การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่บรรดาแบรนด์ และผู้บริโภคยังคงพบเจอตลอดมา ซึ่งสาเหตุหลักใจความสำคัญของปัญหานี้ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ก็คือยังมีความต้องการซื้อ จึงทำให้อุปทานของการผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาวางจำหน่ายอย่างไม่ลดละ ซึ่งบางครั้งความซวยดันตกไปอยู่กับผู้บริโภคที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คิดว่าได้ของถูกมาครอง แต่ก็ยังมีอีกกรณีคือการลอกเลียนสินค้า แล้วมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด และนำเสนอเป็นของตัวเอง ซึ่งตรงจุดนี้คือช่องโหว่ทางกฎหมายที่ไม่ครอบคลุมในเรื่องของดีไซน์ หากไม่ได้นำเอาโลโก้ หรือชื่อตราแบรนด์ไปใช้ เช่นเสื้อผ้าผู้หญิงที่คุณเห็นสินค้าดีไซน์ซ้ำกันราว 100 แบบ แค่เพียงเปลี่ยนโลโก้ก็ไม่สามารถทำอะไรในทางกฎหมายได้แล้ว วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ขอหยิบเรื่องราวแบรนด์หนึ่งที่ท้าทาย และลอกเลียนดีไซน์จากแบรนด์ต่าง ๆ มากว่า 40 ปีอย่างไม่เกรงกลัวใครมาฝากกัน Thom McAn คือชื่อบริษัทรองเท้าที่เริ่มต้นกิจการขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ 1922 จากนาย Ward Melville และ J.Franklin McElwain ที่ได้นำชื่อโปรกอล์ฟมาเป็นชื่อแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งผลิตรองเท้าประเภท dress shoes และมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องคุณภาพสูง และราคาถูก พวกเขาสามารถขยายกิจการได้อย่างรวดเร็ว เพราะในเวลาเพียงแค่ 5 ปี Thom McAn สามารถเปิดสาขาได้มากกว่า 300 ร้านค้า และหลังจากยุค 60s บริษัท Melville Corporation
ผู้ชายมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปในแบบฉบับของตัวเอง ต้องเผชิญกับสิ่งสกปรกและมลภาวะมากมายในแต่ละวัน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนเดิม การล้างหน้าแบบเดิม ๆ ด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่ก้อนนั้นอาจไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป ผู้ชายอย่างเราจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิวหน้าของตนเองและกิจกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ถึงเต็มที่กับทุกสเต็ปในการใช้ชีวิต ก็อย่าลืมที่จะดูแลผิวอย่างเด็ดขาด ทีมงาน UNLOCKMEN ขอเสนอตัวช่วยในการดูแลผิวลูกผู้ชายอย่างเรา ๆ อย่าง “Nivea Men Liquid Foam” ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไปอย่าง “Nivea Men Liquid Foam” โฟมล้างหน้าสูตรน้ำ จัดการความมันได้ลึกถึงรูขุมขน สะดวกสบายในแบบที่ผู้ชายไทยต้องการ พร้อมเผยโฉมพรีเซ็นเตอร์ หนุ่มหล่อคนล่าสุดสุดเซอร์ “กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา” เพื่อเป็นการสื่อสารกับกลุ่มชายไทยได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวแทนผู้ชายไทยยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ในสไตล์ของตนเอง พร้อมลุยไปกับกลุ่มเพื่อนได้ในทุกสถานการณ์ กรรณ สวัสดิวัตน์ จึงตัวแทนของนีเวีย เมน ที่สามารถสื่อสารกับผู้ชายไทยได้เป็นอย่างดี ในงาน “นัดเคลียร์มัน! แบบแมนๆ กับ Nivea Men Liquid Foam” ที่ได้สร้างสนามแข่งรถ ATV ให้ได้ลองผจญไปกับทุกด่านมลภาวะและท้าพิสูจน์พลังการทำความสะอาดล้ำลึกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ ณ หน้าลานกิจกรรมทางเชื่อมบีทีเอส สยามสแควร์วัน นีเวีย เมน
หลังจากที่เราโพสต์เรื่องของรถ BMW รวมถึงประวัติของ Logo ที่หลายคนเข้าใจผิดกันมาแล้ว วันนี้เราเลยอยากนำเอาที่มาของ Logo ของ BMW ตัวแรงที่หลายคนชื่นชอบอย่าง “///M” มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ดูกัน เพราะจริง ๆ แล้ว ภายใต้ Logo ที่เป็นแถบสี 3 แถบนี้ มันมีความหมายอะไรมากกว่าที่หลายคนคิดซ่อนอยู่ หากใครที่เป็นคนรักรถรหัส “///M” ตัวจริง บทความนี้จะเป็นอีกบทความหนึ่งที่คุณห้ามพลาด ปีนี้ก็จะเข้าถือว่าเป็นปีที่ 45 แล้ว สำหรับการที่ BMW นำรถของพวกเขามาปรับปรุงออกมาให้มีศักยภาพสูงระดับรถแข่งในสนามอย่าง “///M” โดยโมเดลแรกของ “///M” ที่ถือกำเนิดขึ้นมาในตอนนั้นก็ คือ BMW M1 อันเลื่องลือ และเปรียบเสมือนบรรพบุรุษของตระกูล M ของ BMW มาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับรถในตระกูล M ของ BMW นั้น ถือว่าเป็นรถตัวตัวท็อปสุด แรงสุด และแพงสุดของแต่ละ Series
ช่วงนี้หลายคนคงจะได้ข่าวการกลับมาของ Nokia กันอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำตัวเก่าสร้างชื่อมาปรับปรุงแปลงโฉมใหม่ อย่างตัว Nokia 3310 ปี 2017 และยังพวก Nokia 3,5,6 ที่ไล่เปิดตัวกันออกมาติด ๆ กันอีก จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า Nokia กำลังเริ่มกลับมาเอาจริงเอาจังกับตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้แล้ว Nokia ภายใต้การนำทีมของ HMD Global ได้พยายามปฏิวัติปรับเปลี่ยนบางอย่างให้น่าประหลาดใจอยู่เสมอ ๆ อย่างล่าสุดกับข่าวการเปิดตัว Nokia 8 เรือธงตัวใหม่ของค่าย Nokia 8 มีสเปคออกมาให้ตั้งหน้าตั้งรอกันคราว ๆ อย่างตัวเครื่องจะมาพร้อมหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2560×1440 และยังใช้ Qualcomm Snapdragon 835 เป็นตัวประมวลผล นอกจากนี้จะใส่ RAM มาให้ขนาด 4 – 6 GB (ยังไม่คอนเฟิร์ม) และหน่วยเก็บข้อมูล 64GB ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือด้านตัวกล้องมีการเปิดเผยออกมาแล้วว่าจะมาแบบกล้องคู่ (Dual-Camera)
“70 ปี ห้างเซ็นทรัล” ฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อตอบแทนลูกค้าทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย พร้อมได้เผยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
“ความขี้เกียจ” เหมือนจะเป็นสิ่งที่ติดตัวทุกคนมาแต่กำเนิด ขึ้นอยู่กับว่าขี้เกียจมาก ขี้เกียจน้อย หรือใช้เกณฑ์อะไรเป็นเกณฑ์ในการวัดความขี้เกียจกันแน่? คราวนี้นักวิจัยจาก Stanford เขาวัดเอาจากปริมาณการเคลื่อนไหวด้วยการเดินของผู้คนในประเทศนั้น ๆ ว่าเดินมากหรือเดินน้อย ประเทศที่เดินทางด้วยการเดินเป็นหลักถูกมองว่ามีความแอคทีฟมากในหนึ่งวัน ในขณะที่ประเทศที่เฉลี่ยออกมาแล้วว่าผู้คนในประเทศเดินเฉลี่ยต่อวันน้อยเหลือเกินก็ถูกมองว่าอุ้ยอ้ายและขี้เกียจไปโดยปริยาย ก่อนจะดราม่าไปกว่านี้ว่าตกลงการเดินสัมพันธ์กับความขี้เกียจจริงหรือเปล่า UNLOCKMEN ขอชวนคุณมาทำความเข้าใจงานวิจัยชิ้นนี้ไปพร้อม ๆ กันก่อน งานวิจัยครั้งนี้นับเป็นการสำรวจพฤติกรรมทางสุขภาพที่ยิ่งใหญ่จนต้องร้องว้าวมากที่สุดเท่าที่เคยมีการสำรวจมา เพราะมีกลุ่มตัวอย่างมากถึง 717,000 คน จาก 111 ประเทศทั่วโลก โดยการสำรวจครั้งนี้ใช้เครื่องมืออย่างสมาร์ทโฟนเข้าช่วยในการสำรวจว่าในวัน ๆ หนึ่งคนในประเทศนั้น เขาเดินกันวันละกี่ก้าวกันแน่ ผลการสำรวจออกมาว่าฮ่องกงคือประเทศที่แอคทีฟมากที่สุดด้วยการเดินเฉลี่ยต่อคน 6,880 ก้าว ในหนึ่งวัน ในขณะที่ประเทศที่เดินน้อยที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย ซึ่งเดินเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ 3,513 ก้าว มาดูประเทศใหญ่ ๆ อื่น ๆ กันบ้าง โดยจีนอยู่ที่ 6,189 ก้าวต่อคนต่อวัน ญี่ปุ่น 6,010 ก้าว สหราชอาณาจักร 5,444 และสหรัฐอเมริกาค่าเฉลี่ยต่อคนต่อวัน คือ 4,774 ก้าว
เครื่องมือในการทำงานของสายอาชีพตัดต่อวิดีโอที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักสำคัญขนาดไหน ล้วนเป็นคำตอบที่อยู่ในใจของคนประกอบอาชีพนี้เท่านั้นที่จะเข้าใจได้ดีที่สุด UNLOCKMEN จะขอแนะนำเกร็ดความรู้และ 7 Laptops ตัวเลือกสำหรับคนสายงานตัดต่อที่เน้นการออกทำงานนอกสถานที่เป็นหลัก แต่ก็ต้องการเครื่อง Laptops เจ๋ง ๆ ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ซึ่งทุกตัวที่เลือกมาล้วนถูกวัดผลด้านประสิทธิภาพอย่างชัดเจนแล้วว่ามันเกิดมาเพื่องานตัดต่อชัด ๆ อย่างแรกก่อนที่จะไปพูดถึงตัวเครื่องกัน เราพูดถึงปัจจัยในการทำงานด้านตัดต่อวิดีโอก่อน เพราะทุกคนย่อมรู้อยู่แล้วว่าเครื่องต้องแรง ระบบประมวลผลต้องเทพ ถึงทำงานได้ลื่นไหลไม่สะดุด ดังนั้นเวลาเลือกชื้อสักเครื่อง ควรจะเริ่มตั้งแต่พื้นฐานที่เครื่องควรมีเลย คือการมีกราฟิกการ์ดแยกเจ๋ง ๆ ของ NVDIA และมี HDD 1TB 7200RPM, หรือ SSD 128GB เป็นอย่างต่ำ นอกจากนี้แรมก็ไม่ควรน้อยกว่า 8 GB ในการทำงานด้านนี้ ส่วนใหญ่ Laptop ที่ราคาสูงกว่าปกติทั่วไปจะอัดสเปคแบบนี้มาให้อยู่แล้ว แต่งานตัดต่อวิดีโอจะต้องดูมากขึ้นกว่าปกติคือเรื่องของจอแสดงผลที่เน้นความละเอียดสูงตั้งแต่ Full HD ขึ้นไป และส่วนที่เน้นเป็นพิเศษอีกอย่างคือตัวประมวลผลหรือที่เราเรียกกันว่า CPU ปกติแค่เห็นขึ้นว่า Intel Core i7 ทุกคนก็ตัดสินใจเลือกกันแล้ว ลองทบทวนกันใหม่สักนิดครับ เพราะจริง ๆ แล้วการทำงานตัดต่อวิดีโอเน้น
หากใครเคยใช้ผลิตภัณฑ์ของ “Bondic” คงรู้ดีว่าประสิทธิภาพในการซ่อมแซมสิ่งของที่แตกหักของมันนั้น ถือว่ายอดเยี่ยมสุด ๆ เพราะความสามารถพิเศษในการเชื่อมต่อพลาสติกที่แตกหักให้กลับมาติดกันได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรง จนหลาย ๆ คนที่ใช้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากาวตราช้างยังต้องชิดซ้ายไปเลย ล่าสุด “Bondic” เปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มีชื่อว่า “BondicEVO” ออกมาเป็นที่เรียบร้อย บอกเลยว่า เล็กกะทัดรัด แต่ความสามารถดีกว่ารุ่นแรกซะอีก หากใครอยากรู้ว่า “BondicEVO” ตัวนี้ มีความสามารถในการเชื่อมต่อ ซ่อมแซมขั้นเทพขนาดไหน ลองไปดูกันเองเลยดีกว่า สำหรับอุปกรณ์เล็ก ๆ อย่าง “BondicEVO” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่ง Gadget ที่ผู้ชายอย่างเราควรมีไว้จริง ๆ เพราะมันช่วยให้คุณเชื่อมต่อ สิ่งต่าง ๆ ที่แตกออกจากกันไปแล้วให้กลับมาสมานกันได้อย่างแนบเนียน ด้วยน้ำยากาวผสานสูตรเทพเทวดา ต้นตำรับของ “Bondic” บวกกับลำแสง UV ที่มีมาให้ในตัวเพื่อใช้ในการทำให้รอยเชื่อมนั้นแข็งกลายเป็นเนื้อเดียวกัน วิธีใช้งานนั้นก็แสนง่าย เพียงคุณหยอดกาวของ “Bondic” ลงไปที่รอยต่อ หรือถ้าหากคุณต้องการให้กาวมีรูปร่างแบบไหน ก็จัดการลงมือตกแต่งมัน เมื่อได้รูปทรงตามที่ต้องการแล้ว ก็จัดการนำไฟฉายลำแสง UV ที่มีติดตัวมาให้ ฉายไปที่กาวจนแข็งเป็นเนื้อเดียวกันเป็นอันจบ ข้อดีอีกอย่างของกาวสูตรต้นตำหรับจาก “Bondic”
ในวันที่ตลาดคราฟต์เบียร์ในไทยกำลังก้าวไปข้างหน้าและมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นทุกที คราฟต์เบียร์ที่บรรจุมาในขวดขนาดกะทัดรัดที่เราเห็นกันจนชิน ก็เริ่มเผยโฉมใหม่ในรูปแบบกระป๋องให้เราเห็นกันมากขึ้น โดยเฉพาะคราฟต์เบียร์ที่มาจากต่างประเทศที่มาในรูปแบบกระป๋องที่ทั้งสวย ทั้งน่าคว้ามากระดกจนเราแทบอดใจไม่ไหว แต่ UNLOCKMEN ก็เชื่อว่าทุกคนคงสงสัยพอ ๆ กันว่าทำไมเบียร์ถึงต้องมาในรูปแบบกระป๋อง ทั้ง ๆ ที่ดื่มจากขวดก็ดีอยู่แล้ว วันนี้ UNLOCKMEN เลยถือโอกาสชวน BEERCYCLOPEDIA สารานุกรมของคนชอบเบียร์ มาให้คำตอบชัด ๆ กันไปเลยว่า “ในวันที่คราฟเบียร์ตก (ลงสู่) กระป๋อง” ทำไมถึงต้องเป็นแบบนั้น? BEERCYCLOPEDIA: เมื่อประมาณเกือบ ๆ 3 ปีก่อน ผมเคยเขียนเรื่อง ขวด VS กระป๋อง โดยมีเนื้อหาที่บอกเล่าและอธิบายถึงความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์ทั้ง 2 ประเภท และทิ้งท้ายในทำนองทำนายทายทักว่าในอนาคตผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ในต่างประเทศจะหันมาใช้กระป๋องมากยิ่งขึ้น และแล้วไม่นานคำทำนายนั้นก็เริ่มเป็นความจริง ปัจจุบันผู้ผลิตคราฟต์เบียร์รายใหญ่อย่าง Stone Brewing Co. , Brewdog, Sierra Nevada, Founders Brewing Co. , To Ol, Evil Twin, Modern Times,


