BMW M GmgH ค่ายรถสุดแรงจากแคว้นบาวาเรียน ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ MotoGP ในการสนับสนุนเรื่องของ Safety Cars มา 20 ปีแล้ว โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เลือกใช้งานรถในตระกูล M ไปหลากหลายรุ่น แต่รถคันล่าสุดที่จะเข้ามาเป็นหัวขบวนความปลอดภัยคันใหม่ต่อจากนี้คือ BMW M8 นับตั้งแต่ปี 1999 ที่ทาง BMW เริ่มสนับสนุนด้านเซฟตี้ของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบระดับสูงสุดของโลกอย่าง MotoGP ซึ่งการแข่งขันในปีที่ผ่านมา หลายท่านที่ได้ไปนั่งชมถึงสนาม Change International Circuit ใน Thai GP คงคุ้นตากับ BMW M5 เซฟตี้คาร์คันแรงตัวก่อนหน้า แต่ปีนี้ถูกแทนที่ด้วย M8 ที่ถือเป็นความแรงที่ขยับขึ้นมาอีกระดับ BMW M8 Safety Car มีพื้นฐานมาจาก BMW M8 Competition ที่ปรับแต่งและพัฒนาด้วยชุดแต่งจาก BMW M Performance ในหลายหลากจุด ทั้งชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ส่วน Side Skirts
Porsche Taycan EV ยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์ไฟฟ้ากลายเป็นรถยนต์อีกหนึ่งคันที่น่าจับตามองมาก ๆ โดยก่อนหน้านี้ Porsche ได้เผยภาพคอนเซปต์ออกมาคร่าว ๆ และก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พวกเขานำมันไปทดสอบที่ Nurburgring สนามสุดโหด Porsche Taycan EV จึงอวดสมรรถนะด้วยการสร้างสถิติสนามขึ้นมาใหม่ ก่อนจะเปิดตัว Taycan EV อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กันยายนของปีนี้ Porsche ต้องการตรวจสอบสมรรถนะและความปลอดภัยของมันเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการขนยนตรกรรมสปอร์ตพลังไฟฟ้าคันนี้ ไปทดสอบในสนามแข่งสุดท้าทายอย่าง Nurburgring และมันก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการสร้างสถิติใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าประเภท 4-ประตู Nurburgring ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่ขับยากและมีความท้าทายติดอันดับ 1-3 ของโลก ด้วยลักษณะทางกายภาพของสนามที่คดเคี้ยวอยู่ในภูเขาที่เต็มไปด้วยโค้งหักศอกและโค้งกะทันหัน จนกลายเป็นสนามปราบเซียนที่ค่ายรถน้อยใหญ่ต้องนำรถมาลองวิ่งเพื่อพิสูจน์ว่ายนตรกรรมที่สร้างขึ้นมามีความแรงและความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ Porsche Taycan EV คือเจ้าของสถิติคนใหม่ของรถยนต์ Electric Vehicle 4-door ด้วยเวลา 7 นาที 42 วินาทีของระยะทาง 12.8 ไมล์ที่ทำให้คู่แข่งทางการตลาดสำคัญอย่าง Tesla-Model S หนาว ๆ ร้อน ๆ ไปแล้วเหมือนกัน จากการทำลายสถิติสนาม
นิยาม ‘ความสุข’ สำหรับผู้ชายเป็นเรื่องแสนง่ายที่เข้าใจได้แบบไม่ซับซ้อน เพราะมีเพียงไม่กี่เรื่องบนโลกที่บันดาลความสุขให้กับชีวิตผู้ชายเราได้ นอกจากรถ ก๊วนเพื่อน ผู้หญิง และความเมามายจากฤทธิ์สุรา อีกความสุขเล็ก ๆ คือการได้ออกไปท่องเที่ยวธรรมชาติ บุกป่า ฝ่าดงพงหญ้า หรือลงทะเลดำน้ำดูปลา ก็ล้วนเป็นกิจกรรมที่เติมเต็มสีสันให้ชีวิตหนุ่มจืดแบบเราได้อย่างดี วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำรถพ่วงสุดเจ๋ง ที่จะทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวของหนุ่ม ๆ มันส์ไปอีกขั้น จะไปตั้งแคมป์ดูดาวกับเพื่อน พาครอบครัวไปพักผ่อน หรือเที่ยวแบบโรแมนติกกับสาวคนรัก ก็เหมาะเหม็งไปหมด ‘TAXA OUTDOORS MANTIS’ เป็นหนึ่งในรถพ่วงจากค่ายที่ขายดีที่สุดในตลาด ซึ่งตอนนี้มันถูกเนรมิตให้เฟี้ยวฟ้าวและสมบูรณ์แบบขึ้นกว่ารุ่นก่อน เพราะรุ่นใหม่นี้ปรับความยาวเพิ่มมากขึ้นถึง 19 ฟุต มอบพื้นที่ใช้สอยภายในให้จุใจยิ่งกว่าเดิม และด้วยน้ำหนักเพียง 3,020 ปอนด์ ก็ไม่ได้เพิ่มความยากลำบากให้กับรถคันหน้าที่พ่วงเลยแม้แต่น้อย ภายในรถก็กว้างขวางไม่ใช่ย่อย มีห้องโดยสารที่รองรับผู้ใหญ่ได้สูงสุด 4 คน ใช้หลังคาป๊อปอัพที่ดีไซน์มาเพื่อระบายอากาศโดยเฉพาะ แถมยังอัดแน่นด้วยอุปกรณ์พรีเมียมที่มอบความสะดวกสบายให้การเดินทางของพวกหนุ่ม ๆ ทั้งห้องน้ำ, ระบบไฟฟ้า 12โวลต์, เครื่องปรับอากาศ 6,000 BTU, ถังน้ำความจุ 20 แกลลอน และห้องครัวขนาดย่อมที่มีอุปกรณ์ครบครัน
ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ชื่อที่ผู้ชายอย่างเราจะนึกถึงเป็นลำดับแรกคงไม่พ้นภาพยนตร์จากจักรวาล Fast & Furious ที่เดินหน้าสร้างความมันส์จนเดินทางมาถึงภาคที่ 9 แล้ว นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุกตื่นเต้นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกอินเป็นพิเศษในการดูหนังแต่ละภาคคือรถยนต์มากมายที่มาปรากฏตัวออกมา โดยวันนี้เราจะย้อนความกลับไปพูดถึง Toyota Supra หลังมีข่าวว่ามันกำลังจะกลับมาอีกครั้งใน Fast And Furious 9 ครั้งแรกที่ The Supra ปรากฏตัวใน Fast & Furious ต้องย้อนกลับไปในหนังภาคแรก The Fast and the Furious โดยหลังจากที่ Mitsubishi Eclipse ของไบรอัน โอคอนเนอร์ถูกลูกน้องของทราน (ตัวร้ายของเรื่อง) ทำลายทิ้งไป ก่อนตัวพระเอกจะขนซากของ Toyota Supra MK IV ปี 1994 มาที่โรงรถของดอมินิก โทเร็ตโต้ เพื่อคืนชีพและปรับจูนด้วยเครื่อง 2JZ และเทอร์โบชาร์จจาก Turbonetics T-66 จนกลับมาในสภาพโคตรสวยและมีบทบาทสำคัญมากมายในเรื่อง แต่เชื่อว่าหลายคนคงจำ Supra
ปีศาจความเร็วคันใหม่ที่ชื่อ Bugatti Centodieci ถือเป็นไฮเปอร์คาร์คันล่าสุดจากค่าย Bugatti ที่เผยโฉมครั้งแรกแบบเป็นทางการในงาน Pebble Beach ไปสด ๆ ร้อน ๆ โดยผลิตขึ้นมาฉลองวาระครบรอบ 110 ปีการของการก่อตั้ง นับตั้งแต่ Bugatti Automobili S.p.A ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 มาจนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่าร้อยปีเรียกได้ว่าค่ายรถจากเมืองน้ำหอมได้ผลิตรถยนต์ที่มีความเร็วเป็นสถิติโลกมากมายในหลายยุคสมัย นับตั้งแต่ไฮเปอร์คาร์ยุคบุกเบิกอย่าง Bugatti EB 110 ต่อด้วย Bugatti Veyron จนมาถึงยุคสมัยล่าสุดที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Bugatti Chiron ทั้งหมดนี้กลายเป็นต้นแบบให้กับไฮเปอร์คาร์ฉลองวันเกิด 110 ปีของขายที่ถือกำเนิดในชื่อ Bugatti Centodieci Bugatti Centodieci ถูกผลิตออกมาเพียง 10 คัน เป็นรถรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจาก Bugatti Chiron แต่มีน้ำหนักเบากว่าประมาณ 20 กิโลกรัม โดยได้แรงบันดาลใจในการสร้างจาก Bugatti EB 110 ไฮเปอร์คาร์ยุคแรกเริ่มของค่ายที่ผลิตออกมาในปี 1991
เสน่ห์ของรถยนต์คลาสสิกจากยุค 50’s ดึงดูดใจผู้ชายอย่างเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ รวมถึงงานตกแต่งทั้งภายนอกและภายในที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้รถที่ผลิตขึ้นมาในยุคนั้นมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หนึ่งในนั้นคือโมเดลรถยนต์อย่าง Hudson Coupe ที่วันนี้ความเก๋าของมันถูกชุบชีวิตกลับมาวิ่งบนท้องถนนอีกครั้ง Hudson Coupe คือรถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 1937 – 1942 โดย Hudson Motor Car Company ค่ายรถยนต์ระดับตำนานจากสหรัฐอเมริกา ถึงแม้โมเดล 2 ประตูคันนี้จะไม่ได้โด่งดังเท่ากับไอคอนิคของค่าย Hudson Hornet แต่ก็ถือว่าเป็นยนตรกรรมอีกหนึ่งคันของยุคที่เป็นตัวอย่างยอดเยี่ยมให้รถยนต์ยุคต่อมา มันคือรถยนต์สไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมการตกแต่งอันหรูหราภายในตัวรถ ด้วยวัสดุอย่างหนังจระเข้ หนังลูกวัวและคอนโซลลายไม้ แต่จังหวะการถือกำเนิดของมันจะไม่เหมาะนัก เพราะหลังจากเปิดตัวได้ไม่นานสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ Hudson Motor Car Company ต้องหยุดสายการผลิตของมันเอาไว้ เพื่อนำพลังการผลิตทั้งหมดไปสนับสนุนสงครามแทน จนกระทั่งสงครามจบลงและโรงงานต้องปิดตัวไปทำให้ Hudson Coupe กลายเป็นแรร์คาร์ที่ไม่มีใครได้ครอบครองมากนัก แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป 70 ปี ความสวยงามของมันก็ไปเข้าตาค่าย Custom Cars ที่ชื่อ ICON ซึ่งรู้จักในนามค่ายฟื้นฟูรถคลาสสิกแบบแฮนด์เมด ซึ่งเคยฝากผลงานไว้จากการคืนชีพ
Lamborghini Aventador SVJ กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังจากค่ายกระทิงเปลี่ยวได้เปิดตัวรถยนต์ในโมเดลสองประตูไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มาปีนี้พวกเขาก็เพิ่มทางเลือกให้กับหนุ่ม ๆ อีกครั้งด้วย Lamborghini Aventador SVJ 63 Roadster ซึ่งเป็นโมเดลเปิดประทุนในรุ่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมของปี 2018 Lamborghini เปิดตัว Aventador SVJ ซึ่งผลิตออกมาทั้งหมด 900 คันทั่วโลก แต่ข่าวเรื่องการจำกัดจำนวนการผลิตเพื่อรักษามาตรฐานของค่ายดูจะเป็นความจริง เพราะมาในปีนี้พวกเขาเลือกเปิดตัว Lamborghini Aventador SVJ 63 Roadster ที่ผลิตออกมาเพียง 63 คันเท่านั้น Lamborghini Aventador SVJ 63 Roadster ซูเปอร์คาร์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการก่อตั้งค่ายกระทิงเปลี่ยวในปี 1963 รูปลักษณ์ภายนอกมาในงานดีไซน์เอกลักษณ์ของค่ายที่เรียกว่า CENTRO STILE ซึ่งคมชัดและดุดัน ดีไซน์ภายนอกของมันถูกปรับแต่งออกมาได้ถึง 8 รูปแบบ ด้วยการใช้วัสดุหลักเป็นคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรง ขอบกระจกและหลังคา เติมเต็มความหล่อด้วยล้อแม็กเคลือบไทเทเนียมหุ้มด้วยยาง Pirelli P Zero Corsa ด้านขุมกำลัง
นอกจากบรรดาซูเปอร์คาร์และรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ต รถในเซกเมนต์ SUV ถือเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ชายอย่างเราให้ความสนใจ โดย SUV ในโลกนี้มีจุดเด่นต่างกันออกไปหลายแบบ แต่คงไม่มีคันไหนที่จะแกร่งและแรงเท่ากับ Rezvani Tank คันนี้อีกแล้ว Rezvani Automotive Designs ค่ายผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากแคลิฟอร์เนียกำลังจะเปิดตัวRezvani Tank รถยนต์ SUV ประจำค่าย โดยถือเป็นรุ่นที่สองของสายการผลิตที่มีฉายาว่า “Off Road Supercar” ซึ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากรุ่นแรกที่ปล่อยออกมาในปี 2017 Rezvani Tank ปี 2020 ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของ Jeep Wrangler JK รุ่นล่าสุด ก่อนครอบด้วยเกราะกันขีปนาวุธเกรดกองทัพที่ดีไซน์ออกมาอย่างดุดัน รวมถึงประตูและกระจกแบบกันกระสุนรอบคัน ก่อนเสริมความแกร่งของช่วงล่างด้วยล้อแม็กผลิตจากอลูมิเนียม T6061 แบบที่ใช้ในการผลิตอากาศยานและยางกันกระสุนแบบ Flat-Run ขนาด 37 นิ้ว รวมถึงคาลิปเปอร์เบรก 8 ลูกสูบ นอกจากความแกร่งภายนอกแล้ว เรื่องของขุมพลังก็โหดไม่แพ้กัน เพราะ Rezvani Tank รุ่นมาตรฐานมากับเครื่องยนต์ Wrangler’s ขนาด 3.6 ลิตร
นอกจากชีวิตที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ผู้ชายอย่างเรามักเลือกเติมเต็มความสุขให้ตัวเองด้วยกิจกรรมที่ทำหัวใจต้องเต้นรัวพร้อมอะดรีนาลีนในร่างกายที่สูบฉีด เพราะคนมันส์ ๆ แบบพวกเราไม่เคยปล่อยให้ไลฟ์สไตล์ขาดความตื่นเต้นและท้าทายของกีฬา การแข่งขัน และประสบการณ์แบบสุดขั้วแต่ละครั้ง ที่มีโอกาสพบเจอในชีวิตก็ทำให้เราได้เติมฮอร์โมนชนิดนี้เข้าไปเสมอ แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ความชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรจะเจ๋งไปกว่านี้ กับการมีโอกาสได้นั่งชมการแข่งขันรถยนต์ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของวงการ นั่นคือการแข่งขัน “รถสูตรหนึ่ง” หรือ Formula 1 ซึ่งแค่การนั่งชมอยู่หน้าทีวีก็ยังทำให้ลุ้นกันจนตัวโก่งได้ แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าวันหนึ่งคุณเลือกจะเดินทางไปนั่งชมสัมผัสบรรยากาศเต็มทุกโสตประสาทแบบติดขอบสนามด้วยตัวเอง และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะหนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแข่งขันนี้อยู่ใกล้แค่เพียงประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านของเรานี่เอง Formula 1 (F1) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ FIA Formula One World Championship การแข่งขันรถระดับสูงสุดที่มีจุดเริ่มต้นขึ้นในปี 1950 เป็นการแข่งขันรถยนต์ที่นั่งเดี่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาตามกติกา ปัจจุบันใช้ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ได้ถึง 360 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมง ทำให้มันกลายเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ เสียงเครื่องยนต์ที่คำราม กลิ่นของยางและเบรกที่สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี และการไล่บี้กันชิงตำแหน่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งผู้ชนะจะไม่มีคำว่าโชคช่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนี่คือการแข่งขันที่ทั้งทีมเบื้องหน้า เบื้องหลัง และแม้แต่ตัวนักแข่งเองต้องทำงานหนักกันครบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่นักขับที่เป็นเหมือนหัวใจหลัก ไปจนถึงทีมช่าง และทีมโค้ช ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน ด้วยมนต์เสน่ห์นี่เองก็ทำให้แต่ละปีมีคนทั่วโลกตั้งตารอชมการแข่งขันมากกว่า 600 ล้านคน และตัวเลขผู้ชมก็ดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะสำหรับฤดูกาลของปี 2019
ถ้าพูดถึง Chevrolet Camaro ผู้ชายอย่างเราคงรู้ดีถึงความสวยงามและสมรรถนะของอเมริกันมัสเซิลคาร์คันนี้ ที่ถูกปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรถที่เร็วไม่แพ้ใครบนท้องถนน ผู้ผลิตเองก็ยังไม่ยอมหยุดพัฒนา เลยจัดการเปลี่ยนสัญชาติมันเป็น EV Muscle Car ที่มีความแรงไม่น้อยไปกว่าเครื่องยนต์สันดาปเลย Chevrolet Camaro eCOPO เคยอวดโฉมไปแล้วก่อนหน้านี้ในงาน SEMA 2018 โดยเป็นรถยนต์คอนเซปต์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเชฟโรเลตและ Hancock and Lane Racing ทีมที่พัฒนารถแข่งแบบวิ่งทางตรง (Drag) โดยมีต้นแบบมาจาก Chevrolet Camaro COPO รุ่นปี 2019 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 1969 Chevrolet COPO Camaro ตำนานของค่าย ด้วยการใช้โทนสี Laguna Blue เหมือนกัน เป้าหมายคือการสร้าง Camaro ในระบบส่งกำลังไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อแทนที่เครื่องยนต์ V8 แบบไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดั้งเดิมของตัวรถ โดยขุมพลังของมันถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BorgWarner สองตัว ที่ได้พลังงานจากแบตเตอรี่ ลิเทียม-ไอออนขนาด 800 โวลต์ที่แบ่งออกเป็นสี่ก้อน แต่ละก้อนมีความจุ 200 โวลต์ที่วางกระจายตามส่วนต่าง ๆ ของรถที่สร้างสมดุลด้วยการส่งน้ำหนักไปที่ด้านหลังของตัวรถ


