช่นกัน Pixel Bugs สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง (รวมแบตเตอรี่หูฟังและแบตเตอรี่จากเคส) และการชาร์จไฟก็จะมีกล่องเก็บแล้วเสียบชาร์จไฟผ่าน USB-C โดยการทำงานทั้งหมดของหูฟังจะต้องใช้คู่กับ
เมื่อตัวจริงแห่งวงการดีไซน์เดนมาร์กมาเจอกับผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่จากสวีเดน…ความร่วมมือครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนวงการออกแบบระดับโลกเมื่ออิเกีย ผนึก Hay รังสรรค์คอลเล็คชั่นใหม่ “YPPERLIG/อิปเปอร์ลิก” สะท้อนค่านิยมและเอกลักษณ์ของงานออกแบบแถบสแกนดิเนเวียที่โดดเด่นด้วยความสวยงามและคุณภาพ ผสานกับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีสินค้าใหม่ให้เลือกกว่า 35 รายการ ตั้งแต่ โซฟาเบด โต๊ะกลาง เก้าอี้ โคมไฟ กระจก ปลอกหมอน กล่องเหล็ก จนถึงไอคอนประจำอิเกียอย่าง ถุงพลาสติกสีน้ำเงินที่นำมาออกแบบปรับโฉมใหม่เพิ่มเติมลวดลายและสีสันละมุนตา พบกับคอลเล็คชั่น “YPPERLIG (อิปเปอร์ลิก)” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้ ที่อิเกีย เมกาบางนา คอลเล็คชั่น “YPPERLIG/อิปเปอร์ลิก” เป็นความร่วมมือกันเพื่อยกระดับความคิดสร้างสรรค์และแบ่งปันประสบการณ์ความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท อิเกียมีความรู้ด้านการผลิตอย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ HAY สร้างเสน่ห์ให้กับผลงานของตัวเองด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ การร่วมงานกันครั้งนี้ คือความท้าทายของทั้งสองฝ่ายที่ค่อยๆ หาจุดสมดุลที่เป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย จนได้ผลลัพธ์เป็นคอลเล็คชั่น YPPERLIG/อิปเปอร์ลิก เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่มีความสวยงามด้วยรูปทรงเรขาคณิตและสีละมุนตา ใช้วัสดุคุณภาพดีมีความคงทน ใช้งานได้จริง ในราคาที่เหมาะสม Marcus Engman หัวหน้าทีมดีไซน์ประจำอิเกีย สวีเดน เล่าถึงความร่วมมือกับ HAY ในครั้งนี้
ความพยายามเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะการพยายามทำอะไรให้สำเร็จ แต่บางทีการพยายามมุ่งแต่จะเอาชนะจนลืมรายละเอียดหลาย ๆ อย่างไปอาจทำให้เราพลาดบางสิ่งที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จไปได้ วันนี้ UNLOCKMEN นำ 5 เรื่องราวดี ๆ ของการไม่พยายามเอาชะอย่างเดียวว่าจะนำพาอะไรดี ๆ มาในชีวิตบ้าง ผ่อนคลาย ไม่กดดันตัวเอง การบอกตัวเองว่าต้องชนะ ๆ แม้ทางหนึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ตัวเองทำให้สำเร็จ แต่อีกทางหนึ่งคือการกดดันตัวเอง และการกดดันตัวเองหลายครั้งนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นการไม่พยายามจะเอาชนะมากเกินไป ให้เวลาตัวเองได้ผ่อนคลายบ้าง ทำตามหนทางที่วางไว้แบบค่อยเป็นค่อยไป หรือถ้าจะรีบก็รีบเพราะความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะกดดันตัวเองว่าต้องก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง รับรองว่าคุณจะได้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว มีโอกาสมองหาบทเรียนระหว่างทาง บางครั้งบทเรียนในชีวิตไม่ได้มาในรูปแบบการลงคอร์สเรียน หรือการมุ่งหาที่เรียนเสมอไป เราไม่ได้บอกคุณว่า หยุดนะ! หยุดเรียนตามระบบ แต่เราแค่จะบอกว่าการพยายามเอาชนะมากเกินไปทำให้คุณละเลยที่จะมองเห็นบทเรียนต่าง ๆ ระหว่างทาง เพราะหลาย ๆ ครั้งบทเรียนหรือการเรียนรู้อะไรบางอย่างก็ไม่ในมาแค่ในห้องเรียน หรือในการทำงาน การไม่พยายามเอาชนะเพียงอย่างเดียวทำให้คุณได้บทเรียนอันล้ำค่าจากระหว่างทางที่คุณหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว คอนเนคชั่นที่ได้มาโดยไม่รู้ตัว การไม่เร่งรีบเอาชนะทำให้เรามีโอกาสได้ซึมซับระหว่างทางมากขึ้น ระหว่างทางนอกจากมีบทเรียนดี ๆ ให้คุณได้เรียนรู้อย่างล้นหลามแล้ว ยังมีคอนเนคชั่นแบบที่คุณคาดไม่ถึงอีกด้วย ไม่มีใครกำหนดซักหน่อยว่าคอนเนคชั่นจะมาแค่ในการเจรจาในวงธุรกิจเท่านั้น เพราะหลาย ๆ ครั้งคอนเนคชั่นก็มาในวงเหล้า มาจากการเดินออกไปสูบบุหรี่ชิล ๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองอยากมุ่งเอาชนะรีบทำแต่อะไรในกรอบจนลืมอะไรนอกกรอบแล้วต้องพลาดคอนเนคชั่นดี ๆ
สิ่งที่ทำร้ายการใช้ชีวิตเท่ ๆ แบบลูกผู้ชาย คือช่วงจังหวะที่ต้องรีดผ้า รีดเสื้อเชิ้ตให้เรียบ อยู่ในมุมหลืบของห้อง ต่อให้คุณเท่มาจากไหน ต่อให้คุณเป็นยอดชายมาจากไหน ก็ไม่สามารถหนีช่วงเวลาอาภัพนี้ได้ มันทั้งหนัก มันทั้งร้อน มันใช้เวลานานเหลือเกิน เสื้อบางตัวรีดเท่าไหร่ก็ไม่เรียบ อีตัวที่รีดแล้วเรียบ พอปาดเตารีดไปสองสามที มันดันเป็นรอยเรียบที่ไม่เสมอกัน จะอ้อนภรรยาให้รีด กลายเป็นต้องรีดให้นาง งานเพิ่มไปอีก จากนี้ต่อไป ผู้ชายอย่างพวกเราจะหมดภาระนี้ ไม่จำเป็นแล้วครับ การรีดผ้าเหงื่อแตกอยู่ในซอกห้อง ด้วย effie เครื่องจักรรีดผ้า ที่ถูกคิดค้นด้วย insight เดียวกันกับผู้ชายอย่างพวกเรา “เพราะการรีดผ้ามันห่วยแตก!” effie ถูกคิดค้นโดย Rohan และ Trevor ที่เริ่มไอเดียเพราะคิดเหมือนกันว่า “Ironing Sucks!” เราขี้เกียจทำ เราจึงคิดค้นเครื่องนี้ขึ้นมา และคุณก็จะไม่ต้องรีดอีกต่อไปเหมือนกัน เป็น Big Idea ที่ถูกคิดตามขั้นตอน “Start with Why” ของ Simon Sinek เป๊ะ จึงไม่แปลกใจที่เจ้าเครื่อง effie จะตอบโจทย์โดนใจจนเราอยากได้


