ต้องยอมรับว่าที่พักอาศัย คืออีกสิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกตัวตน สะท้อนถึงความสำเร็จในชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน ผ่าน Lifestyle ที่เหนือระดับ ซึ่งการใช้ชีวิตภายใต้ความเป็นอยู่แบบ Super Luxury นั้นไม่ได้วัดจากมูลค่าราคาของที่อยู่อาศัยที่เป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่ในขั้นตอนการสร้างสรรค์จำเป็นจะต้องลงลึกไปถึงรายละเอียดความพิถีพิถันของวัสดุ และงานดีไซน์ ให้น้ำหนักกับสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ซึ่งผสมผสานกับความงดงามทางศิลปะได้อย่างลงตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้มีรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ล่าสุด UNLOCKMEN มีโอกาสได้ไป Exclusive Visit สัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ จากโครงการ VITTORIO ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซจากเอพี (ไทยแลนด์) ที่ตั้งใจให้เป็นสถาปัตยกรรมด้านที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในย่าน The Em District ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่มีชีวิตชีวาที่สุดในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ โดย VITTORIO ไม่เพียงแค่ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าดีที่สุด แต่ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์โครงการนี้ ล้วนแล้วแต่คัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมานำเสนอ ซึ่งสิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับเราคืองานออกแบบสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดความงดงาม ส่งมอบอารมณ์ความเป็นอยู่ที่หรูหราของชนชั้นสูงในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเมืองศูนย์กลางทางศิลปะชั้นยอดของโลก และโดดเด่นในเรื่องราวของสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์ งานออกแบบโดยรวมของ VITTORIO นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากการจัดวางพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ ‘Uffizi Gallery’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะด้านจิตรกรรมและประติมากรรมชื่อก้องโลกแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ที่ซึ่งรวบรวมงานจิตรกรรมชิ้นเอกของศิลปินชาวอิตาเลี่ยนไว้มากมาย โดยเราสามารถสัมผัสแรงบันดาลใจนี้ได้เริ่มตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปยัง ‘Galleria Medici’ หรือ โถงต้อนรับขนาดใหญ่ สูง 6
เมื่อเอ่ยถึง Hamilton แบรนด์นาฬิกาสไตล์อเมริกัน สัญชาติสวิส สิ่งแรกที่เราเชื่อว่าเหล่าคนรักนาฬิกาต้องนึกถึงนั่นก็คือความเป็นเรือนเวลาที่มีคุณภาพความเที่ยงตรงสูง และชื่อเสียงอันโดดเด่นกับ Pilot’s Watch หรือนาฬิกานักบิน ซึ่งมีบทบาทในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์การบินมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 1919 ด้วยการได้รับเลือกให้เป็นนาฬิกาที่ใช้งานบอกเวลาอย่างเป็นทางการของเที่ยวบินไปรษณีย์สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในความสำเร็จของเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในเส้นทางการบินเชื่อมระหว่างสองชายฝั่งของสหรัฐฯ มาจนถึงปัจจุบันนาฬิกา Hamilton ยังคงได้รับความไว้วางใจถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์มาตรฐานของหลายฝูงบินชั้นนำทั่วโลก รวมถึงรับหน้าที่อุปกรณ์จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเครื่องบินหลบหลีกเครื่องกีดขวาง “Red Bull Air Race World Championship 2017” ซึ่งนอกจากภาพลักษณ์ของเรือนเวลาที่เกี่ยวข้องกับวงการการบินอย่างแนบแน่น แบรนด์ Hamilton ยังได้รับการขนานนามว่า The Movie Brand ซึ่งที่มาของสมญานี้คงเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากการที่นาฬิกาหลายต่อหลายรุ่นของ Hamilton ได้ไปอวดโฉมอยู่ในภาพยนตร์ Hollywood ระดับ Blockbuster หลายต่อหลายเรื่อง The Movie Brand ความสัมพันธ์ของนาฬิกา Hamilton กับแวดวง Hollywood นั้นมีมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ นับตั้งแต่การปรากฏตัวบนจอเงินเป็นครั้งแรกในปี 1951 ด้วยบทบาทบนข้อมือของเหล่าฮีโร่ทหารนักจู่โจมใต้น้ำจากภาพยนตร์ตัวเต็งรางวัลออสการ์เรื่อง The Frogmen ก่อนที่ราชาร็อกแอนด์โรล
พรายฟองนุ่ม กับรสชาติเบียร์ละมุนในปากเป็นสิ่งที่ผู้ชายอย่างเราคุ้นเคย แต่ใครจะไปเชื่อว่าการเลือกแก้วที่ใช่ให้เหมาะกับเบียร์ที่ชอบจะยิ่งทำให้รสชาติที่เราคุ้นเคยดีอยู่แล้ว ทวีความละมุนลิ้น แถมขับรสชาติเบียร์ให้เด่นชัดขึ้นมาได้อีก ทีแรก UNLOCKMEN ก็เบือนหน้าหนี ไม่อยากเชื่อทฤษฎีที่ว่ามานี้เช่นกัน จึงขอลองด้วยตัวเองและอาสาหาคำตอบมาให้ผู้ชายหลาย ๆ คนที่กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน Plisner: Wussie / ABV 5.8 % เริ่มกันด้วย Plisner ตัวนี้กลิ่นดี แค่แรกเริ่มลองจิบก็ได้กลิ่นอายอบอวลของความเป็นสมุนไพร แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่สมุนไพรแบบขิงข่าตะไคร้อย่างที่คนไทยชอบจินตนาการกัน แต่เป็นความ herbal แบบ spice เบา ๆ ไม่รุนแรงแต่ชวนให้ดื่มด่ำเหลือเกิน แค่แก้วธรรมดาก็ชวนฝันมากแล้ว แต่ยิ่งเราลองเทลงในแก้วทรงสูงโปร่งเพรียวที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อ Plisner นั้นยิ่งขับเน้นให้เรามองเห็นสีทองอำพันของเบียร์ได้อย่างมีมิติยิ่งขึ้น ช่วงปลายปากแก้วถูกออกแบบมาให้โอบเข้าเล็กน้อยเพื่อให้พรายฟองเบียร์คงตัวอ้อยอิ่งเพิ่มอรรถรสให้เรายิ่งขึ้น ที่สำคัญปากแก้วที่ใช้เลเซอร์ในการตัดทำให้บางกริบเพิ่มรสสัมผัสระหว่างปากเรากับเบียร์จนขับกลิ่นและรสให้เด่นชัดขึ้นสามระดับทุก ๆ การจิบ Hefeweizen: Schneider Weisse Tap 7 Mein Original / 5.4% ตามด้วย Hefeweizen จากเยอรมันอย่าง Schneider Weisse Tap 7
ก่อนหน้านี้ไม่นาน คนที่ทำงานสาย Art หรือ Design คงจะทนทุกข์ทรมานกับการยับยั้งกิเลสที่สิ่งผลมาจากการเปิดตัวของ Microsoft Surface Studio กันไปแล้ว หลังจากเวลาผ่านไปสักพักเราเชื่อว่า อาการความอยากได้อุปกรณ์สุดไฮเทคเหล่านั้นคงจะพอทุเลาลงไปบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนที่จิตใจอ่อนไหว ปัจจุบันก็ยังคงต้องพยายามกำหนดลมหายใจเข้าพุทธออกโธระงับกิเลสกันต่อไป แต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่แปลกเลยที่เวลาคนเราเห็นของที่มีความสามารถเจ๋ง ๆ แล้ว จะรู้สึกอยากจะจับจองเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะของที่จะช่วยให้เรานำมาหาเงินหาทองเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยแล้วยิ่งสมน้ำสมเนื้อน่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น วันนี้เราทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้นำเอาอุปกรณ์สุดเจ๋งใหม่แกะกล่อง ที่รับรองว่า คนที่อยู่ในสายงานที่ต้องขีด ๆ เขียน ๆ จะต้องอยากได้จนตัวสั่น นั่นก็คือ “Dell Canvas” Tablet สำหรับนักวาดที่มีขนาดจอใหญ่สะใจสุดๆถึง 27 นิ้ว https://youtu.be/lvPc-pUtxsc เดิมทีนั้น ชื่อชั้นของ Dell นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้ผลิตคอมพิมเตอร์ที่ได้การยามรับในระดับแนวหน้าของโลกอยู่แล้ว แต่ในประเทศไทย และคนไทยบางคน อาจจะไม่ค่อยสนใจกับแบรนด์คอมพิวเตอร์สัญชาติ American กันมากสักเท่าไหร่นัก แต่เราเชื่อว่า การมาของ “Dell Canvas” ที่เพิ่งจะเปิดตัวออกมานี้ จะทำให้คนมองบริษัท Dell เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
“You have to learn to be an investor if you want to become wealthy” คำพูดสอนสั่งของปู่ Warren Buffet ที่สอนให้เรารู้ว่า ถ้าเราอยากที่จะประสบความสำเร็จ มีความมั่งคั่งในชีวิต เราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลย ที่จะรวย มั่งคั่ง ประสบความเสร็จได้ ง่าย ๆ อย่างที่เห็นบนแผงหนังสือรวยหุ้นที่เค้าว่ากัน แต่ถ้ามัวอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร เงินมันก็ไม่อาจงอกเงยขึ้นมาได้ หลายคนติดว่าแล้วจะเริ่มยังไง มันยากวุ่นวายเหลือเกิน วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงอยากมาแชร์ไอเดียเริ่มต้นเตรียมพร้อมลงทุนให้เงินงอกเงยไปพร้อมกัน ก่อนอื่นเลย หลายคนอาจคิดว่า แค่มีเงินก้อนแรกก็ลงทุนได้แล้ว สบายใจได้ แต่ปู่ Warren Buffet ยังสอนเอาไว้อีกว่า “Risk comes from not knowing what you’re doing” ความเสี่ยงที่โหดร้ายที่สุดคือ ไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่
ผลวิจัยบอกว่าผู้ชายใส่เสื้อสีชมพู สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น
โลกยุคเทคโนโลยีและการสื่อสารไร้พรมแดนที่หากเราจะค้นหาอะไร แค่เข้าไปเสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลเด้งออกมาเพียบ จนเรียกได้ว่าไม่ต้องก้าวเท้าออกไปจากบ้านก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์รอบโลกได้แบบครบถ้วน แต่เชื่อเถอะ ว่านี่ไม่ใช่นิสัยของคน GEN Y ส่วนใหญ่ แม้ว่าพวกเขาจะชื่นชอบเทคโนโลยี เสิร์ชข้อมูลเพื่อหาความรู้ แต่พวกเขาไม่ใช่แค่นั่งหาข้อมูลไปวัน ๆ แน่นอน พวกเขาชื่นชอบความท้าทายและรักการผจญภัยไม่แพ้ความหลงใหลในเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นการเสิร์ชหาข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตก็เพื่อเตรียมการ ที่จะออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับชีวิต ใช่แล้ว! วันนี้เราจะมาพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวกัน ใครก็ต้องเคยออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ บางคนชอบเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต หรือว่าบางคนชอบที่จะท้าทายตัวเอง ออกเดินทางไปบนเส้นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเดินทางรูปแบบใดก็ตาม มักจะเจอเรื่องราวที่ไม่คาดฝันเสมอ เช่นเดียวกับการเดินทางของ ‘อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม’ พระเอกมาดเข้มสุดเซอร์ กับการเดินทางครั้งใหม่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ท่องเที่ยวบนเส้นทางที่ไม่เคยไป ดินแดนที่แตกต่างทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต สภาพอากาศ แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นวินาทีที่น่าจดจำและบทเรียนสุดท้าทายของนักเดินทาง สรุปออกมาเป็น 6 คำสำคัญที่จะมาเติมเต็มและทำให้คุณได้เป็นนักเดินทางที่แท้จริง STUCK but not stop ทุกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่เราไม่เคยไป แม้จะค้นหาข้อมูลมามากมาย แต่ในสถานการณ์จริง อาจจะต้องพบเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลงทาง รถพัง
เชื่อว่าทุกคนต้องมีเพื่อน หรือคนรู้จักที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสายกันอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าไม่ว่าจะนัดตอนกี่โมง จะเผื่อเวลานัดให้ขนาดไหน คนเหล่านั้นก็เหมือนจะพลังพิเศษหยั่งรู้ เพราะไม่ว่าเราจะหลอกล่อ จะเผื่อ จะทำวิธีไหนก็ตาม คนเหล่านั้นก็ยังคงความสายเอาไว้ได้อย่างมีมาตรฐาน บางคนสายจนเจ้าตัวเองก็เริ่มสงสัยว่า แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตกันแน่ เพราะถึงแม้ว่า จะตั้งใจจะตื่นให้เช้าขึ้น ทำอะไรให้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายพอมองดูนาฬิกาก็พบว่า มันเลยเวลาที่ตัวเองกำหนดเอาไว้ในตอนแรกไปอีกแล้ว โดนเฉพาะทุก ๆ วันที่ต้องไปทำงาน ที่แหกขี้ตาตื่นมาพร้อมกับความตั้งใจว่า วันนี้กูจะไม่สายแน่ ๆ แต่สุดท้ายก็เข้าฟอร์มเดิมตามระเบียบ การมาสายกลายเป็นปัญหาของใครหลาย ๆ จนเกือบทำเอาชีวิตล้มเหลว เพราะสายเป็นประจำจนคนรอบข้างเริ่มจะหมดปัญญาในการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น เจ้านาย, เพื่อนร่วมงาน, แฟน หรือแม้แต่คนในครอบครัวต่างก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วทั้งสิ้น แล้วเพราะอะไรกันล่ะ ที่ยังทำให้ความสายมันอยู่คงทนขนาดนี้ วันนี้เราจึงได้นำเอางานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พูดเกี่ยวกับเรื่องอาการสายเป็นประจำจนกลายเป็นสไตล์ประจำตัวนี้ มาให้กับชาว UNLOCKMEN ที่สงสัยเช่นเดียวกันกับที่เรากำลังสงสัยอยู่ว่า มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับตัวเองถึงได้เป็นคนแบบนี้ได้ดูกัน นักเขียน และวิทยากรจาก Alfie Kohn ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาพฤติกรรมนี้เอาไว้ว่า “คนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่สนใจในเรื่องเวลาในสายตาคนอื่น พวกเขาคือคนที่ไม่สนใจเวลานัดหมายสำหรับคนที่มาก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่เหตุผลของความล่าช้า” ก่อนอื่นคุณต้องแบ่งคนพวกสายเสมอออกเป็น 2 ประเภท แบบแรกคือ คนที่ไปสายเพื่ออยากจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่น่าสนใจ ทุกคนมองเห็นเมื่อ เข้า-ออก
ความเมาเป็นสภาวะคู่กายผู้ชายอย่างเรา บางทีก็เมารู้เรื่อง บางทีก็ไม่รู้เรื่อง แต่เคยสงสัยไหมว่าความเมามีกี่ประเภทกันแน่ แล้วเราเป็นคนเมาประเภทไหน งานวิจัยเรื่อง A five-factor approach to characterizing “types of drunks” มีคำตอบมาให้แล้ว 1.คอทองแดง งานวิจัยเรียกคนเมากลุ่มนี้ว่า Ernest Hemingways นักเขียนชื่อดังที่กินวิสกี้ไปเท่าไหร่ก็ไม่เมา แต่ UNLOCKMEN ขอนิยามคนกลุ่มนี้ว่าพวกคอทองแดง โดยคนกลุ่มนี้มีมากถึง 40% ของการสำรวจ คือไม่ว่าดื่มกินไปเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อาจจะมีสติหรือเมาแต่ไม่มีผลต่อบุคลิกภาพหรือการแสดงออก 2.ช่างพูด คนเมาประเภทที่สองนี้โดยปกติเป็นคนเข้าสังคมอยู่แล้ว ชอบพูดคุย ชอบพบปะผู้คน ยิ่งได้ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์พอกรึ่ม ๆ สนุกสนาน ก็ยิ่งกลายเป็นคนที่น่าเข้าใกล้ ช่างพูดคุยมากขึ้นไปอีก 3.ปลุกด้านใหม่ในตัวคุณ งานวิจัยระบุว่าคนเมาแบบที่สาม คือคนที่ปกติเงียบ ๆ ไม่ชอบพูดคุยกับใคร ไม่ได้อยากออกมาปาร์ตี้กับคนเยอะ ๆ แต่ถ้าเมาแล้ว แอลกอฮอล์ได้เข้าไปดึงเอาบุคลิกภาพอีกด้านออกมา ก็จะช่างพูดขึ้นมาซะอย่างนั้น (เทียบกับปกติที่ไม่พูดไม่จาเอาเสียเลย) 4.จอมวายร้าย เมาแบบสุดท้าย คือเมาแบบที่ใคร ก็ไม่อยากเป็น แต่ก็มีคนเมาแบบนี้อยู่จริง คือเมื่อตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์แล้วจะมีความรับผิดชอบต่อสิ่งต่าง


