DESIGN

STREET ART HITS THE WRIST!! RUKKIT “The Tiger” Limited Edition ตอกย้ำสไตล์สตรีทบน Seiko 5 Sports แบบเต็มข้อ

By: NTman November 25, 2022

“หลายคนอาจมองว่าเราเป็นคนทำงาน Street Art ที่ประสบความสำเร็จ แต่พูดตรง ๆ คือ เราไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดนั้นหรือเปล่า แค่รู้สึกว่าถ้าเรามีโอกาส ได้รับโอกาสอะไรมา เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด

งานมันต้องพัฒนาเรื่อย ๆ เราอยากรู้สึกตื่นเต้นกับงานที่ทำ ณ ปัจจุบันให้มากที่สุด อยากรู้สึกเหมือนตอนทำงานกำแพงแรก ที่เราผ่านอะไรมามากมายจนสุดท้ายก็ทำสำเร็จ เราว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย”

Quote ข้างต้นคือมุมมองการสร้างงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Passion จากปากของชายที่เรา และใครอีกหลายคนทั้งในไทยรวมถึงต่างประเทศ ต่างให้การยอมรับว่าเขาคือหนึ่งในศิลปินเบอร์ต้น ๆ ที่นำพาผลงาน Street Art ไทย ให้ดังไกลถึงต่างแดน แม้เจ้าตัวจะไม่มั่นใจว่าได้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางของความสำเร็จแล้วหรือยัง แต่เชื่อว่าผลงานมากมายของ ‘รักกิจ สถาพรวจนา’ หรือ ที่หลายคนรู้จักในชื่อ RUKKIT น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว

จากจุดเริ่มต้นของเด็กชายธรรมดาที่มีใจรักในการวาดรูป แต่การคว้ารางวัลประกวดวาดภาพระดับอนุบาลมาครอง กลับกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เด็กชายรักกิจ มุ่งมั่นในเส้นทางศิลปะต่อเนื่องและเริ่มต้นทำงานประจำในสาขากราฟิกดีไซน์เนอร์ จนกระทั่งสิ่งที่เรียกว่า “โอกาส” ที่ถูกหยิบยื่นให้ได้เปิดเส้นทางใหม่ให้ผู้ชายคนนี้ได้รู้จักกับงาน Street Art และใช้ชีวิตกับศิลปะแขนงนี้มาจนถึงปัจจุบัน

“หลังจากจบมหาวิทยาลัยก็ไปทำงานกราฟิกดีไซน์ก่อน จากนั้นมีรุ่นพี่ชวนไปทำงาน Street Art เป็นงานพ่นกำแพงที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) เริ่มทำครั้งแรกก็รู้สึกชอบเลย เวลาเราทำงานในพื้นที่ใหญ่ ๆ เราจะโฟกัสกับตรงนั้น เรามีสมาธิกับการทำงานตรงนั้นมาก

มันต่างจากการทำงานบนคอมพิวเตอร์ ตอนเราเป็นกราฟิกดีไซน์ มันจะใช้คอม มันโฟกัสคนละอย่างพอไปทำงานใหญ่ ๆ เราเริ่มโฟกัสกับมัน เราอยู่กับมันทั้งวันเราก็อยู่ได้ ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะเสร็จ”

เมื่อเจอทางที่ใช่ สเต็ปถัดไปคือการสร้างสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับผลงาน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสร้างลายเซ็นให้งานตัวเอง ซึ่งเขาได้เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาลงตัวกับงานคาแรคเตอร์สิงสาราสัตว์ที่ใช้เทคนิค Block Stencil ก็เล่นเอาเกือบท้อเหมือนกัน

“ช่วงแรกที่เริ่มทำ Street Art ก็มีลังเลเหมือนกันว่ามันจะไหวมั้ย จะยึดทางนี้เป็นหลักได้จริงหรือเปล่า เพราะงานเราไม่ใช่สไตล์ฟรีแฮนด์ เราไม่สามารถใส่ดีเทลอิสระตามใจคิดได้ เนื่องจากไม่ได้มาในสายกราฟิตี้เท่าไร เราเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก็จะติดกับงานลักษณะดีไซน์หน่อย เป็นงาน Geo Matrix งานใช้สี พอมาเจองานกำแพง เราเลยใช้เทคนิค Block Stencil มาทำเป็นตัว Outline เพื่อช่วยเราสร้างโครงสร้างขึ้นมา

และเหตุผลที่เลือกใช้ภาพสิงสาราสัตว์ เพราะว่ามันตัดทอนง่ายกว่าเอารูปบุคคลมาทำ เราคิดว่าไม่ว่าเราจะเลือกทำสัตว์ชนิดไหนก็ตาม เมื่อเราตัดทอนดีเทลของมัน มันก็ยังดูเป็นสัตว์ชนิดนั้นอยู่ ซึ่งมันง่ายต่อการเริ่มต้นของเรา โชคดีที่ว่ามันยังไม่มีใครทำงานในสไตล์นี้ มันก็เหมือนเราได้เจอแนวทางของตัวเอง ซึ่งพอเป็นแนวทางที่ไม่เหมือนใคร ก็เลยเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้รับเชิญไป Festival ต่างประเทศ ได้ทำงาน Collab กับแบรนด์มากมาย ระหว่างทางก็เลยเป็นความสนุกในการพัฒนาดีไซน์ พัฒนาดีเทลในชิ้นงาน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ

แต่ถ้าถามว่าเป็นรุ่นใหญ่แล้วยัง การสร้างงานกลายเป็นเรื่องง่ายของเราแล้วใช่มั้ย บอกเลยว่าทุกวันนี้ ทุกชิ้นงานที่ทำมันยังคงเป็นเรื่องของความท้าทาย และความกลัวผสมปนเปกันอยู่ เพราะแต่ละโจทย์ แต่ละสถานที่ แต่ละโปรดักส์ แต่ละประเภทของงานมันมีข้อจำกัดของมัน ตอนเริ่มต้นรับโจทย์เราเองก็อดไม่ได้ที่จะนั่งกลัว นั่งกังวลว่าต้องทำยังไงให้งานมันออกมาดีที่สุด แต่ถ้าได้เริ่มแล้วเราก็จะอยู่กับงานไปเรื่อย ๆ จนสำเร็จออกมาในแบบที่เราภูมิใจกับมัน ว่าเออ เราก็ทำได้นี่หว่า”

 


 

ด้วยไอเดีย เส้นสาย สีสัน และเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของ RUKKIT จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แบรนด์ดังจากทั้งในไทย และต่างประเทศ ไม่พลาดโอกาสที่จะปล่อยคอลเลกชั่นพิเศษที่เป็นงาน Collab ร่วมสร้างสรรค์กับผู้ชายคนนี้ 

ซึ่งนาฬิกาคอลเลกชั่นยอดฮิตอย่าง Seiko 5 Sports ที่เคยร่วมงานกับตัวพ่อสายสตรีทอย่าง Alex Face มาแล้ว ก็เลือกที่จะตอกย้ำความสำเร็จบนเส้นทาง Street Art พร้อมนำพาศิลปะแนวสตรีทมาผงาดบนข้อมือร่วมกับ RUKKIT อีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวได้บรรยายให้ฟังถึงความรู้สึกที่มีต่องาน Collaboration ชิ้นล่าสุดที่ได้ร่วมทำกับ Seiko ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น 

“ตอนที่ Seiko ติดต่อมาก็รู้สึกดีใจมาก เพราะโดยส่วนตัวก็ติดตามแบรนด์ Seiko มาตลอด เรียกได้ว่าเป็นผู้ใช้งานตัวจริง ไม่ว่าจะนาฬิกาข้อมือ หรือนาฬิกาแขวนบ้านก็ต้องมีชื่อของ Seiko เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักมานานอยู่แล้ว พอได้มาทำนาฬิกาข้อมือ Seiko 5 Sports  มันก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นท้าทาย เริ่มคิดเริ่มวางแผนแล้วว่าเราจะเอางานของเราไปอยู่บนตัวนาฬิกาได้ยังไง 

เพราะจากที่เราทำกำแพงขนาดมันใหญ่มาก แต่พอทำงานโปรดักส์อย่างนาฬิกาข้อมือ กลับกลายเป็นว่าสเกลมันเล็กมาก พื้นที่มันเล็กลง ก็ต้องมานั่งคิดว่างานเราเมื่อปรับให้เข้ากับพื้นที่เล็ก ๆ แล้วดีเทลมันน่าจะประมาณไหน”


 

จากโจทย์สุดท้าทายที่ได้รับ จนต้องนั่งคิด นอนคิด ตกผลึกอยู่นาน แต่ท้ายที่สุดผู้ชายคนนี้ก็สามารถตีความงานศิลปะชิ้นใหม่ที่จะถูกจารึกลงบน Seiko 5 Sports ได้เป็นผลสำเร็จ กับคอลเลกชั่นพิเศษที่มีชื่อว่า RUKKIT “The Tiger” Limited Edition  อาร์ตพีชเรือนเวลาที่โชว์ซิกเนเจอร์ของเขาได้อย่างเต็มลิมิต ที่นอกจากจะมาพร้อมตัวนาฬิกาหน้าปัดลายเสือ รวมถึงสายแถมพิเศษอย่างสายนาโต้ และสายซิลิโคน ทางด้านกล่องบรรจุนาฬิกาก็ถูกดีไซน์มาเป็นกล่องเหล็กขึ้นรูปพิเศษทรงหัวเสือ พร้อมถุงผ้าพิมพ์ลายเสือสุดพรีเมียม ตอบรับคอนเซ็ปต์ส่งท้ายปีเสือในปี 2022 ได้อย่างสวยงามชัดเจน

ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยถึงแนวคิด แรงบันดาลใจ และที่มาที่ไปในการออกแบบเรือนเวลาคอลเลกชั่นพิเศษให้เราได้ฟังอย่างละเอียด เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเริ่มสเก็ตช์ภาพร่างภาพแรกไปพร้อม ๆ กับเขาเลยทีเดียว

“เหตุผลที่เลือกใช้คาแรกเตอร์เสือกับงานนี้ มาจากความตั้งใจให้เป็นเสือตัวสุดท้ายส่งท้ายปีเสือ และ Seiko เองก็เป็นแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งเรามักจะเห็นภาพวาด หรือภาพพิมพ์ของญี่ปุ่นงานที่มีเกี่ยวกับเสือเยอะมาก ส่วนตัวเราเองจะชอบศิลปะแบบ Yukiyoe (ยูกิโยเอะ) เพราะเป็นงานที่มีรูปแบบของเส้นสายที่มีความหลากหลายทางอารมณ์ มีการใช้สีสันที่สดใส มีวิธีการนำเสนอลวดลายที่มีอิสระทางจินตนาการต่าง ๆ เราก็เลยนำความชอบนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกับ Seiko

หลังจากได้ไอเดีย สรุปคอนเซ็ปต์ ร่างโครงสร้างเสือเสร็จแล้วเอามาลองวางลงบนนาฬิกา เรารู้สึกว่าดีเทลที่เราทำมันเล็กมากเมื่ออยู่บนหน้าปัด ทำให้เราต้องเลือกโฟกัสว่าจะเอาส่วนไหนมาอยู่บนพื้นที่ที่เด่นที่สุดบนหน้าปัด ก็เลยตัดสินใจเลือกเฉพาะหน้าเสือมาปรับให้มันใหญ่ขึ้น ให้สามารถเห็นดีเทลของใบหน้าเสือได้อย่างชัดเจน

ส่วนเรื่องการใช้สี ต้องยอมรับว่าจริง ๆ เราเป็นคนใช้สีไม่เก่ง สีในงานมันเลยเยอะมาก เวลาเราทำงานกำแพงถ้าเรารู้สึกว่าตรงนี้มันยังขาดก็ต้องเอาอีกสีมาโปะแก้ แก้ไปแก้มาจนชิ้นงานสำเร็จ แต่ข้อจำกัดของการทำนาฬิกาคือเราใช้สีไม่ได้ 100% ขนาดนั้น เราก็ต้องเลือกเฉพาะสีที่เราคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับงาน

อย่างเสือของ Seiko เรามองว่าสีทองมันเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลอง ก็เลยคิดว่า ทอง / แดง / เหลืองมันน่าจะอยู่ลงตัวด้วยกัน โดยมีสีม่วงหรือน้ำเงินเข้ามาตัดนิดหน่อย มีจุดให้มันเด่นขึ้นมา เพราะถ้าเราใช้สีที่มันกลืนกันเกินไปงานมันจะดูน่าเบื่อ ก็เลยเอาสีที่แปลก ๆ มาทำให้งานมันดูมีอะไรขึ้นมา

นอกจากตัวเรือน, หน้าปัด งานคอลเลกชั่นนี้เรายังใส่ดีเทลในจุดต่าง ๆ เพื่อความพิเศษสมกับเป็น Limited Edition ทั้งเม็ดมะยมสลักเลเซอร์เป็นโลโก้ของเรา ฝาหลังตัวเรือนที่เป็นกระจกใสก็มีประดับโลโก้ของเราเอาไว้เหมือนกัน ส่วนที่บริเวณขอบฝาหลังก็มีสลักตัวเลข Run Number  Limited Edition เอาไว้ แล้วสายซิลิโคนสีดำที่มาในแพ็คถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นลวดลายบนสาย ซึ่งลายนั้นมันคือภาพเสือเต็มตัวที่เราวาดไว้เป็นดราฟต์แรก ก่อนที่จะตัดทอนออกไปจนเหลือแค่หน้าเสือบนหน้าปัด 

และในคอลเลกชั่นนี้เรายังได้ทำนาฬิกาแขวนผนังลายหน้าเสือ แบบเดียวกับหน้าปัดของ Seiko 5 Sports ที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดเช่นกัน ยังไงก็ต้องขอฝากไว้ด้วยกับ RUKKIT “The Tiger” Limited Edition ของขวัญส่งท้ายปีเสือปีนี้ หวังว่าจะถูกใจทั้งแฟน ๆ Seiko  และผู้ที่ติดตามผลงานของเรานะครับ”


 

RUKKIT “The Tiger” Limited Edition รหัส SRPJ92K พร้อมให้สาวก Seiko และแฟน ๆ RUKKIT เป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไซโก บูติก เซ็นทรัลแกรนด์ พระราม9 และ เคาท์เตอร์ไซโก ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ  (นาฬิกาข้อมือราคา 18,800 บาท และนาฬิกาแขวนผนัง ราคา 2,200 บาท)

หรือสั่งซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

Online boutique: https://www.seikoboutiquethailand.com/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-255-1245 ต่อ 888

Website: https://www.seikoboutiquethailand.com/
FB: Seiko Club by Seiko Thailand
IG: Seiko_Thailand
Line: @Seiko_Thailand
Twitter: @Seiko_Thailand

#Seiko #SeikoThailand #Rukkit #Limited #Roaryourstyle

NTman
WRITER: NTman
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line