ผิวของมนุษย์เราอุดมไปด้วยน้ำมัน และแบคทีเรีย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะถูกชะล้างออกไปเมื่อเราอาบน้ำ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงรู้สึกว่าต้องอาบน้ำทุกวัน แต่อันที่จริงแล้วตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง การอาบน้ำบ่อย ๆ จะทำให้กลไกการสร้างน้ำมันบนผิวกายเกิดความไม่สมดุล (UNLOCKMEN) ซึ่งก็เคยมีผลวิจัยถึงความมหัศจรรย์ของผิวหนังที่สามารถชะล้างทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง แต่ถึงกระนั้นสำหรับอากาศร้อนอย่างบ้านเราจะปล่อยเซอร์ไม่อาบน้ำเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เราจึงไปค้นผลวิจัยเพิ่มเติมที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในห้องน้ำมากยิ่งขึ้นโดยการอาบน้ำแบบไม่ต้องพึ่งสบู่ในการอาบน้ำให้เปลืองเวลา น้ำร้อนสามารถแทนสบู่ได้ เราเข้าใจว่าหลังจากฝ่าฟันอากาศอันแสนร้อนในแต่ละวัน ช่างเป็นเรื่องที่แสนน่าเบื่อ ซึ่งพอกลับถึงบ้านเราก็อยากจะโดนน้ำเย็น ๆ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น แต่ในทางกลับกันหากคุณเปลี่ยนจากอาบน้ำเย็นจัดมาเป็นน้ำร้อนนอกจากร่างกายของคุณจะได้ผ่อนคลายแล้ว น้ำร้อนยังสามารถกำจัดสิ่งสกปรกได้อีกด้วย เพียงแค่ขัดขี้ไคลออกให้หมดจด ร่างกายคุณก็สะอาดราวถูสบู่แล้ว เมื่อเลิกใช้สบู่ผิวก็ดีขึ้นทันตาเห็น คนที่อาบน้ำถูสบู่มาก ๆ จะทำให้ผิวหนังขาดความสมดุลย์ที่นำไปสู่ผิวแห้งกร้าน เพราะสารเคมีต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสบู่ล้วนเป็นสารเร่ง และขจัดน้ำมันออกจากผิวได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหลายคนก็ยืนยันแล้วว่า มนุษย์เราสามารถอาบน้ำโดยใช้เพียงน้ำเปล่าสะอาดล้างก็เพียงพอ โดยไม่ต้องกลัวตัวเหม็นแต่อย่างใด ประหยัดเงิน และเวลา อย่างแรกเลยคือคุณไม่ต้องเสียเงินค่าสบู่ แม้มันก็อาจจะไม่ได้แพงอะไรมากมาย แต่หากคุณใช้สบู่ในการอาบน้ำมาก ๆ แล้ว สิ่งที่ตามมาคือผิวแห้ง และเมื่อผิวของคุณแห้งก็ต้องใช้ไปซื้อครีมโลชั่นบำรุง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นทำไมเราไม่แก้ที่ต้นเหตุคือการใช้สบู่ให้น้อยลงเพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาในการเข้าห้องน้ำที่ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาถูสบู่ และล้างออกอีก นี่ก็เป็นข้อมูลที่ทีมงานได้นำมาฝากหนุ่ม ๆ ทุกคน เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ของมนุษย์ผู้ชายสายวิ่งผ่านน้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
“รอยสัก” ศิลปะบนเรื่องร่างมนุษย์ที่คนจำนวนไม่น้อยต่างหลงใหล แต่อะไรที่อยู่เบื้องหลังคนทำงานศิลปะอย่าง “ช่างสัก” แรงบันดาลใจใดที่ขับเคลื่อนให้พวกเขามาอยู่ตรงนี้ ความกดดันกับการสรรค์สร้างศิลปะที่จะอยู่บนเรือนร่างผู้คนไปชั่วชีวิตทำให้ความคิดของพวกเขาหมุนวนไปทางใด วันนี้ UNLOCKMEN ชวน บอลและดุ่ย ช่างสักจาก St.Martin Tattoo Studio มาพูดคุยกันยาว ๆ เพื่อให้ได้บรรยากาศและการพูดคุยเจาะลึกเป็นกันเอง UNLOCKMEN บุกเข้าไปถึงตรอกข้าวสาร สถานที่ที่ St.Martin Tattoo Studio ตั้งอยู่ท่ามกลางร้านสักอีกหลายร้านและร้านรวงอื่น ๆ บรรยากาศแห่งความหลากหลายและสีสันของตรอกข้าวสารยิ่งกระตุ้นเร้าให้การสัก น้ำหมึก ศิลปะบนเรือนร่างดูมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเดินทางไปถึง St.Martin Tattoo Studio เราจึงไม่รอให้ความสงสัยคุกรุ่นในตัวเราอยู่นาน เราเริ่มยิงคำถามกับช่างสักมากฝีมือ 2 คนนี้อย่างรวดเร็ว UNLOCKMEN: แนะนำตัวกับชาว UNLOCKMEN หน่อย บอล: ผมชื่อเล่นชื่อบอลครับ แล้วก็ทำงาน tattoo ทำงานสักได้ทั้ง bamboo และ machine ทั้งสองอย่างอยู่ที่ St.Martin Tattoo Studio ข้าวสารครับ ดุ่ย: ชื่อดุุ่ยนะครับ ทำงานเป็นช่างสักอยู่ที่ St.Martin Tattoo Studio
เห็นเหล่า Biker ทั้งหลายส่วนใหญ่ชื่นชอบการสักลายกันเป็นพิเศษ แต่แค่ชอบการสักอาจยังไม่นับว่าเป็นลูกผู้ชายสายพันธ์ุ 2 ล้อตัวจริง ถ้าหากหมึกสักและภายในร่างกายของคุณ ยังไม่มีชิ้นส่วนหนึ่งส่วนใดของรถมอเตอร์ไซค์ไหลเวียนอยู่! วันนี้เราจะพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงการสักลาย ให้ได้รู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากค่ายรถมอเตอร์ไซค์ในตำนานอย่าง Indain Motorcycle บอกเลยว่านี่สิถึงเรียกว่าคลั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าเส้น ชนิดที่ว่ามีส่วนประกอบของมอเตอร์ไซค์มาเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของจริง แถมยังมีสโลแกนเท่ ๆ มาท้าทายคุณอีกด้วยว่า “IF RIDING IS IN YOUR BLOOD, PROVE IT.” ไม่รู้ว่าจะน่าลอง หรือ น่าหลอน กันแน่ สำหรับไอเดียสุดแปลกแหวกแนวของ Indian Motorcycle ที่กำลังหันหน้าไปเอาดีทางด้านการทำน้ำหมึกสักลาย เพื่อออกมาสนองนี้ดเหล่า Biker ทั้งหลาย ที่ดูจะชอบอกชอบใจกับการจารึกหมึกไว้บนเรือนร่าง ด้วยการคิดค้นหาวิธีการผลิตหมึกสักสำหรับคนคลั่งมอเตอร์ไซค์ชนิดที่กล้าพูดได้เต็มปากว่า รถมอเตอร์ไซค์เปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างไปแล้วเท่านั้น ออกมาให้ได้ลองทดสอบกัน ซึ่งหมึกสักที่ทางบริษัท Indian Motorcycle ทำขึ้นมานี้ ใช้วัตถุดิบที่โคตรจะ Biker มาเป็นส่วนประกอบในการทำน้ำหมึก นั่นก็คือเศษฝุ่นฝอย และ ร่องรอยการไหม้จากการเบิร์นยาง! แค่ได้ฟังก็ขนลุกแล้ว โดยไม่ใช่อาการขนลุกเพราะอินกับจิตวิญญาณ
หากพูดถึงคำว่า Hollywood คาดว่าคนส่วนใหญ่คงคิดถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และดาราชั้นแนวหน้าของโลก หรือไม่ก็ต้องนึกถึงแผ่นป้ายบนหน้าผาที่จารึกคำว่า “HOLLYWOOD” เอาไว้อย่างแน่นอน แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว Hollywood ยังมีอีกหลายสถานที่ที่มีชื่อเสียง และเป็นตำนานอยู่อีก อย่างเช่น “Hollywood Bowl” ซึ่งเริ่มต้นจากการสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีจัดแสดงคอนเสิร์ตชั่วคราวเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้มันได้กลายเป็นสถานที่ซึ่งมีตำนานเล่าขานมากมาย และยังเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับใช้จัดงานคอนเสิร์ตแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ “Hollywood Bowl” นั้น พื้นที่ทุก ๆ ตารางนิ้วของมันแทบจะเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีที่ต่างก็ต้องเคยก้าวเท้าเข้ามาเหยียบบนพื้นดินแห่งนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Frank Sinatra, The Beatles หรือแม้แต่ Jimi Hendrix เอง ก็เคยมาวาดลวดลายการ Solo กีต้าร์เอาไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในบริเวณ “Hollywood Bowl” จึงเป็นสิ่งที่พิเศษสุด ๆ สำหรับเหล่านักดนตรีตัวจริงเสียงจริง เช่นเดียวกับ Fender Custom Shop บริษัททำกีต้าร์ชื่อดัง ที่ทำกีต้าร์ดี ๆ ให้กับศิลปินระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton,
บางครั้งการใส่กางเกงยีนส์ หรือสแล็ค ก็อาจจะทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกเบื่อหน่ายซ้ำซากจำเจมากจนเกินไป จึงไม่น่าแปลกใจหากพวกเราจะชอบลองอะไรแปลกใหม่ โดยการเลือกกางเกงประเภทอื่น อาทิ กางเกงวอร์มหรือจ็อกเกอร์ เพื่อมามิกซ์แอนด์แมทช์ในวันหยุดพักผ่อนสบาย ๆ หากใครลองสังเกตดูดี ๆ ในปัจจุบันจะมีกางเกงประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “Zipper Pants” ลักษณะของมันจะคล้าย ๆ กับ จ็อกเกอร์ เพียงแต่มีดีเทลลูกเล่นคือซิปอยู่ปลายขา ด้วยลูกเล่นที่แปลกตา ทำให้ zipper pants กลายเป็นกางเกงคู่ใจของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อเป็นการไกด์ไอเดียสำหรับใส่กางเกง zipper อย่างไรให้ชาว UNLOCKMEN ได้สนุกกับการแต่งตัว เราจึงมีวิธีมิกซ์แอนด์แมทช์แบบง่าย ๆ โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องเสียเงินซื้ออะไรใหม่เลย LA to Bangkok จุดเริ่มต้นของกางเกง zipper นั้นมาจากแบรนด์ Fear of God ที่ต้องการสร้างสไตล์ที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคน LA แต่เนื่องด้วยความเรียบง่ายแต่ดูมีอะไร การแต่งตัวแบบนี้จึงได้แพร่หลายไปถึงคนทั่วโลก รวมถึงชาวไทย ซึ่งวิธีการมิกซ์แอนด์แมทช์ก็แสนง่าย เพียงหาเสื้อวงดนตรี หรือลายกราฟฟิคที่ชื่นชอบ มาใส่กับกางเกง zipper บวกกับสนีกเกอร์โดน ๆ สักคู่แบบนี้ก็ได้ได้ลุค
พูดถึงอินเดีย อย่างแรกที่ทุกคนนึกถึงคืออะไรกันครับ? คงนึกถึงแค่เมืองที่มีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน และเป็นเมืองที่มีประชากรเยอะเป็นลำดับ 2 ของโลก ทุกอย่างต้องดูแน่น ๆ อึดอัดไปหมด เชื่อว่ามีหลายคนคิดแบบนี้ ภาพของอินเดียในหัวจึงไม่ได้สวยงามน่าไปเยือนสักเท่าไหร่ แนะนำว่าสลัดความคิดนี้ออกไปจากหัวก่อนครับ เพราะเราจะบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนเดียวของคำว่า “อินเดีย” UNLOCKMEN จะพาไปปลดปล่อยความน่าตื่นเต้น ฉีกทุกเส้นทางเดินเอื่อย ๆ ในเมืองหลวง กับการแนะนำ 10 การเดินทางแปลกตาที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและเรามั่นใจว่านี่จะเป็นเส้นทางการเดินทาง ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอินเดียแน่นอน เมื่อเตรียมพร้อมก็แบกเป้ ไปลุยได้เลย! GUWAHATI TO TAWANG จุดเริ่มต้นแรกกับเส้นทางการเดินทางฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียอย่าง Guwahati ถึง Tawang จะต้องใช้เวลาเดินทางถึง 14-15 ชั่วโมงกับระยะทางประมาณ 509 กิโลเมตร เนื่องจากเส้นทางนี้ค่อนข้างมีความขรุขระเป็นอุปสรรคในการเดินทาง แต่รับรองเลยว่าคุ้มค่าสุด ๆ กับทุกทิศทางในการเดินทางที่มีวิวฉากใหญ่ ๆ ปกคุลมด้วยหิมะและบางส่วนตัดกับหญ้าเขียวชอุ่ม แน่นอนว่าตลอดเส้นทางเรายังสามาถแวะพักที่ Dirang ใน West Kameng เพื่อซึมซับวัฒนธรรมชาวพุทธที่วัด Kalchakra และ Ngingmapa หรือจะหยุดที่ Tezpur
แน่นอนมันคือกรรมพันธ์ุและชาติพันธุ์ของเราชาวเอเชียที่ถูกสร้างมาให้รูปร่างไม่สูงโปร่ง ขายาวเหมือนฝรั่งตาน้ำข้าว ซึ่งโดยค่าเฉลี่ยส่วนสูงชายไทยนั้นสูงแค่เพียง 169.5 เซ็นติเมตร ซึ่งก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมากนัก ( ที่มา Size Thailand ) แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังหรือเสียใจอะไร ในเมื่อเลือกขนาดตัวไม่ได้ เราก็ต้องมาหาวิธีแก้ไขอำพรางปกปิดจุดไม่เด่นของเรากันไป ซึ่งความจริงแล้วในหลักแฟชั่นเขาก็มีการผลิตเสื้อผ้าออกมาหลากหลากแบบเพื่อปกปิดข้อบกพร่องต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือหนุ่ม ๆ เอเชียอยู่แล้ว วันนี้ UNLOCKMEN จึงรวบรวมข้อมูลวิธีการแต่งตัวอย่างไรให้ดูสูงเพียว เพื่อชายไทยจะได้ดูสูงสง่าในทุกโอกาส Monochrome การใส่เสื้อคุมโทนสีเข้มนั้นจะทำให้คุณดูผอมลง ไม่เชื่อลองเปรียบเทียบเวลาคุณใส่สีดำกับเสื้อสีสันอื่น ๆ จะเห็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนว่าสีแนว Monochrome จะสามารถปกคลุมความเจ้าเนื้อ และทำให้เราดู Slim ขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องถึงกับดำสนิทไปหมดทั้งตัวเหมือนกับ Gothic เพราะมันจะทำให้ดูดำอึมครึมเกินไปสักนิดนึง Fit ความพอดีคือสิ่งที่ลงตัวที่สุด การใส่อะไรที่มัน Oversize หรือ Under บางครั้งผลลัพธ์ก็ไม่ได้จะออกมาดีเสมอไป ลองคิดภาพคนรุ่นพ่อที่ใส่สูทตัวโคร่ง มันช่างดูอ้วน และตันเอามากจริง ๆ ดังนั้นพยายามหาจุดลงตัวของหุ่นคุณ และใส่อะไรที่มันพอดี ก็จะช่วยให้คุณดูสูงขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนกางเกง ก็ต้องคำนึงถึงรูปร่างอีกนั่นแหละ ถ้าขาเล็กเรียวอันนี้ใส่ Skinny ได้เลย แต่ถ้าพวกขาหุ่นนักกีฬา หลีกเลี่ยงกางเกง Skinny
“โรคซึมเศร้า” กลับมาเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อข่าวไลฟ์โค้ชชื่อดังท่านหนึ่งไล่ผู้ป่วยซึมเศร้าให้ “ไปตายซะ!” โดยอ้างว่าเป็นการทดสอบว่าผู้ป่วยท่านนั้นเสแสร้งแกล้งทำหรือเปล่า? ไม่รู้ว่าไลฟ์โค้ชชื่อดังเป็นจิตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถในการวินิจฉัยตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สถานะของไลฟ์โค้ชที่มีคนเชื่อถืออยู่มากอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการของโรคซึมเศร้ามากขึ้นกว่าที่เป็น เนื่องจากโรคซึมเศร้าก็เป็นโรคที่มักมีคนเข้าใจอะไรผิด ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ผู้ชายอย่างเราจะตกเป็นเหยื่อของข้อมูลผิด ๆ เหมือนคนอื่นไม่ได้ และเพื่อการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเอาไว้แบ่งปันคนอื่นได้อีก วันนี้ UNLOCKMEN เลยเอา 7 ความเข้าใจผิด ๆ เรื่องโรคซึมเศร้าที่คนมักเชื่อกัน แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น! ผู้ชายอกสามศอกเขาไม่ซึมเศร้ากันหรอก! จำไว้เลยว่าทุกคนมีโอกาสเผชิญหน้ากับภาวะซึมเศร้า ไปจนถึงโรคซึมเศร้า ไม่เว้นแม่แต่ผู้ชายอย่างเรา! โรคซึมเศร้าไม่ได้มานั่งเลือกว่าเพราะคุณเป็นผู้หญิงคุณถึงอ่อนแอและเป็นโรคนี้ คุณเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งกว่า คุณไม่มีสิทธิ์เป็นโรคนี้หรอก ดังนั้นหยุดความเข้าใจผิด ๆ นี้ ถ้าคุณรู้สึกแย่เกี่ยวกับตัวเอง การยอมรับตัวเองและพาตัวเองไปพบจิตแพทย์ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องเข้มแข็งต่างหากที่คุณกล้ายอมรับและพร้อมเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต โรคซึมเศร้าเป็นเรื่องของคนที่จิตใจอ่อนแอ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความอ่อนแอทั้งสิ้น นี่คือความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง เหมือนที่เรามีความสุข สมองก็หลั่งสารที่ทำให้เรามีความสุขออกมาเราถึงรู้สึกเช่นนั้น โรคซึมเศร้าก็เช่นกันเพราะสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์เศร้า หดหู่ หมองหม่นของเราดันทำงานผิดปกติ หลั่งมันออกมามากเป็นพิเศษ เราถึงเกิดความเศร้าในปริมาณที่มากผิดปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับความอ่อนแอของจิตใจแต่อย่างใด คนเป็นโรคซึมเศร้าต้องเคยผ่านเรื่องแย่ ๆ ร้าย ๆ มาเท่านั้น เราอาจเชื่อว่าผู้ป่วยซึมเศร้าต้องผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมา หรือมีวัยเด็กที่ย่ำแย่สุด ๆ
ใครเคยมีปัญหาเวลานัดเจอเพื่อนในห้างบ้างไหม? ที่มักจะเสียเวลากับการเดินหากันกว่าจะเจอ เวลานัดกันที่ที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่ามันจะมีจุดเดียว บอกบันไดเลื่อนข้างหน้าห้างมันก็อาจไม่ได้มีแค่อันเดียวก็ได้ UNLOCKMEN เชื่อว่าทุกคนต้องเคยคิดเล่น ๆ หยิบเอามือถือเปิด Google Maps หากันแน่ ๆ ว่ามันจะพาเดินไปถูกได้บ้างไหม แต่คงต้องผิดหวังกันไปเพราะว่าเมื่ออยู่ในตำแหน่งอาคาร Google Maps ก็ไร้ประโยชน์ไปทันตา วันนี้ปัญหาโลกแตกอันนี้ Microsoft เขาชิงตัดหน้าออกตัวช่วยมาแล้ว อย่างแรกเลยถ้าพูดถึง GPS เครื่องมือในการค้นหาตำแหน่งมักจะไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในอาคารที่มีกำแพงและเพดานที่บังสัญญาณดาวเทียม ทำให้เวลาหยิบขึ้นมาใช้งาน จึงไม่สามารถแสดงผลตำแหน่งได้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ Microsoft ได้คิดค้นพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ในชื่อว่า Path Guide ที่เกิดมาเพื่อช่วยนำทางในห้างสรรพสินค้าหรือที่ ๆ อยู่ในอาคาร อย่างเช่นลานจอดรถได้อย่างแม่นยำและชัดเจนมากขึ้น Microsoft Research Asia ได้ใช้เวลาตลอดสองปีที่ผ่านมากับการตั้งใจพัฒนาแอปพลิเคชั่นตัวนี้ขึ้นมา เพื่อสามารถช่วยบอกทางได้ในอาคาร โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสัญญาณ GPS ด้วยซ้ำ Path Guide ทำงานด้วยการใช้คนที่ทำหน้าที่เป็น Leader เดินไปรอบอาคารตามจุดต่าง ๆ พร้อมทั้งถือสมาร์ทโฟนไปด้วยและผู้ใช้งานทั่วไปก็แค่ใส่ปลายทางที่ต้องการจะไปจากตัวแอปฯ และเดินตามลูกศรบอกทางที่ปรากฏบนจอแค่นี้เอง! ง่าย ๆ ตัวแอปฯ ได้ใช้เซ็นเซอร์บนตัวเครื่องสมาร์ทโฟนในการติดตามเส้นทางการเดินของเรา


