LAND ROVER ค่ายรถยนต์หัวกะทิโดยเฉพาะในรูปแบบ Four-wheel Drive ยังคงมีแผนการพัฒนาพาหนะเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่ตลอด ล่าสุดพวกเขาได้เปิดตัวรถยนต์กู้ภัยสุดล้ำสำหรับใช้งานในหน่วยสภากาชาด โดยต่อยอดแนวคิดมาจากรถ Project Hero Concept เมื่อปี 2017 และเลือกจะยกเครื่องโมเดลรถ LAND ROVER DISCOVERY เพื่อดัดแปลงเป็นศูนย์บัญชาการช่วยชีวิตเคลื่อนที่ ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบรถช่วยชีวิตในอนาคตได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับค่ายผู้ผลิตรถอย่าง Jaguar Land Rover ในการร่วมมือกับสภากาชาด เพราะนับเป็นเวลากว่า 64 ปีแล้วนับตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาสนับสนุนรถยนต์ เพื่อช่วยเหลือขนย้ายเวชภัณฑ์ผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุและสมบุกสมบันของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 1954 จนเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน Land Rover ก็ยังคงให้การสนับสนุนด้านพาหนะต่อสภากาชาดมาตลอด ด้วยการส่งรถยนต์กว่า 120 คัน ไปให้ศูนย์ช่วยเหลือในทุกซอกมุมโลก กระจายตัวไปมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก ก่อนในปีที่ผ่านมาจะปล่อยโมเดลตัวอย่างรถยนต์กู้ภัยร่วมกับสภากาชาดของประเทศออสเตรีย ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของ LAND ROVER “CONCEPT HERO” ในปัจจุบัน DISCOVERY “CONCEPT HERO” 2018 ถูกสร้างและดัดแปลงขึ้นมา เพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานที่เข้าถึงได้ยาก รวมถึงเป็นรถช่วยเหลือหลักในการค้นหาผู้สูญหายจากกรณีต่าง ๆ ซึ่งรถรุ่น LAND ROVER DISCOVERY ก็เป็นคำตอบที่ใช่
ดูเหมือนจะเป็นปีที่ร้อนแรงสำหรับค่ายรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมนีอย่าง Porsche หลังปล่อยรถรุ่นงาม ๆ ออกมามากมายเพื่อเอาใจแฟน ๆ Porsche Hardcore อย่างเช่น Project 993 Turbo S Classic Series และล่าสุดพวกเขาได้รื้อฟื้นอีกหนึ่งตำนานของค่ายเจ้าของฉายา “Moby Dick” อย่าง Porsche 935 กลับมาอีกครั้งโดยโอกาสพิเศษนี้จะผลิตออกมาเพียง 77 คันเท่านั้น หลายคนอาจคิดว่า Porsche คงให้ความสำคัญแค่กับรถโมเดลในตำนานอย่าง 911 หรือรูปแบบแห่งอนาคตอย่าง Taycan เท่านั้น แต่ในครั้งนี้กลับต่างกันออกไป Porsche 935 เองก็เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผลิตรถยนต์แถวหน้าของวงการในปัจจุบันเช่นกัน เพราะชื่อเล่น Moby Dick ของมันได้มาจากการโชว์ศักยภาพจนสามารถคว้าแชมป์ Lemans ในปี 1978 มาได้ แม้ไม่นานหลังจากนั้นจะหมดยุคของมันและต้องย้ายเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็ตามที แต่หลายคนก็ยังจดจำความเจ๋งของมันได้เสมอ จนทำให้ 935 ถูกนำกลับมาอีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะเป็นการสร้างมาเพื่อใช้ในสนามแข่งอย่างเดียวก็ตาม แม้เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็น Porsche 935 มาโลดแล่นอยู่บนถนนปกติ เพราะ Porsche
ดูเหมือนตลาดรถกระบะกำลังหาไอเดียแข่งขันใหม่ ๆ กันอยู่ หลายคนอาจจะเบื่อเรื่องสมรรถนะความแข็งแกร่งและสวยงามกันแล้ว เรื่องของการตกแต่งและฟังก์ชันการใช้งานภายในจึงเป็นอีกประเด็นที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เริ่มให้ความสำคัญกันมากขึ้น ล่าสุด Nissan ได้พัฒนารถกระบะรุ่นท็อปของค่ายอย่าง NISSAN TITAN 2019 และตามข่าวบอกว่าจะแปลงโฉมใหม่ทั้งหมดแถมยังเพิ่มชุดเครื่องเสียงพิเศษจาก Fender ไว้ในตัวรถเพื่อเพิ่มสุนทรียะด้านการฟังเพลงให้กับผู้ขับขี่อีกด้วย NISSAN TITAN 2019 ถูกคาดหวังว่าจะเป็นการกลับมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น จากเดิมที่ได้รับเสียงตอบรับไม่เลวอยู่แล้ว ด้านขุมกำลัง TITAN 2019 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.6 ลิตร ที่จะให้สมรรถนะกว่า 390 แรงม้า พร้อมชุดเกียร์อัตโนมัติ 7-Speed ซึ่งสามารถสั่งการได้ทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและ 4 ล้อ รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่ต่างจากเดิมมาก มีการเปลี่ยนแปลงโดยตัดในจุดที่ไม่จำเป็นออกไป และเสริมส่วนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาทดแทน ส่วนภายในตัวรถจะมาพร้อมเบาะโดยสารหุ้มด้วยหนังแท้ แต่ที่พีคสุดคือเครื่องเสียง จุดที่ค่ายผลิตรถกระบะส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจ จะทำการยกชุดใหม่โดยได้รับความร่วมมือจาก Panasonic และ Fender ในชื่อ FENDER PREMIUM AUDIO SYSTEMS เพื่อเอาใจผู้ใช้งานที่ชื่นชอบเสียงเพลงเป็นพิเศษ Fender เป็นชื่อที่ผู้ชายหลายคนรู้จักกันดีโดยเฉพาะในแวดวงดนตรี ต่างรู้กันดีว่าพวกเขาคือมืออาชีพเรื่องการผลิตกีตาร์และเครื่องขยายเสียง ก่อนหน้านี้ Fender
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข อาจฟังดูง่ายๆ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันเป็นคำที่ค่อนข้างไกลตัวสำหรับผู้ชายหลายคน เพราะมีความเป็นไปได้น้อยมากหากชีวิตเราจะมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักไปด้วย หาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัวไปด้วยพร้อมกัน แต่สำหรับผู้ชายชื่อ สุทธิพงษ์ ธีติปริวัติร์ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า หมอโดม แห่ง Dogtor Garage คงเป็นข้อยกเว้น เพราะนับตั้งแต่เขาหันเหออกจากอาชีพสายสัตวแพทย์มาสู่การเป็นนักซ่อม ดัดแปลง และคืนชีพรถคลาสสิก นับแต่นั้นเขากลายเป็นคนที่ได้ทำอาชีพซึ่งมีพื้นฐานมาจากความหลงใหลส่วนตัวพร้อมกับเลี้ยงปากท้องไปพร้อมกัน ถือเป็นความสุขที่เป็นมากกว่าช่างซ่อมรถยนต์ทั่วไป แต่อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งรูปแบบการใช้ชีวิตที่สังคมยอมรับว่าเป็นเส้นทางความมั่นคง สู่จุดหมายใหม่ที่ระหว่างทางมีความเสี่ยงมากกว่า วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเขาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ ความรักรถยนต์เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก “จริงๆ ตั้งแต่จำความได้ เราก็รู้สึกชอบรถคลาสสิกมาตั้งนานแล้วครับ ส่วนหนึ่งเพราะเราใช้ชีวิตอยู่กับมันโดยที่เราไม่รู้ตัว เริ่มเล่นมาตั้งแต่รถจักรยานตั้งแต่สมัยเด็กแล้วมันก็ค่อยๆ ผ่านทุกมุมของคนเล่นรถเก่ามาเรื่อย ๆ เริ่มจากความชื่นชอบโดยที่ยังไม่ต้องลงทุนอะไร ขยับมาเป็น User และเปลี่ยนจาก User มาเป็นพ่อค้า กระทั่งวิวัฒนาการมาถึงการทำรถด้วยตัวเอง มาสู่การผลิตรายการ TV ที่เกี่ยวข้องกับรถคลาสสิกเหมือนอย่างในปัจจุบัน” เสน่ห์ของรถคลาสสิก ที่ส่งหมอโดมเข้ามาบนเส้นทางนี้ “สำหรับผมเสน่ห์ของมันคือความแตกต่าง รถคลาสสิกคือตัวแทนการบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของยุคสมัยนั้น ๆ ซึ่งมีทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตัวรถ กระทั่งเรื่องราววัฒนธรรมสะท้อนสิ่งต่าง ๆ
คงจะถูกใจกันไม่น้อยสำหรับหนุ่ม ๆ ที่รักความเร็วทุกคน หลัง McLaren เปิดตัวรถ Super Series คันใหม่ของค่ายในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2018 ในชื่อ McLaren 720s GT3 ซึ่งเป็นรูปแบบพัฒนาจากบรรพบุรุษของมันอย่าง McLaren 720s แถมยังมีการยกชุดใหม่ทั้งคันไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องยนต์และโครงสร้างของตัวรถ ซึ่งในอนาคตมันจะกลายเข้ามาแทนที่รถรุ่นพี่ McLaren 650S GT3 แถมทางค่ายยังบอกอีกด้วยว่าทำออกมารองรับรูปแบบการใช้งานของทั้งนักขับมือสมัครเล่นและมืออาชีพ Mike Flewitt ซีอีโอของ McLaren Automotive บอกว่า 720s GT3 มีพื้นฐานมาจากโมเดลรถอย่าง 720s แต่เปลี่ยนองค์ประกอบทั้งหมดใหม่กว่า 90% เป้าหมายของ McLaren คือการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้หลากหลาย ไม่ใช่แค่เป็นรถสำหรับขับบนสนามแข่งเพียงอย่างเดียว แต่การขับขี่บนถนนก็ต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานขับขี่บนท้องถนนทั่วไปได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างความปลอดภัยหรือเรื่องเล็กน้อยที่ Supercar ส่วนใหญ่มองข้ามกัน เช่นเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของ McLeren ที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าของตัวเองให้มีวงกว้างมากกว่าเดิม ตัวรถ 720S GT3 เสริมความปลอดภัยด้วยโครงสร้างรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ทั้งหมด ทั้งแข็งแรงและน้ำหนักเบา เรียกว่า MonoCage
เราเคยนำเสนอหน้าตาหลังเปิดผ้าคลุมอย่างเป็นทางการของ 2019 BMW Z4 ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เราติดเรื่องสเปคที่ชัดเจนจาก BMW เอาไว้ วันนี้มีข้อมูลแบบ Official จาก BMW เกี่ยวกับรายละเอียดสเปคของ Roadster ล่าสุดจากทางค่ายแบบครบ ๆ เรียบร้อยแล้ว 2019 BMW Z4 มีให้เลือก 2 โมเดล เริ่มจากรุ่นเล็ก Entry Level กันก่อนกับรหัส Z4 sDrive30i Roadster ใช้เครื่องยนต์ 2.0-liter Twinpower Turbo 255 hp 295 pound-feet of torque ซึ่งเป็นเครื่องและเทอร์โบตัวเดียวกับใน 2-Series และ 4-Series Coupe แต่ให้พละกำลังมากกว่าใน Z4 อีกเล็กน้อยประมาณ 7 แรงม้า แต่แรงกว่า Z4 โมเดลก่อนถึง 15 แรงม้า
3 ยี่ห้อยานยนต์ระดับโลกที่เราคุ้นเคยได้เซ็นสัญญาผูกปิ่นโตกับ Google เรียบร้อย ทั้ง Renault Nissan และ Mitsubishii เพื่อหวังเป็นดาวเด่นในตลาดรถยนต์ที่มีโปรดักส์ครบเครื่องทั้งความเฉียบของสมรรถนะและสมองกลรวมกันทันทีที่สตาร์ต การนำ AI มาใส่ในรถเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ขับขี่อย่างเราไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับค่ายผู้ผลิตรถทั้งหลายอีกต่อไป โดยเฉพาะกับกระแส internet of things ที่กำลังจะเข้ามา AI ถือเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยพลิกอุปกรณ์เดิมให้กลายเป็นสุดยอดบริการแปะป้ายคำว่า “Smart” ไว้ เรียกง่าย ๆ ว่าถ้า Smart Home ก็ต้องมี AI เชื่อมโยงคำสั่งกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน Smartphone วันนี้ก็รองรับระบบของ Siri หรือ Google Assistant ส่วน “Smart Car” แห่งอนาคตเองก็ต้องใช้ระบบ AI ในการทำงานเช่นกัน โดย Hadi Zablit ผู้นำการพัฒนาธุรกิจของ Alliance ได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาในครั้งนี้ว่า “ความมุ่งมั่นของเราคือการเสนอประสบการณ์เดิมที่ลูกค้าเคยใช้งานกับมือถือนำมาอยู่ในรถยนต์ มันคือขีดความสามารถในการแข่งขัน สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นฟีเจอร์สำคัญที่คนจะเลือกซื้อรถในวันข้างหน้า” สำหรับบริการที่กลุ่ม Renault
หลังมีทั้งข่าวลือถูกปล่อยออกมามากมาย สำหรับสุดยอดโปรเจคไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในโลกคันล่าสุดของค่าย Hennessey Performance Engineering ตอนนี้ Venom F5 ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นมากขึ้นนับตั้งแต่มีการเปิดตัว First Look ในงาน THE GENEVA INTERNATIONAL MOTOR SHOW พร้อมป่าวประกาศว่ารถคันนี้จะวิ่งได้ถึง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และการทดสอบบน V-MAX speed-tracking ก็ยืนยันว่า Top Speed ของ Venom F5 คันนี้ ณ ปัจจุบันคือ 301 mph (484 km/h) Venom F5 มีเป้าหมายที่ถูกวางไว้ชัดเจนด้วยคำว่า Hit The 300 คือต้องทำความเร็วให้ได้มากกว่า 300 ไมล์ต่อชั่วโมง และจากการร่วมมือของ Shell และ Pennzoil ก็สามารถผลักดันให้ Hennessey Venom F5 สามารถเร่งความเร็วทะลุไปถึง 301 mph ได้จริง ทำความเร็ว
ปี 2000-2011 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง FORD และ Harley Davidson เคยร่วมมือกันผลิตรถกระบะออกมาโดยใช้รถโมเดลรุ่น Ford F-150 เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ภายนอกได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Harley Davidson Fat-Boy ซึ่งในเวลานั้นรูปลักษณ์ดุดันของมันทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชายที่ชื่นชอบ Premium Truck หลังจากหายไปนานกว่า 8 ปี วันนี้ Harley Davidson ก็อยากจะหวนคืนมันให้กลับมาอีกครั้งในปี 2019 ที่จะมาถึง วนมาครบรอบวันเกิด 115 ปี ยักษ์ใหญ่ของวงการ 2 ล้ออย่าง Harley Davidson พวกเขามีความคิดจะจัดแสดงพาหนะทั้งหมดที่เคยผลิตมาในพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Milwaukee, รัฐ Wisconsin ที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือ Ford F-150 Harley Davidson Edition ทว่ารถโมเดล F-150 ในครั้งนี้จะไม่ได้ถูกผลิตโดย Ford แต่ได้รับความร่วมมือกับ Tuscany Motor Co บริษัทผู้เชี่ยวชาญการผลิตรถยนต์
SSC North America ผู้ก่อตั้ง Shelby Supercar เอาใจเหล่าชายผู้รักความเร็วด้วยการเปิดตัว Hypercar โปรเจคใหม่ของทางค่ายในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance 2018 โดยใช้ชื่อว่า SSC TUATARA หลังจากที่ก่อนหน้านี้เรียกน้ำย่อยด้วยการปล่อยภาพเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นขุมพลัง และเงา Silhouette ตัวรถคร่าว ๆ ให้เราเดากันเล่น ๆ ว่าจะออกมารูปร่างหน้าตาแบบไหน SSC ได้เปิดเผยสเปครถบางส่วนออกมาแล้วโดย SSC Tuatara แรงจัดสะใจด้วยเครื่องยนต์ขนาด 5.9-liter V8 Twin-Turbocharged ให้พลัง 1,750 แรงม้า กรณีใช้เชื้อเพลิง E85 (1,350 เมื่อใช้เชื้อเพลิงค่าออกเทน 91) โดยส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหลัง สั่งงานโดยชุดเกียร์อัตโนมัติ 7-speeds ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทำความเร็วตั้งแต่ 0- 100 กิโลเมตรได้ในกี่วินาที แต่ SSC ก็เคลมว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดแบบหยุดไม่อยู่ถึง 480 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้แน่นอน อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือค่าสัมประสิทธิ์ในการสร้างแรงต้านอากาศในระบบ Aerodynamic ของ


