CEO บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายคน อาจมีเส้นทางที่สวยหรู เรียบง่าย เพราะต้นทุนทางครอบครัวดีอยู่แล้ว เรียนจบมาก็รอสืบทอดกิจการไปเป็นเจ้าคนนายคน แต่สำหรับ CEO บางคน กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้นั้นต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายนับไม่ถ้วน เช่นเดียวกับนาย Ryan Friedlinghaus ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้ เขาคือ CEO ของแบรนด์ West Coast Customs ที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ในโลกแบรนด์หนึ่ง เขาเริ่มต้นการก่อตั้งบริษัทด้วยการกู้เงิน 5,000 เหรียญจากคุณตา และลงมือทำงานตามความฝันที่คิดว่าจะพัฒนาและสร้างรถที่ดีที่สุดในโลกสำหรับแต่ละคนออกมาให้ได้ ผลงานการสร้างรถจาก West Coast Custom กลายเป็นแบรนด์ระดับ Top ของวงการไปแล้ว เพราะไม่ว่าคนมีเงินหรือว่าจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Chris Brown, Tyga หรือ Shaq ต่างก็ต้องนำรถของพวกเขามาให้ Ryan Friendlinghaus จัดการเจิมจนลงตัวเสียก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง วันนี้เราจะมาดูเรื่องราว และหลักการที่จะใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จของเจ้าพ่อแห่งวงการ Custom ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง และประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจคนนี้กัน เชื่อว่าผู้อ่านชาว UNLOCKMEN ทุกคน จะได้ประโยชน์ หรือ แรงบันดาลใจบางอย่าง
หากพูดถึง Hamilton แน่นอนหลายคนคงรู้จักในฐานะนาฬิกาผู้ชายสุดเรียบหรูยี่ห้อดัง สัญชาติอเมริกา ที่เป็นที่นิยมระดับฮอลลีวู้ด แต่หลายคนอาจไม่ทราบประวัติความเป็นมาของแบรนด์นาฬิกาสุดหรูนี้ วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงขอเล่าความเป็นมาคร่าว ๆ ของตัวแบรนด์ให้สาวกได้รู้กัน Hamilton ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1892 ที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นาฬิกา Hamilton ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความเป็นอเมริกัน ประกอบกับความเที่ยงตรงตามแบบฉบับเทคโนโลยีเรือนเวลาล่าสุดของสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยของ Hamilton ทำให้นาฬิการุ่นต่าง ๆ ได้ไปปรากฏอยู่ในภาพยนตร์มากว่า 450 เรื่องแล้ว นอกจากชื่อเสียงในแวดวงฮอลลีวู้ดแล้ว Hamilton ยังมีเกียรติประวัติในโลกแห่งการบินอีกด้วย ซึ่งแบรนด์ Hamilton เป็นบริษัทในเครือ Swatch Group ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายนาฬิการายใหญ่ที่สุดของโลก จากความสำเร็จของ Hamilton กับนาฬิกาดำน้ำรุ่นใหญ่อย่าง Khaki Navy Frogman ที่เปิดตัวเมื่อปีก่อน ในปีนี้ Hamilton จึงได้นำเสนอ Khaki Navy Scuba นาฬิกาสปอร์ตกับรูปลักษณ์ที่คล่องแคล่วมากขึ้น ที่จะมาเติมความสนุกบนข้อมือของคุณอย่างเต็มขั้น เหมาะกับบรรยากาศริมทะเลในฤดูร้อนอย่างบ้านเรา หรือจะออกไปลุยเที่ยวในฤดูฝน ตลอดจนวันทำงานในออฟฟิศก็ยังเท่ Hamilton
หากเอ่ยถึงแบรนด์ดังจากดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นอย่าง ISSEY MIYAKE หลายคนมักจะนึกถึงสินค้าแฟชั่นที่มีครอบคลุมตั้งแต่แว่นตา เสื้อผ้า กระเป๋า น้ำหอม รองเท้า นาฬิกา เรียกได้ว่าหัวจรดเท้า โดยแต่ละชนิดนั้นล้วนแล้วแต่มาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ชนิดที่เห็นปุ๊บก็รู้ว่านี่คือ ISSEY MIYAKE ล่าสุดใน Product Line นาฬิกา จากทาง ISSEY MIYAKE ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ISSEY MIYAKE GT ที่ทำให้เราลืมภาพความเป็นนาฬิกาแฟชั่นไปอย่างสิ้นเชิง กับรูปร่างหน้าตาที่แสดงออกถึงจิตวิญญาณแห่ง Motorsport ได้อย่างชัดเจน ด้วยฝีมือการออกแบบของ Ken Okuyama ปรมาจารย์ด้านการออกแบบ Motorsport ที่สร้างชื่อเสียงในการดีไซน์ Supercars แบรนด์ดังระดับโลกหลายต่อหลายรุ่น และในวันนี้ UNLOCKMEN จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับเรื่องราวความเป็นมาของ ISSEY MIYAKE GT ว่าทำไมมันถึงคู่ควรไปประดับอยู่บนข้อมือของคนที่หลงใหลในความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ WHY ‘GT’ ? ก่อนจะไปทำความรู้จักกับรายละเอียดอื่น ๆ เราขอเริ่มจากชื่อคอลเลคชั่น GT ของนาฬิกา ISSEY MIYAKE ที่หลายคนคงรู้กันดีว่าอะไรก็ตามที่มีคำว่า
ถือเป็นขาขึ้นสำหรับตลาดแฟชั่นสปอร์ตแวร์ เมื่อแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาน้อยใหญ่ต่างพยายามผลิตสินค้าให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นด้วยดีไซน์เท่ ๆ สามารถนำมาแมทช์กับชีวิตประจำวันได้มากขึ้น เพื่อโหนรับกับกระแสสปอร์ตแวร์ ที่กลายเป็นเมนสตรีมแฟชั่น นับเป็นความโชคดีสำหรับคนที่ชอบสวมใส่เสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตที่มีให้เลือกในปัจจุบัน และในบรรดาแบรนด์เสื้อผ้ากีฬามากมาย UNLOCKMEN ก็เคยได้นำเสนอเรื่องราวของอันเดอร์ด็อกแบรนด์กีฬาที่ก้าวขึ้นมาท้าทายยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง UNDER ARMOUR แต่เราเองก็ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ลองผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่างจริงจังเสียเท่าไหร่ วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีเมื่อ UNLOCKMEN จะได้ทดลองเทคโนโลยี กับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก UNDER ARMOUR ที่เรายืนยันอีกเสียงว่าช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่จากนวัตกรรมที่ไม่หยุดยั้งได้แน่นอน เสื้อ Thredborne Seamless ชิ้นแรกคือเสื้อกีฬาสไตล์เพอฟอร์มานส์ที่ใช้นวัตกรรมล่าสุดอย่าง Thredborne (เทรนด์บอร์น) ซึ่งความพิเศษของเสื้อตัวนี้คือจะใช้เส้นด้ายแบบพิเศษที่มีความคงทน ทำมาจากเชือกของร่มชูชีพ ทำให้รับประกันได้ถึงความทนทานต่อการใช้งานที่สมบุกสมบัน ที่สำคัญเนื่องจากเป็นการทอแบบใหม่ จึงทำให้น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อสวมใส่เสื้อ Thredborne แล้วเหงื่อจะแห้งเร็วขึ้นมาก ไม่อุ้มน้ำแนบติดร่างกายให้รู้สึกรำคาญขณะออกกำลังกายอีกต่อไป กางเกงซับ Compression Coolswitch 2c 3/4 ตัวที่สองกางเกงรัดกล้ามเนื้อ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย รวมไปถึงแฟชั่นนิสต้าบางคนก็นำมาใส่เป็นกางเกงเลเยอร์แบบแฟชั่น และแบรนด์ UNDER ARMOUR ก็เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่นำเสนอในเรื่องนี้ แถมมันยังเป็นหนึ่งในสินค้าไฮไลท์ของพวกเขาอีกด้วย Compression Coolswitch ตัวนี้เรียกได้ว่าอัดแน่นเทคโนโลยีไว้จำนวนมาก อาทิ Heatgear ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่
เราเติบโตมาพร้อมคำพูดที่ว่า “ขยันวันนี้สบายวันหน้า” เราอยู่ในสังคมที่บอกว่าต้องลำบากก่อนแล้วสบายทีหลัง เชื่อตามกันมาโดยคิดว่ามันดีที่สุด ถูกที่สุด ย้อนกลับไปตอนยังเด็ก เราถูกบอกว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนถึงจะได้ออกไปเล่น ต้องกินอาหารจานหลักก่อนแล้วค่อยกินขนมหวาน ต้องตั้งใจเรียนก่อนแล้วถึงจะได้รางวัล สอบมิดเทอมเสร็จก่อนแล้วค่อยไปปาร์ตี้กับเพื่อน ฯลฯ แม้กระทั่งตอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องคอยบอกตัวเองว่าทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปสนุกสุดเหวี่ยง การทำงานก่อน แล้วเอาความสนุก ความสุข ความสบาย ไว้เป็นเพียงรางวัลปลอบใจให้ความหนักหน่วงของชีวิตใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไปหรือเปล่า? เราเคยสงสัยกันบ้างไหม? หรือเราแค่เชื่อตาม ๆ กันมาแล้วบอกว่าดีโดยไม่เคยตั้งคำถามกับมันกันแน่? โชคดีดันมีคนเขาสงสัยว่าวิธีคิดแบบนี้มันถูกต้องแน่หรือเปล่าจึงเกิดเป็นงานวิจัยที่ชื่อว่า Worth the Wait? Leisure Can Be Just as Enjoyable With Work Left Undone ขึ้น ซึ่งจัดทำโดย Ed O’Brien จาก University of Michigan งานวิจัยมีสมมติฐานหาญกล้าที่ว่า ไม่เห็นต้องทำงานก่อน สนุกทีหลังเลย คนเราควรสนุกแม่งเลย ทำงานด้วยสนุกด้วย อย่าเอากรอบมาขวาง จากนั้นเขาจึงทำการทดลองหลาย ๆ รูปแบบ เริ่มต้นที่พนักงานที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งมาทำกิจกรรม 2 อย่าง
หากพูดถึงร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่ไม่ใช่แบรนด์สโตร์แล้วละก็ ในประเทศไทยคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Ari (อาริ) ร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ที่เปิดขึ้นมารองรับสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องของกีฬา รวมถึงไลฟ์สไตล์แบบสปอร์ต จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ต้องการสานฝันความชอบของตัวเอง จนเป็นแรงผลักดันถึงปัจจุบันทำให้ Ari (อาริ) สามารถขยับขยายร้านจนกลายเป็นแถวหน้าในเรื่องอุปกรณ์กีฬา เพื่อล้วงเบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขา วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้ติดต่อขอสัมภาษณ์แบบ Exclusive กับ คุณ เอ็กซ์ – ศิวัช วสันตสิงห์ ผู้ก่อตั้ง Ari (อาริ) ที่จะมาบอกเล่าเคล็ดลับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่ทุกท่านสามารถนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองได้ UNLOCKMEN : ขอถาม background คุณเอ็กซ์ก่อนมาเริ่มทำร้าน Ari หน่อย? จริง ๆ ที่บ้านเป็นข้าราชการเกือบหมด คุณแม่ทำออฟฟิศ ส่วนคุณพ่อก็เป็นข้าราชการ ท่านก็ตั้งเป้าอยากให้เราเป็นข้าราชการเหมือนท่าน ก่อนหน้านี้ผมเลยทำงานอยู่กระทรวงการต่างประเทศ แต่คือมันไม่ไหว มันไม่ใช่ตัวเองก็เลยอยากออกมาทำธุรกิจของตัวเอง UNLOCKMEN : แล้วจุดเริ่มต้นของร้าน Ari มันมาจากไหน? เริ่มจากว่าเราชอบเตะฟุตบอล เราชอบรองเท้าสตั้ด อุปกรณ์กีฬาอะไรเงี้ย แต่เมื่อก่อนเมืองไทยมันไม่มีร้านขาย เราก็ต้องฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศ หรือไม่ก็ต้องวิ่งไปตามร้านที่เขาหิ้วมาขาย เรารู้สึกว่า เอ้ย ทำไมมันไม่มีร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวฟุตบอลอย่างเดียว ก็เลยเหมือนแบบอยากทำ
“กินอย่างกับแมวดม มันจะไปอิ่มอะไร” ผู้ชายอย่างเราอาจจะเคยบ่นสาวข้างกายไว้อย่างนี้ การดมกับการกินถูกเอามาเปรียบแบบงง ๆ เพราะถ้าเทียบกันแล้ว ดมยังไงก็ไม่น่าจะทำให้คนอิ่มหรืออ้วนได้ (ก็แน่ล่ะคนเราต้องกิน ไม่ใช่ต้องดม) แต่จะช็อคแค่ไหน ถ้ามีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ออกมาแล้วว่า แค่ดมกลิ่นอาหารก็สามารถทำให้เราน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้แล้ว! ฟังดูทั้งช็อค ทั้งน่ากลัว มันจะดมไม่กี่ลมหายใจ แล้วจะหนักขึ้นมาเร็วไวเหมือนที่เราคิดหรือเปล่า หรือมีความซับซ้อนมากกว่านั้น? UNLOCKMEN หาคำตอบมาให้อ่านง่าย ๆ แล้ว The Sense of Smell Impacts Metabolic Health and Obesity คืองานวิจัยที่จัดทำโดย University of California, Berkeley การศึกษาครั้งนี้ก็ดำดิ่งเจาะลึกลงไปว่าการดมกลิ่นนั้นมันมีผลต่อกระบวนการเผาผลาญและความอ้วนของมนุษย์อย่างไรบ้าง ผลปรากฏว่าการดมกลิ่น การได้กลิ่นเชื่อมโยงกับร่างกายมากกว่าที่เราคิด โดยการดมกลิ่นนั้นมีส่วนให้ร่างกายของเราเลือกว่าจะเผาผลาญไขมันที่มีอยู่ หรือเลือกที่จะเก็บสะสมไขมันนั้นไว้ต่อไป การทดลองนี้ทำกับหนูทดลอง 3 กลุ่ม มีหนูทดลองที่มีประสาทรับกลิ่นตามปกติ หนูทดลองที่ไม่สามารถรับกลิ่นได้ และหนูทดลองที่มีความไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ จากนั้นก็เลี้ยงพวกมันด้วยอาหารชวนอ้วนเต็มพิกัดในปริมาณเท่า ๆ กัน ผลปรากฏว่าหนูทดลองกลุ่มที่ไม่สามารถได้กลิ่นอาหารมีน้ำหนักตัวน้อยที่สุดหลังจากการทดลอง แม้จะกินเท่ากันและเหมือนกัน ไม่เพียงเท่านั้นหนูทดลองที่ได้กลิ่นตามปกติมีน้ำหนักและขนาดตัวเพิ่มขึ้น 1 เท่า ในขณะที่หนูทดลองที่ไม่ได้กลิ่นกลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง
ภาพผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินผู้โด่งดัง ใคร ๆ ก็คงจะคิดว่า มันจะต้องถูกประดับเอาไว้ในหอศิลป์, พิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็คงถูกคนนำไปประชันความงามตามเวทีประกวด รวมไปถึงงานประมูลอย่างแน่นอน แต่เมื่อนานมาแล้วมีผู้ชายอยู่หนึ่งคนที่ได้ทำการ UNLOCK ความเชื่อเหล่านั้น จนกลายเป็นต้นกำเนิดของตำนานความงาม และงานศิลปะที่ได้ชื่อว่าเร็วที่สุดอย่าง BMW Art Cars และเขาคนนั้นก็คือ Hervé Poulain ความคิดสุดแหวกแนวนี้ เดิมทีเป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของผู้ชายที่มีอาชีพเป็นนักประมูลรถ ที่มักจะใช้เวลาว่างไปกับการแข่งรถเท่านั้น โดยเขาฝันเอาไว้ว่า ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะเข้าไปลองขับรถแข่งในรายการ The 24 Hour Race ที่สนาม Le Mans ดูสักครั้ง โดยรถที่ใช้จะต้องเป็น Super Sport Cars ที่มีลวดลายโดดเด่นสะดุดตาผู้ชมทุกคน เขาจินตนาการเอาไว้ว่า จะให้ศิลปินระดับท็อปมาทำงานศิลปะประดับลงไปบนตัวรถ ความคิดทั้งหมดนี้เกือบจะกลายเป็นเพียงความฝันไปซะแล้ว แต่ BMW กลับมองเห็นศักยภาพ และความเจ๋งของไอเดียสุดบ้าคลั่งนี้ จึงเริ่มลงมือนำ BMW 3.0 CSL มาเพ้นท์ลวดลายโดยให้จิตรกรชาวอเมริกันอย่าง Alexander Calder
โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันคุ้นชินคือโลกที่สงบสุข แต่โลกที่เรารู้จักท้าทายตัวเองให้เปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างคือโลกที่จะทำให้เรากลายเป็นคนใหม่ วันนี้ UNLOCKMEN ขอท้าลูกผู้ชายทุกคนให้ลองเปลี่ยนตัวเองเป็นเวลา 30 วัน! เพื่อทำอะไรที่ดูเหมือนง่ายแสนง่าย แต่อาจเปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ได้แบบไม่รู้ตัว 6 ข้อง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตเรานั้นมีอะไรบ้าง มาดูไปพร้อม ๆ กัน หัดปฏิเสธเสียบ้าง เราอาจเข้าใจว่าการปฏิเสธมีแต่ด้านไม่ดี แต่พลังแห่งการปฏิเสธก็มีด้านบวกเช่นกัน ลองกระบวนการปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ปฏิเสธมันทุกอย่างที่เราไม่เต็มใจทำ (ไม่ใช่ต้องทำเพราะเกรงใจ) อย่างน้อย 30 วัน 30 วันแห่งการปฏิเสธจะช่วยให้เราได้บริหารจัดการการจัดลำดับความสำคัญในชีวิต แถมมันจะช่วยให้เราเรียนรู้ว่าจริง ๆ โลกมันไม่ได้หยุดหมุนเลยถ้าเราจะปฏิเสธคนอื่นแล้วทำอะไรเพื่อตัวเองก่อนบ้าง ลดการใช้โซเชียลมีเดีย โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยประโยชน์ และงานจำนวนมาก เราก็ต้องทำโดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ จุดนั้นเราคงไม่ว่ากัน แต่การใช้โซเชียลมีเดียที่รุกล้ำเวลาในชีวิตเราไปจำนวนมากนั้นงานวิจัยจำนวนมาก อาทิ Facebook’s emotional consequences: Why Facebook causes a decrease in mood and why people still use it ที่บอกเราว่าการลดใช้โซเชียลมีเดียทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเชื่อ


