เป็นเช้าที่ตื่นมาพบว่าโลกทั้งใบถูกปกคลุมด้วยความเศร้าอีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่า Chester Bennington นักร้องนำวง Linkin Park จากโลกนี้ไปด้วยวัย 41 ปี เป็นการจากไปที่กะทันหัน UNLOCKMEN ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและแฟนเพลง Chester Bennington มา ณ โอกาสนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจากไปอย่างกะทันหันหรือการจากไปก่อนวัยอันควรของใครก็เป็นเรื่องชวนให้โศกเศร้าเสียใจทั้งสิ้น แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวงการดนตรีต่างประเทศที่ต้องพบเหตุการณ์การจากไปอย่างไม่คาดคิดของนักร้อง นักดนตรีที่มีอนาคตทางดนตรีรอพวกเขาอยู่อีกมาก UNLOCKMEN ขอใช้โอกาสนี้ย้อนความทรงจำถึง 5 นักร้องนักดนตรีที่จากเราไปก่อนวัยอันควร เพื่อร่วมระลึกถึงเขาและเธอที่จะอยู่ในใจพวกเราไปตลอดกาลอีกครั้ง Chester Bennington หนึ่งในวงร็อกที่ได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกวงหนึ่งคงหนีไม่พ้น Linkin Park พวกเขาทำยอดขายได้มากกว่า 70 ล้านแผ่น รวมถึงเพลงดังติดหูที่เราเชื่อว่าหลายคนล้วนแต่ร้องตามได้ ทั้ง In The End, Numb, One Step Closer และ Heavy ที่มาจากอัลบั้มล่าสุด One More Light Chester Bennington คือนักร้องอีกคนที่มีชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเผชิญกับเรื่องเลวร้ายในชีวิตหลายอย่าง ทั้งการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก ปัญหาการแยกทางกันของพ่อแม่ อาการติดแอลกอฮอล์ รวมถึงการจากไปของเพื่อนรักอย่าง Chris Cornell
หลังจากที่ UNLOCKMEN ได้นำผู้อ่านทุกท่านไปสัมผัสกับนิยามความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ ใน Article ก่อนหน้านี้ ที่ว่าด้วยเรื่องของความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ความเป็นที่สุดทางด้านธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่การบาลานซ์ชีวิตได้อย่างสมดุล พร้อมทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เพื่อเติมเต็มความสุขในพาร์ทของชีวิตส่วนตัว ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่เหล่าผู้บริหารรุ่นใหม่มองว่า สามารถผลักดันให้ได้พบกับความสำเร็จอย่างแท้จริง และยั่งยืน และในวันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ กับมุมมองความสำเร็จจาก 2 วงการธุรกิจ ที่เกิดจากการต่อยอดแนวคิดที่ได้จากการสังเกตไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และคนรอบข้าง นำมาพัฒนาจนเป็นรูปแบบที่ธุรกิจซึ่งช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์แปลกใหม่ไม่หยุดนิ่ง รวมถึงธุรกิจที่อาศัยการต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับคุณค่าดั้งเดิมจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนยุคใหม่ เริ่มต้นจากมุมมองของ ปรางค์ – อภินรา ศรีกาญจนา ทายาทคนสวยของ บริษัท เอเชียประกันภัย ผู้ที่พิสูจน์ศักยภาพตัวเอง ด้วยการปลุกปั้นธุรกิจ startup ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนสายปาร์ตี้อย่าง U Drink I Drive บริการพนักงานขับรถส่วนตัว ที่จะพาคุณและรถส่วนตัวของคุณกลับบ้าน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นหลัก เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบัน “เราอาจเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของคนเมืองไม่ได้ แต่เราสามารถเพิ่มทางเลือกด้วยบริการที่ทำให้ชีวิตพวกเค้าดีกว่าหรือปลอดภัยกว่าได้” เชื่อไหมว่าด้วยนิสัยและทัศนคติคนไทยบางคนชอบมองว่าเมาแล้วขับรถกลับบ้านเองได้เป็นเรื่องเท่ แต่จากสถิติประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการโดนคนเมาขับรถชนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ปรางค์มองว่าเราควรจะทำอะไรซักอย่างเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่รอให้เกิดอุบัติเหตุก่อนแล้วประกันค่อยเข้าไปดูแล เราเลยคิดว่าควรเพิ่มทางเลือกให้กับคนเมืองเหล่านี้ ด้วยอะไรที่ทำให้เค้ารู้สึกปลอดภัยและก็ไม่ได้ทำให้เค้ารู้สึกเชยด้วย ซึ่ง U Drink
ผิวของมนุษย์เราอุดมไปด้วยน้ำมัน และแบคทีเรีย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะถูกชะล้างออกไปเมื่อเราอาบน้ำ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงรู้สึกว่าต้องอาบน้ำทุกวัน แต่อันที่จริงแล้วตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง การอาบน้ำบ่อย ๆ จะทำให้กลไกการสร้างน้ำมันบนผิวกายเกิดความไม่สมดุล (UNLOCKMEN) ซึ่งก็เคยมีผลวิจัยถึงความมหัศจรรย์ของผิวหนังที่สามารถชะล้างทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง แต่ถึงกระนั้นสำหรับอากาศร้อนอย่างบ้านเราจะปล่อยเซอร์ไม่อาบน้ำเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เราจึงไปค้นผลวิจัยเพิ่มเติมที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในห้องน้ำมากยิ่งขึ้นโดยการอาบน้ำแบบไม่ต้องพึ่งสบู่ในการอาบน้ำให้เปลืองเวลา น้ำร้อนสามารถแทนสบู่ได้ เราเข้าใจว่าหลังจากฝ่าฟันอากาศอันแสนร้อนในแต่ละวัน ช่างเป็นเรื่องที่แสนน่าเบื่อ ซึ่งพอกลับถึงบ้านเราก็อยากจะโดนน้ำเย็น ๆ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แต่ในทางกลับกันหากคุณเปลี่ยนจากอาบน้ำเย็นจัดมาเป็นน้ำร้อนนอกจากร่างกายของคุณจะได้ผ่อนคลายแล้ว น้ำร้อนยังสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้อีกด้วย เพียงแค่ขัดขี้ไคลออกให้หมดจด ร่างกายคุณก็สะอาดราวถูสบู่แล้ว เมื่อเลิกใช้สบู่ผิวก็ดีขึ้นทันตาเห็น คนที่อาบน้ำถูสบู่มาก ๆ จะทำให้ผิวหนังขาดความสมดุลย์ที่นำไปสู่ผิวแห้งกร้าน เพราะสารเคมีต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสบู่ล้วนเป็นสารเร่ง และขจัดน้ำมันออกจากผิวได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหลายคนก็ยืนยันแล้วว่า มนุษย์เราสามารถอาบน้ำโดยใช้เพียงน้ำเปล่าสะอาดล้างก็เพียงพอ โดยไม่ต้องกลัวตัวเหม็นแต่อย่างใด ประหยัดเงิน และเวลา อย่างแรกเลยคือคุณไม่ต้องเสียเงินค่าสบู่ แม้มันก็อาจจะไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่หากคุณใช้สบู่ในการอาบน้ำมาก ๆ แล้ว สิ่งที่ตามมาคือผิวแห้ง และเมื่อผิวของคุณแห้งก็ต้องใช้ไปซื้อครีมโลชั่นบำรุง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นทำไมเราไม่แก้ที่ต้นเหตุคือการใช้สบู่ให้น้อยลงเพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการเข้าห้องน้ำที่ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาถูสบู่ และล้างออกอีก นี่ก็เป็นข้อมูลที่ทีมงานได้นำมาฝากหนุ่ม ๆ ทุกคน เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ของมนุษย์ผู้ชายสายวิ่งผ่านน้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
“รอยสัก” ศิลปะบนเรื่องร่างมนุษย์ที่คนจำนวนไม่น้อยต่างหลงใหล แต่อะไรที่อยู่เบื้องหลังคนทำงานศิลปะอย่าง “ช่างสัก” แรงบันดาลใจใดที่ขับเคลื่อนให้พวกเขามาอยู่ตรงนี้ ความกดดันกับการสรรค์สร้างศิลปะที่จะอยู่บนเรือนร่างผู้คนไปชั่วชีวิตทำให้ความคิดของพวกเขาหมุนวนไปทางใด วันนี้ UNLOCKMEN ชวน บอลและดุ่ย ช่างสักจาก St.Martin Tattoo Studio มาพูดคุยกันยาว ๆ เพื่อให้ได้บรรยากาศและการพูดคุยเจาะลึกเป็นกันเอง UNLOCKMEN บุกเข้าไปถึงตรอกข้าวสาร สถานที่ที่ St.Martin Tattoo Studio ตั้งอยู่ท่ามกลางร้านสักอีกหลายร้านและร้านรวงอื่น ๆ บรรยากาศแห่งความหลากหลายและสีสันของตรอกข้าวสารยิ่งกระตุ้นเร้าให้การสัก น้ำหมึก ศิลปะบนเรือนร่างดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเดินทางไปถึง St.Martin Tattoo Studio เราจึงไม่รอให้ความสงสัยคุกรุ่นในตัวเราอยู่นาน เราเริ่มยิงคำถามกับช่างสักมากฝีมือ 2 คนนี้อย่างรวดเร็ว UNLOCKMEN: แนะนำตัวกับชาว UNLOCKMEN หน่อย บอล: ผมชื่อเล่นชื่อบอลครับ แล้วก็ทำงาน tattoo ทำงานสักได้ทั้ง bamboo และ machine ทั้งสองอย่างอยู่ที่ St.Martin Tattoo Studio ข้าวสารครับ ดุ่ย: ชื่อดุุ่ยนะครับ ทำงานเป็นช่างสักอยู่ที่ St.Martin Tattoo Studio
เห็นเหล่า Biker ทั้งหลายส่วนใหญ่ชื่นชอบการสักลายกันเป็นพิเศษ แต่แค่ชอบการสักอาจยังไม่นับว่าเป็นลูกผู้ชายสายพันธ์ุ 2 ล้อตัวจริง ถ้าหากหมึกสักและภายในร่างกายของคุณ ยังไม่มีชิ้นส่วนหนึ่งส่วนใดของรถมอเตอร์ไซค์ไหลเวียนอยู่! วันนี้เราจะพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการสักลาย ให้ได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากค่ายรถมอเตอร์ไซค์ในตำนานอย่าง Indain Motorcycle บอกเลยว่านี่สิถึงเรียกว่าคลั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าเส้น ชนิดที่ว่ามีส่วนประกอบของมอเตอร์ไซค์มาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของจริง แถมยังมีสโลแกนเท่ ๆ มาท้าทายคุณอีกด้วยว่า “IF RIDING IS IN YOUR BLOOD, PROVE IT.” ไม่รู้ว่าจะน่าลอง หรือ น่าหลอน กันแน่ สำหรับไอเดียสุดแปลกแหวกแนวของ Indian Motorcycle ที่กำลังหันหน้าไปเอาดีทางด้านการทำน้ำหมึกสักลาย เพื่อออกมาสนองนี้ดเหล่า Biker ทั้งหลาย ที่ดูจะชอบอกชอบใจกับการจารึกหมึกไว้บนเรือนร่าง ด้วยการคิดค้นหาวิธีการผลิตหมึกสักสำหรับคนคลั่งมอเตอร์ไซค์ชนิดที่กล้าพูดได้เต็มปากว่า รถมอเตอร์ไซค์เปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างไปแล้วเท่านั้น ออกมาให้ได้ลองทดสอบกัน ซึ่งหมึกสักที่ทางบริษัท Indian Motorcycle ทำขึ้นมานี้ ใช้วัตถุดิบที่โคตรจะ Biker มาเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำหมึก นั่นก็คือเศษฝุ่นฝอย และ ร่องรอยการไหม้จากการเบิร์นยาง! แค่ได้ฟังก็ขนลุกแล้ว โดยไม่ใช่อาการขนลุกเพราะอินกับจิตวิญญาณ
หากพูดถึงคำว่า Hollywood คาดว่าคนส่วนใหญ่คงคิดถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และดาราชั้นแนวหน้าของโลก หรือไม่ก็ต้องนึกถึงแผ่นป้ายบนหน้าผาที่จารึกคำว่า “HOLLYWOOD” เอาไว้อย่างแน่นอน แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว Hollywood ยังมีอีกหลายสถานที่ที่มีชื่อเสียง และเป็นตำนานอยู่อีก อย่างเช่น “Hollywood Bowl” ซึ่งเริ่มต้นจากการสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีจัดแสดงคอนเสิร์ตชั่วคราวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้มันได้กลายเป็นสถานที่ซึ่งมีตำนานเล่าขานมากมาย และยังเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับใช้จัดงานคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “Hollywood Bowl” นั้น พื้นที่ทุก ๆ ตารางนิ้วของมันแทบจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีที่ต่างก็ต้องเคยก้าวเท้าเข้ามาเหยียบบนพื้นดินแห่งนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Frank Sinatra, The Beatles หรือแม้แต่ Jimi Hendrix เอง ก็เคยมาวาดลวดลายการ Solo กีต้าร์เอาไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในบริเวณ “Hollywood Bowl” จึงเป็นสิ่งที่พิเศษสุด ๆ สำหรับเหล่านักดนตรีตัวจริงเสียงจริง เช่นเดียวกับ Fender Custom Shop บริษัททำกีต้าร์ชื่อดัง ที่ทำกีต้าร์ดี ๆ ให้กับศิลปินระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton,
บางครั้งการใส่กางเกงยีนส์ หรือสแล็ค ก็อาจจะทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกเบื่อหน่ายซ้ำซากจำเจมากจนเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจหากพวกเราจะชอบลองอะไรแปลกใหม่ โดยการเลือกกางเกงประเภทอื่น อาทิ กางเกงวอร์มหรือจ็อกเกอร์ เพื่อมามิกซ์แอนด์แมทช์ในวันหยุดพักผ่อนสบาย ๆ หากใครลองสังเกตดูดี ๆ ในปัจจุบันจะมีกางเกงประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “Zipper Pants” ลักษณะของมันจะคล้าย ๆ กับ จ็อกเกอร์ เพียงแต่มีดีเทลลูกเล่นคือซิปอยู่ปลายขา ด้วยลูกเล่นที่แปลกตา ทำให้ zipper pants กลายเป็นกางเกงคู่ใจของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อเป็นการไกด์ไอเดียสำหรับใส่กางเกง zipper อย่างไรให้ชาว UNLOCKMEN ได้สนุกกับการแต่งตัว เราจึงมีวิธีมิกซ์แอนด์แมทช์แบบง่าย ๆ โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องเสียเงินซื้ออะไรใหม่เลย LA to Bangkok จุดเริ่มต้นของกางเกง zipper นั้นมาจากแบรนด์ Fear of God ที่ต้องการสร้างสไตล์ที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคน LA แต่เนื่องด้วยความเรียบง่ายแต่ดูมีอะไร การแต่งตัวแบบนี้จึงได้แพร่หลายไปถึงคนทั่วโลก รวมถึงชาวไทย ซึ่งวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์ก็แสนง่าย เพียงหาเสื้อวงดนตรี หรือลายกราฟฟิคที่ชื่นชอบ มาใส่กับกางเกง zipper บวกกับสนีกเกอร์โดน ๆ สักคู่แบบนี้ก็ได้ได้ลุค
พูดถึงอินเดีย อย่างแรกที่ทุกคนนึกถึงคืออะไรกันครับ? คงนึกถึงแค่เมืองที่มีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน และเป็นเมืองที่มีประชากรเยอะเป็นลำดับ 2 ของโลก ทุกอย่างต้องดูแน่น ๆ อึดอัดไปหมด เชื่อว่ามีหลายคนคิดแบบนี้ ภาพของอินเดียในหัวจึงไม่ได้สวยงามน่าไปเยือนสักเท่าไหร่ แนะนำว่าสลัดความคิดนี้ออกไปจากหัวก่อนครับ เพราะเราจะบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนเดียวของคำว่า “อินเดีย” UNLOCKMEN จะพาไปปลดปล่อยความน่าตื่นเต้น ฉีกทุกเส้นทางเดินเอื่อย ๆ ในเมืองหลวง กับการแนะนำ 10 การเดินทางแปลกตาที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและเรามั่นใจว่านี่จะเป็นเส้นทางการเดินทาง ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอินเดียแน่นอน เมื่อเตรียมพร้อมก็แบกเป้ ไปลุยได้เลย! GUWAHATI TO TAWANG จุดเริ่มต้นแรกกับเส้นทางการเดินทางฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียอย่าง Guwahati ถึง Tawang จะต้องใช้เวลาเดินทางถึง 14-15 ชั่วโมงกับระยะทางประมาณ 509 กิโลเมตร เนื่องจากเส้นทางนี้ค่อนข้างมีความขรุขระเป็นอุปสรรคในการเดินทาง แต่รับรองเลยว่าคุ้มค่าสุด ๆ กับทุกทิศทางในการเดินทางที่มีวิวฉากใหญ่ ๆ ปกคุลมด้วยหิมะและบางส่วนตัดกับหญ้าเขียวชอุ่ม แน่นอนว่าตลอดเส้นทางเรายังสามาถแวะพักที่ Dirang ใน West Kameng เพื่อซึมซับวัฒนธรรมชาวพุทธที่วัด Kalchakra และ Ngingmapa หรือจะหยุดที่ Tezpur
แน่นอนมันคือกรรมพันธ์ุและชาติพันธุ์ของเราชาวเอเชียที่ถูกสร้างมาให้รูปร่างไม่สูงโปร่ง ขายาวเหมือนฝรั่งตาน้ำข้าว ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยส่วนสูงชายไทยนั้นสูงแค่เพียง 169.5 เซ็นติเมตร ซึ่งก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมากนัก ( ที่มา Size Thailand ) แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังหรือเสียใจอะไร ในเมื่อเลือกขนาดตัวไม่ได้ เราก็ต้องมาหาวิธีแก้ไขอำพรางปกปิดจุดไม่เด่นของเรากันไป ซึ่งความจริงแล้วในหลักแฟชั่นเขาก็มีการผลิตเสื้อผ้าออกมาหลากหลากแบบเพื่อปกปิดข้อบกพร่องต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือหนุ่ม ๆ เอเชียอยู่แล้ว วันนี้ UNLOCKMEN จึงรวบรวมข้อมูลวิธีการแต่งตัวอย่างไรให้ดูสูงเพียว เพื่อชายไทยจะได้ดูสูงสง่าในทุกโอกาส Monochrome การใส่เสื้อคุมโทนสีเข้มนั้นจะทำให้คุณดูผอมลง ไม่เชื่อลองเปรียบเทียบเวลาคุณใส่สีดำกับเสื้อสีสันอื่น ๆ จะเห็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนว่าสีแนว Monochrome จะสามารถปกคลุมความเจ้าเนื้อ และทำให้เราดู Slim ขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถึงกับดำสนิทไปหมดทั้งตัวเหมือนกับ Gothic เพราะมันจะทำให้ดูดำอึมครึมเกินไปสักนิดนึง Fit ความพอดีคือสิ่งที่ลงตัวที่สุด การใส่อะไรที่มัน Oversize หรือ Under บางครั้งผลลัพธ์ก็ไม่ได้จะออกมาดีเสมอไป ลองคิดภาพคนรุ่นพ่อที่ใส่สูทตัวโคร่ง มันช่างดูอ้วน และตันเอามากจริง ๆ ดังนั้นพยายามหาจุดลงตัวของหุ่นคุณ และใส่อะไรที่มันพอดี ก็จะช่วยให้คุณดูสูงขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนกางเกง ก็ต้องคำนึงถึงรูปร่างอีกนั่นแหละ ถ้าขาเล็กเรียวอันนี้ใส่ Skinny ได้เลย แต่ถ้าพวกขาหุ่นนักกีฬา หลีกเลี่ยงกางเกง Skinny


