Girls

SPANKING THERAPY: เมื่อศาสตร์แห่งสุขเริ่มที่ความเจ็บปวด การตบก้นจึงบำบัดเยียวยาบางคนได้จริง

By: G-NEAK September 11, 2019

ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ขาเตียงสั่นคลอนตามจังหวะการกระแทก และเสียงเพลงดังลั่นที่กลบเสียงครวญครางจากความเสียวซ่าน ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนประกอบของ ‘เซ็กซ์’ กิจกรรมเรียกเหงื่อยอดนิยมบนเตียงที่ช่วยขับเคลื่อนความสัมพันธ์ หรือแม้ขับเน้นมวลความสุขในมุมมองของคนที่ปราศจากพันธะ แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องเซ็กซ์ยังเดินจงกรมและเวียนวนอยู่ในหัวผู้ชายเราเสมอ ตราบเท่าที่มนุษย์ยังต้องการสร้างเผ่าพันธุ์หรือปรารถนาความสุขทางเพศ

แต่หากจะจำแนกให้ลึกลงกว่านั้น ก็อาจแบ่งเซ็กซ์ได้ด้วยความเรียบง่ายและความรุนแรง คงมีผู้ชายที่ชอบมีเซ็กซ์แบบดั้งเดิม เริ่มจากลูบไล้ เล้าโลม ก่อนจะดื่มด่ำกลืนกินร่างกายกันตามสูตรสำเร็จของหนังโป๊ที่เป็นแรงบันดาลใจ แต่เราก็เชื่อว่ายังมีผู้ชายประเภทที่หลงใหลในความรุนแรง ความตื่นเต้นเร้าใจ ความเสียวที่ทำให้พูดไม่เป็นภาษา หรือแม้แต่ความเจ็บปวดในระหว่างการร่วมเพศอยู่เหมือนกัน

 

KINK COMMUNITY กลุ่มคนที่ชอบเสพสมด้วยความรุนแรง

ท่ามกลางความหลากหลายของชาติพันธุ์ สีผิว และความเชื่อทางศาสนา บนโลกนี้ยังซ่อนความหลากหลายทางเพศเอาไว้อีกด้วย ซึ่งความหลากหลายที่ว่าถือเป็นจุดเริ่มต้นของ Kink Community กลุ่มคนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตในดาวเคราะห์สีน้ำเงินด้วยความเรียบง่าย หากเติมรสชาติให้ชีวิตด้วยเซ็กซ์รุนแรงและความเจ็บปวด เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันจะช่วยบำบัดและเยียวยาความเจ็บปวดภายในได้ เพราะเอาความรู้สึกมาโฟกัสที่ความเจ็บปวดที่ร่างกายแทนที่ความเจ็บปวดในใจ

Kink Community เป็นศัพท์สแลงที่นิยามถึงกลุ่มคนที่แสดงออกทางอารมณ์ผ่าน BDSM อาจมีการใช้เครื่องหนัง การจองจำ หรือทักษะพื้นฐานอย่าง ‘การตบก้น’ เป็นจุดเริ่มต้นของความสุขทางกามารมณ์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแผกอะไร ทั้งความเจ็บปวดและรุนแรงยังถูกบรรจุอยู่ในรสนิยมทางเพศของคนในยุคนี้อีกด้วย

เรื่องราวของเซ็กซ์เจ็บแสบในอดีต

แม้ในอดีตสมาคมจิตแพทย์อเมริกันจะจัดว่าการทำร้ายร่างกายระหว่างร่วมเพศถือเป็นอาการป่วยทางจิต แต่ปัจจุบันรสนิยมที่เปิดกว้างก็ทลายกรอบความคิดเดิม ๆ ทิ้งไป แถม 36% ของชาวอเมริกันยังยอมรับว่าพวกเขาใช้เครื่องมือทาสในระหว่างมีเซ็กซ์จริง

แล้วการกระทำพื้นฐานที่สุดที่ผู้ชายหลายคนต้องเคยเจอกันมาบ้าง คือความคึกคะนองกับการมีเซ็กซ์ที่มากจนพลั้งฟาดฝ่ามือหยาบกระด้างลงไปบนบั้นท้ายเนียนนุ่มของหญิงสาว แต่หนุ่ม ๆ โปรดรู้เอาไว้ว่ามันหาใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าคุณและเธอพึงต่อใจต่อความเจ็บปวดที่แบ่งปันกันทั้งสองฝ่ายได้

การตบก้น คือยารักษาความเจ็บปวด

แม้จะรู้ดีว่าการตบก้นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาความสุขและความตื่นเต้นในระหว่างมีเซ็กซ์ เพราะทำให้สมอง (บางคน) หลั่งสารเคมีโดพามีน (Dopamine) ซึ่งถือเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับความสุข แต่บทความจากวารสาร Nature Reviews Neuroscience ก็เผยว่าสมองนั้นมีการประมวลผลความสุขและความเจ็บปวดมากกว่าที่เราเคยรู้

การตบก้นจึงไม่ได้เพิ่มแค่ความรู้สึกทางกายภาพ หากยังเสริมฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline), เอนดอร์ฟิน (Endorphins) และออกซิโทซิน (Oxytocin) อีกด้วย ทำให้นักวิจัยเชื่อว่าบางครั้งการตบก้นก็อาจทำลายเส้นแบ่งระหว่างความสุขและความเจ็บปวดได้จริง จนทำให้ทั้งสองเรื่องที่ดูจะย้อนแย้งแทบไม่ต่างอะไรกันมากนัก

ความรุนแรงที่ทำให้รู้สึกดี

นอกจากการทำโทษทางเพศด้วยการตบก้นจะเปลี่ยนความเจ็บปวดทางร่างกายให้เป็นสารโดพามีนแล้ว นักจิตวิทยายังเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวจะปลดปล่อยพลังงานในเชิงจิตวิทยาบางอย่างออกมา มันอาจทำให้ผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำรู้สึกดีเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดบางอย่างออกไป การตบก้นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์จึงช่วยให้บางคนรู้สึกผ่อนคลายและยอมจำนนต่อความเจ็บปวดทางกายภาพ เพื่อให้จิตใจของพวกเขาชัดเจนและสงบยิ่งขึ้น

 

ในสังคมยุคก้าวกระโดดที่มากด้วยความหลากหลายทางเพศ ไม่แปลกเลยถ้าหนุ่มบางคนจะชื่นชอบไลฟ์สไตล์ BDSM เสพติดความรุนแรงระหว่างร่วมเพศ หรืออยากเติมสีสันให้ชีวิตเซ็กซ์ เนื่องด้วยรสนิยมทางเพศเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เราจึงไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งใดถูกหรือสิ่งใดผิด ตราบเท่าที่คุณหาตรงกลางระหว่างความสุขและความเจ็บปวดเจอ และไม่ทำร้ายร่างกายใครจนละเมิดกฎหมาย

 

SOURCE

 

G-NEAK
WRITER: G-NEAK
Share on Facebook Share on Twitter Share on Line