ปัจจุบันคนเรามีชีวิตส่วนหนึ่งในการใช้งานบนจอ Monitor เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องของการทำงานหรือการผ่อนคลายด้วยการเล่นเกม ซึ่งประสบการณ์การทำอะไรสักอย่างเหล่านี้ ถ้าให้เต็มที่ถึงใจ มันไม่ควรมาอุดอู้อยู่ในหน้าจอเล็ก ๆ แค่ 13 – 15 นิ้วของ Laptop เลยด้วยซ้ำ ดังนั้น UNLOCKMEN ขอแนะนำการเปิดตัวจอยักษ์ C49HG90 ของ Samsung ที่ใหญ่ถึง 49 นิ้ว! มาในอัตราส่วน 32:9 ที่เรียกว่านอกจากแปลกล้ำกว่าชาวบ้านแล้ว ยังอัดสเปคและเทคโนโลยีแบบใหม่ไปไกลเลยทีเดียว ตัวหน้าจอมีขนาดใหญ่สะใจถึง 49 นิ้ว ใช้พาแนลแบบ Quantum Dot LED ที่ความละเอียดเท่ากับพวกจอ Full HD สองจอมาต่อติดกัน ความละเอียด 3840 x 1080 (DFHD – Double Full HD) และยังมาในรูปทรงจอโค้ง (Curved) เพื่อเข้าถึงอรรถรสให้การใช้ที่โอบล้อมสายตาได้เป็นอย่างดี ส่วนฟีเจอร์ที่รองรับการใช้งานก็มีตามมาตราฐานอย่าง HDR, FreeSync 2
บางทีสิ่งที่เราพยายามตามหา กลับอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ด้วยความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน มนุษย์พยายามสรรหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความทุกข์ บำรุงความสุข ซึ่งความสุขของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็สุขเมื่อได้เสพ Sex บางคนก็สุขเมื่อได้เสพยา แต่ผลวิจัยของ Montreal’s McGill University พบว่า ที่จริงแล้วดนตรีทำให้สมองเรามีความสุขได้ไม่ต่างกับ Sex หรือความ high ได้ไม่ต่างกับ Drugs รู้แบบนี้ยิ่งช่วยประหยัดเงินค่ายาได้มากเลยทีเดียว ผลวิจัยเรื่องความฟินจากเสียงดนตรีครั้งใหม่นี้ เพิ่งจะถูกตีพิมพ์บน Nature journal Scientific Reports โดยการวิจัยหาประโยชน์จากเสียงดนตรีชิ้นล่าสุด นำโดย cognitive psychologist “Daniel Levitin” ผู้มุ่งมั่นศึกษาผลของดนตรีที่มีต่อสมองมนุษย์มาช้านาน โดยก่อนหน้านี้ได้ทำการสแกนดูปฏิกิริยา dopamine receptor ส่วนสร้างความสุขที่ทำงานเมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรด เช่นเดียวกับการเล่นยาเสพติด ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตาผลวิจัยชิ้นนี้มาบ้างแล้ว ส่วนผลวิจัยชิ้นล่าสุด เป็นการทำงานแบบย้อนแย้ง คือการใช้ยาที่ชื่อ Naltrexone (นาลเทรกโซน) ยาที่ใช้สกัดกั้นส่วน opidoid receptor ไม่ให้ทำปฏิกิริยากับ opioids (โอปิออยด์) ซึ่งมาจากทั้งธรรมชาติสร้างเมื่อเราได้สิ่งเร้าที่ทำให้มีความสุข
บางครั้งโชคชะตาก็พาให้เราลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายครั้งหลายหนที่การสบตาได้นำพาปัญหามาให้มนุษย์ธรรมดา ๆ อย่างเราแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่เราใช้ชีวิตตามปกติแต่มันดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนเข้าโดยเฉพาะกลุ่มคนที่เอะอะก็จะเดินหน้าสาวหมัดเข้ามา แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการใช้สติปัญญาแบบมนุษย์ที่มีอารยะธรรมควรจะปฎิบัติ ซึ่งเราเองก็มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า คนธรรมดาทั่วไปที่รุ่งเช้าออกไปทำงาน พอตกเย็นเลิกงานก็ตรงดิ่งกลับบ้านทุกวัน คงไม่มีใครคิดว่า ตัวเองจะตกเป็นเหยื่อจากการคุกคามทางความรุนแรงอย่างแน่นอน ดังนั้นส่วนใหญ่จึงไม่มีใครพกพาอาวุธยุทโธปกรณ์ติดตัวไปทำงาน หรือพกออกนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา พอเกิดเหตุการณ์โดนรุมทำร้ายเลยต้องกลายเป็นกระสอบทรายในการระบายอารมณ์อยู่เป็นประจำ บางคนอ่านแล้วอาจจะคิดว่า นี่กำลังจะบอกให้คนทั่วไปพกพาอาวุธไปไหนมาไหนอย่างนั้นหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ แต่เราอยากจะบอกคุณว่า จริง ๆ แล้ว ทุกคนสามารถจะเอาตัวรอดและป้องกันตัวจากเหตุการณ์การถูกคุมคามด้วยความรุนแรงได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องพกพาอาวุธแต่อย่างใด เพราะ มือ และ เท้า ของเราเองก็ถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่ใช้ในการป้องกันตัวได้ในยามฉุกเฉิน เพียงแค่รู้วิธีการ และจุดอ่อนต่าง ๆ บนร่างกาย วันนี้เราจึงได้นำเอาเทคนิคการเอาตัวรอดและป้องกันตัวเองด้วยมือเปล่า ที่มีความอันตรายร้ายแรงถึงขั้นฆ่าใครสักคนให้ตายได้ง่าย ๆ *ดังนั้นโปรดจำไว้ว่าสิ่งต่อไปที่คุณกำลังจะอ่าน มันเป็นเทคนิคในการฆ่าที่ไม่ควรจะนำไปใช้ทดลองเล่นกับใคร นอกจากจะเกิดภัยอันตรายร้ายแรงขึ้น แล้วค่อยนำออกมาใช้ปกป้องตัวเอง TEMPLE การโจมตีที่บริเวณ Temple หรือด้านข้างของศีรษะหลังดวงตา แค่ถ้าให้พูดเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ขมับ นั่นเอง ขมับ เป็นจุดที่สำคัญมากที่สุดของร่างกายที่ไม่ควรได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง เนื่องจากมันเป็นจุดที่เส้นเลือดแดงขนาดใหญ่ไหลผ่าน คุณลองสังเกตได้จากการจับบริเวณขมับของคุณเองว่า บริเวณนี้จะเป็นมีความบอบบางและนิ่มกว่าจุดอื่น
นับตั้งแต่ Adidas ได้เปิดตัว Sneaker ชื่อก้องโลกอย่าง Stan Smith ออกมา ภายในไม่กี่ปีก็ได้มีการนำมันมาอัพเดทพัฒนาต่อยอดความสวยงาม น่าสวมใส่ และยังเซอร์ไพร้ส์แฟน ๆ Stand Smith ด้วยการจับเอาเทคโนโลยีล้ำ ๆ เข้ามาเติมเต็มความคลาสสิคได้อย่างลงตัว หลายคนอาจจะมองว่า รองเท้าจากค่ายสามขีดที่มีชื่อรุ่นว่า Stan Smith นี้ ออกมากี่ที ๆ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างกันสักหน่อย หน้าตาก็ออกจะธรรมดา ๆ เรียบ ๆ ออกไปทางเชยซะด้วยซ้ำ แต่ก่อนที่คุณจะตัดรองเท้ารุ่นหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานนี้ไปแบบง่าย ๆ เราอยากให้คุณลองสังเกตดูดี ๆ ก่อนว่า จริง ๆ แล้ว Adidas : Stan Smith นั้น มันเจ๋งขนาดไหน วันนี้เราจึงได้นำเอา Stan Smith ที่ได้ชื่อว่า ดีที่สุดมาให้ได้ดูกันถึง 8 แบบ จะมีรุ่นไหนสวยเตะตาชาว UNLOCKMEN กันบ้างมั้ยนั้น ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า
รองเท้าตระกูลคอร์เทซ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง LA ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980
ร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าสนใจเป็นอย่างมาก ยิ่งได้รู้จักกับร่างกายตัวเองมากเท่าไหร่ เรื่องที่น่าประหลาดใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีหลายคนที่ไม่ค่อยจะรู้จักกับร่างกายของตัวเราเองแบบจริง ๆ จัง ๆ แถมยังมีความเชื่อผิด ๆ เช่น ทำแบบนี้แล้วจะดีกับร่างกาย กินอาหารแบบนี้แล้วร่างกายจะป่วย ความเชื่อเหล่านี้มักเป็นคำบอกเล่าที่ส่งต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการเรื่องเล่าจากตำนานหรือเรื่องเล่าในจินตนาที่ถูกแต่งขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้การเลี้ยงดูบุตรหลายง่าย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำเอาความเชื่อผิด ๆ ที่เราทุกคน ควรหยุดเชื่อกันได้แล้วมาฝากชาว UNLOCKMEN กัน 10% Of The Brain คนส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่า สมองของเรานั้นทำงานได้เต็มที่ที่สุดในเวลากลางวันเพราะคนเราต้องใช้สมองในการทำงาน และควบคุมการใช้ชีวิตประจำต่าง ๆ มากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของเรานั้นจะทำงานแบบเต็มที่ที่สุดในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ต่างหาก You’ll be even smarter in 3 years หลายคนมีความเชื่อที่ว่า Cell สมองของคนเราจะหยุดการเจริญเติบโต เมื่อเรามีอายุมากขึ้น แต่ที่จริงแล้ว Cell สมองของคนเรานั้น มีการซ่อมแซม ผลัดเปลี่ยนและสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนของเก่าที่สึกหรอไปอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการพัฒนาของสมองของคนเราจึงไม่มีวันหยุดการเจริญเติบโต หากใครที่คิดว่า โตขึ้นมาไม่จำเป็นต้องหาความรู้เข้าหัว เพราะสมองไม่เปิดรับเหมือนตอนเด็ก ๆ อยู่ล่ะก็ เตรียมเลิกหาข้ออ้างให้ได้เลย
กิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียงนอน (หรือจริง ๆ จะที่อื่นก็ได้) ไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็นความพึงพอใจร่วมกันของคนสองคน ดังนั้นในฐานะผู้ชายแมน ๆ จะสักแต่ว่าทำ ๆ ไปให้เสร็จ ๆ ก็คงดูไม่ดี ทางที่คูลกว่ากันเยอะควรทำอะไรที่สร้างทั้งความพอใจให้ตัวเอง และเรียกเสียงกระเส่าครวญครางด้วยความพึงพอใจจากสาว ๆ ควบคู่กันไปด้วย ลีลาและท่าทางก็ถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น บางทีไอ้ท่าที่เราจำมาจากหนังโป๊เรื่องโปรดที่คิดว่าเด็ดเสียเต็มประดา ใครจะไปรู้ว่าจริง ๆ แล้ว สาว ๆ อาจจะแอบเบ้ปากมองบนแล้วเอาไปเม้าให้เพื่อนฟังจนเราเสียผู้เสียคนก็เป็นได้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์มีเซ็กส์สุดเหวี่ยงแต่ถูกเม้าลับหลังว่าไม่เอาไหน วันนี้ UNLOCKMEN ขอแอบมากระซิบบอกผู้ชายอย่างคุณหน่อยว่า 5 ท่ามีเซ็กส์แบบไหนที่มันไม่คูลอีกต่อไปแล้ว และสาว ๆ เขาก็ไม่ได้ชอบท่าพวกนี้ขนาดนั้น! จะมีท่าไหนบ้าง แล้วสาว ๆ เขารู้สึกอย่างไรกับท่าเหล่านั้นกันแน่ มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน 69 แม้ภาพในหนังโป๊ที่คุณเคยดูมาทั้งหลาย มันจะทำให้ท่า 69 กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใคร ๆ ก็ต้องเช็คอิน หรือจะพาผู้หญิงขึ้นห้องทั้งทีก็ต้องไม่พลาดท่านี้เหมือนกลัวว่าจะทำอะไรไม่ครบ แต่เดี๋ยวก่อน! มันไม่ได้เซ็กซี่ ชวนครางด้วยความเสียวซ่านอะไรอย่างที่คุณคิด เพราะการทำออรัลเซ็กส์ควรเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย ถ้าเป็นคราวของคุณที่ต้องทำให้เธอ คุณก็ควรละเลียดเล็มน้องสาวของเธอได้อย่างเต็มที่
เรื่องของศาสตร์ความเชื่อ และเรื่องเร้นลับต่าง ๆ นั้น ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยชนิดติดแน่นจนแงะออกจากกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ผีสางนางไม้ นรกสวรรค์ นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การดูดวง ที่เป็นการพยากรณ์สิ่งต่าง ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือเพื่อให้รู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบล่วงหน้า ถ้าเจาะไปที่ศาสตร์ของ การดูดวง มันก็ยังถูกแยกออกไปศาสตร์ย่อย ๆ อีกหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น ดูลายมือ ดูวันเดือนปี ดูไพ่ ดูไฝ ดูอะไรก็ได้ที่หมอดูทั้งหมายกล่าวอ้างว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัว แต่มีศาสตร์การพยากรณ์อยู่อย่างหนึ่ง ที่ดูแล้วเหมือนจะมีเหตุและผลมากกว่าเพียงแค่การนั่งหลับตาเล่าเรื่องเท่านั้น นั่นก็คือการพยากรณ์นิสัยคนจากดวงดาวประจำราศีเกิด ที่เราบอกว่าศาสตร์การทำนายชนิดนี้ เป็นศาสตร์แห่งพยากรณ์ที่พอจะมีมูลความจริงอยู่มากกว่าศาสตร์การทำนายอื่น ๆ ก็เพราะว่า การทำนายทายทักจากดวงดาวนั้นเป็นการนำเอาข้อมูลในเชิงโหราศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้ามาผสมผสานกันและยังใช้เป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การวิเคราะห์พยากรณ์อยู่ด้วยเสมอ ไม่ใช่แค่คนปกติทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่เชื่อในคำทำนายต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะการทำนายนิสัยใจคอของบุคคลจากดาวประจำราศี เมื่อ FBI เปิดเผยสถิติจริงที่เป็นการนำวันเดือนปีเกิดของฆาตกรต่อเนื่องและคนที่อันตรายสุด ๆ แถมยังวิกลจริตผิดมนุษย์มนามาไล่เรียงดูแบบจริง ๆ จัง ๆ ว่าราศีใดกันที่มีแนวโน้มและโอกาสจะกลายเป็นฆาตรโรคจิตอำมหิตสุด ๆ บ้าง ซึ่งผลที่ได้ออกมานั้น ไม่น่าเชื่อว่า มันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ 12. คนส่วนใหญ่มักพูดถึงคนที่เกิดในราศี เมถุน
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเพื่อนของเราหลายคนที่ชวนไปท่องเที่ยวยามราตรีด้วยกัน นอกจากมากินเหล้าฟรี ยังเจอสาวดี ๆ อยู่เป็นประจำ ทั้งที่เราก็ไปที่เดียวกัน ไปก็ไปพร้อมกัน แต่ขากลับกลายเป็นเรากลับบ้านเหงา ๆ คนเดียวทุกครั้งไป วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากจะบอกให้ผู้ชายทั้งหลายที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำได้รู้โดยทั่วกันว่า ต้นเหตุของมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่บุคลิก หรือหน้าตา แต่มันเป็นเรื่องของการใช้สายตาในการอ่านเกมมากกว่า ก่อนอื่นคุณต้องรู้เอาไว้อย่างหนึ่งเลยว่า โอกาสประสบความสำเร็จในการไล่ล่าของทุกคนนั้น มีพอ ๆ กัน แต่ที่ทำให้เกิดความแตกต่างกันก็คือ เรื่องของความเก๋า การใช้เล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวและการอ่านสไตล์สาวแต่ละคนให้ขาดว่าสาวแต่ละคนนั้นต้องใช้วิธีการเข้าทำแบบไหน ถึงจะได้รับความสนใจจากพวกเธอ ถ้าหากพูดถึงการอ่านเกมที่แม่นยำภายในผับ และบาร์แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ชายแต่ละคน โชว์ฟอร์ม และความสามารถเฉพาะตัวออกมาได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเทียบกันให้เห็นภาพชัด ๆ ผู้ชายอ่านเกมไม่ขาด ก็เหมือนกับนักบอลประเภทกั๊ก ๆ เวลาเห็นมันเล่นแล้วจะรู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ จะบุกก็ขึ้นไม่สุด พอโดนอีกฝ่ายบุก(ผู้หญิง) ไม่เข้าพรวดจนหลุดตำแหน่ง ก็ยืนแข็งตั้งรับอยู่ท่าเดียว ไม่มีการสวนกลับเป็นการเตือนให้เห็นถึงพิษภัยและความอันตรายกันบ้าง ผู้ชายสไตล์ที่พูดถึงข้างต้นนี้ส่วนใหญ่ สุดท้ายมักจะโดนคนที่ไม่เน้นลีลาหวือหวา แต่เป็นเรียกว่า บัญชาเกม อ่านขาด ตัดเกมสวนกลับลากไปกระหน่ำทำประตูทุกครั้งไป ถ้าใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เราอยากจะบอกคุณว่า บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มเติมแล้วก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้น ต่อไปคุณแทบจะไม่มีทางโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงออกมาได้เลย คุณจะเป็นแค่มิดฟิลด์ตัวทำเกมส์กระจอก


