เมื่อการใช้งานบัตรเครดิตมีช่องโหว่ที่อันตราย ด้วยการสุ่มรหัสหลังบัตร CVV ได้แล้ว
รวม Mini Series ดีเอาไว้ให้คุณได้ดูกัน สำหรับวันหยุดแบบต่อเนื่อง 5 เรื่องติด
รองเท้าที่มีแรงบันดาลมาจากกอริลลาเผือก และการร่วมงานกันของสามแบรนด์อย่าง 24 kilates x Diadora x X- Large
สัมผัสแห่งใหม่ใจกลางเมืองตอนนี้ “Mercedes me BOX” แที่มาในรูปแบบอันทันสมัย เรียบหรู และคลาสสิค
คนที่ชอบเติมน้ำปลาในก๋วยเตี๋ยว หรือพริกน้ำปลาในอาหารตามสั่ง ต้องอ่านให้ดี
นาฬิกา ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบอกเวลา หรือเรือนเวลาประดับสถานะทางสังคม แต่ในอีกแง่มุม นาฬิกาเป็นเครื่องมือบันทึกช่วงเวลาสำคัญ นาทีที่ยิ่งใหญ่ และความทรงจำที่น่าประทับใจในหลายเหตุการณ์ แน่นอนว่าประวัติศาสตร์มีหลายแง่มุมให้เราได้เรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ OMEGA เป็นนาฬิกาแบรนด์ดังที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมประวัติอันยาวนานเกินร้อยปี สอดคล้องกับสัญลักษณ์อักษรกรีกตัวสุดท้าย ที่หมายถึงความสำเร็จอันเป็นที่สุด ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นที่จดจำ คำว่า OMEGA จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์นาฬิกาอันเป็นที่สุดในทุกด้าน เป็นเวลายาวนานถึง 168 ปี และได้มีส่วนร่วมในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ ๆ หลายเหตุการณ์ และวันนี้เราจะนำประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่เหล่านั้น มาถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าสนใจ ผ่านประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของนาฬิกา OMEGA OMEGA & the Armies ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กองกำลังทางทหารนับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงของแต่ละประเทศ การปฏิบัติภารกิจให้ตรงตามกำหนดการ ย่อมหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของชาติ The Royal Flying Corps (RFC) แห่งกองทัพสหราชอาณาจักรได้กำเนิดขึ้นมา พร้อมยุทโธปกรณ์ทางอากาศที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น RFC เป็นฝูงบินที่มีหน้าที่ทั้งการรบทางอากาศ การสอดแนม รวมถึงลาดตระเวนทางอากาศ โดยฝูงบิน RFC นี้ยังเคยผ่านการรบสไตล์ Dogfight กับ the
ถ่ายให้เป็นร้อยเป็นพันยังไงก็ต้องถ่ายใหม่ ลองใช้เคล็ดลับแบบนี้ดู
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยคือ ไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนท้องถนน ลอง นึกภาพการจราจรติดขัดในยุคก่อนที่พวกเราจะมี Mass Transportation อย่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT เปรียบเทียบกับยุคปัจจุบัน จะเห็นว่าจำนวนรถยนต์บนถนนไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย กลับยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะหน้าที่ของทุกคนที่จำเป็นต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าพลังงานเชื้อเพลิง ของโลกถูกใช้ในอัตราเร่งแบบก้าวกระโดด ทำให้เกิดควันพิษปริมาณมหาศาล แถมยังไม่มีใครรู้ว่า ยังมีน้ำมันจากซาก ฟอสซิลหลงเหลืออยู่ใต้ดินให้เราใช้ได้อีกนานแค่ไหน BMW PROJECT i : The day the electric car was born แทนที่จะนั่งรอดูผลกระทบที่มีต่อโลกและมนุษย์ เป็นหน้าที่ของแบรนด์ชั้นนำที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับหัว แถว ที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้น BMW จึงมีแนวคิดริเริ่ม PROJECT i ซึ่งมีเป้าหมาย ที่จะพัฒนา Electro-mobility เทคโนโลยีที่เน้นการ “ลด / เลิก” พึ่งพาพลังงานน้ำมันที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ แต่ยังคงให้ความสุนทรีย์ในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนกว่า แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแนวคิดใหม่ ๆ หมายถึงการต้องเริ่มคิดตั้งแต่กระบวนการต้นทาง การออกแบบ
หากใครชื่นชอบ Motorcycle สายพันธ์ุอเมริกันเข้าเลือด ต้องรู้จักกับ Vanguard Roadster


