หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพของ ปรียวิศว์ นิลจุลกะ หรือ “ปาล์ม Instinct” ในบทบาทของนักร้องขวัญใจวัยรุ่น ในฐานะฟร้อนท์แมนของวง “Girl” ก่อนจะมาฟอร์มวงใหม่ “Instinct” เจ้าของเพลง “โปรดส่งใครมารักฉันที” ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะเพลงประกอบภาพยนตร์ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” แต่น้อยคนจะรู้ว่าในอีกด้านหนึ่ง ปรียวิศว์สนใจงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะตัดสินใจศึกษาด้านศิลปะอย่างจริงจังที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ (วิชาเอกจิตรกรรม) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน “ตั้งแต่เด็กก็ชอบศิลปะ ชอบวาดรูปแล้วครับ เรียนศิลปะ ทำงานศิลปะควบคู่กับการร้องเพลงมาตลอด ไม่ใช่ทำแบบงานอดิเรกหรือเป็นนักร้องว่าง ๆ แล้วมาวาดรูปนะครับ การทำงานศิลปะเรียกว่าก็เป็นอีกด้าน อีกสถานะ อีกอาชีพของผมเลย” กับนิทรรศการศิลปะล่าสุด “Siam Rangers” ปรียวิศว์ เล่าว่า ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้มีที่มาจากเรื่องราวที่เป็นทั้งประสบการณ์ตรงและสิ่งที่ได้พบเห็นจากการท่องโลกโซเชียล นั่นก็คือเรื่องของ “ตำรวจ” อาชีพที่ผูกพันกับคนไทยตลอดมาและตลอดไป “พอไปทำงานเพลงที่จีนี่เร็คคอร์ด ทางค่ายมีนโยบายให้ศิลปินเล่น social media เราก็เลยได้อ่าน ได้เห็นเรื่องราว เห็นประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา ซึ่งเรื่องของตำรวจก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทุกคนได้รับรู้อยู่ตลอดเวลาทั้งแง่บวกและแง่ลบ เพราะตำรวจเป็นอาชีพที่เข้าถึงคนไทยมากที่สุดอาชีพหนึ่ง ทุก ๆ คนเคยมีประสบการณ์บางอย่างกับตำรวจ
หากพูดถึงอาวุธปืน DIY เราเชื่อว่า ชื่อของปืนไทยประดิษฐ์ อันโด่งดัง และสร้างชื่อ (ในทางที่ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่) ให้กับบรรดาเด็กช่างกลสายบู๊มานักต่อนักคงจะปรากฎขึ้นมาในหัวอย่างแน่นอนแต่ล่าสุด วงการปืน DIY ของไทยอาจจะถึงขั้นอวสานกันในคราวนี้ เมื่อเราพบกับอาวุธปืนจากแดนมังกรสุดเจ๋งที่มีชื่อว่า “Folding Matchstick Revolver” ลูกโม่จีนประดิษฐ์สไตล์ดิบเถื่อนสุดดุดันกระบอกนี้ จึงไม่พลาดที่จะรีบนำเอาอัพเดทให้กับชาว UNLOCKMEN ทุกท่านได้ดูกัน “Folding Matchstick Revolver” ปืนที่ดูเหมือนจะโหดกระบอกนี้ เป็นปืนประเภท Revolver หรือที่บ้านเราเข้าใจกันอย่างแพร่หลายว่า “ปืนลูกโม่” โดยตัวกระบอกปืนนั้นผลิตจากวัสดุ Stanless Steel ล้วน ๆ เรียกได้ว่า เท่ถูกใจคนที่ชอบอะไรดิบ ๆ อย่างแน่นอน ที่สำคัญคือมันมาพร้อมความทนทาน และลดปัญหาความเสี่ยงปืนระเบิดคามือที่มักเกิดขึ้นได้ในอาวุธปืนที่ผลิตโดยไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ขนาดของมันยังเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะมันมีขนาดเล็กสุด ๆ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกล่องไม้ขีดไฟแล้ว ปรากฎว่ามันมีขนาดใหญ่กว่ากล่องไม้ขีดเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ายังเล็กไม่พอล่ะก็ คุณยังสามารถพับเก็บมันให้เล็กลงได้อีกประมาณ 1 ใน 4 ของขนาดดั้งเดิม ด้วยความสามารถเหล่านี้คงต้องบอกว่า อาจจะถึงเวลาที่ปืนปากกา และปืนไทยประดิษฐ์จะต้องลาวงการไปแล้วอย่างแน่นอน แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักจะมาพร้อมกับความแข็งแกร่งอยู่เสมอ ๆ
ปัจจุบันรองเท้าแต่ละแบรนด์ก็มีการแบ่งเกรดราคารองเท้าให้เลือกตั้งแต่ราคา 2000-3000 บาทสำหรับผู้เริ่มต้น จนไปถึงราคาเหยียบหมื่น โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์อีกต่อไป ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำรองเท้าผ้าใบ ราคาไม่แพง แต่คุณภาพเกินตัว สามารถนำไปใส่ได้หลากหลายสถานการณ์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของหนุ่มเมืองในยุคนี้ *หมายเหตุ รองเท้าที่เราจะแนะนำต่อไปนี้เกิดจากความรู้สึกในการสวมใส่ของผู้เขียน ซึ่งแต่ละคนอาจจะได้รับความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป* Nike Tanjun สำหรับรองเท้าคู่นี้นับว่าเป็นโมเดลที่ราคาถูกลำดับต้น ๆ ของแบรนด์ Nike ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของความเรียบง่าย เพราะคำว่า ‘Tanjun’ ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่าเรียบง่าย ซึ่งเปรียบเหมือนรองเท้าไลน์เริ่มต้นตระกูลเดียวกับ kaishi และ roshe สำหรับรองเท้าคู่นี้มีเอกลักษณ์คือพื้นกลางที่ใช้โฟมเป็นพื้นแผ่นเดียวกัน เพื่อความนุ่มเบาในการสวมใส่ และหน้าผ้าจะเป็นผ้าตาข่ายพร้อมรูล้อมรอบ ดังนั้น Nike Tanjun จึงสามารถใส่วิ่งเล่น ออกกำลังกายเบา ๆ ได้ หรือจะใส่เที่ยวลำลองก็ดีไม่แพ้กัน Price : 2,300 บาท adidas campus เป็นรองเท้ารุ่นเก่าที่ทาง adidas ได้นำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่เบื่อรองเท้าสาย performance หรือ lifestyle ซึ่ง adidas
ติดหนี้ คำพูดที่ปวดใจ ใครๆก็ไม่อยากฟัง เมื่อภาระหนี้สินมีผลต่อความเป็นอยู่ และส่งผลต่อความเครียดทั้งตนเอง และคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นหนี้สิน หนี้บัตรเครดิต ผ่อนรถ ผ่อนบ้านไม่ทัน ได้เงินเดือนมาจ่ายดอกเบี้ยก็หมด เงินต้นไม่หายไปเสียที การเป็นหนี้ เหมือนแบกหินก้อนใหญ่ไว้บนหลัง เราจะทำอย่างไรดี Lady P. มีเทคนิคเล็กๆน้อยมาแบ่งปันยามคุณติดหนี้ “ตั้งสติ จิตใจให้มั่น” ก่อนที่คุณจะเครียดจนหัวระเบิด ให้คุณหยุดตั้งสติก่อนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง และสิ่งแรกที่คุณควรทำคือ หยุดก่อหนี้สินเพิ่ม ไม่ว่าคุณต้องลำบากแค่ไหน เพราะถ้าคุณหาหนี้ใหม่มาเรื่อยๆ หนี้เก่าคุณจะไม่มีวันหมด และหนี้ใหม่ก็จะเพิ่มเป็นหนี้แบบงูกินหาง ไม่จบไม่สิ้น “คิดใหม่ จัดสรรใหม่ เริ่มปรับตัวเองใหม่” เริ่มการทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย ของตนเองทุกวันตลอดเดือน ดูว่าในแต่ละเดือนเราใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่ากินข้าว ค่าเดินทาง ค่าสังสรรค์ ค่าผ่อนชำระหนี้สินต่างๆ ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ เมื่อทำเสร็จแล้วให้ดูว่าทั้งเดือนที่ผ่านมาใช้จ่ายไปเท่าไหร่และหมดไปกับค่าอะไรเป็นพิเศษ มีเหลือเก็บออมหรือไม่ หรือต้องดึงเงินเก็บมาใช้ทุกเดือน การที่คุณไม่เคยทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายเลย จะไม่รู้ว่าในแต่ละเดือนมีการใช้จ่ายเงินอย่างไร และหมดไปกับอะไรบ้าง “ตอนนี้คุณติดหนี้อะไรบ้าง” จดรายละเอียดหนี้สินของคุณออกมาให้หมด ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนมือถือ ยิ่งปัจจุบันนี้ โปรโมชั่น
คำพูดไม่ใช่แค่สิ่งที่เอาไว้เพื่อสื่อสารกันเท่านั้น แต่คำพูดส่งผลต่อชีวิต แรงบันดาลใจ และมีอิทธิพลต่อวิธีคิด รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันได้จริง ๆ คำพูดดี ๆ ก็ดึงดูดพลังดี ๆ เข้ามา แต่ลองหลับตาจินตนาการถึงคนที่พ่นพูดแต่คำด่า คำบ่น คำหยาบคาย บรรยากาศแวดล้อมก็ไม่ชวนเข้าใกล้ หรือถ้าเข้าใกล้ก็ชวนให้หดหู่ไม่อยากทำอะไรไปหมด การประสบความสำเร็จก็เช่นกัน ถ้ามัวแต่คิดหรือพูดอะไรที่ย่อท้อ โทษตัวเอง หรือไม่มั่นใจในตัวเองอยู่เป็นประจำก็พาให้แรงใจ แรงกายถดถอยไปได้ นี่จึงเป็น 7 ประโยคที่คุณจะไม่มีวันได้ยินคนที่ประสบความสำเร็จเขาพูดกัน เพราะมันไม่ทำให้อะไรดีขึ้น แล้วคุณล่ะยังพูดประโยคพวกนี้อยู่หรือเปล่า? 1.ผมทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครทำอะไรเป็นทุกสิ่งอย่างมาตั้งแต่แรกเกิด การบอกว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มถือเป็นการดูถูกตัวเองอย่างมาก คนที่ประสบความสำเร็จมักจะไม่โฟกัสถึงสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ แต่เรียนรู้ว่าอะไรที่พวกเขาทำได้ และค่อย ๆ หาวิธีการจัดการและเริ่มต้นทำในสิ่งที่พวกเขายังทำไม่ได้ แต่ถ้ากังวลจนไม่รู้จัทำยังไง ลองลิสต์รายการสิ่งที่เราเคยทำไม่ได้มาตั้งแต่เราลืมตาดูโลก แล้วเช็คดูสิว่าทุกวันนี้เราเรียนรู้และทำอะไรได้ตั้งกี่อย่างแล้ว ดังนั้นอย่าหยุดเรียนรู้ต่อไป และอย่าเอาแต่บอกตัวเองว่าทำไม่ได้ 2.ผมไม่รู้นี่ครับว่าต้องทำยังไง ไม่ว่าอะไรที่เราทำสำเร็จ เราล้วนต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้มันมาก่อนทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่การเดิน การขี่จักรยาน หรือแม้แต่การลงทุน การทำธุรกิจ การเรียนรู้เป็นสิ่งที่เราต้องทำตลอดชีวิต ไม่มีใครรู้ทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มลงมือทำ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะเรียนรู้ บอกว่าตัวเองไม่รู้เพื่อจะเรียนรู้ต่อไปได้ แต่อย่าบอกว่าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการลงมือทำอะไรสักอย่าง 3.ผมมีเวลาไม่พอหรอก เวลาคือทรัพยากรที่มีค่าที่ทุกคนมีเท่า ๆ กัน
ถ้าให้เอาผลวิจัยข้อดีของดนตรีทั้งหมดมากองรวมกัน คงจะเรียงเกือบถึงระดับความสูงของสายไฟฟ้าระโยงระยาง ที่คอยคั่นรังควานวิวสวย ๆ ระหว่างท้องฟ้ากับสายตาทั่วถนนเมืองกรุง ภาพความพัวพันอันยุ่งเหยิงที่เราเห็นทุกครั้งเมื่อมองออกไปนอกระเบียง ระหว่างที่ยืนคิดไอเดียใหม่ ๆ พร้อมคิ้วขมวดเป็นปม บนหน้าผากที่ห่อย่นกว่าปกติ มันคือใบหน้าคนครุ่นคิดราวกับสายไฟฟ้าได้พาดพันเข้าไว้ด้วยกัน หายใจสูบบุหรี่สีแดงเข้าปอดไปพลาง ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นอย่างที่คิดเอาไว้เลย แล้วจะทำยังไงดี? คงต้องพึ่งเพลงจาก Playlist ปลดปล่อย Creativity ประจำตัวอีกแล้วซินะ? ว่าแล้วก็ควักหูฟังคู่สีขาวที่ดูเก่าเหมือนผ่านการใช้งานมานานหลายปี เสียบเข้ากับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ช่างดูขัดกันราวกับมาจากคนละปี นิ้วโป้งสไลด์ปุ่มปลดล็อคเพื่อกดปุ่ม Play ฟังเพลงอย่างคล่องแคล่ว เหมือนที่ทำจนเคยชินทุกครั้งที่คิดงานไม่ออก เช่นเดียวกับครั้งนี้ เสียงดนตรีที่เราคุ้นเคยก็ดังขึ้น ศีรษะ เท้า และมือ ก็ขยับพร้อมกันอย่างรู้จังหวะ เสียงวุ่นวายรอบข้างลดหายไปเป็นปลิดทิ้ง ไอเดียที่ตามหาในหัวสมองอยู่ตั้งแต่เริ่มจุดบุหรี่สูบตัวแรก กลับพบมันมายืนรออยู่แล้วอย่างง่ายดาย นี่คือ Playlist ที่ช่วยให้เราคิดงานออกทุกครั้ง เป็นเพลงที่มีดนตรีสบาย ๆ ช่วยเคาะเรียกให้ Creativity ออกมาทำงานได้ดี (อย่างน้อยก็สำหรับเรา) ซึ่งคงจะดี ถ้าทุกคนจะแลกเปลี่ยน เพิ่มจำนวนเพลงพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สำหรับคนทำงานแบบนี้กับคนอื่น ๆ ทั่วโลก แต่แทนที่จะทวงถามขอจากคนอื่นก่อน เราคิดว่าน่าจะดีกว่า ถ้าเราจะชิงนำเสนอเพลงที่เราฟังทุกครั้งเมื่อต้องการไอเดียสดใหม่ให้พวกคุณ ก่อนลงมือทำงานที่หยุดพักไว้ก่อนสูบบุหรี่ เผื่อจะมีคนบ้าจี้
ไอเดียดี ๆ เกิดได้ทุกเวลา และเชื่อว่าหลายคนไอเดียจะมาบรรเจิดตอนช่วงดึก ๆ ตีหนึ่ง ตีสอง แต่ถ้าให้หาสถานที่นั่งคิดงานชิว ๆ ในยามดึก บอกได้เลยว่าหากได้ไม่ง่ายนัก และนี่คือต้นกำเนิดของแนวคิดของ Too Fast To Sleep ในการสร้างพื้นที่ในการอ่านหนังสือ ทำงานกลุ่ม ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง คุณเอนก จงเสถียร เจ้าของ Too Fast To Sleep กล่าวว่า “เมืองไทยยังขาดสถานที่ดี ๆ สำหรับใช้เป็นที่ที่เป็นประโยชน์ของประเทศแบบไม่จำกัดเวลาปิด และยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่านอินเทอร์เน็ตและโลกออนไลน์ คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลยิ่งต้องการพื้นที่ชุมนุมทางปัญญาในลักษณะนี้ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการศึกษาผ่านการใช้พื้นที่เพื่อการอ่านหรือการทำงานกลุ่ม หรือความสะดวกในการประชุมสำหรับคนทำงาน เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน” ด้วยแนวคิดดี ๆ แบบนี้ ทางธนาคารไทยพาณิชย์ กับการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์แบงกิ้งอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล ได้ร่วมกับ Too Fast To Sleep เปิดตัว TOO FAST TO SLEEP.SCB สร้างสรรค์พื้นที่รูปแบบใหม่บนชั้น 2
หากพูดถึงแหล่งช็อปปิ้งอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างไรก็ต้องมีชื่อของโตเกียวเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักที่เราเชื่อว่าแทบทุกคนต้องอยากจะเดินทางไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เนื่องจากญี่ปุ่นคือผู้กำหนดทิศทางแฟชั่นของฝั่งเอเชียมาช้านานแล้ว ด้วยสไตล์ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับความใกล้กันของลักษณะสไตล์ กับบ้านเรา เมืองหลวงอย่างโตเกียวจึงเหมือนเป็นแลนด์มาร์คแห่งแรก ๆ ที่คนต้องนึกถึงในเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัว แบรนด์ท้องถิ่นของญี่ปุ่นมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ราคาย่อมเยาอย่าง Uniqlo ยันไปโดยแบรนด์ไฮโซ อย่าง COMME des GARCON’s แต่สิ่งที่สอดคล้องกันและเหมือนเป็นลายเซ็นของแบรนด์จากญี่ปุ่นคือเรื่องงานคราฟท์สุดประณีต ในการผลิต ทำให้หากพูดถึงของดีอย่างไรก็ต้องญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 สำหรับแหล่งที่เป็นหัวใจของเทรนด์ และ Subculture ของญี่ปุ่นนั้นก็คือ ชิบูย่า ฮาราจูกุ แต่ไฮไลท์คงจะเป็นย่านกินซ่า ที่รวมเอาเหล่าร้านค้ามากมาย และเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดัง แถมการไปช้อปปิ้งที่นั้น พวกเรายังสามารถทำเรื่องของ Tax Refund (ขอคืนภาษี) ได้ถึง 8% เมื่อเราซื้อสินค้าภายในร้านเดียวกันรวมมูลค่าตั้งแต่ 10,000 เยน (ราว ๆ 3,xxx บาท) ขึ้นไป ซึ่งจะช่วยเราประหยัดเงินได้อีกเป็นมากโข ดังนั้นวันนี้ทีมงานจึงมี Shopping Guide ว่าหากมีโอกาสได้ไปโตเกียวสักครั้งมีร้านไหนบ้างที่หนุ่ม ๆ UNLOCKMEN ไม่ควรพลาด
ก็รู้ว่าไม่ค่อยชอบขี้หน้าคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด อาจเพราะคนคนนั้นเคยทำอะไรให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ หรือเคยมาต่อว่าสิ่งที่เรารักเราชอบจนอดรนทนไม่ไหว หรือไม่ก็แค่หมั่นไส้กันก็เท่านั้นเอง จะให้มาบอกเขาว่า ไปซะ อย่าโผล่หน้ามาให้เห็นอีก ก็คงเป็นไปไม่ได้ วิธีสุดท้ายที่พูดออกไปง่าย ๆ (แต่ทำได้ยากเหลือเกิน) ก็คือไล่คนนั้นออกนอกประเทศไปซะ! เอะอะ ก็ไม่รักประเทศนี้ก็ออกไปจากประเทศนี้สิ เอะอะ เขาพูดอะไรไม่ถูกใจก็บอกให้เขาเก็บข้าวเก็บของออกจากแผ่นดินนี้ไปเลยนอกจากเราจะออกเงิน ทำวีซ่าให้เขาแล้ว เราสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วเฉดใครสักคนออกไปได้จริงไหมนะ? ในความเป็นจริง เราสามารถทำอย่างนั้นได้จริงหรือเปล่า? UNLOCKMEN สนับสนุนให้ทำอะไรตามข้อเท็จจริง เลยขอเอากฏหมายสูงสุดของประเทศมาฝากกัน รู้ไว้เป็นผู้ชายแมน ๆ แถมกฏหมายเรื่องนี้แน่น เจอใครไล่ใครออกนอกประเทศครั้งหน้าจะได้ให้ความรู้ความเข้าใจเขาได้ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2559 ฉบับลงประชามติ มาตรา 39 บัญญัติไว้ว่า การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้ การถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด จะกระทำมิได้ ถ้าอ่านภาษากฎหมายแล้วมันยังงง ๆ ไม่เข้าใจมากนัก UNLOCKMEN ก็ขอแปลให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่ามาตรา 39 ของกฎหมายสูงสุดของประเทศอย่างรัฐธรรมนูญนั้นบอกว่าอยู่ ๆ เราจะไปไล่คนไทยคนไหนออกนอกประเทศไม่ได้! หรืออยู่ ๆ จะไปห้ามเขาไม่ให้เข้าประเทศก็ไม่ได้! (นอกจากจะทำผิดกฎหมายแล้วเขาจะหนีหายต๋อมไปเองนะ) ไม่หมดแค่นั้น


