Advertisement
DESIGN

SEIKO PROSPEX SPEEDTIMER มรดกแห่งการจับเวลารุ่นใหม่ ตำนานความแม่นยำจากทศวรรษ 1960

By: Chaipohn November 8, 2021

A Split Second Can Change Everything

มีคำพูดเกี่ยวกับความสำคัญของเวลากล่าวไว้ว่า

“To realize the value of ONE MILLISECOND, ask the person who won a silver medal in the Olympics.”

ความสำคัญของเศษเสี้ยววินาที มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกใบนี้อย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬา ที่เพียงเศษเสี้ยววินาที ก็สำคัญถึงขั้นตัดสินแพ้ชนะหรือแม้แต่สร้างสถิติใหม่ที่โลกต้องจารึกชื่อเอาไว้

และที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเทคโนโลยีที่การจับเวลาที่มีความแม่นยำสูงสุด ซึ่งในอดีต อุปกรณ์จับเวลาไม่ละเอียดอ่อนมากพอที่จะบันทึกเศษเสี้ยววินาทีได้

ภายใต้การนำของ Shoji Hattori, president of K. Hattori (ชื่อแบรนด์ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น Seiko) จึงได้ระดมทีมเพื่อพัฒนานาฬิกาจับเวลาแบบกลไก ‘Heart-shaped Cam’ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแห่งยุคซึ่งทั่วโลกต่างให้การยอมรับ นับเป็นการประกาศตัวบนเวทีโลกในด้านความแม่นยำ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อคขีดจำกัดในโลกแห่งเสี้ยววินาทีในที่สุด

ในปี 1969 เป็นปีสำคัญที่โลกได้รู้จักกับ Seiko Speedtimer (ไซโก สปีดไทเมอร์) นาฬิกาที่ใช้นวัตกรรมกลไกล้ำยุค Seiko caliber 6139 ที่ผลิตเองทั้งหมด เป็นกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติครั้งแรกของโลกที่มาพร้อมจักรคอลัมน์วีลและคลัตช์แนวดิ่ง เป็นอีกครั้งที่ Seiko ได้ตั้งมาตรฐานของการจับเวลาที่แม่นยำของกลไกโครโนกราฟประสิทธิภาพสูงขึ้น

และในปี 2021 นี้ ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักสะสมเรือนเวลา เมื่อ Seiko ได้นำนาฬิกาซีรีส์ “Speedtimer” มรดกแห่งการจับเวลาที่แม่นยำให้กลับมาสืบทอดตำนานที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งภายใต้คอลเลกชั่น “Prospex” โดยแบ่งออกเป็น

  • SPEEDTIMER Mechanical Chronograph
  • SPEEDTIMER Mechanical Chronograph Limited Edition
  • SPEEDTIMER Solar Chronograph

 

แรงบันดาลใจจากนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟรุ่นแรกสุดของ Seiko ที่นักสะสมต้องการมากที่สุด “1964 Seiko Crown Chronograph” นาฬิการุ่นพิเศษที่เปิดตัวในแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 1964  ต้นแบบของนาฬิกาโครโนกราฟที่พิเศษกว่าใครด้วยชุดกลไก ‘คาลิเบอร์ 6139’ ที่ใช้จักรคอลัมน์วีลในการควบคุมฟังก์ชั่นเริ่มต้นจับเวลา หยุด และรีเซ็ต ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาโครโนกราฟอื่น ๆ ในโลก

ความแม่นยำที่ดูเรียบง่าย ถูกนำเสนอผ่านกลไกที่ซับซ้อน Seiko Speedtimer รุ่นใหม่ใช้กลไก “คาลิเบอร์ 8R46” generation ใหม่ล่าสุดที่พัฒนาจากกลไกโครโนกราฟในตระกูล 8R ที่ล้ำสมัยที่สุดของ Seiko ระบบคลัตช์แนวดิ่งและจักรคอลัมน์วีลช่วยให้มั่นใจในด้านความแม่นยำและความทนทาน

หน้าปัดที่สวยงาม หรูหรา สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในการออกแบบจาก 1964 Crown Chronograph ตำแหน่งหลักชั่วโมงแบบเอียง เข็มชั่วโมงและนาทีที่คมชัด ได้รับการเคลือบลูมิไบร์ทสี ปุ่มกดโครโนกราฟและเครื่องหมายบนวงแหวนหน้าปัดด้านนอกสะท้อนถึงการออกแบบของนาฬิการุ่นดั้งเดิม

เข็มวินาทีจับเวลาโครโนกราฟที่โค้งตามพื้นหน้าปัด เพื่อให้ปลายเข็มอยู่ใกล้กับขีดเครื่องหมายบนพื้นหน้าปัดให้มากที่สุด พร้อมขยายความยาวให้ถึงสเกลทาคีมิเตอร์ (Tachymeter) หรือมาตรวัดคำนวณความเร็วรอบขอบหน้าปัดด้วย เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะสามารถอ่านค่าการจับเวลาอย่างแม่นยำได้อย่างรวดเร็ว

SEIKO PROSPEX SPEEDTIMER Mechanical Chronograph รหัส SRQ037J1 [Caliber 8R46] วางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 2021


 

Speedtimer Limited Edition ใช้กลไกใหม่ คาลิเบอร์ 8R46 เช่นเดียวกัน เพิ่มความพิเศษดด้วยพื้นหน้าปัดโครโนกราฟรุ่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาพกจับเวลาที่ยิ่งใหญ่ 1964 1/5th second stopwatch ซึ่งสามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/5 วินาทีจากปี 1964

ฝาหลังมีการสลัก “Limited Edition” และระบุหมายเลขประจำเรือนซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือนทั่วโลก พร้อมเปิดให้มองเห็นกลไกทำงานได้ โดยในชุดมีสายหนังสีดำซึ่งเย็บด้วยมือ เพิ่มความทนทานและสวยงามเป็นทางเลือกให้ผู้สวมใส่

The 1/5th second Seiko stopwatch from 1964, made for sports timing

หน้าปัดที่สวยงามอย่างเหนือชั้น ได้รับการสืบทอดการออกแบบเพื่อความแม่นยำและชัดเจน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านค่าด้วยตัวเลขและขีดเครื่องหมายบนสเกลในทุก 10 วินาทีมีความโดดเด่นเหนือพื้นหน้าปัดสีขาวล้วน เช่นเดียวกับเข็มวินาทีจับเวลาโครโนกราฟที่โค้งตามพื้นหน้าปัด เพื่อให้ปลายเข็มอยู่ใกล้กับขีดเครื่องหมายบนพื้นหน้าปัดให้มากที่สุด และยังขยายความยาวให้ถึงสเกลทาคีมิเตอร์หรือมาตรวัดคำนวณความเร็วรอบขอบหน้าปัดด้วย

SEIKO PROSPEX SPEEDTIMER Mechanical Chronograph Limited Edition รหัส SRQ035J1 [Caliber 8R46] ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น


 

นาฬิกาโครโนกราฟพลังงานแสงอาทิตย์ 4 รุ่นใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา 1969 Speedtimer ขับเคลื่อนด้วยชุดกลไกคาลิเบอร์ V192 มาพร้อมการแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง การแสดงวัน แสดงวินาที จับเวลา 60 นาทีบนหน้าปัดย่อยที่ 6 นาฬิกาและฟังก์ชั่นแสดงพลังงานสำรอง ที่สามารถเก็บได้ยาวนานถึง 6 เดือน

พื้นหน้าปัดให้เลือก 4 สีคือ สีขาว สีน้ำเงิน สีทอง และสีดำ ตกแต่งด้วยเทคนิคพ่นทราย ช่วยเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าระดับสูง อันเป็นคุณสมบัติหลักของนาฬิกา Prospex ทุกเรือน

รูปทรงตัวเรือนได้รับการดีไซน์ตรงตามรุ่นดั้งเดิม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มิลลิเมตร ผสมผสานระหว่างการขัดลายริ้วละเอียดแบบแฮร์ไลน์และการขัดเงาที่ละเอียดอ่อนบนสายนาฬิกา และผนึกด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโค้ง ทำให้นาฬิกาดูทันสมัย


Seiko Prospex Speedtimer (SRQ035J, SRQ037J)

ตัวเรือน: วัสดุสเตนเลสสตีลเคลือบซูเปอร์ฮาร์ดโค้ทติ้ง

ขนาดตัวเรือน 42.5 มิลลิเมตร หนา 15.1 มิลลิเมตร

กระจกแซฟไฟร์โค้งแบบสองชั้นเคลือบกันแสงสะท้อนด้านใน

เครื่องคาลิเบอร์ 8R46 ระบบอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ

ความแม่นยำ +25 ถึง -15 วินาทีต่อวัน

สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง

กันน้ำ 100 เมตร


 

Seiko Prospex Speedtimer (SSC813P, SSC815P, SSC817P & SSC819P)

ตัวเรือน: วัสดุสเตนเลสสตีล

ขนาดตัวเรือน 45.5 มิลลิเมตร หนา 13.3 มิลลิเมตร

กระจกแซฟไฟร์แบบโค้ง

เครื่องคาลิเบอร์ V192 ระบบพลังงานแสงพร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ

ความแม่นยำ ±15 วินาทีต่อวัน

สำรองพลังงาน 6 เดือน (เมื่อชาร์จเต็ม)

กันน้ำ 100 เมตร

Chaipohn
WRITER: Chaipohn
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line